Author: staff

คณะผู้บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และพนักงานไทยประกันชีวิตจิตอาสา ร่วมบรรจุเครื่องอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น เพื่อส่งมอบให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ พร้อมกันนี้บริษัทฯ ได้มอบเงินและสิ่งของเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง และเป็นขวัญกำลังใจแก่ทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละในการปกป้องอธิปไตยทหาร ด้วยการมอบเงินผ่านกรมสวัสดิการทหารบก จำนวน 100,000 บาท และมอบสิ่งของผ่านหน่วยงานทหารและตำรวจตระเวนชายแดน ในจังหวัดจันทบุรี ตราด ชลบุรี และลพบุรี บริษัทฯ ร่วมเป็นกำลังใจแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบรวมถึงครอบครัว และขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจทุกหน่วยงาน รวมถึงประชาชนในพื้นที่ให้ปลอดภัย ตามเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่พร้อมเคียงข้างทุกวิกฤตเพื่อดูแลคนไทยทุกคน

Read More

เอไอเอ เพรสทีจ คลับ ร่วมมือกับโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลเพื่อสมองและกระดูก จัดงาน “Brain Health Festival ครั้งที่ 2” ภายใต้แนวคิด “Unlock Your Brain for Degenerative Health Solutions” มุ่งเน้นกิจกรรมการให้ความรู้ด้านการดูแลสมองแบบองค์รวม ทั้งด้านการแพทย์ โภชนาการ การบริหารสมอง และเทคโนโลยีที่ทันสมัย งานนี้ผู้บริหารเอไอเอ ประเทศไทย โดย นางสาวญดา วงศ์ทองคำ รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสิทธิพิเศษ และกิจกรรมลูกค้า ได้นำลูกค้าคนสำคัญกว่า 250 ท่าน ร่วมกิจกรรม โดยได้รับเกียรติจากแพทย์เฉพาะทางด้านสมองและระบบประสาทจาก รพ.กรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล มาร่วมถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในหัวข้อต่าง ๆ ได้แก่ พญ.รับวาสน์ มั่นจิต เรื่องแก้ถูกจุด หยุด Stroke นพ.ชัยศักดิ์ ดำริการเลิศ เรื่องชะลอสมองเสื่อม และนพ.อภิชาติ พิศาลพงศ์ เรื่องอย่ารอจนสั่น เพราะพาร์กินสันมาเยือน เพื่อเดินหน้าสนับสนุนคนไทยให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมการดูแลสุขภาพสมองในชีวิตประจำวัน เช่น กิจกรรมเสริมศักยภาพสมอง โดยทีมนักกายภาพบำบัดสอนท่าบริหารกระตุ้นสมอง สาธิตเมนูอาหารบำรุงหลอดเลือดสมอง โดยทีมโภชนาการ IMM by BDMS พร้อมสิทธิ์เข้ารับคำปรึกษาแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับแพทย์เฉพาะทาง 3 สาขา ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง โรคสมองเสื่อม และโรคพาร์กินสัน โดยได้รับการสนับสนุนจากเอไอเอ เพรสทีจ คลับ แบรนด์ซุปไก่สกัด และหมอนเพื่อสุขภาพ Nishikawa เมื่อวันเสาร์ที่ 19 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

