ธนาคารออมสิน โดย นางอมรวรรณ เทศทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานพัฒนาศักยภาพองค์กร กลุ่มทรัพยากรบุคคล เป็นผู้แทนรับรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ระดับดีเด่น ประเภทองค์กรรัฐวิสาหกิจ ประจำปี 2569 จัดโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม โดยธนาคารออมสินได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 มีพลตำรวจโทรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานในพิธีเป็นผู้มอบรางวัล เพื่อยกย่ององค์กรที่มีความโดดเด่นในการดำเนินงานบนหลักการเคารพสิทธิมนุษยชน และเป็นแบบอย่างในการส่งเสริมสังคมแห่งการเคารพสิทธิมนุษยชนอย่างยั่งยืน สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารออมสินในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นธรรม การดูแลสิทธิและสวัสดิการของบุคลากร การเปิดโอกาสการจ้างงานแก่ผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนการตรวจสอบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านตลอดห่วงโซ่อุปทาน พร้อมจัดให้มีช่องทางและกลไกรับเรื่องร้องเรียน รวมถึงแนวทางแก้ไขเยียวยาที่ชัดเจน ควบคู่กับการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ส่งเสริมความรู้ทางการเงินและวินัยการออม รวมถึงการดำเนินโครงการเพื่อพัฒนาสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึง ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569
Author: staff
“บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)” หรือ “GULF” ตอกย้ำความมุ่งมั่นสร้างรากฐานที่มั่นคง เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ด้วยการนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านพลังงานหมุนเวียน มาช่วยให้ผู้คนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคด้านพลังงานไฟฟ้า โดยสนับสนุนและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ที่ บ้านแหลมนาว ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง ภายใต้โครงการ “Green Energy Green Network for THAIs พลังงานสะอาดเชื่อมเครือข่ายเพื่อคนไทย” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ 3 ของปี 2569 เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เพิ่มโอกาสการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้า ส่งเสริมการศึกษา ตลอดจนฟื้นฟูการท่องเที่ยวชุมชนและธุรกิจโฮมสเตย์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน นายพิเชษฐ์ ภักดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 บ้านแหลมนาว ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เล่าให้ฟังว่า บ้านแหลมนาวเป็นชุมชนชาวไทยมุสลิมที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 300 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแหลมสน มีลักษณะเป็นแหลมที่ทอดตัวยาวตามแนวชายฝั่งทะเลอันดามันกว่า 10 กิโลเมตร ปัจจุบันมีครัวเรือนอาศัยอยู่ราว 57 หลังคาเรือน ประชากรราว 236 คน โดยมี “มัสยิดนูรุ้ลอิสลาม” เป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน และมีโรงเรียนประถมศึกษาบ้านแหลมนาว ซึ่งมีนักเรียนจำนวน 38 คน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้าน โดยใช้เรือหางยาวขนาดเล็กออกเรือวางอวน และวางเบ็ดเพื่อจับสัตว์น้ำในยามค่ำคืน ก่อนนำไปขายให้แก่พ่อค้าคนกลางบนฝั่งในช่วงยามเช้า ควบคู่ไปกับการทำเกษตรกรรม เช่น สวนสะตอ และสวนยางพารา เนื่องจากหมู่บ้านตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่ง จึงประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้ามาโดยตลอด ที่ผ่านมาหมู่บ้านต้องพึ่งพาเครื่องปั่นไฟส่วนกลางขนาด 5 กิโลวัตต์ ซึ่งเดินเครื่องด้วยน้ำมันเบนซิน ส่งกระแสไฟฟ้าไปยังบ้านเรือนประมาณ 42 หลังคาเรือน โดยสามารถจ่ายไฟได้เพียงวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 18.00 น.-22.00 น. ขณะเดียวกัน ชาวบ้านต้องร่วมกันจ่ายค่าน้ำมันเชื้อเพลิงคืนละ 10 บาทต่อครัวเรือน อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายครอบครัวไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ ขณะที่บางครัวเรือนพึ่งพาชุดโซลาร์เซลล์ขนาดเล็กที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมจากการใช้งานมาหลายปี ประกอบกับจังหวัดระนองมีฝนตกชุกตลอดปี ส่งผลให้ระบบเดิมมีประสิทธิภาพการใช้งานลดลง…
เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าสร้างประสบการณ์ใหม่ครั้งสำคัญ ตอกย้ำจุดยืนการเป็นพันธมิตรดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต ประกาศยกระดับ Longevity Ecosystem ครบวงจร รับสังคมสูงวัยระดับสุดยอด พร้อมเปิดตัว “Muang Thai Flexi Retire Series” ประกันบำนาญยุคใหม่ ตัวช่วยวางแผนเกษียณที่ยืดหยุ่นได้ในทุกความเป็นคุณ และจับมือพันธมิตรด้าน Senior Living และ Nursing Home ทั่วประเทศ เพื่อมุ่งสร้างชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพให้แก่คนไทย นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างประชากร ทั้งการลดลงของวัยแรงงาน รวมถึงความเสี่ยงด้านเงินออมที่ไม่เพียงพอหลังเกษียณและค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น เมืองไทยประกันชีวิต ในฐานะองค์กรที่เคียงข้างสังคมไทยมาตลอด 75 ปี จึงมุ่งขยายบทบาทจากการให้ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ สู่การขับเคลื่อน Longevity Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการ มุ่งเน้นการสร้างความสมดุลใน 3 มิติสำคัญ เพื่อให้การมีอายุที่ยืนยาวเป็นชีวิตที่มีคุณภาพและพึ่งพาตนเองได้ ได้แก่ การมีช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้น (Lifespan) การส่งเสริมให้มีสุขภาพที่แข็งแรงยาวนานขึ้น (Healthspan) และการมีความมั่นคงทางการเงินที่เพียงพอตลอดชีวิต (Wealthspan) ทั้งนี้ เพื่อตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นและลงมือทำจริงในการตอบรับโลกยุคใหม่ ล่าสุดบริษัทฯ ได้เปิดตัว “Muang Thai Flexi Retire Series” แบบประกันบำนาญที่ออกแบบมาให้ยืดหยุ่นสูง เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนการเกษียณได้ตามไลฟ์สไตล์ของตนเอง ควบคู่ไปกับการผนึกกำลังร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรด้านการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะพักฟื้น (Senior Living และ Nursing Home) ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบการดูแลที่ครบวงจรตั้งแต่การวางแผนทางการเงินไปจนถึงการบริการด้านสุขภาพ ตอกย้ำจุดยืนในการเป็นพันธมิตรที่ช่วยดูแลลูกค้าตลอดช่วงชีวิต และตอบโจทย์การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity is a Trend) โดย “Muang Thai Flexi Retire Series” ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ของแบบประกันบำนาญ ที่ถูกยกระดับให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และถูกออกแบบให้เป็นหนึ่งในตัวช่วยวางแผนอนาคตเพื่อชีวิตที่ยืนยาวได้เป็นอย่างดี เลือกได้ว่าจะจ่ายเบี้ยประกันแบบไหน จ่ายครั้งเดียว จ่ายสั้น 5 ปี หรือจ่ายสบาย ๆ จนถึงอายุที่กำหนดครบอายุ 55 60…
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนที่ 2 จากขวา) ร่วมกับ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดย รศ. ดร.นพธนิษฐ์ โชติสาร รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์และการดิจิทัล (คนที่ 2 จากซ้าย) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา ผ่านกิจกรรมที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการกับประสบการณ์การทำงานจริง โดยมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ณ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพและเตรียมความพร้อมของนักศึกษาให้มีความรู้และจะช่วยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้นำองค์ความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ตลอดจนเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานในอนาคต ซึ่งทักษะดังกล่าวสอดคล้องกับความต้องการของทั้งภาคการศึกษาและภาคธุรกิจ พร้อมทั้งส่งเสริมความร่วมมือเชิงลึก เพื่อสร้างโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างองค์ความรู้ในห้องเรียนกับการประยุกต์ใช้ในการทำงานจริง ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมและโครงการที่หลากหลาย อาทิ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ โครงการนักศึกษาฝึกงาน (Internship Program) การจัดกิจกรรมศึกษาดูงานในสถานประกอบการจริง (Company Visit) หลักสูตร “Climate & Biodiversity Program” ที่พัฒนาโดย AXA Climate School การเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญในภาคธุรกิจ รวมถึงการร่วมพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน ตลอดจนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านเกม การแข่งขันและกิจกรรมสร้างสรรค์รูปแบบต่าง ๆ
