Author: staff

กลุ่มแอกซ่า คว้ารางวัล ‘Most Creative Brand of the Year’ หรือ แบรนด์ที่สร้างสรรค์ที่สุดแห่งปี จาก Cannes Lions International Festival of Creativity 2025 งานระดับโลกแห่งวงการโฆษณาและการตลาด จากแคมเปญสุดสร้างสรรค์อย่าง “Three Words” และสารคดี “Group Therapy” โดยทั้งสองแคมเปญแสดงถึงความกล้าคิดและกล้าทำของกลุ่มแอกซ่า ในการจัดการกับประเด็นที่ท้าทายในสังคม ผ่านการเล่าเรื่องที่สร้างสรรค์และมีความหมายที่ลึกซึ้ง โดยแคมเปญ “Three Words” ได้ทำลายความเงียบเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งกลุ่มแอกซ่าได้สนับสนุนและให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมาย สภาพจิตใจ และการเงิน พร้อมการรับประกันการย้ายที่อยู่ฉุกเฉินให้กับผู้ที่เผชิญกับความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งแคมเปญนี้ได้คว้ารางวัลมาได้ทั้งหมด 10 สาขา ได้แก่ Grand Prix Dan Wieden Titanium Grand Prix – Direct / Market Disruption Grand Prix – Creative Business Transformation Gold – PR / Consumer Services – B2B (in partnership with Publicis Consultants) Gold – Creative Strategy Silver Glass Lion for Change Silver – Creative strategy – Corporate Purpose & Social Responsibility Silver – PR / Brand Voice & Strategic Storytelling (Publicis…

Read More

นางสาวฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับรางวัล Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2025 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ในสาขา Investment in People จากโครงการ “ไทยประกันชีวิต เสริมโอกาส สร้างอาชีพ” ซึ่งเป็นโครงการที่บริษัทมุ่งมั่นสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value: CSV) ด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ในด้านการส่งเสริมอาชีพที่มั่นคง และการบริหารจัดการการเงิน ซึ่งเป็นสองหัวใจสำคัญที่จะสร้างความมั่นคงในชีวิตอย่างยั่งยืน รางวัล AREA 2025 จัดโดยสถาบัน Enterprise Asia ประเทศสิงคโปร์ โดยจัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติแก่องค์กรที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงความยั่งยืน ตลอดจนเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ การได้รับรางวัลดังกล่าว สะท้อนความสำเร็จของ บมจ. ไทยประกันชีวิต ในการเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่พร้อมส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน ทั้งยังเป็นองค์กรต้นแบบในระดับภูมิภาคเอเชียที่ขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

Read More

แอกซ่าประกันภัยได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการในโครงการ Global EV Insurance ร่วมกับ AXA Tianping P&C Insurance Co., Ltd. (AXA Tianping) และบริษัท PICC Property and Casualty Company Limited (PICC P&C) ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม ความร่วมมือ และความยั่งยืนในอุตสาหกรรมประกันภัยรถยนต์ในระยะยาว พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงของทั้งสามองค์กรเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในความร่วมมือครั้งสำคัญ ภายใต้พันธกิจเดียวกันในการขับเคลื่อนอนาคตของประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านนวัตกรรมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน “ความร่วมมือนี้เป็นหมุดหมายที่สำคัญสำหรับแอกซ่าในภูมิภาคเอเชีย” มร. กิลโยม มิราโบว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าว “จากความร่วมมือกับ AXA Tianping และ PICC P&C เราได้ผสานความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นของเรา เพื่อพัฒนาแผนประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการที่ไม่สิ้นสุดของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น” ภายใต้โครงการ Global EV Insurance ความร่วมมือนี้มีเป้าหมาย คือ · พัฒนาแผนประกันภัยที่ทันสมัยและตอบโจทย์รถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) โดยเฉพาะ · เสริมสร้างเครือข่ายการให้บริการ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย · ส่งเสริมแนวปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในผลิตภัณฑ์และในทุกกระบวนการดำเนินงาน ด้วยความพร้อมด้านทรัพยากร ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และความเข้าใจในตลาดภูมิภาคที่ลึกซึ้ง ความร่วมมือครั้งนี้พร้อมที่จะยกระดับมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรม และตอบสนองต่อความต้องการสำหรับระบบคมนาคมและโซลูชันประกันภัยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น บันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวทั้งด้านนวัตกรรมธุรกิจและความเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำบทบาทของแอกซ่าประกันภัยในฐานะผู้นำระดับแนวหน้าของการปฏิวัติประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ทั้งในประเทศไทยและภูมิภาครอบข้าง ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอกซ่าประกันภัยได้ที่ https://www.axa.co.th

