ผู้บริหารและพนักงานธนชาตประกันภัย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายเดนไทย-กัมพูชา โดยร่วมกันสมทบทุนจัดซื้อสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นและร่วมกันบรรจุถุงยังชีพ เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือไปยังประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้น นางวิชินี โอรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “กิจกรรมในครั้งนี้เป็นการส่งต่อความห่วงใย แทนความหมายของกำลังใจที่ธนชาตประกันภัยต้องการมอบให้กับผู้ประสบภัยในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งเราพร้อมจะอยู่เคียงข้างก้าวผ่านวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยถุงยังชีพจากน้ำใจและแรงใจของผู้บริหารและพนักงานธนชาตประกันภัย จะถูกส่งไปยังสาขาในพื้นที่ประสบภัยหรือใกล้เคียง เพื่อนำไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ตั้งแต่เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แม้ว่าภาพรวมขณะนี้สถานการณ์ส่วนใหญ่คลี่คลาย แต่ยังคงมีบางพื้นที่อำเภอที่มีน้ำท่วมขัง และบางพื้นที่อยู่ในช่วงของการฟื้นฟูซ่อมแซมที่พักอาศัย เช่นเดียวกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ต้องอพยพมาที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ยังคงมีความต้องการการสนับสนุนเครื่องอุปโภค บริโภค ถุงยังชีพ อุปกรณ์ และสิ่งจำเป็นอื่นๆ ในการดำรงชีวิต” “ธนชาตประกันภัย ตระหนักถึงความเดือดร้อนของของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม และสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา หลายพื้นที่มีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือ จึงรวมพลังจิตอาสานำโดยผู้บริหารและพนักงาน ร่วมปันน้ำใจบริจาคเงินซื้อสิ่งของจำเป็นนำมาบรรจุในถุงยังชีพ โดยจะนำไปมอบให้ผู้ประสบภัยเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมเป็นสื่อกลางเติมเต็มกำลังใจให้กับทุกคน และหวังอย่างยิ่งว่าทุกสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว” นางวิชินี กล่าว ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวจากธนชาตประกันภัย เพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กธนชาตประกันภัย : Thanachartinsurance – TNI และ Line Official Account “ธนชาตประกันภัย”…
Author: staff
เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมออกบูธจัดนิทรรศการในโครงการเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงานด้วยการประกันภัย OIC : Be Smart First Jobber ปีที่ 4 จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ซึ่งจัดขึ้น 2 แห่ง ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยในงานได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ นายธานี ทรงธนเจริญกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน เอไอเอ ประเทศไทย ในนามประธานคณะอนุกรรมการระบบบัญชีและภาษี สมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมเป็นหนึ่งในวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงาน คปภ. สมาคมประกันวินาศภัยไทย และหน่วยงานของภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ซึ่งได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “เส้นทางสายอาชีพด้านการประกันภัย” ถ่ายทอดประสบการณ์การก้าวเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพด้านการประกันภัยให้แก่กลุ่มนิสิต นักศึกษา ในระดับอุดมศึกษาของคณะวิทยาการจัดการและคณะอื่น ๆ รวมถึงผู้เริ่มต้นทำงาน (First Jobber) เพื่อทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนของระบบประกันภัยในฐานะเป็นเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ โดยงานจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นอกจากนี้ นพ. โสภณ นันทาภรณ์ศักดิ์ ผู้จัดการภาค ทริปเปิ้ล เอ และ Top District Manager Up of the Year 2024 ยังได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ Be Inspired บอกเล่าเรื่องราวเส้นทางสายอาชีพตัวแทนประกันชีวิตที่น่าสนใจ พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจประกันภัยเป็นหนึ่งในธุรกิจแห่งโอกาส และเป็นตลาดแรงงานที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเข้าสู่สายอาชีพ (First Jobber) ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยภายในงานทั้ง 2 แห่งมีนิสิตนักศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่าพันคน
