เมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้มตระหนักถึงความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วม ในจังหวัดน่าน เร่งจัดทำถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด โดยร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อส่งมอบเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้แก่ผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สะท้อนการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดีและช่วยเหลือในยามวิกฤต นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เมืองไทยประกันชีวิต และมูลนิธิเมืองไทยยิ้มตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ประสบอุทกภัย ในจังหวัดน่าน จึงได้จัดทำถุงยังชีพจำนวน 1,000 ชุด พร้อมร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อดำเนินการส่งมอบถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัย ผู้สูงอายุ และผู้เปราะบางในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ เวียงสา เมืองน่าน ภูเพียง และปัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ชุมชนฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว” ในโอกาสนี้บริษัทได้รับเกียรติจาก นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอนุรักษ์ มลิวัลย์ ผู้อำนวยการกองตรวจราชการ และนางสาวปิติพร ปิติเสรี ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาค กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เกียรติร่วม ในพิธีรับมอบถุงยังชีพ การดำเนินการครั้งนี้สะท้อนถึงนโยบายการตอบแทนสังคมของบริษัทที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการยึดมั่นในแนวทางการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth) และการบูรณาการแนวคิด ESG (Environmental, Social, and Governance) โดยเฉพาะในมิติสังคม (Social) ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาความมั่นคงของประเทศ เมืองไทยประกันชีวิตมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนและช่วยเหลือสังคมไทยให้ก้าวข้ามวิกฤตไปได้ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน “ในนามของบริษัทเมืองไทยประกันชีวิตและมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เราขอแสดงความห่วงใยต่อ ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดน่าน และยินดีที่ได้ร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้สังคมฟื้นตัวอย่างมั่นคง การช่วยเหลือครั้งนี้สะท้อนพันธกิจของเราในการพัฒนาสังคมภายใต้หลักการ ESG เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืน” นายสาระกล่าว #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife #MTLforSociety #MTLCSR
Author: staff
ดั๊บเบิ้ล เอ ประสบความสำเร็จเสนอขายหุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท ได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักลงทุน สามารถปิดการจำหน่ายได้อย่างรวดเร็วเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่น ความแข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตของดั๊บเบิ้ล เอ ในตลาดตราสารหนี้ นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัทฯ ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาได้รับการตอบรับอย่างคึกคักจากนักลงทุนเกินกว่าจำนวนที่เปิดจำหน่าย จึงสามารถจำหน่ายได้หมดตามแผนที่วางไว้ จำนวน 3,000 ล้านบาท โดยหุ้นกู้ทั้ง 2 ชุด ประกอบด้วย หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.6 ต่อปี วงเงินไม่เกิน 2,000 ล้านบาท หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.1 ต่อปี วงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาท หุ้นกู้ดังกล่าวนี้ของ ดั๊บเบิ้ล เอ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2568 ที่ระดับ ‘BBB’ แนวโน้มอันดับเครดิต ‘Positive’ หรือ ‘บวก’ “ในนามของ ดั๊บเบิ้ล เอ ผมขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนหุ้นกู้มาโดยตลอด ยอดจองซื้อที่เกินกว่าเป้าหมายแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยมีการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนของบริษัทฯ ภายใต้แนวทาง ESG ที่ให้ความสำคัญกับทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย และเราจะยังคงพัฒนา แบรนด์ดั๊บเบิ้ล เอ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในคุณภาพระดับพรีเมียมที่ครองใจผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศต่อไป” นายโยธินกล่าว
