Author: staff

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความแข็งแกร่งขององค์กรในระดับสากลหลัง Fitch Ratings ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากล (Insurer Financial Strength Rating: IFS) ที่ระดับ ‘A-’ รวมถึงคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating หรือ IDR) ที่ระดับ ‘BBB+’ และคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศ (National IFS Rating) ระดับสูงสุดที่ ‘AAA(tha)’ โดยแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ สะท้อนถึงฐานะการเงินที่มั่นคง ความสามารถในการบริหารความเสี่ยง และศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงรายงานของ Fitch Ratings ระบุว่า การคงอันดับเครดิตในครั้งนี้ได้รับแรงสนับสนุนจากระดับเงินกองทุนที่แข็งแกร่งมาก (Extremely Strong Capitalisation) โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อความเสี่ยง (RBC) อยู่ที่ 499% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมผลการดำเนินงานที่อยู่ในระดับที่ดีและโครงสร้างธุรกิจที่ได้รับการประเมินในระดับ “Favourable” และผลการดำเนินงานที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย การยืนยันอันดับเครดิตดังกล่าว สะท้อนถึงความต่อเนื่องของการดำเนินกลยุทธ์องค์กรที่มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ โดย Fitch Ratings มองว่าการปรับโครงสร้างพอร์ตธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์ด้านการคุ้มครองและสุขภาพ (Protection & Health) มากขึ้น เป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อความแข็งแกร่งของธุรกิจในระยะยาว ขณะเดียวกันบริษัทสามารถบริหารความเสี่ยงด้านการลงทุนได้อย่างเหมาะสม โดยมีสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้เมื่อเทียบกับฐานเงินกองทุน นอกจากนี้ Fitch Ratings ยังประเมินว่าเมืองไทยประกันชีวิตมีโครงสร้างธุรกิจที่แข็งแรงจากการมีฐานลูกค้าที่หลากหลาย ผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมหลายกลุ่มความต้องการ และช่องทางการจัดจำหน่ายที่สมดุล พร้อมได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นหลัก ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย และ Ageas Insurance International ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงานและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว นายสาระ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การได้รับการยืนยันอันดับเครดิตจาก Fitch Ratings ในครั้งนี้ แสดงถึงความมั่นคงทางการเงินและความแข็งแกร่งของพื้นฐานธุรกิจ ซึ่งเกิดจากการดำเนินกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริหารความเสี่ยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า และการปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวโน้มด้านสุขภาพและการคุ้มครองในระยะยาว บริษัทจะยังคงมุ่งมั่นสร้างนวัตกรรมและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า เพื่อส่งมอบคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้เอาประกันและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน”…

Read More

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ได้รับเชิญจากสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) เป็นวิทยากรบรรยายเรื่อง “แนวโน้มในอุตสาหกรรมประกันชีวิตของไทย” ภายในการสัมมนา “THAIFA BOOSTER CLUB EP.9” ให้ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินกว่า 250 ท่าน ณ ห้องบอลรูม 1 ชั้น 5 โรงแรม S31 สุขุมวิท กรุงเทพฯ เมื่อวันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการ “ฉีดวัคซีนทางปัญญา” และติดอาวุธทางกลยุทธ์ให้แก่บุคลากรในธุรกิจประกันชีวิตได้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภค ในการบรรยายครั้งนี้ นายกสมาคมฯ ได้ฉายภาพความแข็งแกร่งและเสถียรภาพของธุรกิจประกันชีวิตไทยที่มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง โดยช่องทางตัวแทนยังคงเป็นกลไกหลักที่เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ ท่ามกลางจุดเปลี่ยนสำคัญที่ตัวแทนต้องเร่งยกระดับมาตรฐานวิชาชีพไปสู่การเป็น “สถาปนิกทางการเงิน”ที่เชี่ยวชาญรอบด้าน ผ่านการอบรม และสอบรับใบอนุญาตตัวแทนประกันชีวิต โดย ณ ปัจจุบัน ธุรกิจประกันชีวิตได้มีการปรับปรุงหลักสูตรการสอบและคลังข้อสอบใหม่เพื่อมุ่งสู่มาตรฐานสากล รวมถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการใช้งานระบบ e-Licensing และการตั้งเป้ารับชำระเบี้ยประกันภัยผ่านระบบ Digital Payment 100% ภายในวันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ นอกจากนี้ นายกสมาคมฯ ยังได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนซึ่งต้องมาพร้อมกับความยั่งยืนของธุรกิจในยุคปัจจุบัน อาทิ เงื่อนไขประกันสุขภาพรูปแบบใหม่ที่มีการนำระบบร่วมจ่าย (Copayment) มาใช้บริหารจัดการ รวมถึงเทรนด์สำคัญที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในปี 2569 ทั้งประเด็นเงินเฟ้อทางการแพทย์ การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว และการนำเทคโนโลยี AIมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการบริการ การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการสร้างแรงขับเคลื่อนเชิงรุกและสร้างทัศนคติเชิงบวก (Mindset) ให้แก่ผู้ร่วมวิชาชีพ เพื่อให้นำประสบการณ์ที่ได้รับไปวิเคราะห์และออกแบบการวางแผนบริหารความเสี่ยงที่เข้าถึงความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการบริการหลังการขายเพื่อสร้างความสำเร็จอย่างยั่งยืนท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่เข้มข้นในปัจจุบัน

