Author: staff

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง เข้าพบ คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เนื่องในโอกาสวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2569 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจและทิศทางการดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนบทบาทของ BAM ในฐานะ Asset Management Company ขณะเดียวกัน BAM ได้นำเรียนผลการดำเนินงานที่ผ่านมา และบอกเล่าความตั้งใจในการทำหน้าที่ขององค์กร ซึ่งยืนอยู่ระหว่างระบบการเงินกับชีวิตของผู้คน ท่ามกลางภารกิจและความรับผิดชอบที่มาพร้อมตัวเลข เพราะสำหรับ BAM การบริหารสินทรัพย์ มิใช่เพียงการจัดการหนี้ หากคือการเลือกมองเห็น “คน” ก่อนเสมอ ทั้งลูกหนี้กลุ่มเปราะบางและภาคธุรกิจ ด้วยความเข้าใจในบริบทของชีวิตและการประกอบการ จึงมุ่งปรับโครงสร้างหนี้อย่างเหมาะสม เป็นธรรม และเปิดทางให้ผู้คนได้ตั้งหลักใหม่ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจเดินต่อไปได้ พร้อมกับหัวใจของผู้คนอย่างไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ณ ธนาคารแห่งประเทศไทย

Read More

ธนาคารกรุงเทพ ประกาศผลภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ลดขยะฝังกลบได้ 81% พร้อมเดินหน้าต่อในภารกิจ Zero Waste to Landfill Next ก้าวต่อไปสู่สังคมไร้ขยะฝังกลบ ขยายโมเดลจัดการขยะสู่หน่วยงานธนาคารที่ได้รับคัดเลือกทั่วประเทศ สะท้อนความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ และร่วมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภารกิจพิชิตเป้าหมาย Zero Waste to Landfill @ BBL Rama 3 ภายใต้โครงการ Bualuang Save the Earth: 3R+ (Reduce Reuse Recycle Plus) ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางปี 2567 ที่ผ่านมา สามารถลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องนำไปฝังกลบได้กว่า 58.5 ตัน เมื่อเทียบกับปี 2566 คิดเป็นปริมาณที่ลดลงถึง 81% ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 204.75 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และจากความร่วมมือร่วมใจของพนักงานทุกคนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ปัจจุบันอาคารพระราม 3 มีขยะที่ถูกนำส่งเข้ากระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้กว่า 22.86 ตัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1. ขยะรีไซเคิล (พลาสติก ขวดน้ำ แก้วน้ำ) จำนวน 12.69 ตัน 2. ขยะเศษอาหาร 8.35 ตัน ที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นสารบำรุงดิน และ 3. ขยะกำพร้า1.82 ตัน ที่สามารถนำไปแปรรูปเป็นก้อนเชื้อเพลิงพลังงาน “จากภารกิจที่ดำเนินการมาประมาณ1ปีกว่า ๆ ปัจจุบันเราสามารถช่วยลดปริมาณขยะทั่วไปที่ต้องส่งไปฝังกลบจากเดิม 71 ตันต่อปี หรือประมาณ 5-6 ตันต่อเดือน เหลือเพียง 13.3 ตันต่อปี…