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุด “THE BEST CEO 2026” จากเวที DAILYNEWS TOP CEO 2026 นับเป็นการได้รับรางวัล THE BEST CEO ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ตั้งแต่ปี 2024–2026 จากการพิจารณาของกองบรรณาธิการเดลินิวส์ ซึ่งพิจารณาผู้นำองค์กรจากผลงานด้านการบริหารธุรกิจ วิสัยทัศน์ นวัตกรรม และการสร้างคุณประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม นโยบายการดำเนินงานที่ผ่านมา นายสาระ นำเมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้าเติบโตอย่างแข็งแกร่งท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร โดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทาง นวัตกรรม และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้ธุรกิจประกันชีวิตสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้คนได้มากกว่าการให้ความคุ้มครอง หนึ่งในเรื่องที่ นายสาระ ให้ความสำคัญ คือ Longevity หรือการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ เพราะเมื่อคนไทยมีอายุยืนขึ้น การวางแผนชีวิตก็ต้องมองไกลกว่าเดิม ทั้งการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงได้นาน การเตรียมพร้อมรับค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล และการมีเงินเพียงพอสำหรับชีวิตหลังเกษียณ เพื่อให้ช่วงชีวิตที่ยาวขึ้นเป็นช่วงเวลาที่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและในแบบที่ต้องการ แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดสู่การดำเนินงานของเมืองไทยประกันชีวิต ผ่านการเชื่อมโยง Lifespan – Healthspan – Wealthspan เข้าด้วยกัน โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเครือข่ายด้านสุขภาพที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่การป้องกัน การรักษา การฟื้นฟู ไปจนถึงการดูแลระยะยาว ควบคู่กับการสร้างทางเลือกด้านความคุ้มครอง การออม และรายได้หลังเกษียณ เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนชีวิตได้อย่างเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย นายสาระ ล่ำซำ กล่าวว่า “การได้รับรางวัล THE BEST CEO ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นกำลังใจให้ผมและคนเมืองไทยประกันชีวิตเดินหน้าพัฒนาองค์กรต่อไป โลกวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก ความต้องการและการใช้ชีวิตของลูกค้าก็เปลี่ยนตาม สิ่งที่เราต้องคิดจึงไม่ใช่เพียงว่าจะสร้างความคุ้มครองอย่างไร แต่ต้องมองไปถึงว่า เราจะช่วยให้ลูกค้าใช้ชีวิตที่ยืนยาวขึ้นอย่างมีคุณภาพได้อย่างไร” “สำหรับผม Longevity ไม่ได้หมายถึงแค่การมีอายุยืนขึ้น แต่คือการมีชีวิตที่ยืนยาวพร้อมกับสุขภาพที่ดีและความพร้อมทางการเงิน เมืองไทยประกันชีวิตจึงต้องมองไปข้างหน้าและเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ ทั้งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และระบบการดูแล เพื่อให้เราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ตลอดช่วงชีวิต” เวที…
กรุงเทพประกันชีวิต ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับงานบริการลูกค้า คว้า 2 รางวัลจากเวที TCCTA Contact Center Awards 2026 จัดโดย สมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย (TCCTA: Thai Contact Center Trade Association) ได้แก่ รางวัล The Best Employee Engagement Contact Center ระดับ Silver และรางวัล The Best Contact Center Supervisor ดีเด่น ประเภท Tele-Service สะท้อนความสำเร็จด้านการพัฒนาบุคลากร การสร้างการมีส่วนร่วมของพนักงาน และการเสริมศักยภาพผู้นำทีม เพื่อส่งมอบบริการที่มีคุณภาพและความใส่ใจให้แก่ลูกค้าในทุกการติดต่อ นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการดูแลลูกค้าให้ดีที่สุด เริ่มต้นจากการดูแลและสร้างความพร้อมให้กับคนของเรา เมื่อพนักงานรู้สึกมีคุณค่า มีส่วนร่วม และได้รับโอกาสในการพัฒนา พวกเขาจะสามารถส่งต่อความใส่ใจไปยังลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ รางวัลทั้งสองนี้จึงไม่เพียงเป็นความภาคภูมิใจของทีม Contact Center แต่ยังสะท้อนความตั้งใจของกรุงเทพประกันชีวิตในการพัฒนาคน ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง” รางวัลดังกล่าวได้รับการยอมรับจาก สมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย (Thai Contact Center Trade Association: TCCTA) ซึ่งมีบทบาทในการส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านคอนแทคเซ็นเตอร์ของประเทศไทย ความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความพร้อมของกรุงเทพประกันชีวิตในการพัฒนางานบริการให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับความเข้าใจและความใส่ใจในความต้องการของลูกค้า กรุงเทพประกันชีวิตเชื่อว่า “ประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า เริ่มต้นจากประสบการณ์ที่ดีของพนักงาน” บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปิดโอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วม พร้อมสนับสนุนการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พนักงานสามารถนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจลูกค้ามาประยุกต์ใช้ในการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพรางวัล The Best Employee Engagement Contact Center ระดับ Silver แสดงให้เห็นถึงแนวทางการบริหารทีม Contact Center ที่มุ่งสร้างความผูกพันและพลังการมีส่วนร่วมภายในองค์กร ขณะที่รางวัล The Best Contact Center Supervisor ดีเด่น…
กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) จัดงาน KBTG Techtopia ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “Human of Tomorrow” เปิดเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและอนาคตของมนุษย์ในยุค AI ผ่านมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 80 คนจากทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และวงการเทคโนโลยี บน 3 เวทีหลัก ที่ครอบคลุมทุกแง่มุมของการทำงานและการใช้ชีวิตในโลกยุคใหม่ รวมถึงกิจกรรมหลากหลายที่มุ่งเสริมศักยภาพและเตรียมความพร้อมให้บุคคลและองค์กรรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต นางวรนุช เดชะไกศยะ Executive Chairman กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า KBTG จัดงาน KBTG Techtopia ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ภายใต้แนวคิด “Human of Tomorrow” รวบรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 80 คนจากหลากหลายภาคส่วนมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI และบทบาทของมนุษย์ในอนาคต ผ่านเวทีเสวนา 3 เวทีหลักและกิจกรรมที่ออกแบบเพื่อเสริมศักยภาพให้บุคคลและองค์กรพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ โดยในปัจจุบัน AI ได้ก้าวจากการเป็นเพียงเครื่องมือสู่การเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานและชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะ Agentic AI ที่สามารถตัดสินใจและดำเนินงานบางอย่างได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ดี KBTG เชื่อว่า ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยี คุณค่าและศักยภาพของมนุษย์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการกำหนดทิศทางของอนาคต ภายใต้แนวคิด Human-First x AI-First ที่องค์กรยึดถือมาโดยตลอด ภายในงาน KBTG Techtopia: Human of Tomorrow มีการถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับการปรับตัวของมนุษย์ในยุค AI ผ่าน 6 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) ยุคสมัยแห่งการเลือก (The New Reality) การแข่งขันกับตัวเองในอดีตผ่านการเปิดรับความรู้และเครื่องมือใหม่ ๆ 2) กฎเหล็ก AI (The AI-Driven…
ธนาคารกสิกรไทยออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 มูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านสาขาฮ่องกง โดยธุรกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการบริหารโครงสร้างเงินกองทุนของธนาคารให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาวะแวดล้อมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง นายจงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารเงินกองทุนตามแผนระยะยาวของธนาคาร โดยหุ้นกู้มีอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 6.278% ต่อปี และธนาคารมีสิทธิไถ่ถอนก่อนกำหนดเมื่อครบ 5 ปี ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นที่จะดำรงเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ควบคู่กับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีวินัย เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง หุ้นกู้ดังกล่าวออกโดยธนาคารกสิกรไทย สาขาฮ่องกง ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ Ba1 จาก Moody’s และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ โดยมี BNP Paribas, Citigroup, J.P. Morgan และ Standard Chartered Bank ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม การเสนอขายครั้งนี้ ได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนสถาบันต่างประเทศ โดยยอดจองซื้อสูงสุดประมาณ 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทั้งนักลงทุนสถาบันชั้นนำและนักลงทุนสถาบันรายใหม่ อาทิ กองทุนความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งช่วยขยายฐานนักลงทุนต่างประเทศของธนาคารให้กว้างขึ้น โดยเมื่อจำแนกนักลงทุนตามภูมิภาค กว่าร้อยละ 60 จัดสรรให้แก่นักลงทุนในเอเชีย ส่วนที่เหลือเป็นการจัดสรรให้แก่นักลงทุนจากภูมิภาคอื่น เช่น ยุโรป ซึ่งความสำเร็จในการดำเนินการครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศที่มีต่อธนาคาร และแนวทางการบริหารเงินกองทุนอย่างมีวินัย อีกทั้งยังสนับสนุนการบริหารโครงสร้างเงินกองทุนของธนาคารอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ชุดเดิมจะไถ่ถอนในเดือนตุลาคม 2569 Disclaimer ข้อความในเอกสารนี้ ไม่เป็นการเสนอซื้อหรือขาย หรือชักชวนให้มีการเสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ใดๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตราสารของธนาคารดังกล่าวข้างต้น ไม่ได้จดทะเบียนภายใต้กฎหมาย Securities Act ปี ค.