Author: staff

บลจ.กสิกรไทย เปิดตัวกองทุนใหม่ “K-ESGSI-A” มุ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเพื่อความยั่งยืน ตอบรับแนวโน้มการลดคาร์บอนและส่งเสริมหลักการด้าน ESG ในภาคธุรกิจ มองเป็นจังหวะวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงที่เอื้อต่อการลงทุนในตราสารหนี้ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนมีส่วนร่วมในการสร้างเศรษฐกิจที่แข็งแรงอย่างยั่งยืน เปิดเสนอขายตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป นายฐานันดร โชลิตกุล, CFA, FRM, CAIA, Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการบรรลุเป้าหมายในการลดการทำลายสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในภาคธุรกิจที่ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับหลักการความยั่งยืน (ESG) ซึ่งเน้นการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำต้องการการระดมทุนจำนวนมหาศาลเพื่อสนับสนุนโครงการต่างๆ ที่ช่วยลดการปล่อยคาร์บอนและส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น โครงการพลังงานทดแทน การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งการระดมเงินทุนในลักษณะนี้สามารถทำได้ผ่านการออกตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน หรือ ESG Bond ที่จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานในโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการลงทุนเพื่อความยั่งยืน ด้วยการต่อยอดความสำเร็จจากการครองแชมป์อันดับ 1 ในกลุ่มกองทุน SRI Fund ซึ่งมี Market Share อยู่ที่ 43% (ที่มา : AIMC ณ 30 พฤษภาคม 2568) ล่าสุด บลจ.กสิกรไทย ได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดเค ตราสารภาครัฐ ESG ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (K-ESGSI-A) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ ผ่านการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐที่คัดเลือกตามเกณฑ์ด้าน ESG อย่างเข้มงวด นายฐานันดรกล่าวต่อไปว่า กองทุน K-ESGSI-A มีนโยบายมุ่งเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ที่มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนไปพัฒนาโครงการหรือกิจกรรมที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาทิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม การปรับปรุงแหล่งน้ำเพื่อการบริโภคและการเกษตร เป็นต้น และลงทุนบางส่วนในพันธบัตรระยะสั้น ทั้งหุ้นกู้เอกชน เงินฝาก และตราสารเทียบเท่าเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐที่รองรับการพัฒนาความยั่งยืนและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก…

Read More

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากที่ได้เปิดเสนอขายกองทุน KTWC-INCOME สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนและสร้างกระแสรายได้จากตราสารหนี้ทั่วโลก เพื่อช่วยชดเชยความผันผวนภายใต้สภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน ไปเมื่อวันที่ 17 – 23 มิ.ย. 68 ที่ผ่านมา ได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนด้วยยอดจองซื้อในช่วง IPO กว่า 1,300 ล้านบาท และได้ทำการเปิดเสนอขายอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. 68 เป็นต้นมา โดยผู้ที่สนใจสามารถลงทุนผ่านธนาคารกรุงไทย รวมถึงแอปพลิเคชัน Next และ KTAM Smart Trade สำหรับกลุ่มกองทุน “KTWC Series” เป็นกองทุนผสม มีจำนวนกองทุนทั้งสิ้น 5 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนชนิดสะสมมูลค่า จำนวน 4 กองทุน และชนิดเพื่อการเลี้ยงชีพ 1 กองทุน โดยปัจจุบันมียอดทรัพย์สินสุทธิรวมกว่า 11,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิ.ย. 68) มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม และ/หรือกองทุนรวม ETF ในต่างประเทศ ที่มีนโยบายลงทุนทั้งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ทรัพย์สินทางเลือก เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่า โดยจะลงทุนอย่างน้อยตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไปโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของ NAV และจะลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งไม่เกิน 79% ของ NAV ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะมอบหมายให้ FIL Investment Management (Hong Kong) Limited ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Fidelity International เป็นผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุน โดยไม่รวมในส่วนการลงทุนเพื่อสภาพคล่อง โดยกลุ่มกองทุน KTWC Series เป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงระดับ 5 ทั้ง 5 กองทุน…

