โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ เดินหน้าสร้างวัฒนธรรมองค์กรแห่งการบริการที่เป็นเลิศ ผ่านค่านิยมหลัก “Triple C” ได้แก่ Competency (รู้ลึก) ความเชี่ยวชาญและมาตรฐานระดับมืออาชีพ Compassion (รู้ใจ) ความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจผู้ป่วย และ Care (ให้ความสำคัญ) การดูแลที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยมุ่งหวังให้บุคลากรทุกระดับ ทั้งแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และพนักงาน ได้ตระหนักถึงหัวใจของการบริการที่แท้จริง และพร้อมส่งต่อพลังบวกให้กับผู้รับบริการ ด้วยแนวคิด “Have a Good Day” เพื่อให้ทุกวันของผู้ป่วยและบุคลากรทุกคนในโรงพยาบาลเต็มไปด้วยความรู้สึกดี ๆ พญ.เมธินี ไหมแพง ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม 1 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า เราเริ่มแนวคิดนี้มา 2 ปีเพื่อสร้างวัฒนธรรมการบริการให้ดียิ่งขึ้น เพราะการบริการที่ยอดเยี่ยมเริ่มต้นจาก ‘คน’ ที่มีคุณภาพ ทั้งในด้านความรู้ ทัศนคติ และหัวใจ เราเชื่อว่าหากเราทำงานด้วยความรู้ลึก ความเข้าใจ และการใส่ใจ เราจะสามารถสร้าง ‘วันดี ๆ’ ให้กับผู้ป่วยและครอบครัวได้ในทุกวัน ดังนั้น Triple C ไม่ใช่แค่แนวคิดด้านการบริการ แต่เป็นวัฒนธรรมที่เราสร้างร่วมกันในองค์กร ตั้งแต่การดูแลสุขภาพ ไปจนถึงสิ่งแวดล้อมและบรรยากาศการทำงาน ซึ่งทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวันดี ๆ ได้ทุกวัน นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังได้ต่อยอดค่านิยม Triple C หัวใจการดูแลสู่การพัฒนาสภาพแวดล้อมการบริการ ด้วยแนวคิด 3C เพิ่มเติม ได้แก่: Clean (ความสะอาด) Comfortable (ความสะดวกสบาย) และ Confident (ความไว้วางใจและความเป็นส่วนตัว) แนวทางนี้เป็นการวางรากฐานเพื่อยกระดับคุณภาพบริการของโรงพยาบาลให้ครอบคลุมทั้ง “คน” และ “พื้นที่” อย่างเป็นองค์รวม และสะท้อนถึงความตั้งใจในการสร้างความสุข ความเชื่อมั่น และความยั่งยืนให้แก่ผู้ป่วยและบุคลากรภายในองค์กรอย่างแท้จริง ซึ่งในปีนี้ ได้จัดกิจกรรม “Triple C Playground Activity” สนุก สร้างสรรค์และมีความหมาย โดยเปิดพื้นที่ให้บุคลากรได้โชว์พลังความเป็น Triple C ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ…
Author: staff
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย มอบทุนการศึกษาระดับอุดมศึกษา ให้แก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ประจำปี 2568 รุ่นที่ 32 รวมจำนวน 42 ทุน โดยทุนการศึกษาดังกล่าวเป็นทุนให้เปล่าที่รวมถึงค่าเล่าเรียน ค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น ซึ่งบริษัทฯ สนับสนุนทุนการศึกษาต่อเนื่องจนกว่าจะสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ด้วยบริษัทฯ เห็นความสำคัญในการส่งเสริมและสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชน จึงได้จัดโครงการนักเรียนทุนมูลนิธิกรุงเทพประกันภัยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2537 จนถึงปัจจุบัน โดยบริษัทฯ ได้มอบทุนการศึกษาไปแล้วรวมทั้งสิ้นจำนวน 851 ทุน เป็นเงินทุนทั้งสิ้น 191,075,228 บาท ณ วัดดอยธรรมเจดีย์ จังหวัดสกลนคร เมื่อเร็วๆ นี้
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมดิจิทัล “DigitalX Incubation Center” เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพด้านดิจิทัลของพนักงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยการให้คำปรึกษา สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล (Digital Solutions) การจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น การใช้ Generative AI, Power BI และ Automation ตลอดจนเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อการพัฒนาและต่อยอดการใช้งาน โดย DigitalX Incubation Center เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ DigitalX ซึ่ง ปตท.สผ. ริเริ่มขึ้นเพื่อขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และส่งเสริมให้พนักงานนำเครื่องมือดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้กับประเทศ
