บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SiS เตรียมจัดงานแสดงเทคโนโลยีระดับภูมิภาค “SiS Technology Showcase 2025 – Chiang Mai” อย่างยิ่งใหญ่ในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 เวลา 08:30 – 16:30 น. ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติ คุ้มคำ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเปิดเวทีแห่งการเชื่อมโยงความรู้ เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการในภาคเหนืออย่างใกล้ชิด พร้อมยกทัพนวัตกรรมจากกว่า 80 แบรนด์ชั้นนำระดับโลกร่วมจัดแสดงภายในงาน ในปี 2025 นี้ SiS ยังคงเดินหน้ายุทธศาสตร์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับภูมิภาคผ่านการจัดงานเทคโนโลยีในหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ โดยภาคเหนือถือเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพการเติบโตสูง ทั้งในด้านอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และ Startup Ecosystem ที่แข็งแกร่ง งานครั้งนี้จึงมุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมสามารถ จับ–ดู–คุย–ลอง เทคโนโลยีจริง พร้อมรับแรงบันดาลใจและแนวทางประยุกต์ใช้ในธุรกิจ ภายในงานพบกับเทรนด์เทคโนโลยีสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมโลกธุรกิจ อาทิ Cloud, AI, Cybersecurity, IIoT, Network, Solar Energy และโซลูชันด้าน Digital Transformation อีกมากมาย รวมถึงกิจกรรมเสวนาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมไขทุกเทรนด์ที่องค์กรยุคใหม่ต้องรู้ ตลอดจนโอกาสในการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และกิจกรรมพิเศษลุ้นรับของรางวัลภายในงาน คุณสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของการจัดงานครั้งนี้ว่า “เทคโนโลยีไม่ควรจำกัดอยู่แค่ในเมืองใหญ่ SiS จึงมุ่งมั่นเป็นสะพานเชื่อมต่อเทคโนโลยีระดับโลกสู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เราไม่ได้เป็นเพียงผู้จำหน่ายสินค้าไอที คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ หรือโซลูชันคลาวด์เท่านั้น แต่คือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตไปกับเทคโนโลยีอย่างมั่นคงและยั่งยืน” “เชียงใหม่ถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของภาคเหนือที่มีความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานและบุคลากร งาน SiS Technology Showcase 2025 – Chiang Mai จึงเป็นเวทีสำคัญที่เรานำโซลูชันและไอเดียใหม่ ๆ มาเปิดให้สัมผัสจริง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้มากกว่าแค่ความรู้ แต่กลับไปพร้อมความเข้าใจ และ…
Author: staff
บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ประเมินทิศทางธุรกิจครึ่งหลังปี 68 มีแนวโน้มสดใส รับอานิสงส์ยอดขายไก่-สุกร มีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง ทั้งราคาสุกรอยู่ในระดับสูง ขณะที่ต้นทุนอาหารสัตว์มีแนวโน้มลดลง ล่าสุดเดินหน้าขยายร้านค้าปลีก “ไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต” เพิ่มเป็น 600 แห่ง เสริมทัพช่องทางการจำหน่าย มั่นใจดันรายได้ปีนี้โต 10-15% ทำสถิติสูงสุดใหม่ตามเป้า นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (TFG) เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ว่ามีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก จากปัจจัยหนุนด้านยอดขายไก่และสุกรมีสัญญาณการเติบโตดี โดยราคาสุกรยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงได้รับผลบวกด้านต้นทุนวัตถุดิบที่มีแนวโน้มลดลง สำหรับการส่งออกเนื้อไก่ดิบในปีนี้จะมีปริมาณการส่งออก new high โดยเฉพาะในตลาดสหภาพยุโรป และจีน คาดว่าจะสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มีแผนบริหารจัดการต้นทุนที่ดี มีการเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยง และบริหารจัดการระบบคลังสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ ได้เดินหน้าขยายเครือข่ายร้านค้าปลีก “ไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต” เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศมากขึ้น โดยมีเป้าหมายจะเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 600 แห่งภายในปี 2568 จากไตรมาส 1/68 มีจำนวน 430 สาขา รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความสด สะดวก และเข้าถึงง่าย และเพิ่มอัตรากำไร (มาร์จิ้น) ของธุรกิจในภาพรวม สนับสนุนผลการดำเนินงานเติบโตอย่าง มั่นคงและยั่งยืน “ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตดีจากยอดขายไก่และสุกรที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ที่สำคัญราคาสุกรยังอยู่ในระดับสูง บวกกับการขยายสาขา ไทยฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต (Retail Shop) ให้ได้ครบจำนวน 600 สาขาในปีนี้ ทำให้มั่นใจว่าจะสนับสนุนรายได้รวมทั้งปีให้เติบโต 10-15% จากปีก่อน ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องได้ตามเป้าหมาย” นายเพชร กล่าวในที่สุด