Read More

บล.ทิสโก้ปรับเป้าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2568 เหลือ 1,208 จุด จากเดิม 1,337 จุด รับความเสี่ยงปัจจัยการเมืองในประเทศ และการเจรจาภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ซึ่งหลายประเทศอาจเจรจาไม่ทันตามกำหนด ประกอบกับตัวเลขการท่องเที่ยวไทยอาจฟื้นน้อยกว่าคาดฉุดเศรษฐกิจไทยอาจถดถอยทางเทคนิค พร้อมเปิดรายชื่อหุ้นที่ผลประกอบการไตรมาส 2 โตเด่น หุ้นที่มีโอกาสจ่ายปันผลในระดับสูง หุ้นที่ได้รับผลกระทบการเมืองน้อย และงบการเงินแกร่ง นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้ความไม่แน่แน่นอนรอบด้านทั้งปัจจัยภายในประเทศ เช่น การเมืองในประเทศ และตัวเลขนักท่องเที่ยวไทยที่อาจไม่ฟื้นตัวตามที่คาด ประกอบกับความเสี่ยงเรื่องสงครามการค้าสหรัฐฯ ดังนั้น บล.ทิสโก้จึงได้ปรับเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2568 เป็น 1,208 จุด จากเดิม 1,337 จุด และปรับดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2569 เป็น 1,279 จุด จากเดิม 1,405 จุด สำหรับกลยุทธ์ลงทุนเดือนกรกฎาคม บล.ทิสโก้คาดว่าหุ้นที่งบไตรมาส 2/2568 ดี และหุ้นปันผลดีน่าจะเคลื่อนไหวดีกว่าตลาด (Outperform) แนะนำ ADVANC, BAM, PRM นอกจากนี้ หุ้นที่คาดจะได้รับผลกระทบจำกัดจากการเมืองในประเทศและฐานะการเงินแข็งแกร่งถือเป็นตัวเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจ แนะนำ GULF, HANA, PR9 ดังนั้น หุ้นเด่นในเดือน กรกฎาคมแนะนำ ADVANC, BAM, GULF, HANA, PR9 และ PRM ด้านแนวรับสำคัญของ SET Index เดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 1,050-1,055 จุด (โลว์เดิมของปีนี้ที่ลงมาทดสอบแล้ว 2 ครั้ง), แนวรับต่อมาคือ 1,000-1,020 จุด และแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,120 จุด และ 1,160 จุด ตามลำดับ “ในช่วงครึ่งปีแรกตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวแย่กว่าตลาดหุ้นต่างประเทศอย่างต่อเนื่องโดยปรับตัวลง 22% ขณะที่หุ้นโลก (MSCI World Index)…