Read More

สมาคมประกันชีวิตไทย เผยผลการดำเนินงานธุรกิจประกันชีวิตในปี 2568 มีอัตราการเติบโต ร้อยละ 3.45 ด้วยเบี้ยประกันชีวิตรับรวม 676,505 ล้านบาท ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมเร่งปรับกลยุทธ์ยกระดับนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมสู่ความยั่งยืน โดยคาดการณ์ ปี 2569 เติบโตร้อยละ 2.50 – 3.50 นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า เผยภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตของปี 2568 ระหว่าง มกราคม – ธันวาคม มีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Premium) อยู่ที่ 676,505 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.45 เมื่อเทียบกับปี 2567 จำแนกเป็น เบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ (New Business Premium) 190,886 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.60 และเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป (Renewal Premium) 485,619 ล้านบาทมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.40 คิดเป็นอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์ร้อยละ 82 สำหรับเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ ประกอบด้วย 1.) เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (First Year Premium) 127,172 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.36 2.) เบี้ยประกันภัยชำระครั้งเดียว (Single Premium) 63,714 ล้านบาท อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.25 โดยจำแนกเบี้ยประกันภัยรับรวมแยกตามช่องทางการจำหน่าย ดังนี้ 1. การขายผ่านช่องทางตัวแทนประกันชีวิต (Agency) อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.54 เมื่อเทียบ กับปี 2567 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 52.05 2. การขายผ่านช่องทางธนาคาร (Bancassurance) อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.61 เมื่อเทียบ กับปี 2567 คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 37.96 3. การขายผ่านช่องทางนายหน้าประกันชีวิต…

Read More

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดงาน 2026 Vision Day ภายใต้แนวคิด “One Team One Destination ก้าวพร้อมกัน สู่ผู้นำประกันวินาศภัย” เพื่อประกาศทิศทางและยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างความเข้าใจและพลังร่วมกันของพนักงานทั่วประเทศในการเดินหน้าสู่เป้าหมายเดียวกัน ภายในงาน ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และทิศทาง กลยุทธ์ขององค์กร โดยสรุปภาพรวมผลการดำเนินงานปี 2025 ที่สะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัทฯ ในทุกมิติ พร้อมกำหนดเป้าหมายระยะ 3 ปีข้างหน้า มุ่งเน้นการเสริมศักยภาพการแข่งขัน การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีประกันภัย การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า และการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลและความยั่งยืน ดร.สมพร กล่าวว่า “ปี 2026 จะเป็นปีแห่งการยกระดับองค์กรอย่างรอบด้าน เราจะเดินหน้าด้วยพลังของทีมงานทั่วประเทศ สร้างมาตรฐานใหม่ของธุรกิจประกันวินาศภัยไทย ทั้งในด้านความมั่นคง ความทันสมัย และความเชื่อมั่นจากลูกค้า” การจัดงาน Vision Day ในครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการประกาศทิศทางองค์กร หากแต่เป็นการรวมพลังของบุคลากรทุกภาคส่วน ภายใต้แนวคิด “One Team One Destination” เพื่อขับเคลื่อนบริษัทฯ ก้าวสู่การเป็นผู้นำธุรกิจประกันวินาศภัยของประเทศไทยอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืนในระยะยาว

Read More

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด แถลงมุมมองหลังครบ 1 ปี นโยบาย “America First Trade Policy” เปลี่ยนทิศทางการค้าสหรัฐฯ และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลกผ่านมาตรการภาษีนำเข้าที่ขยายจากจีนไปยังหลายประเทศทั่วโลกและในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจและการค้าโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ปี 2569 จะมีเหตุการณ์สำคัญต่อทิศทางการค้า เช่น การพบผู้นำจีน–สหรัฐฯ การทบทวน USMCA และคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับการใช้ IEEPA เพื่อออกนโยบายภาษีจะเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งสหรัฐฯ ใช้นโยบายภาษีนำเข้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ มองไทยควรเร่งทำข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ เพื่อไม่ให้เสียเปรียบทางการค้า ณ ธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่ อาคารพหลโยธิน เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองนโยบาย “America First Trade Policy” เปลี่ยนทิศทางการค้าสหรัฐฯ และเพิ่มความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลกผ่านมาตรการภาษีนำเข้าที่ขยายจากจีนไปยังหลายประเทศ สู่การเก็บภาษีนำเข้ากับนานาประเทศทั่วโลกและในหลายอุตสาหกรรม ส่งผลให้เศรษฐกิจและการค้าโลกเผชิญกับความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ปี 69 จะมีเหตุการณ์สำคัญต่อทิศทางการค้า เช่น การพบผู้นำจีน–สหรัฐฯ การทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีฉบับปรับปรุงใหม่ระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา (United States-Mexico-Canada Agreement: USMCA) และติดตามคำตัดสินของศาลเกี่ยวกับการใช้ IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) เพื่อออกนโยบายภาษีจะเป็นโมฆะหรือไม่ ซึ่งสหรัฐฯ ใช้นโยบายภาษีนำเข้าเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ สำหรับไทยต้องเร่งทำข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับที่แข่งกับอินเดียโดยตรง นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า การประกาศนโยบาย “America First Trade Policy” โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อโครงสร้างการค้าโลก แต่ยังเร่งให้ประเทศต่างๆ ต้องปรับยุทธศาสตร์ทั้งในเชิงภูมิรัฐศาสตร์และห่วงโซ่อุปทานอย่างมีนัยสำคัญ…