Read More

เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง สานต่อ โครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ครั้งที่ 36 ตอกย้ำการพัฒนาคุณภาพเยาวชนไทยในฐานะรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมด้านการศึกษาและการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เพื่อจุดประกายอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับสังคมไทย ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าเยาวชนคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ การได้มอบโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กที่มีความมุ่งมั่น แต่ขาดแคลนทรัพยากร เป็นการวางรากฐานที่มั่นคงเพื่อ การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต เราหวังว่าทุนการศึกษานี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้เด็ก ๆ ได้เดินตามความฝัน และเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมไทยต่อไป” โดยจัดพิธีมอบทุนการศึกษา ภายใต้โครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” ครั้งที่ 36 ซึ่งในปีนี้จัดขึ้น ณ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์จาก 19 โรงเรียนในพื้นที่เขตห้วยขวาง เขตดินแดง และเขตปทุมวัน รวมถึงบุตรหลานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทั้ง 3 เขต รวมทั้งสิ้น 195 ทุน เป็นจำนวนเงินรวม 585,000 บาท นอกจากการมอบทุนการศึกษาแล้ว บริษัทฯ ยังจัดกิจกรรมทัศนศึกษาให้แก่นักเรียนผู้รับทุนทุกคน ณ นิทรรศน์รัตนโกสินทร์ แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ที่นำเสนอเนื้อหาอย่างทันสมัยผ่านเทคโนโลยีสื่อผสมเสมือนจริง ระบบมัลติมีเดียแอนิเมชัน และอินเตอร์แอคทีฟเซลฟ์เลิร์นนิ่ง เพื่อเปิดมุมมองใหม่แห่งการเรียนรู้ และปลูกฝังความภาคภูมิใจในความเป็นไทยให้กับเยาวชน โครงการ “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย” เป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทฯ ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน สะท้อนถึงนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม โดยเฉพาะในมิติสังคม (Social) ที่มุ่งส่งเสริมการพัฒนาเยาวชนไทยให้มีคุณภาพทั้งในด้านการศึกษา ความคิดสร้างสรรค์ และการเรียนรู้ภาคปฏิบัติ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทุนมนุษย์ และต่อยอดสู่การสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ บริษัทฯ ได้รับเกียรติจาก ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน ได้แก่ ดร.บุษราคัม ศรีจันทร์ หัวหน้ากลุ่มงานนิเทศการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ การจัดการเรียนรู้ สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร นางชุติสา ศาสตร์สาระ ผู้อำนวยการเขตดินแดง นายอิทธิพล อิงประสาร ผู้อำนวยการเขตปทุมวัน นายอุกฤษฏ์ องตระกูล…

Read More

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM นำทีมผู้บริหารและพนักงานร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อน ด้วยกิจกรรมบริจาคโลหิตให้กับคณะแพทย์ศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช สาขาของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย รวมจำนวนกว่า 49,000 ซีซี เพื่อช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ พร้อมจัดทำถุงยังชีพ ประกอบด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค ข้าวสาร อาหารแห้ง ยาและเวชภัณฑ์ เพื่อนำไปช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้อพยพ ผ่านสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย นอกจากนี้ BAM สำนักงานนครราชสีมายังได้ร่วมกับมูลนิธิสายเด็ก 1387 และสถาบันครอบครัวเข้มแข็ง จังหวัดสุรินทร์ ลงพื้นที่ศูนย์พักพิงชายแดนไทย–กัมพูชา มอบของใช้จำเป็น ของเล่น และตุ๊กตา เติมรอยยิ้มและกำลังใจให้เด็ก ๆ เพื่อส่งต่อพลังบวกและความห่วงใยให้ชาวไทยก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

Read More

บลจ.กสิกรไทย มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Investing) อันดับ 1 ของไทย ภายใต้แนวคิด “Insight to Impact” โดยใช้มุมมองและความเข้าใจในเชิงลึกเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการลงมือทำอย่างมีเป้าหมาย ชูการครองส่วนแบ่งตลาดกองทุน ESG Fund และ SRI Fund มากที่สุดในอุตสาหกรรม รวมมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท พร้อมเป็นแรงขับเคลื่อนในการยกระดับมาตรฐานการลงทุนอย่างยั่งยืนของไทยสู่มาตรฐานสากล นายวิน พรหมแพทย์ CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย มุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน (Sustainable Investing) อันดับ 1 ของไทย ภายใต้แนวคิด “Insight to Impact” มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินงานอย่างมีเป้าหมายหลัก 4 ประการ ได้แก่ 1.Trusted Partner for Sustainable Investment Solutions ส่งมอบผลิตภัณฑ์และคำแนะนำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนที่เชื่อถือได้และตอบโจทย์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลง 2.Strengthening Active Ownership & ESG Integration ยกระดับการมีส่วนร่วมกับกิจการที่ลงทุนและผสาน ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน 3.Leadership in Governance & Transparency ผู้นำด้านธรรมาภิบาลและการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสภายใต้มาตรฐานสากล และ 4.Net Zero Commitment ความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ในระดับการดำเนินงานขององค์กรและพอร์ตลงทุน นายวินกล่าวต่อไปว่า ความสำเร็จด้านความยั่งยืนของ บลจ.กสิกรไทย ในช่วงที่ผ่านมา ได้สร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในทุกมิติของ ESG ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยทางด้านสิ่งแวดล้อม สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน ได้แก่ การลงทุน และการดำเนินงานภายในองค์กร ในส่วนการลงทุน บลจ.กสิกรไทย ตั้งเป้าหมาย…