Read More

ท่ามกลางสภาวะการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของตลาดประกันสุขภาพไทยและกระแสข่าวการยกเลิกหรือชะลอการขาย “ประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย” ช่วงต้นปีที่ผ่านมาที่อาจสร้างความตื่นตระหนกให้กับผู้บริโภค แต่สำหรับ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) หรือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าเต็มสูบสำหรับแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายเพื่อส่งมอบความคุ้มครองด้านสุขภาพแก่คนไทยในทุกช่วงวัย นางสาวเปสลารี ธีระสาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานเทคโนโลยีและปฏิบัติการ และสายงานสุขภาพ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ในวันที่ตลาดประกันสุขภาพเผชิญกับความท้าทาย พรูเด็นเชียลฯ ยังคงยึดมั่นในคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูกค้า เพราะประกันสุขภาพคือสัญญาระยะยาวที่เราต้องดูแลกันไปตลอดชีวิต การที่เรายังเดินหน้าต่อสำหรับประกันสุขภาพเหมาจ่ายอย่างมั่นคงในปีนี้ ก็เพราะรากฐานที่แข็งแกร่งของแบรนด์ระดับโลกที่มีประวัติยาวนาน ผสานกับอัตราส่วนเงินกองทุน (CAR Ratio) ที่สูงกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหลายเท่า ทำให้เรามีสภาพคล่องสูงพร้อมจ่ายสินไหมได้ทันทีและมีเสถียรภาพด้านค่าเบี้ยประกันในระยะยาว เราไม่ได้มองเพียงแค่ยอดขายในระยะสั้น แต่เรามองถึงความยั่งยืนที่จะทำให้ลูกค้าอุ่นใจว่า พรูเด็นเชียลฯสามารถส่งมอบความคุ้มครองด้านสุขภาพในทุกช่วงวัยของชีวิต” ความมั่นคงทางการเงินนี้เปรียบเสมือนเกราะป้องกันความเสี่ยงให้แก่ผู้บริโภค เนื่องจากในสภาวะที่ตลาดผันผวน ดังนั้น หากบริษัทมีพอร์ตโฟลิโอสุขภาพที่สมดุลและมีการจัดการที่ดี (Healthy Portfolio) เช่นเดียวกับ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย จึงเป็นตัวรับประกันว่าลูกค้าจะยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนและสามารถเข้าถึงการรักษาจากโรงพยาบาลชั้นนำได้โดยไม่ต้องกังวลถึงการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ในอนาคต โดยพรูเด็นเชียลฯ ยังคงยืนหยัดด้วยการบริการจัดการที่เน้นความยั่งยืนในหลายมิติ ได้แก่ 1. Strategic Portfolio Management: ด้วยความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูล (Advanced Data Analytics) พรูเด็นเชียลฯ สามารถคัดกรองและบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ ทำให้พอร์ตประกันสุขภาพมีโครงสร้างที่สมดุลและมีคุณภาพ (Healthy Portfolio) ปราศจากปัญหาภาระเคลมสะสมที่ผิดปกติ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพของผลิตภัณฑ์เหมาจ่ายไว้ได้ 2. Robust Capital Adequacy: พรูเด็นเชียลฯ ยังคงรักษาระดับอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) ในระดับที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงินที่พร้อมรองรับความผันผวนของต้นทุนการรักษาพยาบาลในระยะยาว 3. Sustainable Hospital Ecosystem: การสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืนกับเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตร ผ่านระบบการอนุมัติและชดเชยค่าสินไหมที่มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ทำให้พันธมิตรทางการแพทย์มีความมั่นใจในการให้บริการแก่ลูกค้าของพรูเด็นเชียลแม้ในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายสูง (High-Cost Claims) นอกจากนี้ บริษัทฯยังอยู่ระหว่างพัฒนาบริการผู้ช่วยด้านสุขภาพแบบครบวงจร (Medical Guided Care) เพื่อช่วยดูแลลูกค้าในทุกขั้นตอนของการเข้ารับการรักษา ตั้งแต่การให้ข้อมูลสุขภาพ การแนะนำแนวทางการดูแล และประสานงานด้านการแพทย์ ทั้งนี้ บริการดังกล่าวได้เริ่มให้บริการในบางช่องทางแล้ว และมีแผนจะขยายความครอบคลุมไปยังช่องทางอื่นๆในอนาคต เพื่อยกระดับประสบการณ์สุขภาพของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากความเชื่อมั่นด้านเสถียรภาพทางการเงินรวมถึงพอร์ตโฟลิโอสุขภาพที่สมดุล ปีนี้พรูเด็นเชียลฯ ยังคงเดินหน้าส่งแผนประกันสุขภาพเหมาจ่ายที่หลากหลายสู่ตลาด…

