Author: staff

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืน เดินหน้าสานต่อโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและลดความเหลื่อมล้ำของชุมชนห่างไกลทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมเสนอพื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้า เพื่อรับการสนับสนุนติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และจากการคัดเลือกพื้นที่ในปีนี้ GULF เล็งเห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนของ “บ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์” ซึ่งเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บนเกาะเหนือเขื่อนสิริกิติ์ ประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน จึงได้ดำเนินการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานที่ “โรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา” ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการศึกษา ทำให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย และเทคโนโลยีทางการศึกษาได้มากยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตในหลายมิติ ทั้งการเก็บรักษาวัตถุดิบอาหารกลางวันให้คงความสด สะอาด และปลอดภัย อันนำไปสู่การเสริมสร้างโภชนาการที่ดีให้กับนักเรียนและครู ตลอดจนคนในชุมชนสามารถเข้าถึงน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนและต่อยอดอาชีพทอผ้าและงานหัตถกรรม ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นสำคัญที่ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และเสริมความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน นายยงยุทธ สิงเต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บ้านห้วยต้า ต.นางพญา อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า “บ้านห้วยต้าเป็นชุมชนขนาดเล็ก มีประชากรประมาณ 300 คน หรือราว 150 หลังคาเรือน สภาพพื้นที่ของหมู่บ้านมีลักษณะคล้ายเกาะ ตั้งอยู่เหนือเขื่อนสิริกิติ์ การเดินทางเข้าออกชุมชนต้องอาศัยเรือเป็นหลัก ใช้เวลาเดินทางจากท่าเรือในอำเภอท่าปลาประมาณ 2 ชั่วโมง ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและทำสวนผลไม้ เช่น เงาะ ลองกอง และทุเรียนหลิน-หลง ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของชุมชนที่ได้รับพระราชทานต้นพันธุ์มาปลูกและขยายผลจนกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้คนในพื้นที่” “ในอดีตชุมชนแห่งนี้มีความเป็นอยู่ค่อนข้างยากลำบาก กระทั่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์มาทรงเยี่ยมราษฎรและพระราชทานความช่วยเหลือด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพและการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทำให้หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งเข้ามาส่งเสริมทั้งด้านการเกษตรกรรม การปศุสัตว์ การประมง รวมถึงการทอผ้าและงานหัตถกรรม โดยใช้อาคารอเนกประสงค์ของโรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยาเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจนถึงปัจจุบัน” “แม้ชุมชนจะมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตคือ การขาดแคลนไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงเรียนบ้านห้วยต้าวิทยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางทั้งการศึกษาและกิจกรรมชุมชน ขณะเดียวกันชุมชนยังประสบปัญหาด้านสุขอนามัยจากการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดที่ได้มาตรฐาน เนื่องจากระบบกรองน้ำไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจากข้อจำกัดด้านไฟฟ้า ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดมาใช้ในชีวิตประจำวัน” “การที่ GULF เข้ามาติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ให้กับโรงเรียนและชุมชนในครั้งนี้ ถือเป็นการช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เด็ก ๆ…

Read More

บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ประกันชีวิต ร่วมกับมูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเมนท์ ประเทศไทย (JA Thailand) สานต่อโครงการ “ครูไทยเก่งการเงิน” เป็นปีที่ 2 เพื่อพัฒนาทักษะทางการเงินแก่ครูระดับประถมศึกษา และสนับสนุนบทบาทของครูในการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงินแก่เยาวชน โครงการนี้เปิดโอกาสให้พนักงานจิตอาสาได้ร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านการวางแผนการเงิน ในชีวิตประจำวัน โดยมีพนักงานผู้ได้รับคุณวุฒิ นักวางแผนการเงินวิชาชีพ (CFP®) และ ที่ปรึกษาการเงิน ที่ได้รับการรับรองจากสมาคมนักวางแผนการเงินไทย (AFPT™) เป็นวิทยากร ขณะที่ JA Thailand มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือกับโรงเรียนในกรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสร้างพื้นฐานความรู้ทางการเงินที่นำไปใช้ได้จริง และขยายผลจากครูสู่เยาวชนอย่างต่อเนื่อง