Read More

กลุ่มแอกซ่า โดยบริษัท AXA Investment Manager ซึ่งเป็นบริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ระดับโลก เปิดเผยผลวิจัย “ภาวะโลกร้อนสร้างความเครียดให้กับผู้คนและเศรษฐกิจ” ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยผลวิจัยมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้ การสัมผัสกับความร้อน: แรงงานทั่วโลกกว่า 2.4 พันล้านคน หรือกว่า 70% ต้องเผชิญกับความร้อนสูงเกินไปเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เรียกว่า ความเครียดจากความร้อน (Heat Stress) อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง เช่น อาการอ่อนเพลียจากความร้อน ฮีทสโตรก (heat stroke) หรือโรคลมแดด และทำให้ผู้ที่มีโรคเรื้อรังอาการแย่ลง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคทางเดินหายใจ กระทบกับต้นทุนทางเศรษฐกิจ: ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความเครียดจากความร้อนมีนัยสำคัญ คาดการณ์ว่าการสูญเสียเวลาทำงานอันเนื่องจากความร้อน อาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ซึ่งคิดเป็นมากกว่า 1% ของ GDP ของโลก และจะขึ้นไปถึง 4% ภายในปี 2100 ความเสี่ยงด้านสุขภาพ: ความเครียดจากความร้อนส่งผลกระทบต่อผู้คนแตกต่างกันไป โดยกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งอย่าง เกษตรกร และผู้ที่มีปัญหาสุขภาพที่มีความเสี่ยงสูงกว่า นอกจากนี้ ความร้อนที่รุนแรงยังนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตและเพิ่มอัตราการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งอุณหภูมิที่สูงเกินไป ยังส่งผลกระทบต่อ Productivity อีกด้วย ตัวบ่งชี้ความเครียดจากความร้อน: อุณหภูมิเพียงอย่างเดียวไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด ปัจจัยอื่นๆ เช่น ความชื้นและความเร็วลมมีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจว่า ความร้อนส่งผลต่อสุขภาพอย่างไร มาตรการสำคัญสองประการ ได้แก่ ดัชนีความร้อนที่ส่งผลต่อร่างกาย (Wet-Bulb Globe Temperature) และดัชนีความร้อน (Heat Index) ซึ่งให้ภาพรวมความเสี่ยงจากความร้อนได้ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงทางด้านกฎระเบียบต่าง ๆ : ตัวอย่างในสหรัฐอเมริกา มีการเสนอกฎระเบียบใหม่ๆ เพื่อปกป้องคนงานจากอันตรายจากความร้อน เช่น การติดตามและประเมินผล การฝึกอบรมและการปรับตัว รวมถึงการบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ Heat Stress ข้อควรพิจารณาในการลงทุน: การเพิ่มขึ้นของคลื่นความร้อนที่สูงขึ้นจะก่อให้เกิดความเสี่ยง ไม่เพียงแต่ต่อบุคคลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงธุรกิจและประเทศต่าง ๆ ด้วย นักลงทุนจึงควรพิจารณาความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความเครียดจากความร้อนเมื่อวางแผนการลงทุน เนื่องจากปัญหานี้อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคส่วนที่มีความเสี่ยงสูงสุด อย่างภาคเกษตรกรรม ที่อาจได้รับผลกระทบจากความเครียดจากความร้อน ภาวะโลกร้อนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมเท่านั้น…