Read More

ในปี 2568 เศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างภายในประเทศ ภาคการส่งออกแม้ได้รับแรงหนุนในช่วงครึ่งแรกของปีจากการเร่งคำสั่งซื้อ ก่อนการบังคับใช้มาตรการภาษีของสหรัฐอเมริกา แต่ก็ชะลอลงในช่วงครึ่งหลังตามการอ่อนแรงของอุปสงค์โลก ภาคการท่องเที่ยวยังคงฟื้นตัวต่ำกว่าที่คาด โดยเฉพาะจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน ส่งผลให้ภาคบริการ ไม่สามารถกลับมาเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกัน อุปสงค์ภายในประเทศ ยังอยู่ในภาวะอ่อนแรง สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่ติดลบต่อเนื่องและระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับความไม่แน่นอนจากต่างประเทศที่กดดันการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ยังมีข้อจำกัดจากกรอบงบประมาณและระดับหนี้สาธารณะ โดยรวมแล้ว เศรษฐกิจไทยในปี 2568 ยังคงมีความเปราะบาง และเผชิญความเสี่ยงต่อแนวโน้มการฟื้นตัวในระยะถัดไป ท่ามกลางพลวัตของโลกที่เต็มไปด้วยความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากภูมิรัฐศาสตร์ที่จะส่งผลต่อการค้าโลก การปรับเปลี่ยนนโยบายและกฎเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ตลอดจนความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ธนาคารกรุงเทพมุ่งมั่นให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม พร้อมยืนเคียงข้างในฐานะเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมให้ลูกค้าสามารถปรับตัวเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและสร้างภูมิคุ้มกันทางธุรกิจในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่หยุดนิ่ง รวมถึงสนับสนุนโอกาสในการขยายกิจการไปต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมนโยบายของภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย เช่น โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ที่ช่วยบรรเทาภาระหนี้ของลูกหนี้เพื่อให้สามารถฟื้นตัวได้ในระยะยาว และ โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ที่สนับสนุนให้ลูกหนี้รายย่อยสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้เพิ่มเติมเพื่อยกระดับการขยายตัวเศรษฐกิจในอนาคต ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง พร้อมยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน ธนาคารกรุงเทพรายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 46,007 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยรายงานกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 46,007 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 จากปีก่อน ภายใต้ความไม่แน่นอนหลายด้าน ธนาคารมีรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการสินทรัพย์ด้วยการกระจายแหล่งที่มาของรายได้ โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลงและมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.75 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการชะลอตัวของเงินให้สินเชื่อ ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิ จากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน โดยรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลงเล็กน้อยจากบริการธุรกรรมผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความพร้อมในการขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ร้อยละ 48.4 สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย นอกจากนี้ จากการตั้งสำรองด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่อง ธนาคารมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2568 ลดลงจากไตรมาสก่อน และสำหรับปี 2568 ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นมีจำนวน 36,147 ล้านบาท ธนาคารกรุงเทพยังคงแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ พร้อมทั้งรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ณ…

Read More

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ร่วมพิธีมอบเงินเยียวยาแก่ทายาทผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มทับรถไฟ ณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานสักขีพยาน ในการมอบเงินเยียวยา พร้อมด้วย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รองปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมการขนส่งทางราง และรักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ตลอดจนผู้แทนครอบครัวผู้เสียชีวิต 18 ครอบครัว ผู้แทนภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า สำนักงาน คปภ. พร้อมเร่งดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยา และอำนวยความสะดวกแก่ครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างเหมาะสม ครอบคลุม และเป็นธรรม พร้อมทั้งกำกับดูแลให้การจ่ายเงินตามสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรม และลดขั้นตอนช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบให้เป็นไปโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะการพิจารณาจ่ายเงินให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิ ซึ่งต้องมีการตรวจสอบเอกสารและหลักฐานแสดงตนอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ทั้งนี้ ในกรณีที่ทายาทรายใดยังไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ครบถ้วน บริษัทประกันภัยจะดำเนินการนำเงินไปวางศาล เพื่อรอให้ทายาทโดยชอบด้วยกฎหมายมาดำเนินการรับเงินตามขั้นตอนต่อไป สำหรับเงินเยียวยาช่วยเหลือทายาทหรือครอบครัวผู้เสียชีวิต ประกอบด้วย เงินค่าสินไหมทดแทนจากบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อินทรประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นการจ่ายเงินภายใต้การรับประกันภัยประเภท CAR (Contractor All Risks) โดยบริษัทประกันภัยดังกล่าวจะดำเนินการจ่ายเงินตามสัดส่วนการรับประกันภัยร่วมกัน เบื้องต้นรายละ 1,000,000 บาท เงินช่วยเหลือจากการรถไฟแห่งประเทศไทย รายละ 340,000 บาท เงินช่วยเหลือจากบริษัทผู้รับจ้าง รายละ 150,000 บาท และ รวมเป็นเงินเยียวยาเบื้องต้นรายละ 1,490,000 บาท และเมื่อรวมเงินสงเคราะห์พระราชทานแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต ครอบครัวละ 20,000 บาท ซึ่งครอบครัวผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นรวมรายละ 1,510,000 บาท เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงาน คปภ.…