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย ให้การส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง โดยนายอธิวรุตม์ ดลจิรพิสิฐ ผู้จัดการสาขามุกดาหาร ธุรกิจสาขา และนายเชาวฤทธิ์ นนท์คำวงค์ รองผู้จัดการมูลนิธิกรุงเทพประกันภัย เป็นผู้แทนบริษัทฯ ร่วมมอบเตียงผู้ป่วย จำนวน 25 เตียง และเครื่อง Focused Shockwave Therapy ซึ่งเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการปวดเรื้อรัง รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,875,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลสกลนคร โดยมีนาวาโทขชล ศรียายาง รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงพยาบาลสกลนคร เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมด้านสาธารณสุขมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วย ส่งเสริมการเข้าถึงบริการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) รุดขับเคลื่อนกลยุทธ์ Energy Symphonics เดินหน้าธุรกิจระบบกักเก็บพลังงาน หรือ BESS (Battery Energy Storage System) ในพอร์ต Renewables+ เพื่อส่งต่อพลังงานเสถียรและสะอาด ที่สร้างกระแสเงินสด รองรับความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงจากการเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ทำให้จำนวนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ทั่วโลกเติบโตอย่างต่อเนื่อง นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนบทบาท “ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย” ที่ไม่เพียงมุ่งลดคาร์บอนจากธุรกิจพลังงานบนเส้นทางสู่ Net Zero แต่มองเห็นโอกาสและจุดแข็งของพลังงานประเภทต่าง ๆ เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสีย ด้วยหลักความสมดุลและยั่งยืน นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บ้านปูเน้นการลงทุนในธุรกิจที่สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 โดยเฉพาะระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) ซึ่งกำลังกลายเป็น Gamechanger (ตัวแปรสำคัญ) ที่หลายประเทศนำมาใช้รองรับธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและสร้างความมั่นคงให้ระบบไฟฟ้า ต่อยอดด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาบริหารจัดการพลังงาน ทั้งการกักเก็บและจ่ายไฟให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เราจึงขยายการลงทุนในแบตเตอรี่ฟาร์มในประเทศยุทธศาสตร์ เช่น ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ที่มีทั้งนโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาดที่ชัดเจนและมีตลาดไฟฟ้าเสรีที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจ เราเชื่อมั่นว่านี่คือโอกาสสำคัญในการสร้างการเติบโต และเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว” ไตรมาสที่ผ่านมา ธุรกิจ BESS จาก 2 ประเทศยุทธศาสตร์ของบ้านปูมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการพัฒนาโครงการระบบกักเก็บพลังงาน Kamigumi-Tokyo BESS ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง Banpu Japan K.K. กับ Kamigumi Co., Ltd. บริษัทขนส่งและโลจิสติกส์สัญชาติญี่ปุ่น การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการ Tono BESS กำลังการผลิต 58 เมกะวัตต์ชั่วโมงในจังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นโครงการระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่แห่งแรกของบ้านปู เน็กซ์ และการลงนามในสัญญาร่วมพัฒนาโครงการระบบกักเก็บพลังงานวูรีน (Wooreen Energy Storage System: WESS) ในออสเตรเลีย โดยบริษัทย่อยของบ้านปู Banpu Energy Australia…
บริษัท เทคโนเมดิคัล จำกัด (มหาชน) หรือ TM โดย ดร.สุนทรี จรรโลงบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แนะนำรถเข็นวีลแชร์ สำหรับผู้ป่วยและผู้สูงอายุ รุ่น AR-200B เป็นรถเข็นประเภทล้อใหญ่ สามารถเข็นเองได้ ออกแบบให้มีที่พักเท้า สามารถปรับระดับได้ รับน้ำหนักได้มากถึง 130 Kg เพราะโครงสร้างทำจากอลูมิเนียม มีความแข็งแรง และน้ำหนักเบา มีให้เลือก 2 ขนาด คือ ขนาด M กว้าง 40 นิ้ว น้ำหนักเพียง 16.7 ก.ก. และขนาด L กว้าง 46 นิ้ว น้ำเพียง 17.1 ก.ก. ทำให้มีความสะดวกในการพกพา ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย และใช้พื้นที่ในการจัดเก็บน้อย ล้อหน้าและหลังเป็นยางตัน ไม่ต้องสูบลม มีเบรกล็อคล้อสองข้างและเบรกมือระบบ Drum Brake สำหรับที่นั่งเป็นเบาะไวนิล ทำความสะอาดง่าย