Read More

บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านการลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ DR (Depositary Receipt) จัดงานสัมมนา “Let’s Go DR กับเมย์แบงก์” เพื่อให้ความรู้และเปิดมุมมองใหม่แก่นักลงทุนไทย ในการกระจายพอร์ตสู่หุ้นคุณภาพระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในรูปแบบเงินบาท โดยมี ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจากเมย์แบงก์และพันธมิตรหลักอย่าง ธนาคารกรุงไทยร่วมให้ข้อมูลเชิงลึก และแบ่งปันแนวโน้มการลงทุนทั่วโลก พร้อมแนะนำกลยุทธ์การเลือก DR อย่างมีหลักการและมีประสิทธิภาพ DR คือ ตราสารที่อ้างอิงหุ้นต่างประเทศ โดยสามารถซื้อขายได้ผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในรูปแบบเงินบาท ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงหุ้นชั้นนำจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องกังวลกับขั้นตอนการเปิดบัญชีในต่างประเทศ หรือความซับซ้อนด้านภาษี ปัจจุบัน ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ออก DR รายใหญ่ที่สุดในไทย มี DR จำนวน 41 หลักทรัพย์ ที่อ้างอิงหุ้นชั้นนำจากสหรัฐฯ ยุโรป จีน ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ รวมถึง Apple, Microsoft, Tesla, Netflix, Ferrari, L’Oreal, Alibaba และ Tencent คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 50% ของมูลค่าตลาด DR รวมกว่า 35,000 ล้านบาท และมีแผนทยอยออก DR ใหม่ทุกไตรมาส นายอารภัฎ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมย์แบงก์เล็งเห็นโอกาสการลงทุนต่างประเทศผ่าน DR มาตั้งแต่ 3 ปีก่อน และได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่างธนาคารกรุงไทย เพื่อคัดสรรหุ้นต่างประเทศที่มีศักยภาพให้แก่นักลงทุนไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่มองหาการเติบโตระยะยาวและต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ต” ด้าน นายต่อตระกูล สัตยาประเสริฐ หัวหน้าสายงาน Structuring and Products Development ธนาคารกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เผยว่า ผลตอบแทนของดัชนีต่างประเทศ เช่น Nasdaq-100, S&P 500…

Read More

นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสนับสนุนองค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (“SC”) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ 2 ชุด ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.00% ต่อปี และหุ้นกู้อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.25% ต่อปี จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท เสนอขายในวันที่ 18 และวันที่ 21 – 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 โดยเป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ บริษัทฯและหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ระดับ “BBB+” แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568 ซึ่งเป็นระดับลงทุนได้ หรือ Investment Grade  สะท้อนถึงสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ในตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงระดับบน และได้แต่งตั้ง 5 สถาบันการเงินชั้นนำของประเทศเข้ามาเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย บริษัทหลักทรัพย์เกียรตินาคินภัทร จำกัด และ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด โดยบริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ไปชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนด และเป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาที่สนใจลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทฯ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02-888-8888 กด 869 โดยบุคคลธรรมดาจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน www.kasikornbank.com/kmyinvest ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา (รวมถึง บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะหน่วยงานขายของธนาคารกสิกรไทย…

Read More

เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) นำโดย นางสาวสายฝน คงจิตต์งาม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและสนับสนุนองค์กร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ นำทีมผู้บริหารพร้อมด้วยพนักงาน เข้าร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิตเนื่องในงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 24 จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกัน สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และกองทุนประกันชีวิต เพื่อร่วมแสดงพลังแห่งการให้ด้วยการบริจาคโลหิตเพื่อส่งต่อความหวังให้แก่ผู้ป่วย ที่กำลังรอการรักษาอยู่ทั่วประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย ประธานจัดงาน และรองศาสตราจารย์ แพทย์หญิงดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย พร้อมด้วยคณะตัวแทนจากภาคธุรกิจประกัน ร่วมถ่ายภาพที่ระลึกในงาน เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา ณ ห้องจุมภฎ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ กรุงเทพฯ กิจกรรมครั้งนี้เป็นการ รวมพลังน้ำใจชาวเจนเนอราลี่ ที่สะท้อนจุดยืนของเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ในการเป็นองค์กรที่ไม่เพียงดูแลลูกค้าเท่านั้น แต่ยังยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในทุกช่วงเวลาโดยเชื่อมั่นว่า การบริจาคโลหิตคือหนึ่งในรูปแบบของการให้ชีวิตที่ทรงคุณค่า พร้อมเชิญชวนประชาชนที่มีสุขภาพดี ร่วมบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดสำรองสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ผู้รอการผ่าตัด และ ผู้ป่วยโรคเลือดที่ยังต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่อง มาร่วมเป็นพลังแห่งการให้ ที่ช่วยต่อชีวิตและเติมความหวังให้ผู้ป่วยทั่วประเทศไปด้วยกัน