Read More

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับ จังหวัดขอนแก่น และเครือข่ายพันธมิตร เปิด “เทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568” (Isan Creative Festival 2025 หรือ ISANCF2025) อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “อีสานโชว์พ(ร)าว – ISAN SOUL PROUD” เดินหน้าต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์จากรากวัฒนธรรมอีสานให้กลายเป็น ‘ทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์’ ผ่าน 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมบันเทิงและคอนเทนต์, อุตสาหกรรมหัตถกรรม ศิลปะ และการออกแบบ และอุตสาหกรรมอาหาร พร้อมเชื่อมโยงกับเครือข่ายธุรกิจ การศึกษา และการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ เพื่อขับเคลื่อนเทศกาลฯ ให้เป็น ‘แพลตฟอร์มธุรกิจสร้างสรรค์’ ที่ใช้ซอฟต์พาวเวอร์ของอีสาน ต่อยอดให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ทั้งในระดับภูมิภาคและประเทศ ตลอด 9 วันของเทศกาลฯ มีนักสร้างสรรค์จากภาคอีสานและภูมิภาคอื่น ๆ ร่วมกว่า 900 คน เครือข่ายต่างประเทศกว่า 9 ประเทศ คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมงานกว่า 300,000 คน และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ตอกย้ำบทบาทของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในการขับเคลื่อนภูมิภาคอีสานอย่างยั่งยืน ในปีนี้ เทศกาลฯ ได้รับเกียรติจาก นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี, นายไชยยง รัตนอังกูร ประธานกรรมการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์, นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น, ดร. ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมถึงราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัดจากภูมิภาคอีสาน ตลอดจนคณะกรรมการและที่ปรึกษาจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์และนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ให้เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ด้วยเล็งเห็นถึงพลังของทุนวัฒนธรรมในแต่ละภูมิภาคที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น สร้างงาน และดึงดูดการลงทุนใหม่ ๆ ในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคอีสาน ซึ่งเป็นขุมพลังมหาศาลที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การจัดเทศกาลอีสานสร้างสรรค์ 2568 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การแสดงออกถึงวัฒนธรรมอันรุ่มรวย แต่ยังเป็นการตอกย้ำนโยบายสำคัญของภาครัฐในการส่งเสริมและต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ของไทย นอกจากนี้ การจัดตั้ง TCDC แห่งใหม่ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ โดยความร่วมมือระหว่าง CEA กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนส่วนท้องถิ่น ยังเป็นอีกหนึ่งกลไกหลักในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคอย่างยั่งยืน ที่น่ายินดีอีกประการหนึ่งคือปีนี้ ครบ…

Read More

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ รวมถึงผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ ทั้งหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 และครั้งที่ 2/2568 รวมมูลค่า 15,000 ล้านบาท โดยได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ถือหุ้นกู้ CPALL256B ที่ครบกำหนดในครั้งนี้ นักลงทุนทั่วไป นักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนกลุ่มสหกรณ์ ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของบริษัทฯ ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกของไทยที่มีเครือข่ายร้านค้ากว่า 15,000 สาขาทั่วประเทศ หุ้นกู้ที่เสนอขายในครั้งนี้แบ่งออกเป็นสองครั้ง โดยหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 เป็นการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้เดิมรุ่น CPALL256B โดยให้สิทธิในการจองซื้อก่อน และนักลงทุนทั่วไป มีอายุ 4 ปี 10 เดือน 13 วัน อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.90% ต่อปี และหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2568 เป็นการเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและกลุ่มสหกรณ์ ประกอบด้วยหุ้นกู้ 3 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 4 ปี 7 เดือน 24 วัน อัตราดอกเบี้ย 2.34% ต่อปี หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 6 ปี 10 เดือน 13 วัน อัตราดอกเบี้ย 2.60% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 3 อายุ 10 ปี 2 เดือน 30 วัน อัตราดอกเบี้ย 2.92% ต่อปี โดยบริษัทฯ จะนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายในครั้งนี้ไปใช้ในการชำระคืนหุ้นกู้เดิม (roll-over) และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ นายเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ Chief Financial…

Read More

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) พร้อมคณะผู้บริหาร คปภ. ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาสที่ตัวแทนประกันชีวิตของ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลตัวแทนคุณภาพดีเด่นแห่งชาติ ครั้งที่ 42 ประจำปี 2568 (Thailand National Quality Awards: TNQA) จำนวน 99 คน โดยมีนายบุญสิน ทั้งอุดม รองผู้จัดการใหญ่ ให้การต้อนรับ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

