นายประพนธ์ เพิ่มพิทักษ์ ผู้บริหารฝ่ายบริหารการจำหน่ายทรัพย์ NPA1 (ซ้ายสุด) และนางสาว ทิพย์ประภา บูรณ์โภคา ผู้บริหารฝ่ายบริหารการจำหน่ายทรัพย์ NPA 3 (ที่ 4 จากซ้าย) บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เข้าพบและร่วมหารือกับนายชาญวิทย์ รุ่งเรืองผล นายกสมาคมชุมนุมอสังหาริมทรัพย์ไทยหรือ TRECA เพื่อชี้แจงถึงรายละเอียดของโครงการ “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพื่อให้สมาชิกสมาคม TRECA นำทรัพย์สินรอการขาย (NPA)ที่มีความหลากหลายของ SAM ไปทำการตลาดและจำหน่ายได้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยผู้แนะนำจะได้รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาท
Author: staff
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดยคุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด ตอกย้ำจุดยืนผู้นำบริษัทประกันชีวิตและสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญโฆษณา “โซชิลด์คุ้มเว่อร์” ภายใต้แคมเปญคุ้มเว่อร์ พลัส” เพื่อสนับสนุนให้ผู้หญิงไทยดูแลตัวเองและให้ความสำคัญกับระยะป้องกันโรคร้ายๆต่างที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยดูแลครบเรื่องโรคร้ายในผู้หญิง อาทิ มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก หมดกังวลหากตรวจพบโรคร้ายแรงเหมาจ่ายสูงถึง 3.5 ล้านบาทตลอดอายุสัญญา พร้อมชดเชยรายได้หากต้องนอนโรงพยาบาล หมดกังวลเรื่องการรักษาโรคร้าย ให้ชีวิตได้ไปต่อ ซึ่งแคมเปญโฆษณาดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากแคมเปญ “ผู้หญิง ไม่ควรต้องเสี่ยง” เพื่อมอบความมั่นใจให้ผู้หญิงไทย ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ แคมเปญ คุ้มเว่อร์ พลัส มาพร้อมผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ ที่สามารถเลือกความคุ้มครองตามความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ประกอบไปด้วย • ชดเชยคุ้มเว่อร์ : ขาดงาน ไม่ขาดเงิน ชดเชยคุ้มเว่อร์ • โรคร้ายคุ้มเว่อร์ : ต่อสู้โรคร้าย เคลมได้หลายครั้ง • คลอบคลุมคุ้มเว่อร์ : ทั้งโรคร้ายและชีวิต ดูแลจบในเล่มเดียว • เกษียณคุ้มเว่อร์ : แก่แล้วสบาย มีเงินใช้ทุกปี นอกจากนี้ แคมเปญโฆษณา “โซชิลด์คุ้มเว่อร์” จะเริ่มออกอากาศทางสื่อออนไลน์ สื่อนอกสถานที่ ในภาษาท้องถิ่น 4 ภาค ทั้งเหนือ กลาง อีสาน ใต้ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงกิจกรรมการตลาดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2568 โดยท่านที่สนใจ”โซชิลด์คุ้มเว่อร์” สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/th/campaign/gbc-koomver-campaignหรือสอบถามตัวแทนของบริษัทฯ และที่สำนักงานตัวแทนใกล้บ้านท่าน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัทฯ โทร 1159 หรือทางอีเมล customer.care@krungthai-axa.co.th
นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) รับรางวัลเกียรติยศ ‘นักการเงินแห่งปี 2567 Financier of the Year 2024’ และรางวัล ‘ธนาคารแห่งปี 2568 Bank of the Year 2025’ จากนายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารประเทศไทย และนายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มีเดีย แอสโซซิเอตเต็ด จำกัด ในพิธีมอบรางวัล MONEY & BANKING AWARDS 2025 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 18 โดยวารสารการเงินธนาคาร ทั้งนี้นายชาติศิริ โสภณพนิช