Read More

หลักทรัพย์บัวหลวง มองวัฏจักรลงทุน AI โลกยังมีโอกาสเติบโตต่อ จากเม็ดเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และห่วงโซ่มูลค่าธุรกิจที่ขยายตัว แนะใช้จังหวะหุ้นเทคโนโลยีปรับฐานทยอยลงทุนอัตโนมัติ ด้วยกลยุทธ์ “DR Stock Focus” บริการกองทุนส่วนบุคคล รูปแบบบริการลงทุนอัตโนมัติ (Auto Investing) ที่จัดพอร์ตหุ้นนอกเชิงรุกด้วย DR01 ที่คัดสรรหุ้นชั้นนำระดับโลกอย่างเป็นระบบ ชูผลตอบแทนสะสม 8.8% ในช่วงเดือนส.ค.- ก.ย. 2569 ​นายชัยพร น้อมพิทักษ์เจริญ กรรมการผู้จัดการ กิจการค้าหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดหุ้นทั่วโลกในปี 2569 ได้รับแรงหนุนจากเม็ดเงินลงทุนจำนวนมากของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ (Hyperscaler) ที่เดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของตลาดหุ้นโลกในช่วงที่เหลือของปีนี้ แม้ระยะสั้นตลาดอาจเผชิญความผันผวนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล อัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ทรงตัวในระดับสูง และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ นักลงทุนจึงควรเน้นคัดเลือกหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพเติบโต “วัฏจักรการลงทุน AI ยังอยู่ในช่วงกลางของการเติบโต จึงมองว่ากระแสการลงทุนใน AI ยังไม่จบรอบ โดย AI ไม่ได้เป็นเพียงกระแสระยะสั้น แต่มีห่วงโซ่มูลค่า (AI Value Chain) ที่สร้างการเติบโตได้จริง ทั้งในฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน ระบบคลาวด์ ชิป และหน่วยความจำ ไปจนถึงซอฟต์แวร์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและสนับสนุนการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน ขณะที่เม็ดเงินลงทุนยังส่งผ่านไปยังผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ในเอเชีย เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุปทาน AI โลก” นายชัยพร กล่าว สำหรับบริการลงทุนอัตโนมัติ (Auto Investing) ภายใต้กลยุทธ์ “DR Stock Focus” ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนสิงหาคม 2569 พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) ท่ามกลางตลาด DR ไทยที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีหลักทรัพย์ให้เลือกมากกว่า 550 รายการ โดย DR Stock Focus เป็นกลยุทธ์บริหารพอร์ตเชิงรุก (Active) ผ่าน DR01…