Read More

บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยเมืองไทยสไมล์คลับ เชิญชวนสมาชิกฯ ร่วมสนุกกับกิจกรรม “เมืองไทยสไมล์มอบโชค 2568 ครั้งที่ 1” เพียงใช้คะแนนสะสม Smile Point 2 คะแนน แลกรับคูปองชิงโชค 1 ใบ เพื่อลุ้นรับ รถจักรยานยนต์ Honda Giorno+ มูลค่า 73,900 บาท จำนวน 3 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 220,000 บาท และสมาชิกฯ ที่อัปเดตข้อมูลส่วนตัวผ่าน MTL Click Application หรือผ่านระบบการแสดงตน (KYC) บนเว็บไซต์ของบริษัท จะได้รับคูปองชิงโชคเพิ่มอีก 2 ใบ ฟรีทันที! โดยสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับสามารถแลกคะแนนสะสม Smile Point ได้ผ่านช่องทาง MTL Click Application หรือ โทร 1766 กด 4 หรือศูนย์บริการลูกค้า เมืองไทยประกันชีวิตทั่วประเทศ ทุกสาขา ระยะเวลาร่วมแลกคะแนนลุ้นโชคได้ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2568 – 15 กรกฎาคม 2568 จับรางวัลวันที่ 20 สิงหาคม 2568 ทั้งนี้ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ สามารถติดตามกิจกรรมและอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม พร้อมสิทธิประโยชน์สุดพิเศษตลอดทั้งปี ได้ที่เว็บไซต์เมืองไทยประกันชีวิต www.muangthai.co.th หรือดาวน์โหลด MTL Click Application ได้ฟรีทั้งระบบปฏิบัติการ iOS และ Android หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 1766 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ หมายเหตุ : · คะแนนสะสม Smile Point เป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเมืองไทยสไมล์คลับ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสร้าง…

Read More

บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด เดินหน้าเสริมความคุ้มครองให้กับคนไทยในช่วงฤดูฝน ด้วยการนำเสนอ แคมเปญประกันภัยหน้าฝน ที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมทุกมิติของความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็น การคุ้มครองรถยนต์ บ้านพักอาศัย สุขภาพ และการเดินทาง เพื่อช่วยลดความกังวลจากภัยที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝน อาทิ น้ำท่วม อุบัติเหตุ จากถนนลื่น โรคไข้เลือดออก ตลอดจนความล่าช้าในการเดินทางจากสภาพอากาศ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ฤดูฝนในประเทศไทยมักมาพร้อมกับความเสี่ยงรอบด้าน ทั้งอุบัติเหตุจากถนนลื่น น้ำท่วมบ้าน โรคระบาด ที่มากับฤดูกาล และปัญหาการเดินทางจากสภาพอากาศแปรปรวน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สินของประชาชน โดยเฉพาะโรคไข้เลือดออก ที่มักพบการระบาดหนักในช่วงหน้าฝน ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นทุกปี และยังสร้างภาระด้านสุขภาพและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ขณะเดียวกัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ฤดูฝนปีที่ผ่านมา มีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมครอบคลุมกว่า 46 จังหวัด บ้านเรือนกว่า 31,000 หลังคาเรือนได้รับผลกระทบ โดยส่วนใหญ่เกิดจากน้ำท่วมสูงและไหลเชี่ยว จนทำให้โครงสร้างบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายจำนวนมาก จากสถานการณ์ดังกล่าว TQM จึงจัดแคมเปญ ประกันภัยหน้าฝน ที่รวมผลิตภัณฑ์ประกันภัยซึ่งออกแบบมาเพื่อรับมือ กับความเสี่ยงในฤดูฝนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน พร้อมให้ความคุ้มครองที่เข้าถึงง่าย และช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจแม้ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง ผลิตภัณฑ์ประกันภัยหน้าฝนมี 4 หมวด ดังนี้ · ประกันรถยนต์: คุ้มครองอุบัติเหตุ รถหาย ไฟไหม้ น้ำท่วม และภัยธรรมชาติ · ประกันบ้าน: เบี้ยเริ่มต้นเพียง 1,800 บาทต่อปี ให้ความคุ้มครองทั้งตัวโครงสร้างบ้านและทรัพย์สินภายใน จากความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม ลมพายุ ฟ้าผ่า อัคคีภัย และการโจรกรรม · ประกันสุขภาพ: ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากโรคที่มักระบาดในช่วงฤดูฝน เช่น ไข้เลือดออก และไข้หวัดใหญ่ · ประกันเดินทาง: คุ้มครองทั้งอุบัติเหตุและความล่าช้าในการเดินทางที่เกิดจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ลูกค้าที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและโปรโมชั่นเพิ่มเติม…

