บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้สมาชิกเมืองไทย สไมล์คลับและครอบครัว ชวนร่วมงาน “Healing with Harmony” ดนตรีดีๆ บำบัดใจ กับกิจกรรมพิเศษเพื่อสุขภาพใจและกายสำหรับผู้สูงวัย จัดโดย LivWell ในวันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.30 – 18.00 น. ณ Plearn Pavillion @Park Silom (G Floor) โดยสมาชิกฯ สามารถใช้คะแนนสะสมจำนวน 1 Smile Point เพื่อรับสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรม ผ่าน MTL Click Application พร้อมสิทธิพิเศษรับของที่ระลึกจาก Mega We Care ระยะเวลาการแลกคะแนนตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2568 – 30 มิถุนายน 2568 หรือจนกว่าสิทธิ์จะเต็ม ภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมสุดพิเศษมากมาย พร้อมร่วมฟังเสวนาในเรื่อง Music Therapy ดนตรีบำบัด โดย คุณทัศน์พล เกิดขุมทอง ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการใช้ดนตรีบำบัดในกลุ่มผู้สูงวัย (Wellness Care) ที่ปรึกษาโครงการทวิปัญญา “Music For Wellness” วชิราวุธวิทยาลัย และอีกหนึ่งไฮไลท์ของงานพบกับกิจกรรมการเปิดโลกดนตรีบำบัดใจเพลิดเพลินไปกับบทเพลงสุดคลาสสิคจากวง The Forever Young พร้อมกิจกรรมประเมินสุขภาพผู้สูงวัยแบบเข้าใจง่าย โดยผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็น Body Composition (วัดองค์ประกอบร่างกาย) ความอ่อนตัวและHand Grip (ทดสอบความยืดหยุ่นและแรงบีบมือ) Sit to Stand (วัดความเสี่ยงต่อการล้ม) และ Gait Speed (วัดความเสี่ยงต่อการล้มในท่าเดิน) สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ สามารถติดตามกิจกรรมและสิทธิประโยชน์สุดพิเศษตลอดทั้งปีได้ที่ เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต www.muangthai.co.th หรือดาวน์ โหลดแอปพลิเคชัน MTL…
Author: staff
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ร่วมกับโครงการร้อยพลังการศึกษา เดินหน้าสนับสนุนนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ผ่านความสำเร็จของโครงการ UOB My Digital Space (MDS) อย่างต่อเนื่อง โดยโครงการได้ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านดิจิทัลให้นักเรียนกว่า 4,500 คนใน 8 โรงเรียน ซึ่งผลลัพธ์ล่าสุดชี้ให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจนทั้งในด้านผลการเรียน ความมั่นใจในการใช้เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของนักเรียนในห้องเรียน โครงการ UOB MDS เริ่มต้นขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล และได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นโครงการสนับสนุนการศึกษาแบบองค์รวม ไม่เพียงแต่ให้ความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ แต่ยังรวมถึงการให้คำปรึกษา สนับสนุนการสอน และติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ครูผู้สอนรายงานว่า นักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในวิชาหลัก มีแรงจูงใจในการเรียนรู้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงพฤติกรรมในห้องเรียนที่ดีขึ้น นับเป็นอีกก้าวสำคัญของโครงการ ที่ไม่ได้หยุดเพียงการมอบทรัพยากร แต่เป็นการส่งมอบผลลัพธ์ทางการศึกษาที่จับต้องได้อย่างแท้จริง ทุกคนสามารถร่วมสนับสนุนโครงการได้ โครงการ UOB MDS ในประเทศไทยสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของธนาคารยูโอบีในการสนับสนุนนักเรียนที่ขาดโอกาส 20,000 คนทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือและทักษะการเรียนรู้ดิจิทัลภายในปีนี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 90 ปีของธนาคารยูโอบี เพื่อขยายโครงการให้สามารถสนับสนุนนักเรียนได้เพิ่มมากขึ้น ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และโครงการร้อยพลังการศึกษา เชิญชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนอนาคตให้น้องๆ ผ่าน 2 ช่องทางได้แก่ · แลกคะแนนบัตรเครดิตยูโอบี: โดยทุก 1,000 คะแนน เท่าการบริจาค 200 บาท (ปกติ 100 บาท) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2568 · บริจาคโดยตรงให้กับโครงการร้อยพลังการศึกษามูลนิธิยุวพัฒน์ ผ่านทางเว็บไซต์ www.tcfe.or.th นายริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เราเชื่อว่าเด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการพัฒนาเติบโตด้วยการศึกษาที่มีคุณภาพ สิ่งที่โดดเด่นในระยะนี้ของโครงการ UOB My Digital Space คือพัฒนาการที่เห็นได้ชัดของนักเรียน การมีส่วนร่วมที่สูงขึ้น และความมั่นใจที่เพิ่มมากขึ้น เราเชื่อว่าหากได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน เราจะสามารถขยายความสำเร็จนี้และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นในวงกว้างได้” นางสาวกนกวรรณ โชว์ศรี ผู้อำนวยการโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ กล่าวว่า “เมื่อนักเรียนได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือดิจิทัล…
บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยนางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ มอบเสื้อกันฝนให้กับสถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ และสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจรและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนในช่วงฤดูฝน โดยมี พ.ต.ท.ประเสริฐ บัวแก้ว สว.จร. สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ และ พ.ต.ท.สุวสันต์ ตรีเหลา สว.จร. สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เป็นผู้แทนรับมอบ นอกจากนี้ พล.ต.ต.สันติ์นที ประยูรรัตน์ ผู้แทนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมสนับสนุนส่งเสริมความปลอดภัยและสุขภาวะของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ พร้อมเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างปลอดภัย ณ อาคารทิพยประกันภัย สำนักงานใหญ่ ถนนพระราม 3 ทั้งนี้ ทิพยประกันภัยยังคงมุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีบทบาทสำคัญในการดูแลความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน
บริษัท ไทยประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านประกันสุขภาพของประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท Amber Insurance Broker และ บริษัท JUZMATCH แพลตฟอร์มอันดับหนึ่งด้าน “เช่าเพื่อซื้อ”เพื่อพัฒนาระบบนิเวศทางการเงินที่ครอบคลุมและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหรือของกลยุทธ์ระยะยาวของ บริษัท ไทยประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) ในการขยายขอบเขตการบริการเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงโซลูชันทางการเงินที่หลากหลาย โดยเฉพาะการประกันสุขภาพที่เชื่อมโยงกับการลงทุนและการวางแผนทางการเงินเพื่อที่อยู่อาศัย การพัฒนานวัตกรรมเพื่อลูกค้าและสังคม JUZMATCH ในฐานะพันธมิตรเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมเช่าเพื่อซื้อและการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ จะช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ลูกค้าของไทยประกันสุขภาพให้ครบวงจรมากยิ่งขึ้น ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์การให้บริการการเช่าเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์และบริการที่ผสานระหว่างการป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพกับการสร้างความมั่งคั่งระยะยาว โดยมีบริษัท Amber Insurance Broker เป็นที่ปรึกษาบริการผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่มีความเชี่ยวชาญด้านประกันภัย ประโยชน์ต่อลูกค้าและสังคม ภายใต้จุดประสงค์ของความร่วมมือกันในครั้งนี้ “การร่วมมือกับ JUZMATCH สะท้อนวิสัยทัศน์ของเราในการเป็น ‘Health Partner’ ที่แท้จริงของลูกค้า ไม่เพียงแต่ดูแลด้านสุขภาพ แต่ยังช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพและมั่นใจในอนาคต” เป็นการบูรณาการร่วมกัน เพื่อสนับสนุนด้านการบริการ อันจะช่วยให้ลูกค้าของไทยประกันสุขภาพสามารถได้รับประโยนช์ดังนี้ – เข้าถึงแพลตฟอร์มการเช่าเพื่อซื้อและลงทุนอสังหาฯ ที่ทันสมัยและปลอดภัย – วางแผนการเงินระยะยาวควบคู่กับการประกันสุขภาพ – ได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทั้งด้านประกันและการลงทุน – รับบริการที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ความแข็งแกร่งของไทยประกันสุขภาพ บริษัทไทยประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำด้านประกันสุขภาพที่มีประสบการณ์มากกว่า 46 ปี ในการดูแลสุขภาพของคนไทย และเครือข่ายโรงพยาบาลคู่ค้ากว่า 500 แห่งทั่วประเทศ บริษัทมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงของลูกค้าในยุคดิจิทัล ความร่วมมือกับ JUZMATCH ในการเช่าเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์โดยมีผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเป็นประกันส่วนเสริม เป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ของบริษัทในการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงในฐานะพันธมิตรที่เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมเช่าเพื่อซื้อและแพลตฟอร์มอสังหาฯ เพื่อการลงทุนอุตสาหกรรมประกัน โดยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับลูกค้าและสังคม แนวโน้มอนาคต การร่วมมือครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบนิเวศน์ทางการเงินและกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่ครอบคลุม โดยไทยประกันสุขภาพวางแผนขยายการบริการไปยังพื้นที่อื่นๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ครบครันมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการป้องกันความเสี่ยง การลงทุน และการวางแผนทางการเงิน
เอไอเอ ประเทศไทย นำทัพพลังตัวแทนประกันชีวิต ร่วมพิธีมอบรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 42 (42nd Thailand National Quality Awards) ในปีนี้เอไอเอ ประเทศไทย ยังคงครองอันดับ 1 รางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 โดยมีจำนวนตัวแทนที่ได้รับรางวัลทั้งสิ้นถึง 1,652 ท่าน ถือเป็นจำนวนมากที่สุดจากทั้งหมด 15 บริษัทประกันชีวิตชั้นนำ โดยมีคณะผู้บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางอลิสา สิมะโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายตัวแทนประกันชีวิต นายดำรงศักดิ์ ขุนทอง ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารตัวแทนภูมิภาค 2 นางสลักจิต นิลประเสริฐศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนช่องทางการขาย และนางสาวกันยา กันตถาวร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการตลาดและสื่อสารตัวแทน ให้การต้อนรับประธานในพิธี ได้แก่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และร่วมถ่ายภาพพร้อมแสดงความยินดีแก่ตัวแทนที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ โดยพิธีมอบรางวัลดังกล่าวจัดขึ้น ณ รอยัลจูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยในปีนี้ มีพลังตัวแทนเอไอเอที่ได้รับรางวัลโล่เกียรติคุณ 15 ปี พร้อมเกียรติบัตร จำนวน 3 ท่าน ได้แก่ 1. นายจีระ อะร่าม หน่วยชุมทอง 24 เค 63 2. นายรุ่งวิทย์ ทนงเกียรติศักดิ์ หน่วยเอฟเวอเรสต์ 24 3. นางสาวธิดารัตน์ ศักดิ์สยามกุล หน่วยเทพประทานพร 9 พลังตัวแทนเอไอเอที่ได้รับรางวัลโล่เกียรติคุณ 10 ปี พร้อมเกียรติบัตร จำนวนทั้งสิ้น 30 ท่าน รับโล่เกียรติคุณ จำนวนทั้งสิ้น 5 ท่าน และยังมีตัวแทนที่ได้รางวัลเกียรติบัตร…
เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมกับมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคม มอบแว่นสายตาจำนวน 1,111 อัน ให้แก่กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ผู้สูงอายุในสังคมไทย โดยมุ่งหวังให้การเข้าถึงการดูแลสุขภาพดวงตาอย่างเหมาะสม เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับชีวิตประจำวันและสร้างโอกาสในการมีชีวิตที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โครงการออกหน่วยตรวจวัดสายตาประกอบแว่นเพื่อผู้สูงอายุ เป็นโครงการที่ เมืองไทยประกันชีวิต มูลนิธิเมืองไทยยิ้ม ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพและดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุและกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 จวบจนถึงปัจจุบัน นับเป็นปีที่ 7 ของการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และยังได้รับความร่วมมือจากทีมงานร้านหอแว่น ในการร่วมออกหน่วยตรวจวัดสายตา โดยผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา พร้อมทั้งให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสายตา นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ถือเป็นหน่วยงานหลักในการสรรหาพื้นที่และคัดกรองผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด ซึ่งกิจกรรมนี้ได้จัดไปแล้วถึง 62 หน่วย ทั่วประเทศ และได้มอบแว่นสายตาไปแล้วรวมกว่า 8,000 ราย ความมุ่งมั่นดังกล่าว สะท้อนถึงบทบาทของเมืองไทยประกันชีวิตในฐานะองค์กรที่ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม โดยยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG: Environmental, Social, Governance & Economic) ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในมิติของสังคม ที่มุ่งเน้นการสร้างประโยชน์แก่ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งเล็งเห็นถึงความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการดำเนินโครงการนี้ไม่เพียงมุ่งเน้นการช่วยเหลือในระยะสั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่จำเป็น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในสังคมไทย ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นใจ มีความสุขอย่างยั่งยืน การมีสายตาที่ชัดเจนช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ เช่น การหกล้ม และยังเอื้อต่อการอ่านหนังสือ รวมถึงการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการชะลอการเกิดโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม เป้าหมายสำคัญของการดูแลสุขภาพการมองเห็นในผู้สูงอายุ คือการสนับสนุนให้สามารถ “มอง อ่าน เขียน” ได้อย่างคล่องตัว ซึ่งเป็นการกระตุ้นสมองและชะลอความเสื่อมโดยไม่ต้องใช้ยา พร้อมทั้งช่วยเสริมสร้างความสุขและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุให้ดียิ่งขึ้น สำหรับปี พ.ศ. 2568 นี้ ตั้งเป้าหมายที่จะมอบแว่นสายตาจำนวน 1,111 อัน ใน 6 หน่วย โดยกระจายไปยังทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสตูล จังหวัดสกลนคร จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือที่มีปัญหาด้านสายตา สามารถมองเห็นโลกได้ชัดเจนขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย และมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมได้อย่างเต็มที่ ในโอกาสพิเศษของโครงการออกหน่วยตรวจวัดสายตาประกอบแว่นเพื่อผู้สูงอายุในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก นางจตุพร โรจนพานิช…
บมจ.กรุงไทย – แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ได้ร่วมเป็นวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ภายใต้หัวข้อ EMERGING RISKS & RISK MITIGATIONSTRATEGIES ในงาน “โครงการพัฒนาบุคลากรประกันชีวิตนานาชาติ ASEAN Life Insurance Leadership Program (ALIP)ประจำปี 2568” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย โดยสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง กองทุนประกันชีวิต และสมาคมประกันชีวิตไทย ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับผู้บริหารระดับสูงขององค์กรในธุรกิจประกันชีวิตในภูมิภาคอาเซียน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงภายใต้ภาวการณ์ต่าง ๆ อาทิ ความไม่แน่นอนของภูมิอากาศและภัยพิบัติทางธรรมชาติ โรคอุบัติใหม่ ความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและอัตราดอกเบี้ย โครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลง สังคมผู้สูงวัยแบบ Super-Aged Society พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง อัตราค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น การเปิดเสรีของธุรกิจประกันชีวิต กระแสการประกอบธุรกิจแบบยั่งยืนที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล (Environment Social and Governance: ESG) ตลอดจนมาตรฐานสากล หลักเกณฑ์ใหม่ๆ ความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงจากสมาคมประกันชีวิตไทย ผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ภาคธุรกิจประกันชีวิต สมาคมวิชาชีพ และผู้แทนจากองค์กรที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากประเทศไทยและจากประเทศในภูมิภาคอาเซียน ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ยกระดับศักยภาพ และร่วมกันออกแบบอนาคตของระบบประกันชีวิตในระดับภูมิภาค
บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (บีคอน วีซี) บริษัทเงินร่วมทุนของธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) และสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก (Global Green Growth Institute หรือ GGGI) เปิดตัวคู่มือสำหรับสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเพื่อสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (Thailand Climate Tech Startup Guide) ฉบับแรกของประเทศ ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมทุกประเด็นสำคัญ ตั้งแต่แหล่งเงินทุน นวัตกรรม การกำกับดูแลด้านนโยบาย กฎหมาย รวมทั้งข้อเสนอแนะด้านการนำ Climate Tech มาใช้สนับสนุนผู้ประกอบการและนักลงทุนในการพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ท่ามกลางตลาดธุรกิจสีเขียวโลกที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 280 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ นายวรพจน์ กิ่งแก้วก้านทอง Investment Head ของ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด (บีคอน วีซี) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายหลากหลายที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ การขับเคลื่อนเพื่อบรรเทาการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง สตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate Tech จึงเข้ามามีบทบาทในการพัฒนานวัตกรรมที่มีส่วนช่วยให้ประเทศเดินหน้าสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ Net Zero ที่วางไว้ โดยบีคอน วีซี ได้ส่งเสริมการด้านเงินทุนผ่าน Beacon Impact Fund นอกจากนี้ เพื่อสร้างพื้นฐานและพัฒนาระบบนิเวศ Climate Tech ไทยให้แข็งแกร่งขึ้น บีคอน วีซี จึงได้ร่วมกับกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และสถาบันเพื่อการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโลก เปิดตัวคู่มือสำหรับสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีเพื่อสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย (Thailand Climate Tech Startup Guide) ฉบับแรกของประเทศ ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นแนวทางสำคัญสำหรับผู้ประกอบการ นักลงทุน และผู้กำหนดนโยบายในการใช้ประโยชน์จาก Climate Tech อย่างเต็มศักยภาพ โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจพร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เนื้อหาในคู่มือสำหรับสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสภาพภูมิอากาศฉบับใหม่นี้ เป็นการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญหลายภาคส่วน แนวทางปฏิบัติที่ใช้ได้จริง และกรณีศึกษาที่ช่วยสตาร์ทอัพวางแผนธุรกิจและขยายตัวอย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมประเด็นสำคัญสำหรับสตาร์ทอัพด้าน Climate Tech ตั้งแต่แหล่งเงินทุน นวัตกรรม การกำกับดูแลด้านนโยบาย รวมถึงข้อเสนอแนะเพื่อให้ประเทศไทยสามารถนำ Climate…
การส่งออกไทยเดือนพ.ค. 2568 ยังเร่งตัวต่อเนื่องและสูงกว่าคาดที่ 18.4%YoY มูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 31,044.6 ล้านดอลลาร์ฯ ในขณะที่การนำเข้าก็เร่งตัวสูงกว่าคาดเช่นกัน การเร่งส่งออกไทยอยู่ในหมวดคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ เห็นการส่งออกเพิ่มขึ้นในตลาดสหรัฐฯ จีน และฮ่องกง ก่อนมาตรการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยชั่วคราว ได้แก่ การส่งออกรถยนต์ไปตลาดออสเตรเลียกลับมาขยายตัวครั้งแรกในรอบ 13 เดือน โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการเร่งนำเข้าเพื่อเตรียมรับมาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานรถยนต์ใหม่ (NVES) และการส่งออกทุเรียนสดไปจีนที่กลับมาหนุนการส่งออกในเดือนนี้ หลังผลผลิตออกมาล่าช้ากว่าปกติและมีปริมาณสูงกว่าปีก่อนหน้า อย่างไรก็ดี การนำเข้าสินค้าขยายตัวสูงกว่าที่คาด โดย 5 เดือนแรกของปีขยายตัวที่ 11.3%YoY อย่างไรก็ดี ภาคการผลิตไทยยังอยู่ในภาวะซบเซา โดย 4 เดือนแรกหดตัว 0.8%YoY สะท้อนว่าการส่งออกที่เร่งตัวไม่ได้ส่งผลมายังภาคการผลิตและเศรษฐกิจไทยมากเท่าที่ควร ในเบื้องต้นศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองภาพรวมการส่งออกไทยในปี 2568 มีแนวโน้มพลิกขยายตัวเป็นบวกที่ราว 1.5% เนื่องจาก 5 เดือนแรกมีการเร่งส่งออกสูงกว่าคาด โดยขยายตัวที่ 14.9%YoY ขณะที่ยังคงมุมมองการส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีหลังมีความเสี่ยงหดตัวลึก เนื่องจากมีการเร่งส่งออกสูงในช่วงก่อนหน้า และอุปสงค์โลกมีแนวโน้มชะลอลง ท่ามกลางการเจรจาภาษีกับคู่ค้าต่างๆ ของสหรัฐฯ เป็นไปอย่างล่าช้าและมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ หากหลังวันที่ 9 ก.ค. ไทยสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และอัตราภาษีนำเข้าคงอยู่ที่ 10% การส่งออกไทยจะขยายตัวสูงกว่ากรณีฐานราว 1%
ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า จัดโครงการ The Advisor Club โดยร่วมมือกับ สมาคมนักวางแผนการเงินไทย (TFPA) เสริมความรู้เชิงลึกให้แก่พนักงานที่ได้รับคุณวุฒิที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ และนักวางแผนการเงิน CFP® ในหัวข้อ “กลยุทธ์วางแผนภาษีเพื่อการส่งต่อความมั่งคั่ง” (Succession and Estate Planning) ภายในงานได้รับเกียรติจากคุณณัฐพงษ์ อภินันท์กูล CFP® กรรมการและเลขาธิการสมาคมนักวางแผนการเงินไทย เป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้ โดยมี คุณพิชา รัตนธรรม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจธนบดีและบริการธนาคาร กล่าวเปิดงานและให้การต้อนรับ นายพิชา เปิดเผยว่า ธนาคารทิสโก้มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านการวางแผนการเงินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทิสโก้เวลธ์ได้รับประโยชน์สูงสุด บนพื้นฐานการให้คำแนะนำที่ดี (Good Advice) สนับสนุนด้วยบทวิเคราะห์เชิงลึก (Good Research) และผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ยอดเยี่ยม (Good Product) โดยเฉพาะด้านคำแนะนำทางการเงิน ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของธนาคาร โดยที่ผ่านมาได้พัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านคำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาคุณภาพเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าของธนาคารให้เข้ารับการอบรมและสอบเพื่อให้ได้รับคุณวุฒิที่ปรึกษาการเงิน AFPT™ และนักวางแผนการเงิน CFP® เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการวางแผนการเงินที่ได้มาตรฐานในระดับโลก และเพื่อสร้างแรงจูงใจให้เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ ธนาคารทิสโก้ จึงจัดตั้งโครงการ The Advisor Club ขึ้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่ดูแลลูกค้าของธนาคารได้อัปเดตข้อมูลการวางแผนการเงินจากผู้เชี่ยวชาญของสมาคมนักวางแผนการเงินไทย นอกจากนี้ ธนาคารทิสโก้ยังพัฒนาโปรแกรมวางแผนการเงิน TISCO My Goal เพื่อเป็นเครื่องมือให้เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าสามารถวางแผนการเงินให้แก่ลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ทั้งด้านการลงทุน การปกป้องความมั่งคั่ง การสร้างหลักประกันในชีวิตด้วย ประกันชีวิต ประกันสุขภาพและโรคร้ายแรง การวางแผนลดหย่อนภาษี และการวางแผนการเงินเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้ชีวิตหลังเกษียณ โดยมุ่งหวังให้ลูกค้าได้ใช้ชีวิตตาม Lifestyle ที่เลือกอย่างมีความสุขในทุกช่วงวัย อย่างไรก็ดี เพื่อเป็นการเชิญชวนให้คนไทยตระหนักถึงการวางแผนการเงิน ทางธนาคารทิสโก้ ได้พัฒนาโปรแกรมวางแผนการเงินเบื้องต้นที่สามารถทำได้โดยผ่านโปรแกรม TISCO My Goal แบบง่ายผ่านทางออนไลน์ เพียงโหลดแอปพลิเคชัน TISCO My Wealth หรือ คลิก https://link.tisco.co.th/buWKdH
