อารีเกเตอร์ (Areegator) แพลตฟอร์มเสนอขายประกันออนไลน์ ภายใต้คอนเซปต์ “จริงใจ เข้าใจ เติบโตไปพร้อมกัน” บริหารโดย บมจ. เงินติดล้อ บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย คุณธีระวัฒน์ สาเจริญ ผู้บริหาร สายงานตัวแทน อารีเกเตอร์ นำทีมงานเดินสายพบปะสมาชิก กับกิจกรรม “อารีเกเตอร์สัญจร ประจำปี 2568” ในจังหวัดระยอง และจังหวัดใกล้เคียง เพื่ออัปเดตข่าวสารและการพัฒนาด้านต่างๆ พร้อมแนะนำฟีเจอร์การใช้งานของแพลตฟอร์มอารีเกเตอร์และเทคนิคการใช้ AI ช่วยเพิ่มยอดขายในยุคดิจิทัล พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ทั้งจากการขายประกันและการแนะนำสินเชื่อจากเงินติดล้อ และไฮไลต์ของงานคือเวิร์กช็อปสุดเข้มข้นที่เน้นการลงมือทำจริง ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างความรู้และทักษะด้านต่างๆ ให้สมาชิก เพื่อสร้างการเติบโตไปด้วยกัน ภายในกิจกรรมยังเปิดโอกาสให้สมาชิกฯ ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยกิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจากทีมงานหนึ่งในพันธมิตร บริษัท เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมให้ความรู้และส่งเสริมด้านการประกันภัยในพื้นที่ ซึ่งภายในงานมีสมาชิกฯ ให้ความสนใจเข้าร่วมมากกว่า 80 ราย ณ โรงแรมโกลเด้น ซิตี้ จ.ระยอง เมื่อเร็วๆ นี้
Author: staff
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมส่งต่อความใส่ใจต่อสังคม ส่งตัวแทนและพนักงานจิตอาสา ลงพื้นที่มอบถุงยังชีพบรรเทาทุกข์รวมจำนวน 500 ถุง พร้อมทั้ง อาหารพร้อมรับประทาน ให้ทหาร และประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน ได้แก่ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ และสุรินทร์ เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนได้อย่างทันท่วงทีและครอบคลุม พร้อมทั้งร่วมส่งกำลังใจ และความห่วงใยจากพนักงานและตัวแทนประกันชีวิต โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ใส่ใจทุกชีวิต” โดยมุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรุงเทพประกันชีวิตในการเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งในด้านความใส่ใจ
เมืองไทยประกันชีวิต สานต่อเจตนารมณ์แห่งความรัก ความกตัญญู และสายใยครอบครัว สนับสนุนการจัดกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยร่วมกับสภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ตอกย้ำบทบาทของ “แม่” ในการหล่อหลอมคุณค่าชีวิต และเสริมสร้างสังคมไทยที่เปี่ยมด้วยความรัก ความมั่นคง และความยั่งยืน นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในโอกาสวันแม่แห่งชาติปีนี้ บริษัทยึดมั่นในพันธกิจที่ให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะบทบาทของแม่ ในฐานะผู้ปลูกฝังคุณธรรม และแรงบันดาลใจให้แก่สมาชิกในครอบครัว แม่ไม่เพียงเป็นศูนย์กลางแห่งความรัก แต่ยังเป็นครูคนแรก ผู้หล่อหลอมชีวิตและสังคมผ่านความเสียสละที่ยิ่งใหญ่” สำหรับกิจกรรมในปีนี้ บริษัทได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมหลักของงานวันแม่แห่งชาติ ประกอบด้วยการมอบเสื้อแจ็คเก็ตและกระเป๋าที่ระลึกสำหรับผู้ได้รับรางวัลแม่ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2568 พร้อมมอบกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล รวมทุนประกันกว่า 33 ล้านบาท เพื่อสร้างหลักประกันแห่งความอุ่นใจแก่แม่ดีเด่นทั่วประเทศ และยังได้มอบกระเป๋าที่ระลึกสำหรับลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ ประจำปี 2568 ทั้งนี้บริษัทฯ ได้มอบหมายให้นายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนบริษัทฯร่วมพิธีแถลงข่าว “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568” โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยฯ และประธานคณะกรรมการจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2568 เป็นประธานในพิธีฯ “เราหวังว่า การสนับสนุนในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งพลังเล็กๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้บทบาทของแม่ได้รับการยกย่องอย่างเหมาะสม และเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนในสังคมไทยตระหนักถึงความสำคัญของความรัก ความเคารพ และความกตัญญู ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างมั่นคง” นายสาระกล่าวเพิ่มเติม
ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา นายกสมาคมนายหน้าประกันวินาศภัยไทย พร้อมคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เข้าพบ นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อรับฟังนโยบายและหารือแนวทางพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้มีความมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืน การหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพนายหน้าประกันภัย การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค และการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลกับผู้ประกอบวิชาชีพ เพื่อให้ภาคธุรกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายของ คปภ. ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการพัฒนาวิชาชีพและการสร้างประโยชน์แก่สังคม หวังผลให้อุตสาหกรรมประกันภัยไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ได้แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่บริษัท และพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (KTB) และ บมจ.ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) ได้รับความเห็นชอบให้จัดตั้งธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) แล้วเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 นั้น ในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ทาง ADVANC และพันธมิตรทางธุรกิจได้ร่วมกันจัดตั้ง ธนาคาร คลิกซ์ จำกัด (มหาชน) (VBCo) โดยให้ HoldCo เป็นผู้ถือหุ้น VBCo ในวันจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในสัดส่วน 95% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด (โดยในภายหลัง สัดส่วนการถือหุ้นโดย HoldCo จะเป็น 99.99%) อนึ่ง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ADVANC และพันธมิตรทางธุรกิจ ได้ร่วมกันจัดตั้ง บริษัท ไทย ทรินิตี้ โฮลดิ้ง จำกัด (HoldCo) โดยมีสัดส่วนการถือหุ้น ณ วันจัดตั้ง ดังนี้ ADVANC 39%, KTB 41% และ OR 20% และในวันที่ 8 สิงหาคม 2568 ADVANC และพันธมิตรทางธุรกิจได้ร่วมกันจัดตั้ง ธนาคาร คลิกซ์ จำกัด (มหาชน) (“VBCo”) โดยให้ HoldCo เป็นผู้ถือหุ้น VBCo ในวันจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 95 ของ จำนวนหุ้นทั้งหมด (โดยในภายหลังสัดส่วนการถือหุ้นโดย HoldCo จะเป็นร้อยละ 99.99)
บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ หรือ CPAXT) ผู้นำธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” ประกาศผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2568 เติบโตต่อเนื่อง ทำรายได้รวม 259,030 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นถึง 34% และยอดขายกลุ่มสินค้าอาหารสดที่เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่า 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สะท้อนความสำเร็จจากแผนกลยุทธ์ที่มุ่งพัฒนาสินค้าและช่องทางการขายที่หลากหลาย รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Grocery E-Commerce อันดับ 1 ของไทย นายธานินทร์ บูรณมานิต ประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เผยว่า ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2568 บริษัทฯ สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้เผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนจากการควบบริษัท (Synergistic value) ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผ่านกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่ เดินหน้าสร้างการเติบโตในทุกช่องทางจำหน่าย ทั้งการขายนอกร้าน การส่งสินค้าถึงลูกค้า (Omni Channel) ควบคู่การขยายและปรับปรุงสาขา พัฒนาสินค้า โดยเฉพาะการเสริมแกร่งสินค้า Private Label และ สินค้าแบรนด์ในราคาที่คุ้มค่าที่มีจำหน่ายเฉพาะที่แม็คโคร-โลตัส พร้อมต่อยอดสินค้าอาหารพร้อมปรุง-พร้อมทาน (RTC–RTE) นำ AI เข้ามาเสริมประสิทธิภาพการดำเนินงานในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก การทำการตลาดแบบเจาะจง การบริหารจัดการสินค้า ไปจนถึงการพัฒนาการขายออนไลน์ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ผลักดันทั้งยอดขายและกำไรขั้นต้นให้เติบโต พร้อมช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 และกำหนดจ่ายในวันที่ 5 กันยายน 2568…