ถือเป็นนักการเงินแห่งปีคนแรก ที่ได้รับรางวัลนี้ถึง 3 ครั้ง โดยครั้งแรกในปี 2544 ครั้งที่ 2 ในปี 2562 และล่าสุดในปี 2567 ด้วยคุณสมบัติครบถ้วนใน 4 ด้าน ได้แก่ เป็นนักการเงินที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและทันสมัย เป็นนักการเงินมืออาชีพที่มีความซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพ เป็นนักการเงินที่สร้างความเจริญเติบโตและยั่งยืนให้กับองค์กร และเป็นนักการเงินที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและทำคุณประโยชน์ต่อส่วนรวม ขณะที่รางวัล Bank of the Year นับเป็นครั้งที่ 15 ที่ธนาคารกรุงเทพสามารถคว้ารางวัลดังกล่าว จากผลงานที่โดดเด่นทั้งในด้านผลประกอบการ ความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน กลยุทธ์ดำเนินงาน และความสามารถในการปรับตัวและนวัตกรรม ขณะเดียวกันบริษัทในกลุ่มธนาคารกรุงเทพ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM ได้รับ 2 รางวัลกองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 และ บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2568 อีกด้วย ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนด้วยเจตนารมณ์ของการเป็น “เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน” ที่พร้อมยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าในฐานะพันธมิตรและพัฒนาความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น…
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี คว้ารางวัลต่อเนื่อง ล่าสุดได้รับ 5 รางวัลยอดเยี่ยมระดับภูมิภาคจากเวที Asian Excellence Awards 2025 ครั้งที่ 15 จัดโดย Corporate Governance Asia นิตยสารธุรกิจและการเงินชั้นนำของฮ่องกง เน้นย้ำถึงผู้นำและองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน มีความเป็นเลิศในด้านธรรมาภิบาล เน้นความเป็นผู้นำ ความโปร่งใส การบริหารความสัมพันธ์กับนักลงทุน และมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับภูมิภาค สะท้อนความมุ่งมั่น Make REAL Change ของทีทีบีบนเส้นทางแห่งความยั่งยืน ตามแนวคิด B+ESG ที่ผสานธุรกิจและความยั่งยืนเป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อส่งมอบคุณค่าต่อทุกคนที่มีส่วนได้เสีย (Stakeholder) ทั้งลูกค้า คู่ค้า พันธมิตร และสังคม ซึ่งพิจารณาตามเกณฑ์และผลสำรวจความคิดเห็นของนักลงทุน นักวิเคราะห์ กรรมการ ผู้บริหารหลากหลายบริษัททั่วภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งเป็นรางวัลที่มีความน่าเชื่อถือสูงเป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมี นางสาวสมคิด ปรีชาสัมมกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ทีเอ็มบีธนชาต เป็นผู้แทนรับรางวัลยอดเยี่ยมประกอบด้วย 1. ซีอีโอยอดเยี่ยม (Best CEO) : มอบให้ นายปิติ ตันฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีเอ็มบีธนชาต โดยเป็นรางวัลที่แสดงภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์โดดเด่น สามารถขับเคลื่อนให้องค์กรเติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจภูมิภาคและโลก พร้อมผลักดันเรื่อง ESG และการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งและยืดหยุ่น 2. ซีเอฟโอยอดเยี่ยม (Best CFO) : มอบให้ นางสาวสมคิด ปรีชาสัมมกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ทีเอ็มบีธนชาต ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการทางการเงินขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ มั่นคง และสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้น พร้อมทั้งวางกลยุทธ์หรือปรับโครงสร้างทางการเงินเพื่อการเติบโตระยะยาว 3. ผู้แลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (Best Investor Relations Professional) : มอบให้ นางสาวดารารัตน์ อุระพันธมาศ หัวหน้านักลงทุนสัมพันธ์ ทีเอ็มบีธนชาต ซึ่งโดดเด่นในการสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น และนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยมีทักษะการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส และสม่ำเสมอ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในทุกสถานการณ์ 4.…
ท่ามกลางปัจจัยกดดันเรื่องสงครามการค้าที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง เศรษฐกิจจีนไตรมาส 2/2568 เติบโตชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสแรก แต่ยังเติบโตในอัตราที่สูงกว่าเป้าหมายของรัฐบาลโดยขยายตัวอยู่ที่ 5.2%YoY (รูปที่ 1) ปัจจัยหนุนหลักมาจากการเร่งส่งออกก่อนข้อยกเว้นภาษี 90 วันกับประเทศอื่น ๆ ยกเว้นจีนจะสิ้นสุดลง นอกจากนี้ โครงการของเก่าแลกของใหม่ (Trade-in Program) ยังเข้ามาช่วยหนุนการใช้จ่ายผู้บริโภค ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจจีนต่อเนื่อง ทั้งนี้ เศรษฐกิจจีนครึ่งแรกของปี 2568 เติบโตดีกว่าคาดที่ 5.3%YoY (รูปที่ 2) o ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่าเศรษฐกิจจีนปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าคาดการณ์เดิมอยู่ที่ 4.8% จาก 4.2% หลังเศรษฐกิจจีนครึ่งปีแรกเติบโตดีกว่าคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง มีรายละเอียด ดังนี้ 1. ครึ่งหลังของปี 2568 เศรษฐกิจจีนคาดจะยังได้รับปัจจัยหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐอย่างโครงการสินค้าเก่าแลกสินค้าใหม่ที่ยังมีวงเงินเหลืออยู่ (รูปที่ 3) แต่ผลของมาตรการต่อการจับจ่ายใช้สอยของครัวเรือนคาดมีจำกัด หลังมีการเร่งซื้อสินค้าไปแล้วในช่วงครึ่งแรกของปี 2. ทิศทางการส่งออกจีนครึ่งหลังของปียังขึ้นอยู่กับอัตราภาษีที่สหรัฐฯ จะเรียกเก็บกับประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะในอาเซียน รวมถึงเงื่อนไขที่สหรัฐฯ จะกำหนดเพิ่มขึ้นจากการส่งสินค้าผ่านประเทศที่สามอย่างที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากเวียดนาม ทั้งนี้ คาดว่าการส่งออกมีแนวโน้มเติบโตชะลอลงหลังมีการเร่งส่งออกไปแล้วในช่วงครึ่งแรกของปี อีกทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังมีความไม่แน่นอนสูง โดยล่าสุดสหรัฐฯ และจีนบรรลุข้อตกลงทางการค้าปรับลด Reciprocal Tariffs กันชั่วคราว 90 วัน สิ้นสุดวันที่ 12 ส.ค. 68 อย่างไรก็ดี อัตราภาษีคาดว่าจะไม่กลับไปอยู่ในระดับสูงเท่าช่วงเดือนเม.