จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ทของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว จำนวน 24 ลำ บริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพื่อให้การดูแลและคุ้มครองสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรม นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้สั่งการให้นางสาวกาญจนา ศรีรักษา ผู้อำนวยการสำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต ลงพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อติดตามสถานการณ์เหตุเพลิงไหม้เรือท่องเที่ยวบริเวณท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต พร้อมเร่งติดตามและรวบรวมรายงานความเสียหายผ่าน Platform การรายงานข้อมูลกรณีอุบัติภัยกลุ่มหรือรายใหญ่ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยอย่างเป็นระบบ จากการลงพื้นที่ร่วมกับนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์ รับทราบความเสียหาย และแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว พบว่า เรือสปีดโบ๊ทของผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวหลายลำได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ มีมูลค่า ความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 38,000,000 บาท โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับจำนวนเรือที่ได้รับ ความเสียหาย มูลค่าความเสียหาย รวมถึงข้อมูลด้านการเอาประกันภัย เพื่อเตรียมดำเนินการให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว และเป็นธรรม ในการดำเนินการช่วยเหลือในเบื้องต้น สำนักงาน คปภ. จังหวัดภูเก็ต ได้ประสานบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูลการรับประกันภัยและความคุ้มครองตามกรมธรรม์ ประสานสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต เพื่อขอทราบข้อมูลทะเบียนเรือ รวมทั้งประสานพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรฉลอง เพื่อขอทราบผลการตรวจสอบและข้อมูลการสอบสวนสาเหตุของเหตุเพลิงไหม้ พร้อมทั้งติดตามและรวบรวมรายงานความเสียหายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ และให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการและผู้ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามสิทธิประโยชน์ด้านการประกันภัย สำนักงาน คปภ. ยืนยันความพร้อมในการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือด้านการประกันภัยแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับบริษัทประกันภัยที่เกี่ยวข้อง เพื่อเร่งตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์และกระบวนการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน รวมถึงให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการและ ผู้ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โดยจะติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป
Author: staff
บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกาศเพิ่มทุนครั้งใหญ่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเป็นมูลค่า 3,300 ล้านบาท เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันส่งผลให้ทุนจดทะเบียนรวมหลังการเพิ่มทุนอยู่ที่ 5,582,625,030 บาท โดยการเพิ่มทุนเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา พร้อมเผยผลประกอบการประจำปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวม10,473 ล้านบาท ประกอบด้วยเบี้ยประกันภัยรับปีแรก 1,294 ล้านบาท โตขึ้น 14% เบี้ยชำระครั้งเดียว 700 ล้านบาท โตขึ้น 33% และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อ 8,479ล้านบาท โตขึ้น 4% มร.