ยุคนี้อะไร ๆ ก็ต้อง Flexible จะกินอะไร ดูอะไร หรือสมัครบริการไหน หลายคนเลือกแบบที่ “พอดีกับเรา” และปรับเปลี่ยนได้ตามไลฟ์สไตล์ เช่นเดียวกับเรื่อง “ประกัน” ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องไกลตัวหรือซับซ้อนอีกต่อไป บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จึงส่ง “TIPSNACK” ประกันภัยรายเดือนระบบ Subscription ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “ประกันพอดีคำ ซับแผนที่ใช่ ปรับได้ทุกเดือน” ชวนเปิดมุมมองใหม่กับประกันภัย ผ่านกิจกรรมเดินทรูปสุดคึกคัก นำทีมโดยแก๊ง “น้องแนค” คาแรกเตอร์ประจำ TIPSNACK ที่ออกมาสร้างสีสันและชวนผู้บริโภคทำความรู้จักกับ “ประกันฉบับขนม” ที่เข้าใจง่าย สนุก และเข้าถึงได้มากขึ้น คุณธรรมรดี ไพรพิรุณโรจน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกลยุทธ์ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำทีมปล่อยขบวน “แก๊งน้องแนค” ลงพื้นที่พบปะผู้บริโภค พร้อมสร้างประสบการณ์แบบใกล้ชิด ให้เรื่องประกันกลายเป็นเรื่องที่พูดคุยและทำความเข้าใจได้ง่ายขึ้น “TIPSNACK” ถูกออกแบบมาให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ต้องการ ความคล่องตัวและ ความคุ้มครองที่เลือกได้ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นประกันอุบัติเหตุหรือประกันรถยนต์ ก็สามารถเลือก ความคุ้มครองในรูปแบบรายเดือน ให้เหมาะกับจังหวะชีวิตและความต้องการของแต่ละคน ชีวิตเปลี่ยน ประกันก็ปรับได้ เพราะไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน “TIPSNACK” จึงมาพร้อมแนวคิด Subscription Insurance ที่ช่วยให้การมีประกันเป็นเรื่องง่ายและยืดหยุ่นมากขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ประกันพอดีคำ ซับแผนที่ใช่ ปรับได้ ทุกเดือน” พร้อมจัดโปรโมชันสำหรับลูกค้าใหม่ ได้แก่ * ประกันอุบัติเหตุรายเดือน รับความคุ้มครองฟรีเดือนแรกทันที * ประกันรถยนต์รายเดือน ชั้น 2+ รับส่วนลดเบี้ยประกัน 10% นาน 3 เดือน เจอน้องแนค อย่าลืมแชะ! สายคอนเทนต์ห้ามพลาดกับภารกิจ #สายลับจับภาพแนค ที่ชวนทุกคนออกตามล่าภาพขบวนแก๊ง “น้องแนค” หรือซอง “ประกันฉบับขนม” แล้วนำภาพมาโพสต์ร่วมสนุกใต้โพสต์กิจกรรมบน Facebook ของทิพยประกันภัย ใครภาพโดนใจกรรมการ รับไปเลย Tops บัตรกำนัลแทนเงินสด มูลค่า…
Author: staff
อมตะเดินหน้าดึงการลงทุนจากจีนต่อเนื่อง รับกระแสกระจายฐานการผลิตโลก “Homa” ผู้ผลิตตู้เย็นและตู้แช่รายใหญ่ของโลก ลงทุนกว่า 3,100 ล้านบาท ตั้งฐานการผลิตในชลบุรี กำลังผลิต 1.5 ล้านเครื่องต่อปี ตั้งเป้าสร้างมูลค่าส่งออก 12,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ 50–60% และสร้างการจ้างงานสูงสุด 3,000 ตำแหน่ง สะท้อนศักยภาพไทยในฐานะฐานการผลิตและส่งออกของอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าสู่ตลาดโลก นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนจีนยังคงให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมองประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ระบบสาธารณูปโภค ตลอดจนเครือข่ายซัพพลายเชนและบุคลากรที่สามารถรองรับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน แนวโน้มการกระจายฐานการผลิตและการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานของโลก ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการลงทุนจากจีน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่สามารถใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและเชื่อมโยงไปยังตลาดต่างประเทศได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มบทบาทของประเทศไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก “นักลงทุนจีนในปัจจุบันไม่ได้มองหาเพียงพื้นที่สำหรับตั้งโรงงาน แต่ให้ความสำคัญกับระบบนิเวศทางอุตสาหกรรมที่สามารถเชื่อมโยงได้ครบทั้งซัพพลายเออร์ แรงงาน โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน ระบบโลจิสติกส์ และตลาดส่งออก จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการสนับสนุนการลงทุนจากจีน อมตะได้เห็นพัฒนาการจากการผลิตแบบดั้งเดิมไปสู่อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ซึ่งช่วยสร้างงาน เสริมขีดความสามารถภาคอุตสาหกรรม และสนับสนุนการเติบโตระยะยาวของประเทศไทย ซึ่งแนวโน้มการลงทุนในระยะต่อไปจะมีความหลากหลายมากขึ้น และมีทิศทางชัดเจนในการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกสู่ตลาดโลก จากเดิมที่เน้นการผลิตเพื่อรองรับตลาดในประเทศ” นายวิกรมกล่าว ทั้งนี้ การเข้ามาลงทุนของ Homa ผู้ผลิตตู้เย็นและตู้แช่รายใหญ่ของโลก จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับคลัสเตอร์อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในพื้นที่ของอมตะ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตของผู้ผลิตระดับโลก และยกระดับมาตรฐานการผลิต ตลอดจนเพิ่มสัดส่วนกิจกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มในประเทศ สำหรับ Homa เป็นผู้ผลิตตู้เย็นและตู้แช่รายใหญ่ของโลก และให้บริการผลิตแบบ OEM แก่ แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำ โดยฐานการผลิตในประเทศไทยจะมุ่งเน้นการผลิตตู้เย็นประสิทธิภาพสูง ตู้เย็นอัจฉริยะ และตู้แช่มาตรฐานสูงที่สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านพลังงานของสหภาพยุโรป รองรับแนวโน้มความต้องการเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะและประหยัดพลังงานที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลก ด้านนายไมเคิล เหยา ประธาน บริษัท โฮม่า แอพไพลแอนซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า การตัดสินใจเข้ามาลงทุนและจัดตั้งฐานการผลิตในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ ชลบุรี ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาธุรกิจระดับโลกของโฮม่า ด้วยศักยภาพของประเทศไทยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับรองรับลูกค้าทั่วอาเซียนและเชื่อมโยงกับตลาดโลก โดยเฉพาะทำเลที่ตั้งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ภาคตะวันออก ซึ่งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค การคมนาคมขนส่ง และท่าเรือ รวมถึงมีเครือข่ายซัพพลายเชนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง การลงทุนครั้งนี้มีมูลค่ากว่า…
บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ประกันชีวิต นำโดย นายณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมเปิดงาน “GRAND UNBOX NEW PRODUCT SUPER SMART SAVINGS” ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ ภายในงาน ผู้บริหาร FWD ได้ร่วมแบ่งปันมุมมองเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์“SUPER SMART SAVINGS (Index Linked)”* ชูจุดเด่น ลุ้นเฉพาะขาขึ้น ไม่ต้องกังวลขาลง การันตีเงินต้นเมื่ออยู่ครบสัญญา และโอกาสรับผลตอบแทนเพิ่มหากดัชนีอ้างอิง* ปรับตัวสูงขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมให้ทีมที่ปรึกษาด้านประกันชีวิต การเงิน และสุขภาพ สามารถนำเสนอแนวทางการวางแผนทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคปัจจุบัน นอกจากนี้ ตลอดเดือนกันยายน FWD ประกันชีวิต เดินสายเตรียมความพร้อม เสริมทัพ ที่ปรึกษาฯ เร่งสปีด พิชิตเป้า ทั่วทุกภูมิภาคทั้งในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และขอนแก่น โดยได้รับเกียรติจากคุณแอนนาเบล