ย.68 ที่มีการตอบโต้ระหว่างกัน แต่อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เก็บจากสินค้านำเข้าจีนที่ 51.1% ถือว่าอยู่ในระดับสูงที่จะทำให้การค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนมีแนวโน้มปรับลดลง 3. ความเสี่ยงเงินฝืดที่จีนยังเผชิญอยู่ แม้ทางการจีนจะเน้นการส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศเพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของผลผลิตในภาคการผลิตยังคงอยู่ในระดับสูงกว่าการเติบโตของการบริโภคในประเทศ (รูปที่ 4) สะท้อนว่าผลผลิตภาคการผลิตของจีนยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งในระยะข้างหน้าจะยังสร้างแรงกดดันต่อปัจจัยทางด้านราคา โดยเฉพาะเมื่อการส่งออกเผชิญความเสี่ยงจากอัตราภาษีที่ปรับสูงขึ้น 4. แนวทางการควบคุมเรื่องสงครามราคาในประเทศที่คาดว่าทางการจีนจะเริ่มเข้ามาออกมาตรการแก้ไขปัญหาเพิ่มขึ้น แม้จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจจีนในระยะยาว แต่ในเบื้องต้นอาจทำให้ภาคธุรกิจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม เช่น การปรับลดเงินอุดหนุนในบางธุรกิจ เป็นต้น…
ธนาคารทิสโก้ย้ำ “ประกัน” สิ่งจำเป็นสำหรับการวางแผนการเงินเพื่อความมั่งคั่ง เพราะช่วยป้องกันความเสี่ยงค่าใช้จ่ายสุขภาพ ค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และวางแผนส่งต่อมรดกแบบไร้รอยต่อ ชี้เข้าใจ Pain Point คนไม่มีประกัน เพราะตัดสินใจลำบาก เหตุมีผลิตภัณฑ์ให้เลือกเยอะประกอบกับความคุ้มครองและเงื่อนไขรับประกันซับซ้อนเข้าใจยาก ส่วนคนที่มีประกันแล้วอาจมีความคุ้มครองที่ไม่ครอบคลุม ชูโปรแกรม “TISCO My Goal” ตัวช่วยจัดพอร์ตประกันให้ครบถ้วน นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ประกัน” เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการวางแผนการเงินเพื่อความมั่งคั่ง เพราะช่วยถ่ายโอนความเสี่ยงของชีวิตไปยังบริษัทประกัน อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือช่วยการออมเงินเพื่อการเกษียณและช่วยบริหารจัดการภาษีได้อีกด้วย แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่บริษัทประกันนำเสนอในปัจจุบันมีหลากหลายความคุ้มครอง และมีเงื่อนไขที่ค่อนข้างซับซ้อนเข้าใจยาก อาจเป็นหนึ่งใน Pain Point ที่ทำให้คนไทยยังไม่กล้าตัดสินใจทำประกัน หรือหากตัดสินใจทำประกันแล้วก็อาจไม่รู้ตัวว่ามีความคุ้มครองที่ไม่ครอบคลุมกับความเสี่ยงในอนาคต สำหรับผู้ที่ยังลังเลว่าควรเลือกประกันอย่างไรให้คุ้มค่า หรือต้องการตรวจสอบความคุ้มครองที่มีอยู่ว่าครบถ้วนหรือไม่ธนาคารทิสโก้แนะนำให้ใช้โปรแกรม TISCO My Goal ในรูปแบบย่อซึ่งเปิดให้ทดลองใช้ทางออนไลน์ เพียงคลิก https://advisory.tiscoonline.com/ และยังสามารถใช้โปรแกรม TISCO My Goal ผ่านทางแอปพลิเคชัน TISCO My Wealth เว็บไซต์ www.tiscowealth.com และ Line@ TISCOAdvisory ได้อีกด้วย ส่วนผู้ที่ต้องการใช้บริการวางแผนประกันอย่างเต็มรูปแบบด้วยโปรแกรม TISCO My Goal สามารถรับคำแนะนำได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายที่ธนาคารทิสโก้ทุกสาขา โดยเจ้าหน้าที่ของธนาคารจะช่วยคำนวณความคุ้มครองที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละท่าน พร้อมให้คำแนะนำเลือกประกันที่ครบถ้วน เปิดทริกจัดพอร์ตประกันตามช่วงอายุ นายณัฐกฤติกล่าวว่า สำหรับการจัดพอร์ตประกันที่ครอบคลุมทุกความเสี่ยงในอนาคตนั้น ธนาคารทิสโก้แนะนำให้ทำประกันตั้งแต่ยังมีสุขภาพดี เพราะเบี้ยถูกกว่าและมีโอกาสได้รับการคุ้มครองครบโดยไม่มีข้อยกเว้น และเลือกซื้อประกันที่รับประกันโดยบริษัทที่มั่นคง เชื่อถือได้ พร้อมตรวจสอบเงื่อนไขกรมธรรม์ ข้อยกเว้น และประวัติการจ่ายสินไหม และควรปรับสัดส่วนพอร์ตประกันตามช่วงวัยเพื่อให้สอดรับกับชีวิตของเราในแต่ละช่วงอายุ ดังนี้ 1. ประกันวัยเริ่มทำงาน 20-30+ อยู่วัยที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงและยังไม่มีภาระมากนัก