Read More

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เดินหน้าดำเนินกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่อง ภายใต้พันธกิจ “ใส่ใจ” ที่มุ่งให้ความสำคัญกับชุมชนและสังคมในทุกมิติ ผ่านการมอบอุปกรณ์เพื่อสาธารณประโยชน์ ได้แก่ เต็นท์สนาม ร่มสนาม และเก้าอี้สนาม ให้แก่ วัดท่าหลวง จังหวัดพิจิตร องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร และสำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลก เพื่อสนับสนุนการใช้ประโยชน์ในพื้นที่สาธารณะของชุมชน โดยมี นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้บริหารฝ่ายขายพร้อมตัวแทนประกันชีวิต ร่วมมอบอุปกรณ์เพื่อสาธารณประโยชน์ในครั้งนี้ สำหรับจังหวัดพิจิตร กรุงเทพประกันชีวิตได้สนับสนุนอุปกรณ์สาธารณประโยชน์ให้แก่พื้นที่สำคัญของชุมชน ได้แก่ วัดท่าหลวง ด้วยเต็นท์สนามขนาด 3×3 เมตร จำนวน 10 หลัง โดยมี พระเมธีธรรมประนาท ดร. ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดท่าหลวง เป็นผู้รับมอบ ณ วัดท่าหลวง จังหวัดพิจิตร นอกจากนี้ ได้มอบ เต็นท์สนามขนาด 3×3 เมตร จำนวน 85 หลัง พร้อมเก้าอี้สนามจำนวน 30 ตัว เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมสาธารณะ การใช้ประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ และการดูแลภูมิทัศน์โดยรอบให้มีความพร้อมและเป็นระเบียบเรียบร้อย แก่ศูนย์อำนวยการบึงสีไฟ โดยมี นายกฤษฏ์ เพ็ญสุภา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เป็นผู้รับมอบ ขณะที่จังหวัดพิษณุโลก กรุงเทพประกันชีวิตได้มอบเต็นท์สนามขนาด 3×3 เมตร จำนวน 20 หลัง และร่มสนามจำนวน 150 คัน ให้แก่ สำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลก โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะนำไปใช้งานหลักใน 3 พื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบ ได้แก่ สำนักงานเทศบาลนครพิษณุโลก ลานนวดสวนชมน่าน และตลาดเทศบาล 6 (ตลาดร่วมใจ) เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานพื้นที่สาธารณะ และรองรับกิจกรรมของประชาชนในชีวิตประจำวัน โดยมี นายศิริชิน หาญพิทักษ์พงศ์ นายกเทศมนตรีนครพิษณุโลก…

Read More

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้คณะบุคคล องค์กร และสมาคมต่าง ๆ เข้าร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ครบ 100 วัน) นั้น ในการนี้ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และพนักงาน ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ ในวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2569 เวลา 14.30 น. ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมี ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ เป็นประธานในพิธีฯ คณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมกราบถวายบังคมพระบรมศพฯ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ พร้อมตั้งใจที่จะ สืบสานพระราชปณิธานด้วยการมุ่งมั่นประพฤติปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ และพร้อมอุทิศตนด้วยความจงรักภักดี เพื่อสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติ ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทสืบไป

Read More

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) รับรางวัล Fund Performance Excellence Awards ประเภท Equity General จากกองทุนเปิดกรุงไทย หุ้นไฮดิวิเดนด์ (ชนิดจ่ายเงินปันผล) (KT-HiDiv-D) โดยมีนางชวินดา หาญรัตนกูล (กลาง) กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมทั้งผู้บริหารและผู้จัดการกองทุนเป็นผู้แทนรับมอบรางวัลจากเวที Hall of Fund 2026 ซึ่งจัดโดย Finnomena เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยรางวัลนี้สะท้อนถึงความเป็นเลิศในการบริหารของทีมบริหารจัดการที่สร้างผลการดำเนินงานที่โดดเด่น จากการบริหารกองทุนแบบ Active และให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ลงลึกรายบริษัท (Bottom-up approach) โดยผู้จัดการกองทุนจะทำการคัดเลือกหุ้นที่มีคุณภาพของกำไรที่ดี และให้ความสำคัญกับหุ้นที่จ่ายเงินปันผลที่ดีสม่ำเสมอ โดยจะคัดเลือกหุ้นที่มีมูลค่าที่ดีที่มีราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงและเหมาะสมกับศักยภาพในการเติบโต โดยหลีกเลี่ยงการไล่ซื้อหุ้นที่ราคาได้สะท้อนความคาดหวังที่สูงมาก ขณะเดียวกันผู้จัดการกองทุนก็มีการติดตามสถานการณ์ต่างๆ และปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุนอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนหลักทรัพย์เมื่อสถานการณ์และข้อมูลของหลักทรัพย์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ สำหรับกองทุน KT-HiDiv-D (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานที่ดีและมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีสม่ำเสมอ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลและขอรับหนังสือชี้ชวนได้ทุกวันทำการได้ที่ บลจ.กรุงไทย โทร. 0-2686-6100 กด 9 หรือธนาคารกรุงไทย และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.ktam.co.th สนใจเปิดบัญชีผ่านแอปพลิเคชั่น KTAM Smart Trade ได้ที่ https://bit.ly/KTSTSignIn คำเตือน ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต / ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

Read More