นางสาววชิรวรรณ แย้มศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการปฏิบัติการ บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) หรือ SABINA ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ซาบีน่า” รับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน ประเภทคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก โดย SABINA ได้รับการรับรองฉลากดังกล่าวต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความตั้งใจในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ทั้งนี้ SABINA มีเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) เพื่อร่วมรักษาอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5°C ตามเป้าหมายของประชาคมโลก
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และผู้บริหารกลุ่มบริษัทบางจาก พร้อมด้วย ดร. เคตะ โอโนะ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาระบบนิเวศน์นวัตกรรม KX – Knowledge Xchange ศูนย์นวัตกรรมแห่งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมต้อนรับผู้เข้าร่วมโครงการสตาร์ตอัป 10 ทีมด้านพลังงานและความยั่งยืน ลงสนามสร้างสรรค์นวัตกรรมพลังงานแห่งอนาคต ในกิจกรรมเปิดตัวโครงการ “TECHBITE ENERGY by Bangchak Group & KX” ณ สำนักงานใหญ่บริษัท บางจากฯ อาคารเอ็มทาวเวอร์ TECHBITE ENERGY by Bangchak Group & KX คือ โครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพด้านพลังงานและความยั่งยืน ที่เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มบริษัทบางจากและ KX Knowledge Xchange ที่มาร่วมกันสร้างสรรค์ระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมพลังงาน พัฒนาแพลตฟอร์มนวัตกรรมด้านพลังงานสะอาดและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ผ่านการพัฒนาแนวคิดร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ การทดสอบต้นแบบภาคสนาม และต่อยอดสู่การใช้งานจริง นายชัยวัฒน์ ได้ให้แนวคิดสำคัญแก่ผู้ร่วมโครงการว่า “การเป็นสตาร์ตอัปเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือ เราต้องกล้าคิดต่าง ลองคิด ลองดู ลองทำ และไม่กลัวความผิดพลาด เพราะทุกความผิดพลาดคือการเรียนรู้และประสบการณ์ที่มีค่า” พร้อมย้ำว่าสิ่งสำคัญของการทำสตาร์ตอัป ไม่จำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีสุดล้ำเสมอไป แต่ต้องสามารถพัฒนาให้แข่งขันได้ ต่อยอดได้ และนำไปสู่การใช้งานจริง นอกจากนี้ การมุ่งทำแอปพลิเคชันที่ได้ผลเร็ว (quick wins) โดยไม่มีเป้าหมายที่ยั่งยืน อาจทำให้อยู่ได้เพียงชั่วคราว ดังนั้นจึงควรเน้นการสร้างธุรกิจที่ตอบโจทย์จริง ใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่สำคัญคือการ scale up และต่อยอดเชิงพาณิชย์ขยายการเติบโตได้จริง จึงจะนับว่าประสบความสำเร็จ นางนฤพรรณ สุธรรมเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และพัฒนาธุรกิจใหม่ กลุ่มบริษัทบางจาก กล่าวว่า “โครงการ TECHBITE ENERGY by Bangchak Group & KX นับเป็นหนึ่งในเวทีสำคัญในการเฟ้นหาและพัฒนาแนวคิดด้านพลังงานสะอาด ตลอดจนส่งเสริมเศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำให้เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรม โดยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจใหม่ด้านพลังงานและความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มบริษัทบางจาก ที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนใน…
NUT เผยทิศทางครึ่งปีหลัง 2568 เดินหน้าแผนขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ดันสัดส่วนการขายช่องทางออนไลน์ในระดับ 75.7% เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ ”Abalone Collagen Peptide plus Undenatured Type II” และ “Real Collagen Plus Ceramide From Rice Extract” ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ เพิ่มโอกาสความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศทุกรูปแบบ ด้านภาพรวมอุตสาหกรรมสุขภาพมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง นายภาคิณ กิตติภานุวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นูทริชั่น