ทาคาชิ ไซโตะ กรรมการผู้จัดการบริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวการเพิ่มทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเพิ่มทุนครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท ส่งผลให้ทุนจดทะเบียนรวมหลังการเพิ่มทุนอยู่ที่ 5,582,625,030 บาท โดยการเพิ่มทุนเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 โดยวัตถุประสงค์หลักของการเพิ่มทุนมีด้วยกัน 3 ประการ คือ 1. สร้างความพร้อมในการขยายธุรกิจ และรองรับความเสี่ยงใหม่ เนื่องจากบริษัทพร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องมีเงินทุนเพียงพอในการรองรับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง แม้จะเผชิญความท้าทายในตลาด แต่บริษัทยังคงมุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าใหม่ๆที่ดีให้แก่ลูกค้า โดยมีโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งเป็นรากฐาน 2. เสริมสร้างฐานะทางการเงิน ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ การเพิ่มทุนเชิงรุกในครั้งนี้มิได้เกิดจากความจำเป็นระยะสั้น แต่เป็นมาตรการเชิงกลยุทธ์ระยะยาว เพื่อจะรักษาเสถียรภาพและความยืดหยุ่นทางการเงินในอนาคต 3. แสดงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวในประเทศไทย เพราะการเพิ่มทุนไม่ใช่เพียงมาตรการทางการเงิน แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนว่า โตเกียวมารีนโฮลดิ้งส์ มองประเทศไทยเป็นพันธมิตรการเติบโตที่ยั่งยืนระยะยาว และจะส่งมอบคุณค่าที่ดีให้อย่างต่อเนื่อง “นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1879 กลุ่มโตเกียวมารีนได้ใช้เวลากว่า 150 ปี ในการสนับสนุนลูกค้าและสังคมทั่วโลก ผ่านบริการประกันภัยและบริการที่เกี่ยวข้อง แม้สังคมจะเปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบันตลาดประกันชีวิตไทยยังคงเผชิญสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ทั้งอัตราดอกเบี้ยต่ำ และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่ลูกค้าต้องการแบบประกันที่ให้ผลตอบแทนที่มั่นคง การเก็บออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ และการประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลที่มีราคาเหมาะสมจับต้องได้การเพิ่มทุนครั้งนี้ ช่วยเสริมสร้างรากฐานแห่งความไว้วางใจดังกล่าว และช่วยให้สามารถรับความเสี่ยงที่ผ่านการประเมินแล้ว เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจมากขึ้น เพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน และพัฒนาเครื่องมือรวมถึงโซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วย AI” มร.ทาคาชิ ไซโตะ…
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อช่วยเหลือตัวแทนและลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมกำหนดแนวทางการเยียวยากลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ อรรถเสรีพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทน (Chief Agency Officer – CAO) บมจ. เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) นำทีมคณะผู้บริหารลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ติดตามความช่วยเหลือตัวแทนและลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยน้ำท่วม พร้อมร่วมวางมาตรการช่วยเหลือด้านกรมธรรม์เพื่อลดภาระทางการเงินให้แก่ลูกค้า อาทิ การขยายเวลาชำระเบี้ยประกันโดยยกเว้นดอกเบี้ย การขยายระยะเวลาการต่ออายุความคุ้มครองในกรณีกรมธรรม์ขาดผลบังคับ ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2568 – 28 ก.พ.2569 รวมถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการออกกรมธรรม์ฉบับใหม่* ควบคู่กับการส่งมอบสิ่งของจำเป็นและชุดยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น นายอาร์ช คอลมิ กล่าวว่า “เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าและตัวแทนในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะในช่วงวิกฤต การลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการเป็นมากกว่าบริษัทประกัน แต่เป็นพันธมิตรที่พร้อมดูแลเคียงข้างทุกคนอย่างต่อเนื่องในวันที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด” ทางด้าน นายสมศักดิ์ อรรถเสรีพงศ์ กล่าวเสริมว่า “ตัวแทนถือเป็นกำลังสำคัญขององค์กร การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้ได้มารับฟังปัญหาจากพื้นที่จริง เพื่อนำไปวางแนวทางการเยียวยาและการสนับสนุนที่ตรงจุด พร้อมส่งมอบกำลังใจให้ตัวแทนและลูกค้าให้สามารถก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ และกลับมาเดินหน้าต่อได้อย่างเข้มแข็งและมั่นคงอีกครั้ง” ทั้งนี้ เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง สะท้อนเจตนารมณ์ขององค์กรในการดูแลและร่วมสนับสนุนการฟื้นฟูสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ลูกค้าเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ สามารถสอบถามตัวแทนประกันภัยเรื่องมาตรการให้ความช่วยเหลือ หรือแจ้งความประสงค์เพื่อรับความช่วยเหลือได้ทาง ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ Customer FIRST : โทร 1394 หรือทาง LINE Official: @GeneraliThailand หมายเหตุ: * มาตรการช่วยเหลืออันเนื่องมาจากการประสบอุทกภัย ไม่ครอบคลุมถึงกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน โดยครอบคลุมเฉพาะ 9 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา…
บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) กล่าวว่า ปี 2569 นี้ เป็นปีที่ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ครบรอบ 77 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราเชื่อในพลังความรัก และมุ่งมั่นที่จะใช้พลังความรักในการดูแลลูกค้าให้ครบทุกมิติ ทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน ทุก Generation เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงประโยชน์ของประกันชีวิตเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน ในสถานการณ์ที่โลกมีความผันผวนสูง เศรษฐกิจเปลี่ยนแปลง ไม่แน่นอนอยู่ตลอดเวลา การวางแผนทางการเงินเพื่อเตรียมความพร้อมและปิดความเสี่ยงในจึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานที่ควรวางแผนเลือกแบบประกันชีวิต ประกันสะสมทรัพย์ที่เหมาะกับตนเอง ด้วยแบบประกันที่ไม่สร้างภาระนาน จ่ายเบี้ยสั้น แต่คุ้มครองยาว เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างเต็มที่ ได้ทำในสิ่งที่รักอย่างมั่นใจ และยังช่วยดูแลปกป้องอนาคตคนที่รักไปพร้อมกันอีกด้วย ในโอกาสครบรอบ 77 ปี ของ OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ถือฤกษ์ดี เปิดตัว 2 สินค้าใหม่ ที่ตอบโจทย์ GEN Y คนรุ่นใหม่ วัยทำงาน ที่ต้องการใช้ชีวิตได้เต็มที่ “โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ โพรเทค 77/7” แบบประกันสะสมทรัพย์ ที่ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนวัยทำงาน จ่ายเบี้ยสั้นแค่ 7 ปี ไม่เป็นภาระนาน แต่ความคุ้มครองชีวิตยาวถึงอายุครบ 77 ปี ช่วยปิดความเสี่ยง ลดความกังวลกับสิ่งที่ไม่คาดฝัน ได้ใช้ชีวิตทำสิ่งที่รักอย่างมีความสุข มั่นใจ ไม่กังวลตลอดอายุสัญญา จนอายุครบ 77 ปี จะได้รับเงินก้อนที่พร้อมกลับคืนเพื่อนำไปใช้วางแผนชีวิตต่อไปอย่างมีคุณค่า ไม่เป็นภาระใคร ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ คนทำงานที่ต้องการใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจเต็มที่ พร้อมมีความคุ้มครองชีวิต หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง สร้างความมั่นใจทั้งในวันนี้และอนาคตให้กับตนเองและคนที่รัก นับเป็นการวางแผนชีวิตและสร้างหลักประกันรองรับบั้นปลายชีวิตได้อย่างมั่นคง โอเชี่ยนไลฟ์ เลิฟ โพรเทค 77/7 รับประกันภัยบุคคลอายุตั้งแต่ 30 วัน – 60 ปี และเพิ่มความอุ่นใจรอบด้าน สามารถขอทำสัญญาเพิ่มเติมต่าง ๆ ได้ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด · จุดเด่นผลิตภัณฑ์…
“ไทยประกันสุขภาพ” เดินหน้าจับมือพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดคว้ามือ “ตะวันออกพาณิชย์ลัสซิ่ง” หรือ EAST วางเกมขยายฐานลูกค้าใหม่ นอกจากนี้ยังสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพใหม่เพื่อเจาะเฉพาะลูกค้าของ “ตะวันออกพาณิชย์ลัสซิ่ง” ด้วยเบี้ยที่จับต้องได้เริ่มต้น 5,600 บาท คุ้มครอง IPD – OPD และ ประกันอุบัติเหตุ ภควัต คชาวงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทให้ความสำคัญ เพื่อสร้างโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ได้มากขึ้น นอกเหนือจากช่องทางขายผ่านตัวแทน การขายผ่านธนาคารหรือแบงก์แอสชัวรันส์ รวมถึงการขายผ่านโบรกเกอร์ประกันภัย อย่างที่ทราบกันดีว่าพอร์ตงานส่วนใหญ่ของไทยประกันสุขภาพมาจากการขายผ่านธนาคารเป็นหลัก อย่างไรก็ตามการปล่อยสินเชื่อในยุคที่เศรษฐกิจชะลอตัวเป็นไปด้วยความเข้มงวดทำให้ส่งต่อการเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่านช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ และเพื่อไม่เป็นการพึ่งพาช่องทางใดทางหนึ่งมากเกินไป ทางบริษัท ไทยประกันสุขภาพ จึงพยายามมองหาพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มนอนแบงก์ที่มีฐานลูกค้าของตัวเองอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ บมจ.