Read More

เลขาธิการ คปภ. ปลุกพลังตัวแทนประกันชีวิต บนเวที THAIFA CONVENTION 2025 จุดประกายภาพพจน์ใหม่ ในอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย เน้นบทบาทสำคัญของตัวแทนยุคใหม่ในการสร้างภาพพจน์ความเป็นมืออาชีพ หวังสร้างรากฐานความเชื่อมั่น พร้อมผลักดันธุรกิจประกันชีวิตเติบโตอย่างยั่งยืน นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานเปิดงาน THAIFA CONVENTION 2025 งานสัมมนาวิชาการประจำปีที่รวมพลังของตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินจากทั่วประเทศ ซึ่งจัดโดยสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Crafting Image, Building Legacy – ภาพลักษณ์ สู่ ภาพพจน์” เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปิดงานครั้งนี้ ซึ่งเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินจากทั่วประเทศกว่า 20,000 คน มาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์เพื่อ ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ “ในโลกที่เทคโนโลยีก้าวกระโดด พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป และความคาดหวังของลูกค้ามีมากขึ้น ตัวแทนประกันชีวิตจึงต้องปรับบทบาท ไม่ใช่เพียง “ผู้ขายผลิตภัณฑ์” แต่เป็น “ที่ปรึกษา” และ “ผู้สร้างคุณค่า” ที่สามารถยืนหยัดเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงชีวิต” เลขาธิการ คปภ. ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “ภาพลักษณ์” และ “ภาพพจน์” ว่า ภาพลักษณ์คือสิ่งที่ผู้อื่นเห็นเราจากภายนอก แต่ภาพพจน์คือสิ่งที่ลูกค้าจะเชื่อมั่นในตัวเราอย่างลึกซึ้ง ซึ่งการสร้างภาพพจน์ที่ดีนั้น ต้องอาศัยทั้งความรู้ ทักษะ และ จิตวิญญาณของความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง ดังนั้น ความสำเร็จในอาชีพตัวแทนประกันชีวิต ไม่สามารถวัดได้จากยอดขาย เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ ความสามารถในการรักษาสัญญา และการเป็นที่พึ่งในยามยากลำบาก สิ่งเหล่านี้คือรากฐานของความเชื่อมั่นที่ยั่งยืน อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ บทบาทของสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) ที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ในการยกระดับความสามารถของสมาชิก ผ่านการศึกษา การอบรม และเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ระดับประเทศและนานาชาติ ถือเป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์แห่งการเติบโตไปพร้อมกันอย่างแท้จริง สำหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย ณ สิ้นปี 2567 มีขนาดเบี้ยประกันชีวิตรับรวมกว่า 650,000 ล้านบาท โดยช่องทางการขายผ่านตัวแทนประกันชีวิต ยังคงครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของตลาด สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทที่ยังคงสำคัญของตัวแทนในระบบธุรกิจประกันชีวิตไทย ภายในงานสัมมนาครั้งนี้ ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรชั้นนำระดับประเทศและระดับนานาชาติที่มาร่วมถ่ายทอดแนวคิด กลยุทธ์ และแรงบันดาลใจที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในสายงานอาชีพ…