Read More

บลจ.วรรณ เผยผลการประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ GROREIT ครั้งที่ 1/2569 โดยที่ประชุมมีมติไม่อนุมัติวาระเสนอขายทรัพย์สินให้แก่ ROH ในขณะที่วาระที่ 2–4 ผ่านอนุมัติด้วยเสียงข้างมาก ไฟเขียวขายทรัพย์สินให้แก่ “ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที” เปิดประมูล เพิกถอนหลักทรัพย์ เลิกกองทรัสต์ พร้อมเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชีเพื่อคืนเงินแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ตามขั้นตอน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน วรรณ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ GROREIT เปิดเผยผลการประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ ครั้งที่ 1/2569 ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 28 ตุลาคม 2569 โดยมีวาระสำคัญเพื่อให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์พิจารณาแนวทางและทางเลือกต่าง ๆ เกี่ยวกับการจำหน่ายทรัพย์สินหลักของกองทรัสต์ (โครงการโรงแรม รอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเทล แอนด์ ทาวเวอร์ส) รวมถึงแนวทางการดำเนินการภายหลังการจำหน่ายทรัพย์สิน สรุปผลการลงมติในแต่ละวาระของที่ประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ มีรายละเอียดดังนี้: วาระที่ 1: พิจารณาอนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สินหลักให้แก่ บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ROH) ในราคา 4,873 ล้านบาท ซึ่งที่ประชุมมีมติไม่อนุมัติ วาระที่ 2: พิจารณาอนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สินหลักให้แก่ บริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จำกัด ในราคา 5,300 ล้านบาท โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สินหลักให้แก่ บริษัท ออร์คิด ฮอสพิแทลลิที จำกัด (บริษัทซึ่งถือหุ้นโดย นายสุชาติ เจียรานุสสติ ผู้ก่อตั้งและประธาน SC Capital Partners) ในราคา 5,300 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมิน (5,212 ล้านบาท) พร้อมทั้งเงื่อนไขการรับโอนสิทธิและหน้าที่ผู้ให้บริการโรงแรมและการดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่าย รวมถึงข้อพิพาทอย่างรัดกุม โดยกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 14 วัน (มีผลในกรณีที่วาระที่ 1 ไม่ได้รับอนุมัติ หรือ ROH ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขและเวลาที่กำหนด) วาระที่ 3: พิจารณาอนุมัติการจำหน่ายทรัพย์สินหลักของ GROREIT โดยวิธีการเปิดประมูล…

Read More

SCBAM รักษาระดับสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) มากกว่า 2 ล้านล้านบาทได้อย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจและความไว้วางใจจากผู้ลงทุน ครอบคลุมกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พร้อมเปิดมุมมองการลงทุนปี 2570 ท่ามกลาง 3 ปัจจัยโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ การเข้าสู่ยุค Agentic AI ดอกเบี้ยระยะยาวยาวยืนสูง และความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ โดยให้น้ำหนักหุ้นที่ได้ประโยชน์จาก AI สินทรัพย์ที่สร้างกระแสรายได้ และหุ้นคุณภาพ ขณะเดียวกันเดินหน้ากลยุทธ์ที่ยึดผู้ลงทุนเป็นศูนย์กลาง ขยายโซลูชันการลงทุนและการวางแผนเกษียณ ผ่านความร่วมมือในกลุ่ม SCBX และช่องทางดิจิทัล นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) กล่าวว่า บริษัทสามารถรักษาระดับสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมากกว่า 2 ล้านล้านบาทได้อย่างต่อเนื่องในปี 2569 (ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2569) ความสามารถในการรักษาฐานสินทรัพย์ขนาดใหญ่นี้สะท้อนความไว้วางใจของผู้ลงทุน ตลอดจนความแข็งแกร่งของธุรกิจที่ครอบคลุมกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ “ความสำเร็จดังกล่าวไม่ได้สะท้อนเพียงขนาดของ AUM แต่ยังสะท้อนความสัมพันธ์ระยะยาวที่บริษัทมีกับผู้ลงทุน คุณภาพของกระบวนการลงทุน และมาตรฐานการให้บริการที่ได้รับความเชื่อมั่น SCBAM จึงมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตของสินทรัพย์ ผลลัพธ์การลงทุนที่เหมาะสมตามความเสี่ยง การรักษาความสัมพันธ์กับผู้ลงทุน และประสิทธิภาพการดำเนินงาน” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว บริษัทเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถด้านข้อมูลและการลงทุน โดยนำ AI และ Machine Learning มาเสริมการประมวลผลข้อมูล การค้นหาสัญญาณการลงทุน การบริหารความเสี่ยง และการจัดพอร์ต ภายใต้กรอบธรรมาภิบาลและมาตรฐานการลงทุนที่เข้มงวด โดยการตัดสินใจลงทุนยังคงอยู่บนพื้นฐานการวิเคราะห์และดุลยพินิจของผู้เชี่ยวชาญ พร้อมกันนี้ SCBAM จะต่อยอด Ecosystem ของกลุ่ม SCBX เพื่อเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน ข้อมูล เทคโนโลยี และช่องทางบริการ ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงโซลูชันการลงทุนและการวางแผนเกษียณได้สะดวก ครอบคลุม และเหมาะกับเป้าหมายมากขึ้น สะท้อนความมุ่งมั่นสู่การเป็น ‘The Best Fund House’ อย่างมั่นคงและยั่งยืน มุมมองลงทุนปี 2570: จับตา 3 แรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้าง นางนันท์มนัส…