ปตท.สผ. เผยความคืบหน้าการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2568 ประสบความสำเร็จในการขยายการลงทุนเพิ่มเติมในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ทั้งในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) โอมาน และแอลจีเรีย สร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยังสามารถนำส่งรายได้จากการดำเนินธุรกิจให้กับรัฐ เพื่อการพัฒนาประเทศกว่า 30,200 ล้านบาท พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.10 บาทต่อหุ้น นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยผลการดำเนินงานในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2568 ว่าบริษัทมีความก้าวหน้า ในการขยายธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โดยชนะการประมูลแปลงสัมปทานเร็กเกนเน่ ทู (Reggane II) ในประเทศแอลจีเรีย ร่วมกับบริษัท Eni Algeria Exploration B.V. และได้ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิตเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งสัญญาจะมีผลเสร็จสมบูรณ์เมื่อมีประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลแอลจีเรีย ปตท.สผ. ถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 34 โดยมีการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติแล้ว และยังมีพื้นที่ที่มีศักยภาพในการสำรวจเพิ่มเติม อีกทั้ง แปลงเร็กเกนเน่ ทู ยังตั้งอยู่ใกล้โครงการแอลจีเรีย ทูอัท (Algeria Touat Project) ซึ่งเป็นโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติที่ ปตท.สผ. ได้ประกาศเข้าลงทุนไปก่อนหน้านี้ จึงสามารถสร้างความต่อเนื่องเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนา และการบริหารจัดการแหล่งก๊าซธรรมชาติร่วมกันได้ สำหรับในภูมิภาคตะวันออกกลาง ปตท.สผ. ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงขยายอายุสัญญาแบ่งปันผลผลิตในโครงการโอมาน แปลง 53 ไปจนถึงปี 2593 นอกจากนี้ ยังได้รับอนุมัติแผนพัฒนาโครงการและสัญญาสัมปทานผลิตปิโตรเลียมของโครงการอาบูดาบี ออฟชอร์ 2 จากหน่วยงานของรัฐอาบูดาบีในยูเออี หลังจากที่ประสบความสําเร็จในการค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) สำหรับผลประกอบการในรอบ 6 เดือนแรกของปี 2568 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 148,531 ล้านบาท (เทียบเท่า 4,431 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (สรอ.)) มีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยอยู่ที่ 494,552 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี 2567 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากโครงการ G1/61 ที่เพิ่มอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติในเดือนมีนาคม 2567 และโครงการมาเลเซีย แปลงเค ที่มีการขายน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น…
บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อยที่มีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วไทย ประสบความสำเร็จอย่างสูง ปิดดีลหุ้นกู้ 4 รุ่น วงเงินรวม 5,000 ล้านบาทอย่างรวดเร็ว โดยนักลงทุนสถาบันและสหกรณ์ให้การตอบรับท้วมท้น สนใจจองซื้อเกินยอดจัดสรรกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อศักยภาพการเติบโตและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท เหมาะเป็นทางเลือกในการลงทุนที่มั่นคง นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการกลยุทธ์องค์กร บมจ. ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “บริษัทฯประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเสนอขายหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ครั้งที่ 2/2568 ให้แก่ประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน โดยมีให้เลือกลงทุน 4 รุ่น ด้วยอันดับความเชื่อถือ A-(tha) และแนวโน้ม Stable จากฟิทช์ เรทติ้ง ซึ่งมีกระแสตอบรับดีเยี่ยมจากนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันและสหกรณ์ ทำให้ปิดดีลการเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาทได้อย่างรวดเร็ว พร้อมมียอดจองเกินจำนวนที่จัดสรรกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในหุ้นกู้และศักยภาพการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่งของ SAWAD “แม้เศรษฐกิจจะยังชะลอ แต่ในไตรมาส 1 ปี 2568 แต่บริษัทฯยังคงรักษาประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและคุณภาพพอร์ตสินเชื่อได้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง ซึ่งต้องขอขอบคุณที่นักลงทุนให้ความสนใจจองซื้อหุ้นกู้ SAWAD ทั้ง 4 รุ่นอย่างท้วมท้น ตอกย้ำการเป็นทางเลือกในการลงทุนที่มั่นคง