Read More

เมืองไทยประกันชีวิต มุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การดูแลสุขภาพลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด เปิดให้บริการ “ยื่นเคลมผู้ป่วยนอก (OPD)” แบบไม่ต้องสำรองจ่าย ผ่านระบบเครดิตคู่สัญญา (Cashless Claim) กับสถานพยาบาลชั้นนำ เพื่อมอบความสะดวกสบาย อุ่นใจกับค่ารักษาพยาบาล พร้อมเปิดตัว 3 พันธมิตรใหม่ เพิ่มความมั่นใจให้แก่ลูกค้าทุกช่วงเวลาของการดูแลสุขภาพนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในยุคที่สุขภาพเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญอันดับต้นของชีวิต เมืองไทยประกันชีวิตยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า เราให้ความสำคัญกับการส่งเสริมคุณภาพการเข้าถึงบริการสุขภาพ ที่ทั้งสะดวก รวดเร็ว และลดภาระทางการเงิน อันเป็นหัวใจของการสร้างความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าทุกคนดังนั้น เมืองไทยประกันชีวิต จึงเดินหน้า สร้างสรรค์บริการที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าให้มากที่สุด บริการยื่นเคลมการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) ผ่านระบบเครดิตคู่สัญญา (Cashless Claim) โดยไม่ต้องสำรองจ่ายที่เรานำมาให้บริการในครั้งนี้ คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความตั้งใจในการใส่ใจดูแลลูกค้าอย่างแท้จริง ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของการจ่ายค่าสินไหมเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ ‘ประสบการณ์ของลูกค้า’ ที่เราพยายามเติมเต็มให้ดีที่สุดในทุกจุดสัมผัสของการบริการ” โดยลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิตสามารถใช้บริการยื่นเคลม OPD แบบไม่ต้องสำรองจ่ายตามสิทธิความคุ้มครองของกรมธรรม์ ได้แล้ววันนี้ ณ สถานพยาบาลชั้นนำที่เข้าร่วมโครงการ โดยล่าสุดมีสถานพยาบาลพันธมิตรใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3 แห่ง ได้แก่1. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย (อาคารนวัตบริบาล) สำหรับลูกค้าที่มีประกันสุขภาพรายบุคคลและรายกลุ่ม เปิดให้บริการวันจันทร์ – ศุกร์ (เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา 08.00 – 16.00 น. ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูล และนัดหมายล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ โทร. 02 256 4000 เพื่อเข้ารับบริการตามนัดหมาย ณ จุดตรวจสอบสิทธิ ชั้น 1 อาคารนวัตบริบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย2. ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันและบูรณาการสมดุลชีวิต (SIRIRAJ H SOLUTIONS) สำหรับลูกค้าที่มีประกันสุขภาพรายบุคคลและรายกลุ่ม เปิดให้บริการ วันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 07.00-22.00 น. สอบถามข้อมูลได้ที่โทรศัพท์ 02 414 1144…

Read More

ออมสิน เผยผลสำเร็จ 5 ปี การนำองค์กร“ธนาคารเพื่อสังคม” พลิกบทบาทสร้าง Social Impact ช่วยคนไทย 13 ล้านชีวิตได้ไปต่อ คิดเป็น 18.8 ล้านบัญชีที่ได้รับความช่วยเหลือ ด้านฐานะการเงินเติบโตแข็งแกร่ง ตลอด 5 ปี ทำกำไรนำส่งเงินเข้ารัฐแล้วกว่า 96,000 ล้านบาท นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยความสำเร็จการนำองค์กร และผลการดำเนินงานธนาคารออมสิน ในรอบระยะเวลา 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2563 ที่ได้ริเริ่มปรับจุดยืนทางยุทธศาสตร์ พลิกบทบาทธนาคารมาเป็น “ธนาคารเพื่อสังคม” โดยการทำธุรกิจธนาคารปกติเพื่อนำกำไรเชิงพาณิชย์ มาใช้สนับสนุนการทำภารกิจเชิงสังคม และขับเคลื่อนภารกิจหลัก 4 ด้านของธนาคาร ได้แก่ 1) การสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงิน 2) การแก้ไขปัญหาหนี้สิน 3) บทบาทงานพัฒนาสังคมและชุมชน และ 4) การสนับสนุนนโยบายรัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ อันถือเป็นหน้าที่ของสถาบันการเงินของรัฐตามกฎหมาย โดยผลงานที่ผ่านมา ธนาคารได้สร้าง Social Impact เกิดผลกระทบเชิงบวก สามารถช่วยเหลือคนไทยจำนวนกว่า 13 ล้านคน จากจำนวนบัญชีทั้งสิ้น 18.8 ล้านบัญชี คิดเป็นเม็ดเงิน 1.4 ล้านล้านบาท โดยหลังจากนี้ธนาคารตั้งเป้าสร้าง Social Impact ให้ได้ไม่น้อยกว่า 2 ล้านรายต่อปี และแม้ว่าธนาคารจะปรับจุดยืนทางยุทธศาสตร์เป็นธนาคารเพื่อสังคม ช่วยคนฐานรากได้มากขึ้น แต่สถานะทางการเงินยังเติบโตแข็งแกร่ง ไม่เกิดความเสียหายแก่องค์กร โดยธนาคารออมสินยังสามารถนำส่งเงินกำไรให้เป็นงบประมาณกับรัฐบาล ได้มากกว่า 96,000 ล้านบาท ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา นับเป็นรัฐวิสาหกิจที่ส่งเงินให้รัฐสูงสุดหนึ่งในสามลำดับแรก สำหรับภารกิจที่สร้าง Impact โดดเด่น คือ การสร้างโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงิน (Financial Inclusion) โดยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางการเงินและสร้างนวัตกรรมการเงินเพื่อสังคม ช่วยคนไทยกลุ่มฐานรากให้เข้าถึงสินเชื่อในระบบแล้ว เป็นจำนวนกว่า 7.5 ล้านราย หรือ 10.4 ล้านบัญชี คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 1.4 ล้านล้านบาท…