Read More

สแกนเนีย เผยเบื้องหลัง 2 หัวใจหลักธุรกิจขนส่ง รถประสิทธิภาพสูง-นักขับมีคุณภาพ ล่าสุดเปิดความสำเร็จ Scania Driver Training สร้างนักขับรถคุณภาพลงถนนแล้วกว่า 45,000 คน ปัจจุบัน รถสแกนเนียปรับเป็นพลังงานยูโร 5 ทั้งหมด มีการเผาไหม้ที่มีประสิทธิภาพ ปล่อยมลพิษน้อยกว่า ประหยัดต้นทุน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งต่อแนวทางรักษ์โลก นายอำนาจ ทองทัย ผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษาด้านการขับขี่ บริษัท สแกนเนีย สยาม จำกัด  กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาทักษะและประสิทธิภาพการขับขี่ของผู้ขับรถบรรทุกและรถขนส่งเชิงพาณิชย์ว่า หากมองถึงเบื้องหลังธุรกิจขนส่งที่ประสบความสำเร็จจะพบว่า 2 หัวใจหลักสำคัญประกอบด้วย ประสิทธิภาพของรถที่ใช้ในธุรกิจ ที่ต้องมีความพร้อมในทุกสถานการณ์ มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ส่งเสริมประสิทธิภาพในการขับขี่และใช้งานทั้งกำลังเครื่องยนต์ การประหยัดน้ำมัน ความทนทาน ความปลอดภัย การลดการเกินอุบัติเหตุและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง สแกนเนีย เป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีการพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพในทุกส่วนและทุกรายละเอียดจนเป็นที่ยอมรับมากว่า 100 ปี สำหรับอีกหัวใจที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ นักขับรถที่มีคุณภาพ ซึ่งไม่ใช่แค่พนักงานขับรถเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีความรู้และทักษะทั้งในด้านการขับขี่ การดูแลรักษารถ การตรวจเช็คและการแก้ปัญหาเบื้องต้น รู้จักฟังก์ชันและเทคโนโลยีของรถ มีการขับขี่อย่างถูกวิธี เพื่อดึงเอาความสามารถของรถออกมาใช้ให้ได้มากสูงสุด ด้วยความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมพัฒนาทักษะและสร้างนักขับรถคุณภาพมืออาชีพสู่ธุรกิจขนส่ง สแกนเนีย จึงออกแบบบริการ Scania Driver Training ขึ้น โดยมีบทบาทหน้าที่ตั้งแต่ก่อนการขายอย่างการทดสอบรถกับลูกค้า โดยลูกค้าสามารถร้องขอรถทดสอบสแกนเนีย นำไปขนส่งสินค้าที่ใช้ดำเนินธุรกิจจริง บนเส้นทางจริง ในราชอาณาจักไทย เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ประกอบการตัดสินใจซื้อ นอกจากนั้น บริการจาก Scania Driver Training ยังดูแลการส่งมอบรถอย่างมืออาชีพถึงมือลูกค้า พร้อมให้คำแนะนำอธิบายาเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวรถ อุปกรณ์ งานบริการต่างๆ ของสแกนเนีย และหลังจากการรับรถแล้ว ลูกค้าสามารถเข้าฝึกอบรมการใช้งานรถโดยละเอียดได้ เพื่อให้ใช้งานรถสแกนเนียอย่างถูกต้อง ปลอดภัย พร้อมเทคนิคเกี่ยวกับรถสแกนเนีย ให้สามารถใช้ศักยภาพของรถสแกนเนียได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ สำหรับ Scania Driver Training ประเทศไทยนั้น ได้สร้างนักขับรถคุณภาพมาแล้วกว่า 45,000 คน ตลอดระยะเวลามากกว่า 10 ปี ปัจจุบันการอบรมนักขับรถคุณภาพยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ รวมถึงการอบรมนอกสถานที่ทำให้มีนักขับรถคุณภาพที่ผ่านการอบรมฯ ปีละไม่ต่ำกว่า 3,000 คน การอบรมพื้นฐานสำหรับลูกค้าสแกนเนียที่จัดขึ้นประจำทุกสัปดาห์จะมีเนื้อหาจะเริ่มตั้งแต่การปูพื้นสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับรถและระบบต่างๆ รวมไปถึงการดูแลรักษารถเบื้องต้น การแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และเทคโนโลยี ระบบต่างๆ ของรถสแกนเนีย รวมถึงเทคนิคการขับขี่รถสแกนเนียอย่างเหมาะสมในหลากหลายลักษณะ การขับขี่ประหยัดน้ำมัน การขับขี่ปลอดภัย การแก้ปัญหาเบื้องต้น อีกทั้งยังมุ่งเน้นเรื่องมารยาทและจริยธรรมในการขับรถเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ร่วมเดินทางบนท้องถนน…