คชนันทน์ กูรูด้านการเงินผู้มีประสบการณ์จากสถาบันการเงินระดับโลก มาร่วมแบ่งปันมุมมองด้านการบริหารความมั่งคั่ง เพื่อเสริมศักยภาพทีมที่ปรึกษาด้านประกันชีวิต การเงิน และสุขภาพ ให้พร้อมสร้างความสำเร็จและตอบโจทย์ลูกค้าในโลกการเงินยุคปัจจุบันอย่างมั่นใจ หมายเหตุ: *ผลิตภัณฑ์นี้อ้างอิงผลตอบแทนจากผลการดำเนินงานของดัชนี ที่มีกลยุทธ์กระจายการลงทุนใน NASDAQ-100 และ Gold Price ควบคุมความผันผวนเป้าหมายที่ 8% และหักลดดัชนี 0.5% ต่อปี โดยผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ลงทุนในดัชนีดังกล่าวโดยตรง ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจในรายละเอียด ลักษณะสินค้า ความคุ้มครอง เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุนและทำประกันทุกครั้ง เงื่อนไข ผลประโยชน์ และความคุ้มครองเป็นไปตามที่กรมธรรม์และบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กำหนด
เปิดพอร์ต Non-Motor “วิริยะประกันภัย” ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตสูงถึง 18% ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ Motor Add-on คุ้มครองอุบัติเหตุระหว่างการขับขี่ และมีค่าชดเชยระหว่างที่นำรถเข้าซ่อม โดยที่ประกันภัยรถยนต์หลักจะเป็นของบริษัทใดก็ได้ มั่นใจเบี้ยประกันภัยจากพอร์ต Non-Motor ทะลุ 6,000 ล้านบาทภายในสิ้นปีนี้ ฐวิกาญจน์ เตชทวีทรัพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจ Non-Motor ในช่วง 2 ไตรมาสแรก ว่าจากเดิมตั้งเป้าเติบโตทั้งปีไว้ที่ 9.7% แต่ช่วง 2 ไตรมาสแรกเติบโตได้ถึง 18% ขณะที่อุตสาหกรรมเติบโตเพียง 3.5% “ใน 2 ไตรมาสแรก ประกันสุขภาพเติบโตได้ดี ส่วนทางกลุ่ม P&C (Property & Casualty) เติบโตประมาณ 11% เมื่อเทียบกับภาพรวมตลาดที่เติบโตอยู่ประมาณ 3.5% สรุปได้ว่าภาพรวมของธุรกิจ Non-Motor ของวิริยะประกันภัยเป็นไปตามเป้าหมายที่เราวางไว้” ฐวิกาญจน์ เล่าว่า เป้าหมายระยะยาวของพอร์ต Non-Motor ยังคงเป็นเป้าหมายเดิมตั้งแต่เมื่อ 4-5 ปีที่แล้ว ปัจจุบันพอร์ต Non-Motor มีสัดส่วนอยู่ที่ 13% ของพอร์ตรวมทั้งบริษัท โดยวางกลยุทธ์เติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปและเติบโตควบคู่ไปกับพอร์ตรถยนต์ของบริษัท “เป้าหมายเบี้ยประกันรวมของ Non-Motor ตั้งไว้ที่ประมาณ 5,700 ล้านบาท แต่คิดว่าเมื่อปิดปีนี้ยอดรวมน่าจะเกินเป้าหมายแน่นอน เพราะอย่างที่บอกว่าครึ่งปีแรกเราเติบโตไปแล้วถึง 18% จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 9.7% ดังนั้นยอดปิดปีนี้ต้องสูงกว่าเป้าหมายแน่นอน” ฐวิกาญจน์ เล่าถึงเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตด้านประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด ว่าเกิดจากกระแสเรื่อง Climate Change หรือภัยพิบัติต่างๆ เช่น เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่หาดใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้ว แผ่นดินไหว และอัคคีภัย สิ่งเหล่านี้เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ยอดฝั่ง P&C เติบโตอย่างมีนัยสำคัญและเกินเป้าหมายที่คาดไว้ ส่วนประกันสุขภาพและอุบัติเหตุส่วนบุคคล (A&H) ได้แรงขับจากเรื่อง Medical Inflation (อัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล) ที่ทำให้ลูกค้าตระหนักถึงความจำเป็นในการทำประกันภัยมากขึ้น…
ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ประกันภัย ที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ผู้นำอันดับ 1 ตลาดประกันภัยประเภท Non-Motor นำโดย ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยนางสาวอรณัฐ วงษ์ทองดี ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารลูกค้าสัมพันธ์ เดินหน้ายกระดับความไว้วางใจที่ได้รับมาอย่างยาวนาน สู่การดูแลไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร ด้วยการเปิดตัว Loyalty Program ภายใต้ชื่อ “TIPSOL” (ทิพโซล) ที่เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ (SOL) ซึ่งเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลความสุข มุ่งเปลี่ยนทุกคำมั่นสัญญา และความฮีลใจ ให้กลายเป็นความคุ้มค่าสุดพิเศษที่สัมผัสได้จริงในชีวิตประจำวันของลูกค้าทิพยประกันภัยทุกคน ไฮไลต์ที่สายไลฟ์สไตล์ต้องร้องว้าว คือการเปิดตัว “HANUMON – หนุม่อน” มารับตำแหน่ง Chief Happiness Officer (CHO) นับเป็นครั้งแรกของวงการประกันภัยที่นำมาสคอตมารับตำแหน่งผู้บริหารสายงานความสุขอย่างเป็นทางการผ่านกลยุทธ์ Mascot Marketing ตีความสัญลักษณ์หนุมาน “หาวเป็นดาวเป็นเดือน” ให้ร่วมสมัย เป็นมิตร และเข้าถึงง่าย มาพร้อม 3 ไอเทมประจำตัวสุดล้ำ ทั้ง Star Ear Cuff หูฟังอัจฉริยะคอยรับฟังและแจ้งข่าวสาร, Aura Shield แว่นตาเลนส์พิเศษคอยสอดส่องช่วยเหลือ และ Solar Cast Pin เข็มกลัดเปิดประตูมิติเสกสิทธิพิเศษให้ลูกค้า นอกจากนี้ TIPSOL ยังถอดรหัสอินไซต์ลูกค้าออกมาเป็น “The 7 Pillars” (7 มิติแห่งสิทธิพิเศษ) ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์: ● Drive (สายเดินทาง): รับส่วนลดน้ำมัน (PTT Station, PT, บางจาก), ส่วนลดจุดชาร์จ EV (EVolt, Altervim) และบริการล้างรถพรีเมียม (Phoenix, ProClean) ● Home (สายรักบ้าน): ดีลบริการทำความสะอาด ล้างแอร์ (bTaskee) และส่วนลดช้อปของแต่งบ้าน (HomePro, Power Buy,…
ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ พร้อมผู้บริหารและพนักงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมแสดงพลังในวาระ “วันต่อต้านคอร์รัปชันประจำปี 2569” สอดรับวิสัยทัศน์ตลาดหลักทรัพย์ฯ “The Trusted Gateway to Inclusive Opportunities” เส้นทางแห่งความเชื่อมั่นสู่โอกาสของทุกคน โดยเป็นองค์กรที่ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชัน มุ่งเน้นการดำเนินงานโดยยึดหลักบรรษัทภิบาลที่ดี รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุนให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืน
บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด (InsureX) คว้ารางวัลนายหน้าประกันชีวิตนิติบุคคลคุณภาพดีเด่น ประจำปี 2568 จากเวที Prime Minister’s Insurance Awards โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นับเป็นการได้รับรางวัลจากเวทีดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยในปี 2565 บริษัทฯ ได้รับรางวัลนายหน้าวินาศภัยนิติบุคคลคุณภาพดีเด่น ก่อนจะได้รับรางวัลนายหน้าประกันชีวิตนิติบุคคลคุณภาพดีเด่น ในปี 2566 – 2568 ติดต่อกัน 3 ปี สะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงานที่ได้รับการยอมรับทั้งในธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ภายใต้ทิศทางของ InsureX บริษัทฯ มุ่งยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการนายหน้าประกัน สู่การเป็น ที่ปรึกษาด้านประกัน ที่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจความต้องการของลูกค้า พร้อมนำ Data, AI และ Technology มาสนับสนุนการทำงาน เพื่อช่วยให้สามารถวิเคราะห์ความต้องการและนำเสนอคำแนะนำด้านความคุ้มครองที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย (Hyper-Personalized Solution) ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด (InsureX) กล่าวว่า “การได้รับรางวัล Prime Minister’s Insurance Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการรักษาและพัฒนามาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สำหรับ InsureX