Read More

• ในปี 2568 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (ตลาดหุ้นไทย) จำนวน 581 บริษัท จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น 838 ครั้ง โดยมีมูลค่าเงินปันผลที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นรวมกว่า 651,239 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ • เมื่อเทียบกับปี 2567 พบว่า มูลค่าเงินปันผลที่จ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นในปี 2568 เพิ่มขึ้น 9.71% จากปี 2567 ที่สำคัญจากบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มธุรกิจการเงินที่จ่ายเงินปันผลให้แก่ ผู้ถือหุ้นด้วยมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น • หมวดธุรกิจที่มีการจ่ายเงินปันผลด้วยมูลค่าสูงสุด 3 อันดับแรกในปี 2568 ได้แก่ หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค หมวดธนาคาร และหมวดเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่ง 3 หมวดธุรกิจนี้มีมูลค่าการจ่ายเงินปันผลรวมกว่า 374,800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 57.6% ของมูลค่าเงินปันผลทั้งหมดที่บริษัทจดทะเบียนจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นในปี 2568 • ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคม 2568 บริษัทจดทะเบียนจ่ายเงินปันผล 533 ครั้ง คิดเป็น 63.6% ของจำนวนการจ่ายเงินปันผลทั้งหมดที่เกิดขึ้นในปี 2568 โดยเดือนพฤษภาคมมีการจ่ายเงินปันผลมากที่สุดทั้งจากจำนวนครั้งและมูลค่าเงินปันผลจ่าย • สถิติการจ่ายเงินปันผลที่กล่าวมาข้างต้น เป็นข้อมูลเบื้องต้นให้นักลงทุนได้ทราบช่วงเวลาในการจ่ายเงินปันผล เพื่อใช้ประกอบการวางแผนคัดเลือกหุ้นปันผลและเลือกจังหวะเวลาในการเข้าซื้อหุ้นปันผลเข้าพอร์ตการลงทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง และผลการดำเนินการในอดีตไม่ได้รับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต ดังนั้น นักลงทุนควรประเมินถึงความสามารถในการทำกำไร ตลอดจนปัจจัยต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนด้วย

Read More

สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเวทีให้ผู้แทนจาก 8 พรรคการเมืองสำคัญที่ส่งผู้แทนลงสนามเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านนโยบาย และแนวทางพลิกโฉมเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย ภายใต้บริบทความผันผวนภายในประเทศ และปัจจัยโลก ในงานสัมมนา “ประชันวิสัยทัศน์ รัฐบาลใหม่ ใครพาเศรษฐกิจ-ตลาดทุนไทยรอด?” โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

Read More

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ตลอดปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยต้องเผชิญกับความท้าทายจากความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมหันตภัยเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ รวมถึงกับความคาดหวังของผู้บริโภคที่ต้องการการบริการที่รวดเร็ว โปร่งใส และเป็นดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน การแข่งขันจากผู้เล่นรายใหม่และผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเทคโนโลยีมีความเข้มข้นมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ท้าทายบทบาทของธุรกิจประกันภัยในฐานะ “ผู้บริหารความเสี่ยงมืออาชีพ” ให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ภายใต้บริบทดังกล่าว ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยเฉพาะ Generative AI ได้ก้าวขึ้นมาเป็นทั้ง “โอกาสเชิงยุทธศาสตร์” ในการปรับ Business Model ในการดำเนินธุรกิจรวมถึงการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและคุณภาพการให้บริการ และเป็น “ความเสี่ยงเชิงระบบ” ที่จำเป็นต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ ทั้งในมิติความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ ความเป็นธรรม ความปลอดภัยของข้อมูล และธรรมาภิบาลในการใช้งานให้สอดคล้องกับกฎหมายและความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ด้วยเหตุนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยคณะกรรมการพัฒนาธุรกิจและวิชาการประกันภัย จึงได้จัดสัมมนาการประกันภัย ครั้งที่ 30 ขึ้น ภายใต้หัวข้อ “Artificial Intelligence – The Good, the Bad, and the Unthinkable” เพื่อฉายภาพ AI ในปัจจุบัน แนวโน้มในอนาคต ประเด็นสำคัญในการนำมาประยุกต์ใช้และแนวทางการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ธุรกิจประกันวินาศภัยสามารถแสวงหาประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของทุกภาคส่วนได้อย่างเหมาะสม สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายมิติ ซึ่งจะช่วยเปิดมุมมองเกี่ยวกับ AI ได้ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสามารถนำไปต่อยอดเป็นนโยบายและแผนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประกอบด้วย คุณจเร สิทธิวงศ์ ทนายความหุ้นส่วน บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จํากัด บรรยายในหัวข้อ “The State of AI and AI Trends Outlook” คุณเอกราช กลิ่นบุบผา Thailand AI Sales Specialist บริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จํากัด บรรยายในหัวข้อ “AI Adoption and Implementation Challenges” คุณจักรรินทร์…