โปรเฟส จำกัด (มหาชน) หรือ NUT ผู้นำด้านการพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารครบวงจร เปิดเผยถึง ทิศทางการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลัง 2568 มุ่งเน้นการขยายการผลิตผลิตภัณฑ์ใน 2 กลุ่มหลัก ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 87% และ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง จำนวน 13% โดยบริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่มนวัตกรรม พร้อมขยายฐานลูกค้าในทุกช่องทางทั้งออฟไลน์และออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนการเพิ่มศักยภาพด้านการขายในกลุ่มช่องทางออนไลน์ อาทิ ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง (Digital marketing) และ ตลาดออนไลน์ (Marketplace) ให้มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 75.7% สำหรับช่องทางออฟไลน์ อาทิ โทรทัศน์, โทรศัพท์, ร้านขายยา, ร้านค้าปลีก ฯลฯ อยู่ในระดับ 17.5%, การรับจ้างผลิต (OEM) 6.8% ทั้งนี้ บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ได้แก่ Abalone Collagen Peptide plus Undenatured Type II เสริมในวันที่หยุดสร้าง เติมเต็ม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน เพื่อการเคลื่อนไหวที่มั่นคงในทุกวัน มีส่วนช่วยในการดูแลข้อต่อให้แข็งแรง มีบทบาทต่อระบบประสาทและการทำงานของกล้ามเนื้อ และ Real Collagen Plus Ceramide From Rice Extract…
ธ.ก.ส. เร่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคเหนือ จัดมาตรการช่วยเหลือลูกค้าโดยเปิดโอกาสให้สามารถเลื่อนการชำระหนี้ออกไปสูงสุดไม่เกิน 1 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ และมาตรการฟื้นฟูและเสริมสภาพคล่องเกษตรกร วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท ผ่านสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน 2568 วงเงินรายละไม่เกิน 50,000 บาท ดอกเบี้ย 0% 6 เดือนแรก และสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท ดอกเบี้ย MRR-2 พร้อมเตรียมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายให้กับลูกค้าหลังน้ำลด เพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางในการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ต่อไป นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยฉับพลันที่เกิดขึ้นจากอิทธิพลของพายุ “วิภา” อันส่งผลกระทบให้เกิดความเสียหายต่อความเป็นอยู่ของเกษตรกร ทั้งด้านการใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพ รวมถึงความเสียหายต่อที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินและพื้นที่การเกษตร เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าว ธ.ก.ส. จึงจัดมาตรการเร่งด่วน เพื่อดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้า ผ่านมาตรการเลื่อนการชำระหนี้ออกไปสูงสุดไม่เกิน 1 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ยปรับ ซึ่งลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่สาขาในสังกัดในพื้นที่ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2568 นอกจากนี้ ยังเตรียมวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท จัดทำมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูให้ลูกค้า เพื่อสนับสนุนให้เกษตรกรลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนอัตราดอกเบี้ยต่ำในการนำไปสร้างหรือซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติ ประกอบด้วย 1) โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ปี 2568 เพื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกรในด้านค่าใช้จ่ายทั่วไป เช่น ค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 6 เดือนแรก เดือนที่ 7 เป็นต้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.725%) วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท 2) โครงการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าลงทุนในการซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติ รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ วงเงินรายละไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2 ทั้งนี้ ธ.ก.ส.…