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และบริษัทในเครือ ร่วมเคียงข้างผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือของไทย ออกมาตรการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของลูกค้าในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อยทุกประเภท ลดค่างวด หรือขยายระยะเวลาผ่อนชำระ พักชำระค่างวดได้นานสูงสุด 3 เดือน สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ตุลาคม 2568 มาตรการช่วยเหลือสำหรับลูกค้าสินเชื่อ SME พักชำระเงินต้นได้นานสูงสุด 6 เดือน สามารถแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2568 ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน สินเชื่อบ้านแลกเงิน เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ดอกเบี้ยคงที่ปีแรกเพียง 0.99% ฟรีค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ ฟรีค่าจดจำนอง 1% กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อนึ่ง อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา อยู่ระหว่าง 7.01% – 7.07% โดยคำนวณจากวงเงินกู้ 2 ล้านบาท ระยะเวลากู้ อ้างอิง MRR = 8.975% (ประกาศ ณ วันที่ 5 มิ.ย.2568) ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ · สมัคร ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือดูรายละเอียดการคำนวณได้ที่ www.cimbthaionlinecampaign.com ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งความประสงค์เข้าร่วมมาตรการได้ที่ ลูกค้ารายย่อย โทร. 02 626 7070 ลูกค้าสินเชื่อบ้าน โทร. 02 491 5555 ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ โทร. 02 096 4599 ลูกค้า SME โทร. 02 638 8682 หรือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแล ลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ กรุณาติดต่อ RM ของท่าน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ขอยืนยันความมุ่งมั่นในการดูแลและเคียงข้างลูกค้าเสมอ พร้อมก้าวผ่านทุกวิกฤตไปด้วยกันอย่างมั่นคง Moving Forward With You.
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (TLI) บริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) จากการประเมินหลักทรัพย์จดทะเบียน ในปี พ.ศ. 2568 โดยสถาบันไทยพัฒน์ นายเคียน ฮิน ลิม ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สถาบันไทยพัฒน์ประกาศให้ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (TLI) ติดอันดับ ESG100 ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในกลุ่มประกันภัยและประกันชีวิต (Insurance) โดยการคัดเลือกจาก 921 หลักทรัพย์จดทะเบียน “ด้วยเจตนารมณ์ของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจ เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ “การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืนที่ส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสีย” บริษัทฯ จึงมุ่งมั่นนำพาธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการบูรณาการปัจจัย ESG อย่างครอบคลุมทั้งองค์กร ด้วยการกำกับดูแลกิจการที่ดี ภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และเป็นธรรม คำนึงถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผนวกกับการบริหารจัดการความเสี่ยงที่รอบด้าน เพื่อสร้างคุณค่าให้เกิดแก่องค์กรไปพร้อมกับการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม ภายใต้กลยุทธ์ความยั่งยืน “TLI Sustainability Strategy” ครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ 1) มิติเศรษฐกิจ : ตอบโจทย์ทุกความไว้วางใจ (Trusted Partner) ด้วยการพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และบริการที่เชื่อมโยง เพื่อตอบทุกความต้องการอย่างมีธรรมาภิบาลสูงสุด 2) มิติสังคม : เชื่อมประสบการณ์สู่โอกาส (Life Inclusion) เพื่อการเข้าถึงบริการและให้ความรู้ทางการเงินและการประกันชีวิตให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม และ 3) มิติสิ่งแวดล้อม :…
นายวีระชัย อมรถกลสุเวช รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศที่ยังคงรุนแรงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเป็นอยู่ของประชาชนจำนวนมาก ธนาคารออมสินจึงเร่งออกมาตรการ “พักหนี้อัตโนมัติ ไม่คิดดอกเบี้ย” เพื่อช่วยบรรเทาภาระของลูกค้าธนาคารที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีอยู่จำนวนกว่า 40,000 บัญชี คิดเป็นเงินต้นกว่า 9,000 ล้านบาท มาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย นาน 3 เดือน – ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น ธนาคารยกให้ ไม่ต้องจ่ายคืน! ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อทุกกลุ่ม (ยกเว้นบางประเภทตามเงื่อนไข*) โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญ คือ § พักชำระหนี้อัตโนมัติ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 เดือน โดยดอกเบี้ยในช่วงเวลาพักหนี้ธนาคารยกให้ทั้งหมด ลูกหนี้ไม่ต้องชำระภายหลัง และเมื่อพักหนี้ครบกำหนด ลูกหนี้ชำระหนี้ตามเงื่อนไขสัญญาเดิม § เป็นลูกหนี้ที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ประกอบอาชีพในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) § ธนาคารจะส่ง SMS หรือจดหมาย ส่งตรงถึงผู้ที่ได้รับสิทธิ์ กรณีไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการ ลูกหนี้สามารถติดต่อแจ้งสาขาที่สะดวก หรือแจ้งที่ GSB Contact Center โทร. 1115 § กรณีลูกหนี้ได้รับ SMS หรือจดหมายจากธนาคาร แต่ไม่ประสงค์เข้าร่วมมาตรการพักหนี้ สามารถชำระหนี้ได้ตามปกติ ธนาคารจะนำเงินงวดไปตัดลดต้นเงินทั้งจำนวน ธนาคารออมสินขอส่งกำลังใจไปยังพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมยืนยันว่าจะอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้ากลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี สร้างการเปลี่ยนแปลงชีวิตทุกวันให้อัศจรรย์ได้จริง ด้วยการเปลี่ยนการใช้จ่ายในทุกวันให้ได้เงินคืนกับบัตรเดบิต ttb all free Disney โดยชวนน้อง “คิ้วท์ อนงค์นาถ ยูสานนท์” มาร่วมส่งความสดใสแจกความคิวท์ผ่าน 4 คอลฮิตมาแรงของบัตรเดบิต ttb all free Disney ทั้งลายหน้าบัตรสโนวไวท์ ซินเดอเรลล่า เอลซ่า และแอเรี่ยล ที่นอกจากจะมากับความน่ารักของตัวละครดิสนีย์แล้ว ยังส่งมอบความคุ้มค่าจากการใช้จ่ายผ่านบัตรกับสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าในทุกวัน ü รับเงินคืน 1% ทุกวัน สูงสุด 3,600 บาท / ปี และพิเศษเฉพาะวันดับเบิ้ลเดย์ รับเงินคืนเพิ่มเป็น 2% สำหรับทุกการใช้จ่ายออนไลน์ ผ่านบัตรเดบิต ttb all free Disney ü รับสิทธิ์ใช้ e-Slip ลายพิเศษสุดคิวท์จากดิสนีย์ ฟินกว่าเดิมเวลาโอนเงิน เอ็กซ์คูลซีฟ เฉพาะผู้ถือบัตรเดบิต ttb all free Disney เท่านั้น ü ช้อปคุ้มกับส่วนลดสูงสุด 20% กว่าพันร้านค้าทั่วประเทศและร้านค้าออนไลน์ ü ไม่ชาร์จ FX Rate 2.5% เรทถูกทั่วโลก เที่ยวต่างประเทศไม่ต้องแลกเงิน ü กด โอน จ่าย เติม ไม่มีค่าธรรมเนียม ที่ ATM ทุกธนาคารทั่วไทย บัตรเดบิตเดียวที่ให้สิทธิประโยชน์สุดคุ้ม ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งกิน ช้อป ท่องเที่ยว และความบันเทิง ที่จะยกระดับประสบการณ์การใช้จ่ายในทุก ๆ วัน เพื่อให้ลูกค้าใช้ชีวิตได้อย่างอัศจรรย์กับสิทธิประโยชน์มากมายเหนือใครจากทีทีบี และพันธมิตร ทั้งนี้ สามารถสมัครบัตรเดบิต ttb all free Disney ได้ง่าย ๆ ได้ด้วยตนเองทางแอป ทีทีบี ทัช เว็บไซต์ทีทีบี หรือ…
กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ประกาศกลยุทธ์ AI 5+1 ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น AI-Infused Tech Powerhouse ระดับภูมิภาค ด้วยการฝัง AI ในทุกจุดงานเพื่อเสริมศักยภาพพนักงาน เพิ่มประสิทธิผลและสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการพัฒนา AI Agent ที่ทำงานแบบอัตโนมัติครบวงจร พร้อมเปิดพื้นที่ให้พนักงานสร้าง Agent ด้วยตนเองผ่าน AI Playground มีการทดสอบควบคุมคุณภาพ และการกำกับดูแลที่ดี สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity ของธนาคารกสิกรไทย ที่ส่งเสริมการนำ AI มาเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจในการสร้างสรรค์ผลผลิตด้านไอทีที่เป็นประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน อีกทั้งตอกย้ำจุดยืนของ KBTG ในการสนับสนุนแนวคิด Human-First x AI-First เน้นการใช้ AI ที่ไม่ใช่การมาแทนที่คน แต่ใช้เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้พนักงานผลิตผลงานได้มากขึ้น ลดเวลาในการทำงานซ้ำซ้อน และทุ่มเทเวลากับงานที่มีคุณค่า นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า KBTG ขับเคลื่อนแผนงานภายใต้แนวคิด Human-First x AI-First Transformation ที่ผสานความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI เข้ากับความเชี่ยวชาญของบุคลากร เพื่อการพัฒนาและส่งมอบบริการทางการเงินที่ทันสมัย ตอบสนองธนาคารและภาคธุรกิจ ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา โดยมีกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อน คือ Agentic AI หรือโมเดล AI ที่สามารถประสานงานและสั่งการ AI ตัวอื่น ๆ เพื่อการทำงานที่ซับซ้อนได้มากขึ้น ล่าสุด KBTG เดินหน้ายกระดับการใช้ Agentic AI ในกระบวนพัฒนาซอฟต์แวร์และนวัตกรรมใหม่เพื่อส่งเสริมการบริการและพัฒนาผลิตภันฑ์ทางการเงิน ประกาศแผนการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น AI-Infused Tech Powerhouse ระดับภูมิภาค ด้วยการฝัง AI ในทุกจุดการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและศักยภาพด้านเทคโนโลยีขั้นสูงสุด ด้วยกลยุทธ์ AI 5+1 ประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก 5…
บมจ.สหการประมูลยืนยัน AUCT Serve บริการขนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ที่สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าทั้งผู้ประมูลซื้อและเจ้าของรถ สร้างความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยจัดส่งถึงที่ทั่วประเทศ นายสุธี สมาธิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCT เปิดเผยว่า นอกจากบริการประมูลทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ ทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และอื่น ๆ แล้ว บริษัทฯ ยังมีบริการ AUCT Serve ซึ่งเป็นบริการขนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ หลังจากที่ลูกค้าประมูลซื้อรถกับสหการประมูลทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทั้งบริการกับไฟแนนซ์ที่ต้องการขนย้ายรถจากสถานที่ต่าง ๆ เข้าสู่ลานประมูล บริการดังกล่าวสามารถเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้าทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ที่ประมูลซื้อต้องมารับรถเองหรือจ้างรถจากแหล่งอื่นมาขนย้าย แต่หลังจากที่บริษัทฯ ได้พัฒนาบริการประมูลออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าสามารถร่วมประมูลซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์มือสองได้ทั่วประเทศ จึงพัฒนาบริการขนย้ายรถจากลานประมูล เพื่อส่งให้ลูกค้าถึงบ้านโดยไม่ต้องเดินทางมารับรถเอง ซึ่งก่อนหน้านี้การขนย้ายรถมีไว้สำหรับบริการลูกค้าที่เป็นผู้ขายรถเท่านั้น แต่บริษัทฯ มีนโยบายให้ลูกค้าทุกกลุ่มได้รับความสะดวกสบาย จึงได้ขยายบริการเพื่อให้ลูกค้าฝ่ายผู้ซื้อรถใช้บริการดังกล่าวได้เช่นกัน