Read More

ยูนิลีเวอร์ ผู้นำตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคระดับโลกและนวัตกรรมดิจิทัล แสดงวิสัยทัศน์นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนบนเวทีเสวนา “Innovation for Sustainability” ร่วมกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ในงาน GCNT EXPO 2025 จัดโดยสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ณ True Digital Park สุขุมวิท 101 เพื่อนำเสนอกลยุทธ์และแนวทางการใช้นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ของสหประชาชาติ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคมในโลกยุคปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความความท้าทายหลากหลายมิติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของผู้นำจากสองอุตสาหกรรมที่พร้อมสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระยะยาวผ่านความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาสังคม ยูนิลีเวอร์ได้นำเสนอความก้าวหน้าของการดำเนินงานด้านความยั่งยืนภายใต้เป้าหมายที่จะมุ่งสู่ Net Zero ในห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดภายในปี 2582 โดยล่าสุดสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขต (Scope) ที่ 1 และ 2 ได้แล้วถึงร้อยละ 72 นับตั้งแต่ปี 2558 และตั้งเป้าหมายลดให้ได้ 100% ภายในปี 2573 พร้อมกันนี้ยังมุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขอบเขตที่ 3 ซึ่งครอบคลุมกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทานและการใช้ผลิตภัณฑ์ให้ได้ร้อยละ 42 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมในภาคป่าไม้ ที่ดิน และเกษตรกรรมให้ได้ร้อยละ 30.3 ในปีเดียวกัน ทั้งยังมีกระบวนการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันร้อยละ 57 ของบรรจุภัณฑ์พลาสติกสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล หรือย่อยสลายได้ นอกจากนี้ ยูนิลีเวอร์ยังตั้งเป้าหมายให้ 85% ของผลิตภัณฑ์เป็นไปตามเกณฑ์โภชนาการที่อิงตามหลักวิทยาศาสตร์ภายในปี 2571 และเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์จากพืช (Plant-based) ให้ได้ 1.5 พันล้านยูโรต่อปีภายในปี 2568 ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีโซเดียมต่ำในไทยและอีกหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นางสาวอภิพร อดุลย์พิจิตร ผู้อำนวยการด้านงานวิจัยและพัฒนาอาหาร กลุ่มประเทศเอเชีย (Greater Asia) บริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ยูนิลีเวอร์มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนเป็นส่วนสำคัญในจุดมุ่งหมายหลักขององค์กร (purpose) เรามองความท้าทายเป็นโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมภายใต้แนวคิด ‘Brighten Everyday Life for All’ โดยมุ่งลงทุนด้าน R&D เพื่อพัฒนาบรรจุภัณฑ์ PCR (Post-Consumer Recycled) และเทคโนโลยีลดการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคและโลกของเรา ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น…