Read More

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติ สุดยอดผู้บริหารองค์กรแห่งปี “THAILAND TOP CEO OF THE YEAR 2025” ประเภทอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ประธานในพิธีฯ เป็นผู้มอบรางวัล เพื่อเชิดชูเกียรติให้กับผู้บริหารระดับสูงขององค์กรที่มีความโดดเด่นด้านวิสัยทัศน์กว้างไกลและความเชี่ยวชาญในธุรกิจประกันภัย ท่ามกลาง ความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ สามารถขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าอย่างมั่นคง พร้อมปรับตัวและสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการประกันภัยให้ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล โดยยึดหลักธรรมาภิบาล และความโปร่งใส พร้อมพัฒนาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ

Read More

เลขาธิการ คปภ. เปิดงานสัมมนาผู้ประเมินวินาศภัย ปี 2568 ภายใต้ธีม “แผ่นดินไหว ความท้าทายใหม่ ผู้ประเมินวินาศภัยไทย” หวังยกระดับศักยภาพ “ผู้ประเมินวินาศภัย” ปรับตัวรับมือกับภัยพิบัติในอนาคต ชี้การประเมินวินาศภัย เป็นขั้นตอนสำคัญในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอย่างเหมาะสม เป็นธรรม และได้มาตรฐาน นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาผู้ประเมินวินาศภัย ปี 2568 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม ซี โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมี นางสาววสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค ผู้บริหารสำนักงาน คปภ. ผู้บริหารสมาคม ผู้ประเมินวินาศภัย และสมาคมการค้าผู้สำรวจและประเมินวินาศภัยไทย ผู้ตรวจสอบและประเมินวินาศภัย เข้าร่วมงานกว่า 200 คน เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า การสัมมนาผู้ประเมินวินาศภัยที่จัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่สำนักงาน คปภ. จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการประเมินวินาศภัย ซึ่งเป็นกระบวนการที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบประกันภัย จำเป็นต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์อย่างรอบด้าน เพื่อให้การประเมินมูลค่าความเสียหายมีมาตรฐานและความยุติธรรมสูงสุด ทั้งนี้ การประเมินวินาศภัยไม่ได้มีผลเฉพาะต่อการดำเนินงานของบริษัทประกันภัยเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อความพึงพอใจและความเชื่อมั่นของประชาชนผู้เอาประกันภัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงให้กับระบบประกันภัยในระยะยาว จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ถือเป็นบทพิสูจน์สำคัญของบทบาทระบบประกันภัยในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินและเยียวยาความสูญเสียของประชาชน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างชัดเจน ซึ่งกระบวนการประเมินวินาศภัยเป็นกลไกหลักในการสนับสนุนการจ่ายค่าสินไหมทดแทนอย่างเป็นธรรมและได้มาตรฐาน ขอขอบคุณผู้ประเมินวินาศภัยทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเทอย่างมืออาชีพ อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานของผู้ประเมินวินาศภัยในช่วงที่ผ่านมา ต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะสถานการณ์ภัยพิบัติที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมและยกระดับศักยภาพของผู้ประเมินวินาศภัยไทย สำนักงาน คปภ. จึงจัดการสัมมนาครั้งนี้ภายใต้หัวข้อ “แผ่นดินไหว ความท้าทายใหม่ผู้ประเมินวินาศภัยไทย” เพื่อเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาการสัมมนาครอบคลุมประเด็นสำคัญ อาทิ การเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านประกันภัยและทักษะการประเมินความเสียหาย ให้มีความถูกต้อง แม่นยำ การยกระดับระบบควบคุมภายในเพื่อบริหารจัดการงานจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการประเมิน ตลอดจนการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างผู้ประเมินกับบริษัทประกันภัย เพื่อให้การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หลังเหตุภัยพิบัติเป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับข้อจำกัดด้านทรัพยากร ในการสัมมนาครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิร่วมบรรยายหลากหลายหัวข้อสำคัญ ได้แก่ ดร. พงษ์ภาณุ ดำรงศิริ…

Read More