Read More

บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยมี คุณนัฑวล เจียมจิตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ มอบเงินสนับสนุน 150,000 บาท แก่โครงการ “ชุมชนพิทักษ์ป่า” (Forest Guardians) เพื่อร่วมแก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเป็นรูปธรรม ในกิจกรรม “ส่งเสริมการลดฝุ่น PM2.5 ณ จังหวัดสระบุรี” ภายใต้งาน “พลิกวิกฤตฝุ่น ด้วยนวัตกรรม พลังชุมชนและประกันภัย สู่ลมหายใจที่ยั่งยืน” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ ตลาดหัวปลี อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี โครงการชุมชนพิทักษ์ป่ามีสถาบัน ChangeFusion ภายใต้มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้บริหารจัดการหลักเพื่อเสริมศักยภาพเครือข่ายป่าชุมชน 10 แห่ง ในการป้องกันและรับมือไฟป่า ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดสำคัญของฝุ่น PM2.5 พร้อมพัฒนากลไกป้องกันไฟป่าอย่างเป็นระบบเป็นผู้รับมอบเงินสนับสนุนในครั้งนี้ พิธีเปิดงานมี นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดยมีนายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี ให้การต้อนรับและร่วมกล่าวเปิดงาน ภายใต้ความร่วมมือระหว่างจังหวัดสระบุรี โมเดลสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox) ภาคอุตสาหกรรมประกันภัย และโครงการชุมชนพิทักษ์ป่า เพื่อสร้างความตระหนักรู้ ลดแหล่งกำเนิดมลพิษ และส่งเสริมการบริหารความเสี่ยงเชิงป้องกัน ยกระดับการจัดการปัญหาฝุ่นจากการสร้างความรู้สู่การลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ กิจกรรมนี้ยังเป็นการสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคธุรกิจ และเครือข่ายชุมชนขับเคลื่อนงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยภายในงานมีการนำเสนอแนวคิดบริหารจัดการความเสี่ยง PM2.5 ผ่านนวัตกรรมและความยั่งยืน จากผู้แทนโครงการ Saraburi Sandbox และกลุ่มชุมชนพิทักษ์ป่า คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มุ่งสนับสนุนโครงการที่ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างสังคมที่พร้อมรับมือกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต

Read More

SCGP ประกาศผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขาย 94,326 ล้านบาท และกำไรสำหรับงวด 5,896 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงหนุนจากความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ของกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจในอินโดนีเซียที่ทำกำไรได้ต่อเนื่อง ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ไตรมาส 4 ปีนี้ ความต้องการมีแนวโน้มฟื้นตัวจากการผลิตสินค้าเตรียมรองรับช่วงเทศกาลปลายปี เดินหน้าบริหารฐานการผลิตในอาเซียน พร้อมทรานส์ฟอร์มธุรกิจอย่างต่อเนื่องควบคู่การขยายธุรกิจ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน นายวิชาญ จิตร์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยความต้องการชะลอตัวในช่วงวันหยุดไตรมาสแรกของเวียดนามและอินโดนีเซีย ก่อนเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 และกลับสู่ระดับปกติในไตรมาส 3 ทั้งนี้ อาเซียนยังคงเติบโตแข็งแกร่ง จากการบริโภคสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและวัตถุดิบ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ทั้งนี้ SCGP มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีฐานลูกค้าหลักในอุตสาหกรรมสินค้าจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ซึ่งยังคงเติบโต อีกทั้งธุรกิจในอินโดนีเซียยังทำกำไรได้ต่อเนื่องจากการบริหารต้นทุน ประกอบกับราคาขายที่ปรับขึ้นสอดคล้องกับราคาในภูมิภาค และการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานของการผลิตในภูมิภาค (Regional Optimization)  เพื่อเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและส่งมอบโซลูชันที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ส่งผลให้ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 94,326 ล้านบาท คงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มี EBITDA เท่ากับ 15,819 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสำหรับงวด 5,896 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 106 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2569 มีรายได้จากการขายรวม 32,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มี EBITDA เท่ากับ 5,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสำหรับงวด…