Read More

แสนสิริ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนในองค์กรและทุกโครงการใหม่ พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายสูงสุดในการเป็น ’องค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์’ ในปี 2050 จับมือกับ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ประกาศความร่วมมือ ลุยศึกษาวิจัยเดินหน้าพัฒนาผนังคอนกรีตสำเร็จรูปเสริม กราฟีนป้องกันความร้อน สานต่อความสำเร็จจาก Sansiri Sustainable Home – Prototype 1 สู่การพัฒนาบ้าน Net-zero Home 2050 นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญของแสนสิริ ที่ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ที่มีความโดดเด่นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งเป็นผู้นำในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีกราฟีนในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการพัฒนาเครื่องผลิตกราฟีนในระดับอุตสาหกรรมและการนำไปประยุกต์ใช้ในด้านต่างๆ ปัจจุบันอุตสาหกรรมการก่อสร้างใช้กราฟีนในการเพิ่มความแข็งแรงให้คอนกรีต อาทิ เพียงผสมกราฟีนที่ 0.1% ถึงน้อยกว่า จะทำให้คอนกรีตแข็งแรงมากขึ้นถึง 35% หรือมากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อใช้กราฟีนเพื่อเสริมความแข็งแรงจะสามารถลดการใช้ปูนซีเมนต์ลงได้ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งมีผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อน ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการนำกราฟีนมาศึกษาวิจัยเพื่อคิดค้นพัฒนาผนังคอนกรีตสำเร็จรูปชนิดใหม่ เสริมกราฟีนเพื่อป้องกันความร้อนและลดความร้อนสะสม นับเป็นงานวิจัยครั้งแรกในไทย และเป็นส่วนหนึ่งในโรดแมพของแสนสิริ สู่การพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net-zero Home 2050 หลังประสบความสำเร็จจากการพัฒนา Sansiri Sustainable Home – Prototype 1 บ้านต้นแบบที่ผสานความยั่งยืนไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แสนสิริเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทยได้อย่างแน่นอน โดยผนังคอนกรีตสำเร็จรูปชนิดใหม่เสริมกราฟีนนี้ จะถูกนำไปเป็นต้นแบบให้กับโรงงานพรีคาสท์ของแสนสิริเพื่อใช้การผลิตผนังคอนกรีต เพื่อนำไปใช้ก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ในอนาคต รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า “สจล. มีวิสัยทัศน์เพื่อมุ่งพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมสู่สังคมโลก โดยนักวิจัยนำทีมโดย ศาสตราจารย์ ดร.เชรษฐา รัตนพันธ์ หัวหน้าหน่วยวิจัยและนวัตกรรมด้านวัสดุอัจฉริยะ และ ผศ.ดร.ชวาลย์ ศรีวงษ์ คณะวิทยาศาสตร์ ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งโรงงานต้นแบบผลิตกราฟีนระบบอัตโนมัติระดับอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโรงงานแห่งแรกในประเทศไทยที่สามารถผลิตกราฟีนได้เอง ทดแทนการนำเข้าเป็นมูลค่ามากกว่า 10 ล้านบาทต่อกิโลกรัม และได้ต่อยอดการศึกษาและพัฒนาการนำกราฟีนไปประยุกต์ใช้ในนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง…

Read More

เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด (TQM) ร่วมกับพนักงาน    สาขาน่าน และแพร่ ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในจังหวัดน่าน โดยได้จัดมอบ      ถุงยังชีพพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด ให้แก่ชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากการมอบสิ่งของจำเป็นแล้ว ทีมงาน TQM ยังได้สำรวจข้อมูลและความต้องการเพิ่มเติมในพื้นที่ เพื่อวางแผนการช่วยเหลือในระยะถัดไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ TQM ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความมุ่งมั่นในการเคียงข้างสังคมในทุกช่วงวิกฤต สำหรับลูกค้า TQM ที่ได้รับความเสียหาย ทั้งในส่วนของที่อยู่อาศัยหรือรถยนต์ สามารถติดต่อแจ้งเคลมประกัน    ที่สายด่วน 1737 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official: @TQM Insurance Broker และ Facebook Page: TQM Insurance Broker

Read More