ไทยประกันสุขภาพ ได้ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เพื่อเป็นอีกช่องทางในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัย ก่อนหน้าที่จะมาเป็นพันธมิตรกับ บมจ. ตะวันออกพาณิชย์ลัสซิ่ง หรือ EAST ภควัต กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่เสนอขายกับพันธมิตรแต่ละรายจะมีรูปแบบที่แตกต่างกันบ้าง เป็นการพัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการแตกต่างกัน และการจับมือกับ EAST ครั้งนี้ก็เช่นกันเป็นการพัฒนาแผนความคุ้มครองขึ้นมาเฉพาะกับกลุ่มลูกค้าของ EAST ที่มีจุดเด่นในเรื่องของอัตราเบี้ยที่จับต้องได้และสามารถผ่อนชำระเบี้ยได้ “จากการสำรวจความต้องการของลูกค้า เราพบว่าลูกค้าอยากได้ส่วนเพิ่มของราคาค่าห้อง ค่าอาหาร รวมถึงผลประโยชน์ในการรักษาแบบ OPD cและ IPD นอกจากนี้ยังมีประกันอุบัติเหตุ กรณีที่เสียชีวิตจากขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ด้วย โดยมี 2 แผนให้เลือก เบี้ยเริ่มต้นที่ 5,600 บาท ซึ่งเราเชื่อว่าลูกค้าจะให้ความสนใจเมื่อเห็นความคุ้มครองที่คุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงได้เช่นนี้” ภควัต กล่าวต่อไปว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ชื่อ ประกันสุขภาพ Easy Healthy ซึ่งจะเริ่มเสนอขายในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ด้วยอัตราเบี้ยประกันกับความคุ้มครองที่ให้นั้นถือว่าคุ้มค่า ส่วนเรื่องของอัตราการเคลมสินไหม แม้ว่าภาพรวมแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้นจากอัตราเงินเฟ้อการรักษาพยาบาลก็ตาม ซึ่งไทยประกันสุขภาพก็ให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเช่นกัน ทั้งการคิดอัตราเบี้ยที่เหมาะสม กลุ่มลูกค้าที่เข้าไปรับงาน ดังนั้นยังเป็นเรื่องที่บริษัทควบคุมได้อยู่ ทางด้าน ดนุชา วีระพงษ์…
พันตำรวจเอก ประทีป ศรีหรั่งไพโรจน์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร รับมอบเต็นท์ จำนวน 5 หลัง กรวยยางจราจร จำนวน 100 อัน และเสื้อกันฝนสะท้อนแสง จำนวน 200 ชุด มูลค่ารวม 80,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี พลตำรวจโท จิรสันต์ แก้วแสงเอก ที่ปรึกษางานสินไหมทดแทนรถยนต์ เป็นผู้แทนมอบ เพื่อสนับสนุนการดำเนินภารกิจของตำรวจโครงการพระราชดำริ ในการปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกทางการจราจร ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุบนท้องถนน รวมถึงปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนความปลอดภัยบนท้องถนนทุกมิติ โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ ห้องประชุมกอง กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมส่งเสริมการปฏิบัติภารกิจของตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ มาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี ทั้งการสนับสนุนประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์จราจร อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ตลอดจนอุปกรณ์รถจักรยานยนต์ เพื่อเสริมศักยภาพให้กับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานได้อย่างสะดวก ส่งเสริมการสัญจรที่ปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้รถใช้ถนนในสังคมไทยอย่างยั่งยืน
นายวีรเวช ศิริชาติไชย รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายสนับสนุนองค์กร พร้อมพนักงานบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ร่วมมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ กลุ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกผู้ป่วย รายการเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยชนิดปรับเข่าพร้อมเครื่องชั่งน้ำหนักได้ มูลค่า 300,000 บาท ให้กับโรงพยาบาลเจริญกรุง ประชารักษ์ กรุงเทพฯ โดยมี นายแพทย์พรเทพ แซ่เฮ้ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นผู้รับมอบ ซึ่ง BAM ตระหนักถึงความสำคัญของระบบสาธารณสุข