Read More

คุณเคยรู้สึกแบบนี้ไหม?… จ่ายค่างวดรถยนต์ทุกเดือนอย่างมีวินัย…แต่ทำไมหนี้ไม่ลดลงซักที? เพราะจริง ๆ แล้ว “ค่างวดที่คุณจ่ายในแต่ละเดือน ไม่ได้เหมือนกันทุกที่” ขึ้นอยู่กับโครงสร้างดอกเบี้ย และประเภทผู้ให้บริการว่าจะเป็นธนาคาร หรือ สถาบันการเงินนอกระบบธนาคาร (Non-bank) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ “เงินต้นที่ตัด” และ “ดอกเบี้ยที่จ่าย” ในแต่ละงวด ความลับของค่างวดที่คุณอาจไม่เคยรู้ เวลาผ่อนสินเชื่อจำนำทะเบียนรถกับสถาบันการเงินนอกระบบธนาคาร (Non-bank) ส่วนใหญ่มักเจอกับ “ดอกเบี้ยที่สูงกว่า” แม้ว่าค่างวดต่อเดือนจะดูใกล้เคียงกับธนาคาร แต่เบื้องหลังนั้น เงินที่จ่ายส่วนใหญ่จะไปตัด “ดอกเบี้ย” เป็นหลัก และตัด “เงินต้น” น้อยมาก ผลที่ตามมา คือ คุณจะใช้เวลาผ่อนนานกว่าจะเห็นยอดเงินต้นลดลง และอาจรู้สึกเหมือน “ผ่อนไม่เคยหมดซักที” ทำให้ไม่สามารถหลุดออกจากวงจรหนี้ ลูกค้าหลายคนที่ตัดสินใจเลือกสถาบันการเงินนอกระบบธนาคาร (Non-bank) และต้องเผชิญกับดักนี้ เพราะไม่มีเอกสารรายได้ชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มอาชีพอิสระ (Self-employed) ภาระหนี้สูง ไม่เข้าเกณฑ์สินเชื่อธนาคาร เข้าถึงธนาคารยาก ไม่มีเวลาไปสมัครสินเชื่อด้วยตัวเอง ทีทีบี ตอกย้ำแนวคิด “เปลี่ยนความเชื่อ…เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น” ปลดล็อคความเชื่อที่ว่า ผ่อนค่างวดสินเชื่อรถที่ไหน ก็เหมือน ๆ กัน เพราะแท้จริงแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่าค่างวดที่จ่ายไปในแต่ละเดือน หักต้น หักดอกไปเดือนละเท่าไหร่บ้าง ลองคิดง่าย ๆ สมมติว่ากู้ยืมเงินมา 400,000 บาท ผ่อน 84 งวด (7 ปี) กับดอกเบี้ยแบบ Flat Rate 21% ต่อปี จะต้องจ่ายค่างวดประมาณ 9,000 กว่าบาทต่อเดือน แต่ถ้าคุณผ่อนมาแล้วครึ่งทางและตัดสินใจ “รีไฟแนนซ์มาอยู่กับธนาคาร” ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า คุณจะเจอทางออกของปัญหาหนี้สินแบบนี้ 1. ผ่อนเท่าเดิม แต่ปลดหนี้เร็วขึ้น เมื่อดอกเบี้ยลดลง เงินที่ผ่อนจึงไปตัดต้นได้มากขึ้น ทำให้หมดหนี้ไวขึ้น 2. ผ่อนเท่าเดิม แต่ได้เงินก้อนเพิ่ม คุณสามารถขอกู้เงินเพิ่ม โดยที่ยังผ่อนในค่างวดเดิมได้ เพราะโครงสร้างดอกเบี้ยที่ต่ำลง ทำให้มีวงเงินเหลือสำหรับกู้เพิ่ม 3. ผ่อนน้อยลง แต่ระยะเวลาผ่อนเท่าเดิม ลดภาระรายเดือนลงได้อย่างชัดเจน เพราะดอกเบี้ยถูกลง แล้วคุณจะยังผ่อนอยู่ที่เดิมไปทำไม แค่เลือกรีไฟแนนซ์จากสินเชื่อรถเดิมที่ดอกเบี้ยสูงกว่า…

Read More