Read More

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลอันดับ 1 “2026 Thailand’s Social Power Brand” กลุ่มประกันชีวิต จาก BrandAge ครองอันดับ 1 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 (2024–2026) โดยมี คุณสาริศา ล่ำซำ ผู้บริหารเมืองไทยประกันชีวิต เป็นตัวแทนบริษัทฯ เข้ารับรางวัล ครั้งนี้บริษัทฯ ได้รับคะแนนรวม 70.75 คะแนน ประกอบด้วยคะแนนด้านแบรนด์ 58.59 คะแนน และคะแนนเสียงจากผู้บริโภค 88.99 คะแนน ซึ่งสูงที่สุดในกลุ่มประกันชีวิต การจัดอันดับครั้งนี้จัดทำโดย นิตยสาร BrandAge ร่วมกับบริษัท โอเชี่ยน สกาย เน็ตเวิร์ค จำกัด ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Mandala AI โดยคะแนนด้านแบรนด์วัดการมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย เช่น การกดไลก์ แสดงความคิดเห็น แชร์ และรับชมวิดีโอ ส่วนคะแนนเสียงจากผู้บริโภควิเคราะห์ปริมาณการพูดถึงแบรนด์ ควบคู่กับความรู้สึกเชิงบวก เป็นกลาง และเชิงลบ เพื่อให้เข้าใจทั้งสิ่งที่แบรนด์สื่อสารและเสียงตอบรับจากผู้บริโภค ในวันที่โซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของการค้นหาข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และตัดสินใจในชีวิตประจำวัน เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้า เพื่อนำมาพัฒนาคอนเทนต์ที่เข้าใจง่ายและใช้ประโยชน์ได้จริง พร้อมถ่ายทอดแนวคิด Longevity – การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ซึ่งเป็นนโยบายหลักของบริษัทฯ ให้ประชาชนรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพควบคู่กับการเตรียมความพร้อมทางการเงิน เพื่อเริ่มวางแผนชีวิตตั้งแต่วันนี้ และต่อยอดการมีส่วนร่วมบนโลกออนไลน์สู่ประสบการณ์ที่สร้างความผูกพันกับลูกค้าในทุกช่วงวัย บริษัทฯ ขอขอบคุณทุกความไว้วางใจ ทุกความคิดเห็น และทุกการมีส่วนร่วมที่ทำให้เมืองไทยประกันชีวิตได้เข้าใจและใกล้ชิดกับลูกค้ามากขึ้น พร้อมส่งต่อความรู้และแรงบันดาลใจในการดูแลชีวิต เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี มีความพร้อมทางการเงิน และได้ใช้ชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีความสุข #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife #thailandsocialpowerbrand2026