BAM ออกมาตรการช่วยเหลือวีรบุรุษผู้เสียสละ และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมพิจารณาอย่างเร่งด่วน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบในบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา BAM มีความห่วงใยทหาร ตำรวจ ข้าราชการ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนในบริเวณพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งในกลุ่มบุคคลเหล่านี้ หากเป็นลูกหนี้ปรับโครงสร้างหนี้กับ BAM ที่ถือเป็นวีรบุรุษผู้เสียสละทั้ง ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ บุคลากรทางการแพทย์ ที่เสียชีวิต หรือทุพพลภาพในขณะปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา BAM จะยกหนี้ให้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ส่วนกรณีลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบและทำให้ขาดรายได้หรือรายได้ลด ส่งผลกำลังความสามารถในการชำระหนี้ลดลง BAM พร้อมพักชำระหนี้ให้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อน BAM ขอเป็นกำลังใจให้กับวีรบุรุษผู้เสียสละทั้ง ทหาร ตำรวจ บุคลากรทางการแพทย์ และข้าราชการที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงลูกค้าประชาชนที่ได้รับผลกระทบ BAM พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง ลูกหนี้ของ BAM ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือได้ที่ Call Center 02-630-0700 สำนักงานใหญ่ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาสินทรัพย์ของ BAM หรือทางเว็บไซต์ www.bam.co.th , FB และ Line : Bam Thailand, FB : ศูนย์ประนอมหนี้ออนไลน์ by BAM
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการปันน้ำใจอย่างต่อเนื่อง ช่วยเหลือประชาชนทั่วไป และฝ่ายขายของบริษัทฯ ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ปะทะชายแดน ไทย- กัมพูชา ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มอบถุงยังชีพเพิ่มเติม จำนวน 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดแพร่ และจังหวัดสุโขทัย โดยได้ส่งมอบให้แก่กองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 จังหวัดสุรินทร์ รวมถึงสำนักงานตัวแทนของบริษัทฯ ในจังหวัดดังกล่าว เพื่อกระจายไปยังประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบเหตุการณ์ปะทะชายแดนและสถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือ
นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการและโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำพนักงานพร้อมด้วยลูกค้า ประชาชน ร่วมบริจาคโลหิตในกิจกรรม “GIVE BLOOD GIVE LIVE #คนไทยไม่ทิ้งกัน” โดย ธ.ก.ส. ร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อเพิ่มปริมาณสำรองในคลังโลหิตให้เพียงพอต่อความต้องการ สำหรับส่งต่อไปใช้ในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทั่วประเทศให้ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องการโลหิตอย่างเร่งด่วน ทั้งกรณีประสบอุบัติเหตุ การผ่าตัด รวมถึงกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ภายในประเทศ ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่ ธ.ก.ส. ได้จัดขึ้นเป็นประจำอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงาน ธ.ก.ส. ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์หรือผู้ป่วยที่มีความต้องการรับโลหิต โดยการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีจำนวนผู้ลงทะเบียนร่วมบริจาคโลหิต 298 ราย คิดเป็นปริมาณโลหิต 233 ยูนิต หรือ 93,200 ซีซี ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ
นายศรชัย จันโทวงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานกิจการสาขา 4 ผู้แทนธนาคารออมสิน ให้การต้อนรับ นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ในโอกาสจัดกิจกรรม “ออมสินปลูกป้องโลก” แปลงที่ 2 จำนวน 2,500 ไร่ ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าภูเปือย ป่าภูขี้เถ้า และป่าภูเรือ ตำบลหนองบัว อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย พร้อมด้วยนายสราวุฒิ บุญเกื้อ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นไปตามแผน Net Zero 2050 ของธนาคาร ที่ตั้งเป้าปลูกป่าทดแทนและการอนุรักษ์ป่าให้ได้ครบ 50,000 ไร่ ภายในเวลา 10 ปี (ปี 2567 – 2576) ซึ่งในปี 2567 ที่ผ่านมา ได้นำร่องปลูกป่าในพื้นที่จังหวัดเลยไปแล้ว 1,600 ไร่ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและลดก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ พร้อมสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและสร้างรายได้ให้กับชุมชน ในการร่วมตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าไม้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยมีผู้บริหารและพนักงานธนาคารออมสิน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ชาวบ้านและนักเรียนในพื้นที่ ร่วมปลูกต้นกล้าพันธุ์ไม้ รวม 13 ชนิด เช่น ไม้สัก ต้นสน อินทนิล ไม้แดง ยางนา ตะแบก ตะเคียนทอง มะค่าโมง ประดู่ป่า กระบาก และพะยูง เป็นต้น
เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมออกบูธจัดนิทรรศการในโครงการเตรียมความพร้อมสู่วัยทำงานด้วยการประกันภัย OIC : Be Smart First Jobber ปีที่ 4 จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ซึ่งจัดขึ้น 2 แห่ง ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยในงานได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน และ นายธานี ทรงธนเจริญกิจ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน เอไอเอ ประเทศไทย ในนามประธานคณะอนุกรรมการระบบบัญชีและภาษี สมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมเป็นหนึ่งในวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงาน คปภ. สมาคมประกันวินาศภัยไทย และหน่วยงานของภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ซึ่งได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ “เส้นทางสายอาชีพด้านการประกันภัย” ถ่ายทอดประสบการณ์การก้าวเข้าสู่เส้นทางสายอาชีพด้านการประกันภัยให้แก่กลุ่มนิสิต นักศึกษา ในระดับอุดมศึกษาของคณะวิทยาการจัดการและคณะอื่น ๆ รวมถึงผู้เริ่มต้นทำงาน (First Jobber) เพื่อทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนของระบบประกันภัยในฐานะเป็นเครื่องมือบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ โดยงานจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นอกจากนี้ นพ. โสภณ นันทาภรณ์ศักดิ์ ผู้จัดการภาค ทริปเปิ้ล เอ และ Top District Manager Up of the Year 2024 ยังได้ร่วมบรรยายในหัวข้อ Be Inspired บอกเล่าเรื่องราวเส้นทางสายอาชีพตัวแทนประกันชีวิตที่น่าสนใจ พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจประกันภัยเป็นหนึ่งในธุรกิจแห่งโอกาส และเป็นตลาดแรงงานที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเข้าสู่สายอาชีพ (First Jobber) ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยภายในงานทั้ง 2 แห่งมีนิสิตนักศึกษาให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกว่าพันคน
ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความยั่งยืน (Green Transition) ในภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย จับมือกับพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำรวม 6 องค์กร ร่วมผลักดันให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ KKP Shaping Tomorrow ซึ่งวางบทบาทของธนาคารไม่ใช่แค่ในฐานะแหล่งเงินทุน แต่ยังพร้อมเป็นที่ปรึกษาด้าน ESG ให้กับลูกค้า โดยเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรที่เชี่ยวชาญและหลากหลาย เพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ ประธานสายสินเชื่อธุรกิจและประธานสายสินเชื่อบรรษัท กล่าวว่า “ธนาคารให้ความสำคัญกับการสนับสนุนลูกค้าภาคอสังหาริมทรัพย์ไปสู่การทำธุรกิจบนความยั่งยืน เพราะเชื่อว่านี่คืออุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับที่มีนัยยะ จับต้องได้ และส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยมีข้อมูลว่า Embodied Carbon หรือคาร์บอนที่เกิดจากกระบวนการก่อสร้าง คิดเป็นกว่า 11% ของการปล่อยคาร์บอนทั่วโลก ขณะที่ Operational Carbon ซึ่งเกิดขึ้นตลอดอายุการใช้งานของอาคาร ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อม การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยให้เป็น Green Asset จึงไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นกลยุทธ์สำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในยุคที่ความยั่งยืนเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของนักลงทุน ผู้บริโภค หรือแม้แต่แต่พันธมิตรทางธุรกิจ” สำหรับการผนึกกำลังกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญทั้ง 6 องค์กร แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้ 1. กลุ่มวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ ลดการปล่อยคาร์บอนระบบก่อสร้างผนังสำเร็จรูป ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำของผลิตภัณฑ์ พันธมิตรกลุ่มนี้ประกอบด้วย 3 บริษัทชั้นนำ ได้แก่ บริษัท เบเยอร์ จำกัด ผู้นำด้านสีและเคมีภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยสูตร Zero VOC (ปล่อยก๊าซระเหยอินทรีย์เป็นศูนย์) และคาร์บอนต่ำทั้งในส่วน Embodied Carbon และ Operational Carbon พร้อมนวัตกรรมแอปพลิเคชันหนึ่งเดียวในไทย สำหรับคำนวณปริมาณคาร์บอนที่ลดลงจากการทาสี บริษัท ยิปมั่นเทค จำกัด ผู้ผลิตและบริการติดตั้ง ฝ้าเพดานและผนังเบายิปซัม ได้รับ ฉลากทองคาร์บอนรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย จากองค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.) บริษัท อินโน พรีคาสท์ จำกัด ผู้ผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete) ที่ได้รับฉลากทองลดคาร์บอน (Carbon…
บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำนวัตกรรมระบบปรับอากาศระดับโลก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความเย็นสบายควบคู่การประหยัดพลังงานอย่างแท้จริง ด้วยการเปิดตัวแนวคิด “การสร้างความเย็นสบายควบคู่กับการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ” (Energy-Efficient Comfort) ในงานสัมมนา Eco Synergy Seminar 2025 หัวข้อ “Risks and Opportunities in ESG” ซึ่งจัดขึ้นโดย Sumitomo Mitsui Banking Corporation (SMBC) สาขากรุงเทพฯ โดยงานนี้ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำภาครัฐและเอกชน ร่วมเจาะลึกประเด็นโอกาสและความเสี่ยงของภาคธุรกิจในบริบท ESG และการเปลี่ยนแปลงกฎหมายสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดเวทีนำเสนอเทคโนโลยีด้านความยั่งยืนจากทั้งบริษัทญี่ปุ่นและไทย รวมถึงกิจกรรม Business Matching และ Networking อย่างเข้มข้น โดยในงาน “ไดกิ้น” ได้เผยแนวคิดและเทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะ ที่สามารถควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นอย่างแม่นยำ ช่วยลดภาระการใช้พลังงานโดยไม่ลดทอนความเย็นสบาย พร้อมนำเสนอการเดินหน้าโครงการรีไซเคิลแบบครบวงจร (Horizontal Recycling) ที่เน้นการนำสารทำความเย็นและชิ้นส่วนจากเครื่องปรับอากาศเก่ากลับมาใช้ใหม่อย่างครบวงจร เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการสร้างสังคมหมุนเวียนและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในประเทศไทย นายคาสุฮิสะ ฮินาสึ กรรมการบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะโรงงานหลักของไดกิ้นในภูมิภาคอาเซียน เรามุ่งมั่นตอบสนองความต้องการของประเทศไทยด้วยนวัตกรรมที่ผสานทั้งประสิทธิภาพการใช้พลังงานและคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะในภูมิอากาศร้อนชื้นของอาเซียน ซึ่งผู้ใช้งานมักตั้งอุณหภูมิแอร์ต่ำเกินไปเพื่อชดเชยความชื้นจากอากาศภายนอก ส่งผลให้เกิดการใช้พลังงานมากเกินความจำเป็นและค่าไฟฟ้าสูง” เพื่อลดปัญหาดังกล่าว ไดกิ้นจึงพัฒนา Energy-Saving Ventilation System ที่สามารถลดความชื้นของอากาศก่อนนำเข้าสู่อาคาร พร้อมระบบแลกเปลี่ยนความร้อนกับอากาศภายใน ช่วยให้สามารถตั้งอุณหภูมิสูงขึ้นที่ 26–27°C ได้โดยยังรู้สึกเย็นสบาย และลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 35% เมื่อเทียบกับระบบเดิม และหากใช้งานร่วมกับแอร์ระบบอินเวอร์เตอร์และระบบ Heat Recovery จะสามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้สูงสุดถึง 60% นายคาสุฮิสะ ให้ข้อมูลต่อว่า เพื่อยืนยันประสิทธิภาพของระบบ ไดกิ้นได้ทดลองติดตั้งจริงที่อาคารสำนักงาน R&D ขนาด 200 ตารางเมตร ผลการใช้งานพบว่าสามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 38% หรือคิดเป็นมูลค่าค่าไฟฟ้าราว 47,600 บาทต่อปี ขณะเดียวกันระดับความพึงพอใจของผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นจาก 61% เป็น 86% สะท้อนว่าความเย็นสบายไม่จำเป็นต้องแลกมาด้วยการใช้พลังงานเกินจำเป็น นอกจากนี้…
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต โดย คุณกาญจนา อนันตสมบูรณ์ รองประธาน แผนกสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม (ภาพบน คนที่ 5 จากซ้าย) พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสา ร่วมส่งมอบถุงยังชีพจำนวน 400 ชุด โดยได้รับเกียรติจากพลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย (ภาพบน คนที่ 4 จากซ้าย) เข้ารับมอบ ณ ศูนย์ปฎิบัติการภัยพิบัติ สภากาชาดไทย พร้อมกันนี้ ทางบริษัทฯ ได้รวมพลังจิตอาสาร่วมบริจาคโลหิต โดยได้รับเกียรติจาก ภก.ดร.นรินทร์ กิจเกรียงไกรกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านบริหารศูนย์ผลิตผลิตภัณฑ์จากพลาสมา สภากาชาดไทย (ภาพล่าง คนที่ 5 จากซ้าย) ให้การต้อนรับ ณ ศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย โดยถุงยังชีพดังกล่าว และการบริจาคโลหิตสำรองคงคลัง เป็นการส่งมอบเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในภาคเหนือและสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ทางบริษัทฯ ขอร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยผ่านพ้นวิกฤตินี้ได้โดยเร็ว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่พร้อมอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป ทั้งนี้ท่านสามารถติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทฯ เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ โทร 1159