โดยจัดโครงการมอบอุปกรณ์การแพทย์ ปีละ 10 แห่ง ทั่วประเทศ ดำเนินการมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีมาตรฐานและทันสมัย เพื่อสนับสนุนภารกิจของบุคลากรทางการแพทย์ด้านการรักษาพยาบาล และเสริมสร้างศักยภาพในการให้บริการประชาชนในพื้นที่ได้มากขึ้น สะท้อนถึงธุรกิจของ BAM ที่ดำเนินการควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำจุดยืนอันแน่วแน่ของบริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นธรรม ในทุกกระบวนการอันสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ที่เมืองไทยประกันชีวิตยึดถือเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารงานและวัฒนธรรมองค์กร ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้มอบหมายให้ นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส เป็นผู้แทนบริษัทเข้ารับมอบประกาศนียบัตรรับรองการเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC – Thai Private Sector Collective Action Against Corruption) การต่ออายุครั้งที่ 3 (ตั้งแต่ปี 2559 – ปัจจุบัน) ในพิธี รับมอบประกาศนียบัตร CAC Certification Ceremony 2/2025 ภายใต้หัวข้อ “CAC Incentive Pool ร่วมสร้างสิทธิประโยชน์แห่งความโปร่งใสเพื่อธุรกิจไทยยั่งยืน” ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ การได้รับการรับรองจาก CAC อย่างต่อเนื่องสะท้อนถึงความตั้งใจจริงของเมืองไทยประกันชีวิตในการ ยึดมั่นนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชัน และการบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลเป็นแกนกลาง เพื่อมุ่งสู่ การเติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว พร้อมเป็นแบบอย่างที่ดีในภาคธุรกิจไทย #MuangThaiLife #เมืองไทยประกันชีวิต
ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย นำทีม KBank Private Banking (เคแบงก์ ไพรเวทแบงก์กิ้ง) จัดงานการกุศลระดมทุนฉุกเฉิน “HAT YAI HOPE รวมพลังใจฟื้นฟูหาดใหญ่” เพื่อสนับสนุนการสร้างห้องฉุกเฉินใหม่สำหรับโรงพยาบาลหาดใหญ่ด้วยวัสดุกันน้ำ ซึ่งจะช่วยให้โรงพยาบาลสามารถปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ แม้ในสถานการณ์อุทกภัยในอนาคต การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีลูกค้าบุคคลสินทรัพย์สูงร่วมงาน และสามารถระดมทุนได้รวมทั้งสิ้นกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งรายได้จากการระดมทุนทั้งหมดจะถูกส่งมอบโดยตรงไปยังโรงพยาบาลหาดใหญ่ โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์นพดล เศียร์อินทร์ แพทย์ประจำสาขาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลหาดใหญ่ เป็นตัวแทนมาร่วมงาน งาน “HAT YAI HOPE รวมพลังใจฟื้นฟูหาดใหญ่” จัดขึ้นในรูปแบบล่องเรือรับประทานอาหารค่ำ ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมด้วยคอนเสิร์ตสุดพิเศษจาก คุณผุสชา โทณะวณิก และวงดนตรีจิตอาสา Music Guru ที่มาร่วมมอบพลังเสียงและกำลังใจให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย กิจกรรมนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ เคแบงก์ ไพรเวทแบงก์กิ้ง ในการเป็นส่วนหนึ่งของพลังบวกแห่งการให้ เพื่อเยียวยาและอยู่เคียงข้างผู้ประสบอุทกภัยและพี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ งานนี้จัดขึ้นบนเรือ Saffron Cruise by Banyan Tree เมื่อเร็ว ๆ นี้
BAM ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทจดทะเบียน จากโครงการ ASEAN Corporate Governance Scorecard (ASEAN CG Scorecard) ประจำปี 2567 โดยได้รับรางวัลในประเภท ASEAN Asset Class PLCs โครงการ ASEAN CG Scorecard จะประเมินร่วมกับบริษัทจดทะเบียนจาก 6 ประเทศสมาชิกในภูมิภาคอาเซียน ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม จากจำนวนบริษัทที่ได้รับรางวัลรวม 250 บริษัท โดยเป็นบริษัทจดทะเบียนไทย 74 บริษัท รางวัลนี้จึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BAM ที่ยกระดับอย่างต่อเนื่องในการนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมทั้งความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG) มาใช้ในการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและลูกค้า