และสามารถรองรับความต้องการซื้อผ่านออนไลน์ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่ต้องเดินทางมารับรถเอง โดยบริการ AUCT Serve สามารถรองรับความต้องการขนย้ายรถยนต์ตั้งแต่รถยนต์ 1-8 คัน ส่วนรถจักรยานยนต์ขนย้ายตั้งแต่ 1-40 คัน “บริการดังกล่าวเหมาะสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกเดินทางมารับรถเอง เพียงแจ้งความต้องการใช้บริการขนย้าย แจ้งจำนวนรถ และสถานที่ปลายทางที่ต้องการให้ AUCT Serve จัดส่งสินค้า หลังจากนั้นทางบริษัทฯ จะส่งใบเสนอราคา หลังจากที่ลูกค้าชำระค่าขนส่งซึ่งคิดตามระยะทาง จะได้รับ SMS เพื่อแจ้งกำหนดวันให้ลูกค้ารอรับรถ ที่ผ่านมาลูกค้าพึงพอใจกับบริการดังกล่าว เนื่องจากเป็นบริการขนย้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ด้วยอัตราค่าบริการตามระยะทาง มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย” นายสุธีกล่าว กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน)เปิดเผยเพิ่มเติมว่า AUCT Serve เป็นบริการขนย้ายที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ทั้งจากลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการที่ประมูลซื้อรถยนต์ไปขายต่อในปริมาณมาก นอกจากนี้แล้วลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ยังเชื่อมั่นบริการขนย้ายที่คิดค่าบริการตามระยะทางซึ่งประหยัดกว่าการขนย้ายเอง และยังมีความปลอดภัยสูงเพราะเป็นบริการจากมืออาชีพในการขนย้าย จึงทำให้บริการดังกล่าวได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าเป็นอย่างดี สำหรับผู้ที่สนใจบริการ AUCT Serve หรือต้องการร่วมประมูลซื้อรถยนต์และจักรยานยนต์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ www.auct.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-033-6555
BAM พลิกทรัพย์ร้าง เป็นทรัพย์สร้างคุณค่า เปิดตัวโครงการ “Smart Garden Home” โมเดลบ้านอัจฉริยะ พลังงานสะอาด – เกษตรผสมผสาน – พึ่งพาตนเอง ต้นแบบวิถีชีวิตใหม่เพื่อโลกสีเขียว ใจกลางธรรมชาติจังหวัดนครนายก ภายใต้แนวคิด “ใช้ชีวิตใกล้ชิดธรรมชาติแต่ไม่ขาดเทคโนโลยี” นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ นายบรรยง วิเศษมงคลชัย รองประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะกรรมการ และผู้บริหาร ได้เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “BAM SMART GARDEN HOME” ณ จังหวัดนครนายก นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า BAM มีนโยบายในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่ไปกับการตระหนักรู้ถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยที่ผ่านมาได้จัดทำโครงการสร้างที่อยู่อาศัยบนที่ดินในรูปแบบแปลงสาธิตพร้อมบ้านตัวอย่างที่ประยุกต์และผสมผสานระหว่างการทำเกษตรอินทรีย์ รอบตัวบ้าน ซึ่งแสดงถึงความใส่ใจในเรื่องสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มจากปี 2552 – 2554 BAM ได้น้อมนำแนวพระราชดำริเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาเป็นแบบอย่างในการจัดทำโครงการ เช่น โครงการ“พออยู่พอกิน กับที่ดิน บสก.” ต่อยอดด้วยโครงการ “ทำกิน 1 ไร่ ทำได้ 1 แสน” บนแปลงสาธิตที่มีนบุรี จากนั้นในปี 2561 -2562 ได้จัดทำโครงการบ้านสวนสุขใจ เป็นบ้านตัวอย่างที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตบ้านสวนในสังคมเมือง ที่ เมืองเอก รังสิต จังหวัดปทุมธานี ตามลำดับ ซึ่งโครงการต่างๆ เหล่านี้ได้รับการตอบรับจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และทำให้ BAM ขายที่ดินเปล่าและที่ดินเกษตรกรรมไปได้เกือบ 7,000 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า BAM ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นผู้จำหน่ายทรัพย์สินรอการขายออกไปเท่านั้น แต่ยังริเริ่มโครงการในรูปแบบของแปลงสาธิต ซึ่งเป็นตัวอย่างให้ผู้ที่ซื้อที่ดินของ BAM สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจนว่าองค์ประกอบในการสร้าง Smart Garden…