ศ. 1933 (รวมถึงที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ของประเทศสหรัฐอเมริกา และไม่อาจเสนอขายหรือขายในประเทศสหรัฐอเมริกา เว้นแต่จะมีการจดทะเบียน หรือเข้าข้อยกเว้น ว่าไม่ต้องจดทะเบียนตามกฎหมาย Securities Act ปี ค.ศ. 1933 (รวมถึงที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ของประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ธนาคารไม่มีความประสงค์จะจดทะเบียนส่วนหนึ่งส่วนใดของการเสนอขายตราสารดังกล่าวในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือทำการเสนอขายตราสารให้แก่ประชาชนในประเทศสหรัฐอเมริกา เอกสารนี้มิใช่เอกสารที่เป็นการชี้ชวนหรือทำ ขึ้นเพื่อการเสนอขายตราสาร หุ้นกู้หรือหลักทรัพย์ในประเทศไทย หรือในประเทศใด…
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) คว้า เกียรติบัตร “ผู้ชำระภาษีดีเด่น” ประเภทภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จากเทศบาลนครนนทบุรี ประจำปี 2569 ตอกย้ำมาตรฐานการดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก ธรรมาภิบาล และความมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการมีส่วนร่วมสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ โครงการมอบโล่รางวัลผู้ชำระภาษีดีเด่น ของเทศบาลนครนนทบุรี ซึ่งพิจารณาคัดเลือกผู้ชำระภาษีตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อยกย่องหน่วยงานและองค์กรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้านภาษีอย่างเหมาะสมและมีส่วนร่วมต่อการพัฒนาพื้นที่ โดยศุภาลัยได้รับการคัดเลือกให้รับ เกียรติบัตรผู้ชำระภาษีดีเด่น ประเภทภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ประจำปี 2569 โดยมี นางสาวสิรีภัทร์ อริยพิสิทธิ์ เป็นผู้แทนบริษัทฯ เข้ารับมอบ ณ ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานเทศบาลนครนนทบุรี สำหรับศุภาลัย การบริหารจัดการที่ดินและทรัพย์สินถือเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่การพัฒนาที่ดิน การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ไปจนถึงการดูแลทรัพย์สินในแต่ละพื้นที่ บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับระบบบริหารจัดการภายในที่มีประสิทธิภาพ ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับข้อกำหนดของภาครัฐและท้องถิ่น เพื่อให้การดำเนินงานในทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างโปร่งใสและมีมาตรฐาน การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งการยืนยันถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจของศุภาลัย ที่มุ่งสร้างการเติบโตควบคู่กับการกำกับดูแลกิจการที่ดี และการสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นแก่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น คู่ค้า ชุมชน และสังคมในระยะยาว
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พร้อมผู้บริหารธนาคาร และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา ชุมชน ร่วมเปิดนิทรรศการแสดงผลงานการออกแบบ “ป่าชุมชนหลากสี” ที่ได้รับรางวัลภายใต้โครงการ “Bualuang Save the Earth : รักษ์ป่าถ้ำเสือ” พร้อมถ่ายทอดแนวคิดและแนวทางการพัฒนาป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ผสานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การฟื้นฟูระบบนิเวศ และการสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างสมดุลจากผู้บริหารธนาคารและผู้ชนะการประกวด โดยภายในบูธนิทรรศการแบ่งเป็น 2 โซน ได้แก่ โซนจัดแสดงผลงานทีมผู้ที่ได้รับรางวัล และโซนกิจกรรมสำรวจป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ ซึ่งประกอบด้วยโมเดลต้นไม้ขนาดใหญ่ และบอร์ดแสดงเรื่องราวความหลากหลายของป่าชุมชนบ้านถ้ำเสือ สามารถเข้าร่วมชมบูธนิทรรศนิทรรศการแสดงผลงานการออกแบบ “ป่าชุมชนหลากสี” ได้ตั้งแต่วันนี้-15 ตุลาคม 2569 เวลา 9.00-16.00 น. ณ Banking Hall ชั้น G ฝั่งซอยสุรเสนา ธนาคารกรุงเทพ อาคารสำนักงานใหญ่ สีลม