ในสถานการณ์ที่การลงทุนมีความผันผวน และขอขอบคุณสถาบันการเงินและบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ ในฐานะผู้จัดการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ทำให้การเสนอขายหุ้นกู้ประสบความสำเร็จอย่างราบรื่น ทั้งนี้ บริษัทฯมีแผนจะนำเงินไปชำระหุ้นกู้ที่ครบกำหนด และซื้อทรัพย์สิน ลงทุน หรือเป็นเงินค่าใช้จ่ายในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ” หุ้นกู้ SAWAD เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 22-24 กรกฎาคม 2568 รองรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนทั้งระยะสั้นระยะกลางและระยะยาว สอดคล้องกับความต้องการจัดสรรเงินตามระยะเวลาที่แตกต่างของนักลงทุน ด้วยผลตอบแทนที่น่าสนใจ จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน และอายุหุ้นกู้ที่หลากหลาย แบ่งออกเป็น 4 รุ่น ดังนี้ · หุ้นกู้รุ่นที่ 1 อายุ 2 ปี 4 เดือน 4 วัน ครบกำหนดปี 2570 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.60% ต่อปี · หุ้นกู้รุ่นที่ 2 อายุ 3 ปี 1 เดือน 24 วัน ครบกำหนดปี 2571 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.80% ต่อปี · หุ้นกู้รุ่นที่ 3 อายุ 5 ปี ครบกำหนดปี 2573 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4.10% ต่อปี · หุ้นกู้รุ่นที่ 4 อายุ 7 ปี ครบกำหนดปี 2575 อัตราดอกเบี้้ยคงที่ 4.30% ต่อปี “SAWAD ยังคงมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง รวมถึงการสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนได้เสียในทุกส่วน โดยยึดมั่นเสมอมาในการให้บริการสินเชื่อที่โปร่งใสและเป็นธรรมแก่ลูกค้าทั่วประเทศ ภายใต้วิสัยทัศน์ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ มั่นใจ ถูกต้อง โปร่งใสตามกฎหมาย พร้อมเติบโตคู่ชาวไทย” นางสาวธิดา กล่าว
จากแนวโน้มการเติบโตของผู้ประกอบการหญิงไทยที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านอัตราการเริ่มต้นธุรกิจที่สูงกว่าผู้ชาย 1.1 เท่า และความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง โดยร้อยละ 83 มั่นใจว่าธุรกิจจะเติบโตในอีก 5 ปีข้างหน้า ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยจึงเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการหญิงผ่านโครงการ Womenpreneur: Sustainability and Innovation เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืน โครงการนี้ดำเนินการโดย UOB FinLab ร่วมกับ ศูนย์พัฒนาผู้ประกอบการและผู้บริหารระดับสูง (CEED) โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยผู้ประกอบการหญิงก้าวข้ามอุปสรรค ทั้งด้านการเข้าถึงแหล่งทุน การวางแผนธุรกิจ และการขาดเครือข่าย ผ่านการอบรมระยะเวลา 3 เดือน ผู้เข้าร่วมจาก 25 บริษัทได้ร่วมกันสรุปองค์ความรู้สำคัญออกมาเป็น 3 กุญแจสู่ความสำเร็จ ได้แก่: กรอบแนวคิด PAEI: เสริมศักยภาพองค์กรอย่างสมดุล แนวคิด PAEI ประกอบด้วย 4 บทบาทสำคัญในการบริหารองค์กร ได้แก่: Producer (P): มุ่งเน้นผลลัพธ์และประสิทธิภาพ Administrator (A): จัดการระบบและกระบวนการ Entrepreneur (E): สร้างสรรค์และวางกลยุทธ์ Integrator (I): สร้างความร่วมมือและความสัมพันธ์ในทีม ตัวอย่างบริษัทที่นำแนวคิดนี้ไปใช้ ได้แก่ พี.เจ.การ์เม้นท์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตเสื้อผ้ายูนิฟอร์มปรับโครงสร้างองค์กรใหม่เพื่อขยายธุรกิจสู่ระดับพันล้าน และแอมเฮลท์ เอเชีย เจ้าของแบรนด์ PETCHPLOY ในแวดวงแฟชั่นและสุขภาพ พัฒนาโครงสร้างทีมเพื่อเพิ่มความพึงพอใจของพนักงานและเตรียมขยายพอร์ตสินค้า New S-Curve: สร้างคลื่นการเติบโตใหม่ ในยุคที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ผู้ประกอบการต้องกล้าคิด กล้าทำ และเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ตัวอย่างเช่น คิสออฟบิวตี้ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว พลิกกลยุทธ์ธุรกิจด้วยแนวคิด New S-Curve ลงทุนด้าน R&D เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ anti-aging สำหรับตลาด mass พร้อมตั้งเป้าเพิ่มยอดขาย 35% Connection & Inspiration: เครือข่ายและแรงบันดาลใจ การเชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการหญิงช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ และแรงผลักดันในการเติบโต เช่น 360…