Read More

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นประธานจัดงาน “AGENCY KICK OFF 2026” การรวมพลังครั้งสำคัญของคณะผู้บริหารและตัวแทนฝ่ายขาย จากทั่วประเทศอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมประกาศนโยบาย “DO IT NOW” ปลุกพลังชาวสีบานเย็น ให้ก้าวเดินไปสู่เส้นชัยแห่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนร่วมกัน สะท้อนความพร้อมขององค์กรในการขับเคลื่อนธุรกิจประกันชีวิตท่ามกลางความท้าทายของโลกยุคใหม่ ที่มุ่งยกระดับบทบาทของเมืองไทยประกันชีวิต ในการเป็นคู่คิดด้านการวางแผนชีวิตและสุขภาพ ที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมย้ำจุดยืนในการส่งมอบความสุข ความอุ่นใจ และรอยยิ้มให้แก่ลูกค้าคนสำคัญในทุกช่วงของชีวิต ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเครือข่ายตัวแทนที่มีคุณภาพ หัวใจการบริการ และจรรยาบรรณสูงสุด โดยมี ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ และคณะผู้บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมในงาน จัดขึ้น ณ Plenary Hall ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ #เมืองไทยประกันชีวิต #MTL #MuangThaiLife

Read More

เอไอเอ ประเทศไทย เริ่มต้นศักราชใหม่ 2569 อย่างเป็นทางการ กับงาน AIA Agency Leaders Kick Off 2026 ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ต้อนรับปีม้าที่รวดเร็วและทรงพลัง พร้อมส่งต่อสมการสู่ความสำเร็จ “สร้าง x เสริม = สำเร็จยกกำลัง 2” โดยจะมุ่งส่งเสริมศักยภาพของพลังตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อพร้อมดูแลและวางแผนด้านชีวิต สุขภาพ และการเงินให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศ ให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ ในงานปีนี้ได้รับเกียรติจากคุณหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ ที่ได้ส่ง VTR กล่าวเปิดงาน พร้อมทั้งคุณตัน ฮาค เลห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาค ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมงานและขึ้นกล่าวต้อนรับผู้บริหารหน่วยที่เข้าร่วมงานกว่า 5,000 ท่าน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเอไอเอ และแขกผู้มีเกียรติอีกเป็นจำนวนมาก ณ Icon Siam Hall ชั้น 7 Icon Siam และยังได้จัดถ่ายทอดสดไปยัง 4 จุด ในจังหวัดขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี และนครราชสีมา เพื่อให้ท่านผู้บริหารหน่วยเอไอเอได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงาน คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย ได้ขึ้นกล่าวถึงนโยบาย และทิศทางการทำงานของเอไอเอ ที่มุ่งพัฒนา ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมเพื่อส่งมอบความคุ้มครองที่ยั่งยืนให้แก่คนไทย พร้อมด้วยไฮไลท์ของงาน โดย คุณอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต เอไอเอ ประเทศไทย ได้ประกาศถึงกลยุทธ์การทำงานของพลังตัวแทนในปี 2569 ซึ่งเน้นต่อยอดความสำเร็จจากปีที่ผ่านมา พร้อมมุ่ง สร้าง (ตัวแทนใหม่ที่มีคุณภาพ) เสริม (ศักยภาพรอบด้าน) เพื่อก้าวสู่ความ สำเร็จแบบยกกำลัง 2 เพราะนี่คือ สมการสู่ความสำเร็จ เพื่อความยั่งยืนในอาชีพที่ปรึกษาทางการเงิน ประกันชีวิต และสุขภาพ นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากท่านผู้บริหารระดับสูงที่ได้มาร่วมแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์…

Read More