Read More

ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เปิดเผยผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทธนาคารเพื่อการพัฒนาในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้รับมือกับความท้าทายและสร้างโอกาสเติบโตในตลาดโลก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการกีดกันทางการค้า และต้นทุนธุรกิจที่ผันผวน โดยมุ่งเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน เสริมศักยภาพการแข่งขัน และสนับสนุนการลงทุนที่มีคุณภาพ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK เปิดเผยว่า EXIM BANK มุ่งขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ ทั้งการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนและเสริมสภาพคล่อง การบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการขยายตลาดใหม่ และการสนับสนุนการลงทุนเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยอย่างยั่งยืน สอดรับกับทิศทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามแนวทางของรัฐบาล โดยผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกสะท้อนบทบาทของ EXIM BANK ในการเป็นพันธมิตรที่ช่วยผู้ประกอบการรับมือความผันผวน พร้อมสร้างโอกาสเติบโตในโลกการค้าที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ด้านการสนับสนุนทางการเงินและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ EXIM BANK มีวงเงินอนุมัติสินเชื่อใหม่จำนวน 40,734 ล้านบาท ยอดคงค้างสินเชื่อรวมภาระผูกพัน 179,572 ล้านบาท สะท้อนบทบาทในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและรักษาสภาพคล่อง ทางธุรกิจ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ตอบโจทย์ธุรกิจในแต่ละช่วงของการเติบโต อาทิ สินเชื่อเพื่อยกระดับธุรกิจแฟรนไชส์ สินเชื่อเติมทุนเสริมแกร่งธุรกิจไทย และ EXIM Ready Trade Credit เพื่อเสริมสภาพคล่อง เพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และสนับสนุนการขยายธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกัน EXIM BANK เดินหน้าสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการให้สินเชื่อและภาระผูกพันเพื่อการลงทุนและการปรับตัวสู่ความยั่งยืน (ESG Financing) จำนวน 87,330 ล้านบาท คิดเป็น 48.63% ของยอดคงค้างรวม เพื่อส่งเสริมการลงทุนที่มีคุณภาพ ยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจ และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจไทยในระยะยาว ทั้งนี้ EXIM BANK ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง ยังร่วมกับธนาคารโลกและธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าโครงการเมืองคาร์บอนต่ำและการพัฒนาตลาดคาร์บอน (Low Carbon Cities and Carbon Market Development Project) โดย EXIM BANK ได้รับเงินกู้จากธนาคารโลกวงเงิน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อนำไปสนับสนุนเงินทุนแก่บริษัทจัดการพลังงาน (Energy…

Read More

ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สื่อสารวิสัยทัศน์ พันธกิจ และแนวทางการดำเนินงานให้ผู้บริหารและพนักงานธนาคาร ในกิจกรรม Talking with MD ครั้งที่ 2/2569 ภายใต้แนวคิด “Beyond Together” เพื่อร่วมกันเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ Beyond Housing Bank พร้อมก้าวเป็นธนาคารที่ดีที่สุด เพื่อทุกช่วงเวลาของการมีบ้าน โดยยกระดับบทบาทองค์กรจากผู้ให้บริการสินเชื่อสู่การเป็น “เพื่อนคู่คิดเรื่องบ้าน” และเป็นศูนย์กลางระบบนิเวศด้านที่อยู่อาศัย (Center of Housing Ecosystem) ควบคู่กับการให้ความสำคัญสูงสุดกับพนักงาน (People First) ซึ่งเป็นหัวใจของการเปลี่ยนผ่าน ด้วยการมุ่งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดี (Well-being) อย่างรอบด้าน อาทิ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อเสริมสร้างความสุข ความผูกพัน และคุณภาพชีวิตที่ดีอันเป็นรากฐานสำคัญของความสำเร็จในระยะยาว นอกจากนี้ ยังได้สื่อสารผลการดำเนินงานที่สำคัญของธนาคาร ทั้งสินเชื่อปล่อยใหม่ เงินฝาก และการบริหารจัดการ NPL ได้อย่างมีประสิทธิภาพจากการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มายกระดับการดำเนินงานและการให้บริการ ส่งผลให้ธนาคารได้รับรางวัลระดับสากลหลากหลายสาขา สะท้อนถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของบุคลากรทุกภาคส่วน กิจกรรมดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการสื่อสาร 2 ทาง โดยกรรมการผู้จัดการได้ตอบทุกคำถามของพนักงานด้วยตนเองทั้ง onsite & online ซึ่งจะช่วยสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความผูกพัน และการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกระดับ ภายใต้แนวคิด “Beyond Together” ที่มุ่งผสานพลังความร่วมมือของคน ธอส. ให้ก้าวไปในทิศทางเดียวกัน กิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นแบบ Hybrid Meeting ณ ห้องวิมานเมฆ ชั้น 3 อาคาร 2 ธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ และถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Live เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569

Read More