ธนาคารกสิกรไทยได้รับรางวัล ASEAN Top 50 Publicly Listed Companies โดยเป็น 1 ใน 50 บริษัทจดทะเบียนที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดีในภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2567 จากโครงการ ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ส่งเสริมและสร้างมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการให้ทัดเทียมระดับสากล และเป็นที่ยอมรับจากผู้ลงทุนนานาประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นของธนาคารกสิกรไทยในการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีจริยธรรม และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม โดยมุ่งเน้นการรักษามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนร่วมกับการสร้างให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร จากการประกาศผลรางวัลในเวที ASEAN Corporate Governance Conference and Awards 2025 ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ASEAN Capital Markets Forum (ACMF) และธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเร็ว ๆ นี้
นายเกรียงไกร กัลหะรัตน์ รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารธนาคาร ร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อร่วมแสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดีและพลังของแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระยุคลบาท เพื่อประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ณ ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568
เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๘ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดย นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กรรมการ บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) และนายกกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) นำคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการธนาคาร ทูลเกล้า ฯ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรชัยมงคล เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
เช้าวันนี้ (จันทร์ที่ 28 กรกฎาคม 2568) เวลา 09.00 น. ที่ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง และ อาคารกองกิจการในพระองค์ (สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์) พระที่นั่งอัมพรสถาน นายอมร จันทรสมบูรณ์ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ และนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการธนาคาร นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ นายอภิวัฒน์ ปุณโณปกรณ์ และ นายสุวิทย์ อินทรเฉลิม เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ และ นายชานันท์ โสภณพนิช เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Assistant Vice President บริหารช่องทาง Mobile Banking พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแจกันดอกไม้ และร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล พร้อมทูลเกล้าฯ ถวายเงิน เพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดี และแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง และ อาคารกองกิจการในพระองค์ (สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์) พระที่นั่งอัมพรสถาน./
กสิกรไทยออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา และอุทกภัยในภาคเหนือที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ด้วยมาตรการพักชำระเงินต้น ผ่อนเฉพาะดอกเบี้ยนานสูงสุด 3 เดือน วงเงินสินเชื่อที่กู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้านและสถานประกอบการ และสินเชื่ออื่น ๆ หวังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ลูกค้าฟื้นตัวและเดินหน้าต่อได้อย่างรวดเร็ว นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” ได้ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่ ธนาคารกสิกรไทยตระหนักดีถึงความเดือดร้อนของลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง จึงรีบดำเนินการเร่งด่วนออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและช่วยให้ลูกค้าสามารถพลิกฟื้นกลับสู่สถานการณ์ปกติได้ในเร็ววัน โดยมีรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือดังนี้ มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล 1. สินเชื่อบ้านกสิกรไทย พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน 2. สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน 3. บัตรเครดิตกสิกรไทย สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน 4. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 3 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อนชำระ 3 เดือน มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ 1. วงเงินสินเชื่อเดิม พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน 2. สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ใน 2 ปีแรก โดยให้พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถติดต่อเพื่อเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2568 โดยลูกค้าบุคคลติดต่อได้ที่ K-Contact Center 02-8888888 ลูกค้าธุรกิจติดต่อที่ผู้ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้าหรือ K-BIZ Contact Center 02-8888822…