ความสำเร็จในวันนี้เป็นรากฐานสำคัญในการพาธุรกิจก้าวต่อไป เรามุ่งสร้างทั้ง บุคลากร ระบบ และเทคโนโลยีให้แข็งแกร่งไปพร้อมกัน เพื่อยกระดับศักยภาพในการดูแลลูกค้า และสร้างประสบการณ์การให้คำปรึกษาด้านประกันที่ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละบุคคลได้ดียิ่งขึ้น รางวัลนี้จึงไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของ InsureX แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เราเดินหน้าสร้างคุณค่าให้กับลูกค้า และมีส่วนร่วมในการยกระดับมาตรฐานธุรกิจนายหน้าประกันไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพต่อไป” หมายเหตุ: บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด (InsureX) รีแบรนด์จาก SCB Protect สู่ InsureX โดยรางวัล Prime Minister’s Insurance Awards ที่บริษัทฯ ได้รับต่อเนื่องตลอด 4 ปี…
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับรางวัลเกียรติยศประจำปี 2568 ได้แก่ ‘บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารดีเด่น’ อันดับที่ 2 และ ‘บริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น’ จาก นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานในพิธี ภายในงานมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร (Prime Minister’s Insurance Awards 2026) จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ทั้ง 2 รางวัลที่เอไอเอ ประเทศไทยได้รับ สะท้อนถึงการบริหารงานที่โดดเด่น มีประสิทธิภาพ คำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ ตลอดจนการเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มุ่งสร้างความยั่งยืนผ่านการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance หรือ ESG) อันเป็นสิ่งที่เอไอเอยึดถือในการดำเนินธุรกิจมาตลอดระยะเวลา 88 ปี ตามพันธกิจที่มุ่งมั่นส่งเสริมคนไทยให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ นอกจากนี้ มีตัวแทนประกันชีวิตเอไอเอ ประเทศไทย จำนวน 7 ท่าน ได้รับรางวัล ‘ตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น’ ประจำปี 2568 ประกอบด้วย นางสาวดาวใจ สืบวงค์ (หน่วยพาวเวอร์ดี) นายนที ดีประสิทธิ์ (หน่วยทองล้านนา 10) นายปลองพล สนธิเณร (หน่วยแม็กซ์เวลท์ 48) นางสาวจันทมาศ มณีโชติ (หน่วยเนตรทรายทอง 56) นางสาววรดาลักษณ์ ตันวิบูลย์ (หน่วยบีเวลธ์ พลัส) นายชัยสิทธิ์ ธรรมรัตนากร (หน่วยฟินเนอจี้ เอ็กซ์) และ นางสาวพัชร์ลิตา ยศหิรัณย์ภาส (หน่วยบีลีฟ 36) นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย ผมขอแสดงความยินดีกับตัวแทนทั้ง…
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยอาคารสำนักงานใหญ่ สีลม ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ที่สะท้อนความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของพนักงาน ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของธนาคาร โอกาสนี้ นายไชยฤทธิ์ อนุชิตวรวงศ์ รองผู้จัดการใหญ่ (ที่ 3 จากซ้าย ) นายเวทิศ อัศวมังคละ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายทรัพยากรบุคคล (ที่ 2 จากซ้าย) นางพรเพ็ญ พิมพ์วิริยะกุล เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ผู้จัดการฝ่ายอาคารสำนักงานและทรัพย์สิน (ขวาสุด) นายจิระวัฒน์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่ายผู้จัดการใหญ่ (ซ้ายสุด) และนางรัชนี ชิรวานิช เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Assistant Vice President ฝ่ายผู้จัดการใหญ่ (ที่ 2 จากขวา) เป็นผู้แทนธนาคารรับมอบใบรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018 จาก นายมนตรี ตั้งเติมสิริกุล Sub-Regional BA Manager – Thailand, Cambodia, Myanmar, and the Philippines บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 3 จากขวา) ผู้นำด้านการให้บริการตรวจสอบ ทดสอบ วิเคราะห์ และรับรองระบบมาตรฐานสากล มาตรฐาน ISO 45001:2018 เป็นแนวทางสากลที่ช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยได้อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การป้องกันอุบัติเหตุ การลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน การเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน ไปจนถึงการส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อสุขภาวะและความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของธนาคารที่ต้องการมุ่งเน้นสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันก่อนเกิดเหตุ ด้วยการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “ทิศทางการกำกับและส่งเสริมธุรกิจประกันวินาศภัยไทย” ในโครงการอบรมหลักสูตร Insurance Management Development Program (IMDP) รุ่นที่ 30 ณ สมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยได้ถ่ายทอดทิศทางการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยท่ามกลางบริบทความเสี่ยงที่มีความซับซ้อน เชื่อมโยง และเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมเน้นย้ำการยกระดับบทบาทของผู้กำกับดูแลจากการติดตามสถานะและข้อมูลของบริษัท ไปสู่การกำกับดูแลเชิงความเสี่ยงแบบ Risk-Based และ Forward-looking ที่สามารถมองเห็นสัญญาณความเสี่ยงล่วงหน้าและกำหนดมาตรการ ได้อย่างเหมาะสมก่อนที่ปัญหาจะขยายตัว เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า ภาคธุรกิจประกันภัยกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่มีความเชื่อมโยงและอาจส่งผลกระทบเชิงโครงสร้างมากขึ้น ทำให้การกำกับดูแลไม่สามารถพิจารณาเฉพาะสถานะของบริษัท ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง แต่ต้องสามารถประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างรอบด้าน สำนักงาน คปภ. จึงยกระดับการกำกับดูแลโดยนำเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้เชื่อมโยงกัน ทั้งการดำรงเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง (Risk-Based Capital: RBC) ระบบสัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System: EWS) การบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวมและการประเมินความเสี่ยงและ ความมั่นคงทางการเงินของบริษัท (ERM/ORSA) การทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ตลอดจนการกำกับดูแลแบบรวมกลุ่ม (Group-Wide Supervision: GWS) เพื่อให้การกำกับดูแลสามารถสะท้อนความเสี่ยงได้ทั้งในระดับบริษัท กลุ่มธุรกิจ และภาพรวมของระบบประกันภัย หนึ่งในกลไกสำคัญ คือ การบริหารความเสี่ยงแบบองค์รวมและกระบวนการประเมินความเสี่ยงและความมั่นคงทางการเงินของบริษัท หรือ Enterprise Risk Management and Own Risk and Solvency Assessment (ERM/ORSA) ซึ่งต้องไม่ถูกมองเป็นเพียงรายงานเพื่อปฏิบัติตามหลักเกณฑ์กำกับดูแล แต่ต้องเป็นเครื่องมือที่บริษัทนำไปใช้ในการบริหารธุรกิจจริง โดยเชื่อมโยงตั้งแต่กรอบความเสี่ยงที่ยอมรับได้ กลยุทธ์และแผนธุรกิจ ไปจนถึงฐานะทางการเงินและความเพียงพอของเงินกองทุน รวมถึงนำความเสี่ยงเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจในทุกระดับขององค์กร ตั้งแต่คณะกรรมการ ผู้บริหาร ไปจนถึงหน่วยงานปฏิบัติ เพื่อสร้างวัฒนธรรมความเสี่ยงที่เข้มแข็งภายในบริษัท จากหลักการดังกล่าว สำนักงาน คปภ. จึงต่อยอดการใช้ ERM/ORSA ให้เป็นส่วนสำคัญของการกำกับดูแลเชิงความเสี่ยง โดยนำข้อมูลมาบูรณาการร่วมกับ Risk Heatmap และข้อมูลเชิงกำกับดูแลอื่น…