ดังนั้น คนวัยนี้ควรทำประกัน 1.1 ประกันอุบัติเหตุที่จ่ายเบี้ยน้อยแต่คุ้มครองสูง แบ่งเบาภาระค่ารักษาพยาบาลในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุและควรเป็นแบบที่มีแผนมีชดเชยรายได้ระหว่างรักษาตัวในโรงพยาบาลและคุ้มครองกรณีทุพพลภาพ 1.2 ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง เพื่อคุ้มครองกรณีป่วยหนักต้องเข้ารักษาตัวหรือผ่าตัดในโรงพยาบาล กรณีมีสวัสดิการจากที่ทำงานก็อาจจะเลือกประกันสุขภาพแบบมีความรับผิดส่วนแรกจะช่วยลดค่าเบี้ยต่อปีได้ 1.3 ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา สำหรับผู้ที่เป็นเสาหลักของครอบครัว แนะนำให้ทำประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาที่จ่ายเบี้ยต่อปีน้อยแต่คุ้มครองชีวิตสูงกว่าการทำประกันชีวิตประเภทอื่นๆ โดยทุนประกันที่ทำควรจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดของคนที่เราดูแลรวมถึงภาระหนี้สินที่มีอยู่ 2. ประกันวัยกลางคน…
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพิ่มทางเลือกในการมีที่อยู่อาศัยให้กับคนไทยมากขึ้น จัดงาน “ประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 5 ประจำเดือนกรกฎาคม” รวมทรัพย์เด่น ทำเลดีทั่วประเทศกว่า 1,000 รายการ ลดราคาสูงสุดถึง 35% พร้อมส่วนลด On Top อีก 15% สำหรับผู้ที่ทำนิติกรรมและ โอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 16 กันยายน 2568 ร่วมประมูลได้ผ่าน Application GHB ALL HOME วันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 –12.30 น. นายวิทยา แสนภักดี รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปรับโครงสร้างหนี้ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. เพิ่มทางเลือกในการมีที่อยู่อาศัยให้กับคนไทยมากขึ้น ผ่านช่องทางที่เข้าถึงได้อย่างสะดวก ด้วยการจัดงาน “ประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 5 ประจำเดือนกรกฎาคม” ในวันศุกร์ที่ 18 กรกฎาคม 2568 ระหว่างเวลา 12.00 -12.30 น. ผ่าน Application : GHB ALL HOME โดยนำทรัพย์เด่น ทำเลดี ราคาคุ้มค่าถึง 1,364 รายการ ทั่วประเทศ ทั้งประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ คอนโดมิเนียม อาคารพาณิชย์ และที่ดินเปล่า มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ด้วยส่วนลดสูงสุดถึง 35% จากราคาปกติ โดยเป็นทรัพย์ในพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล จำนวน 491 รายการ โดยมีรายการที่น่าสนใจ อาทิ ทรัพย์ประเภททาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 17.7 ตารางวา…
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ มอบเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ มูลค่ารวม 1.2 ล้านบาท โดยเป็นเงินสมทบทุนจากการจัดกิจกรรม AIA One Billion Trail 2024 ให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนด้านทรัพยากรใน 20 จังหวัด เพื่อช่วยยกระดับทักษะการเรียนรู้ภาษาไทยซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาทักษะด้านอื่น ๆ และส่งเสริมการเติบโตของเยาวชนไทยในอนาคต ผ่านโครงการ ‘ส่งเสริมและพัฒนาการพูด อ่าน เขียนภาษาไทย’ โดยสภากาชาดไทย ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ และคณะเข้าร่วมรับมอบ ณ สำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย สำหรับการสนับสนุนจากเอไอเอในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญกับสภากาชาดไทย ในการร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อตอบแทนคืนสู่สังคมไทย สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG ตลอดจนเป็นการสานต่อพันธกิจ AIA One Billion ที่เอไอเอ มุ่งมั่นสนับสนุนผู้คนและเยาวชนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกว่าหนึ่งพันคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา “Healthier, Longer, Better Lives” บุคคลในภาพ: (จากซ้าย) นางธัญญา วรรณพฤกษ์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี นางนุชวรา จันทร์แจ้ง กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดราชบุรี นางมนต์พัทธนันท์ ปิจนันท์ รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ นางจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ และนายวิทยา จันทร์ฉลอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานบริหารกิจการเหล่ากาชาด
บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ร่วมกับ สมาคมอีคอมเมิร์ซไทย และ “PingPong Payments” พาร์ทเนอร์การชำระเงินทั่วโลก เดินหน้าเสริมแกร่งผู้ประกอบการไทยที่จำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์ม Amazon ร่วมเจาะลึกทิศทางสู่ความสำเร็จในยุคที่ตลาดออนไลน์ไร้พรมแดน ผ่านเวทีสัมมนา “จากไทยสู่ตลาดโลก : เปลี่ยนร้านเล็กให้ปังบน “Amazon” (Go Global with Thailand Post : Strategies That Sell)” เพื่อร่วมผลักดันผู้ประกอบการไทยที่มีสินค้าโดดเด่น แต่ยังขาดช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงให้สามารถเข้าถึงตลาดได้อย่างตรงจุด พร้อมเรียนรู้วิธีรับมือกับมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลต่อสินค้านำเข้าสหรัฐฯ และอินไซต์วิธีขยายช่องทางตลาดสู่กลุ่มลูกค้าต่างประเทศอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อเติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลก กับผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด โลจิสติกส์ และการเงินที่ไม่ควรพลาด ในวันที่ 22 กรกฎาคม 2568 เวลา 10:00 – 12:00 น. ณ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อร่วมงานสัมมนาฟรี ! ได้ทางเว็บไซต์ https://bit.ly/3IlNHx0 ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทยไม่เพียงให้ความสำคัญต่อภารกิจการขนส่งและโลจิสติกส์ แต่ยังพร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพให้สามารถเติบโตก้าวสู่ตลาดโลกมากยิ่งขึ้น เป็นที่มาของการประสานความร่วมมือกับ พันธมิตรระดับแนวหน้าอย่าง Amazon และ PingPong Payments ในการเปิดพื้นที่เพื่อการสัมมนา “จากไทยสู่ตลาดโลก : เปลี่ยนร้านเล็กให้ปังบน Amazon (Go Global with Thailand Post : Strategies That Sell)” ในครั้งนี้ โดยมุ่งเน้นการเสริมทักษะความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Amazon ให้เข้าใจถึงกลไกตลาดสหรัฐฯ พร้อมอัปเดตเทรนด์การขายยุคใหม่ แบบครบจบในเวทีเดียวโดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมอินไซต์เทคโนโลยีและโซลูชันด้านการขนส่งของไปรษณีย์ไทยที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกรูปแบบการส่งที่รวดเร็ว หรือบริหารต้นทุนค่าขนส่งได้ในหัวข้อ “Smart Logistics for Seamless Global Growth – โลจิสติกส์อัจฉริยะ ส่งไว ขายได้ทั่วโลก” ชี้โอกาสใหม่จากบริการจัดส่งสินค้าเข้าคลัง Amazon FBA…