SMART เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2568 รายได้รวม 93.38 ล้านบาท กำไรสุทธิ 1.97 ล้านบาท เดินเกมรุกรับมือตลาดอสังหาฯ ยังเผชิญความท้าทาย ชี้ดีมานด์กลุ่มปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยยังมี ลุยพัฒนาอิฐมวลเบาขนาดพิเศษ เพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน มาตรฐาน Green Building ขยายฐานลูกค้าใหม่ ภาครัฐ-เอกชน ควบคู่รักษาฐานลูกค้าเดิม รักษาสภาพคล่อง ทางการเงิน สร้างการเติบโตระยะยาว นายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ SMART ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาด้วยระบบอบไอน้ำภายใต้ความดันสูงเพื่อใช้ในงานก่อสร้างและงานกั้นผนังอาคาร เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 93.38 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1.97 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรก บริษัทมีรายได้รวม 211.40 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 14.16 ล้านบาท ทั้งนี้ ผลประกอบการโดยรวมปรับตัวลดลงจากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ อย่างไรก็ตาม คาดว่าภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างจะค่อยๆ ฟื้นตัว ในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ และการกลับมาดำเนินงานของภาคเอกชนบางส่วน โดยเฉพาะสังหาริมทรัพย์ระดับบน ทั้งนี้ บริษัทมองเห็นโอกาสจากความต้องการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัย รวมถึงงานตกแต่งในภาคธุรกิจบริการ อาทิ โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหาร ที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มฟังก์ชันการใช้งาน โดยล่าสุดได้พัฒนา อิฐมวลเบาขนาดพิเศษ (Jumbo Block, Compact Block) ที่ช่วยแก้ข้อจำกัดในการก่อสร้าง เพิ่มการพัฒนาอิฐมวลเบาโลวคาร์บอน (Low Carbon Autoclaved Aerated Concrete – AAC) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประหยัดพลังงาน ได้มาตรฐาน Green Building เพิ่มโอกาสในการคว้างานโครงการภาครัฐ-เอกชน ที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขัน อีกทั้ง มีแผนขยายฐานลูกค้าไปยังโครงการภาครัฐเพิ่มเติม อาทิ โครงการก่อสร้างอาคารราชการ อาคารสำนักงาน โรงเรียน…
บริษัท ฟลอยด์ จำกัด (มหาชน) หรือ FLOYD ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งงานวิศวกรรมระบบสาธารณูปโภค และระบบดาต้าเซ็นเตอร์ เผยข่าวดี ได้รับคะแนน 100 คะแนนเต็ม ระดับ “ดีเยี่ยม” (5 เหรียญ) จากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 (AGM Checklist) ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การประเมินดังกล่าวจัดโดย สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai Investors Association) ร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โดยมุ่งส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนมีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ผลการประเมินระดับสูงสุดในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ FLOYD ในการดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาล (Corporate Governance) และการให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้ถือหุ้นมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับกระบวนการประชุมผู้ถือหุ้นให้ได้มาตรฐานสูงสุด บริษัทฯ ยืนยันเดินหน้าพัฒนาระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรมเพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียม
GPSC เปิดเผยผลการดำเนินงานครึ่งปีสุดแกร่ง 3,159 ลบ. รับผลกำไรพอร์ตลงทุนต่างประเทศ ทั้งอินเดีย และไต้หวัน ปรับกลยุทธ์สอดรับสถานการณ์การใช้พลังงานทั้งในและต่างประเทศ มุ่งเจาะพื้นที่ศักยภาพเติบโตด้านพลังงานโลก สร้างผลตอบแทนต่อเนื่อง นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 2,019 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2568 เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน (กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้น) ทั้งจากการลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า ในโครงการพลังงานลมนอกชายฝั่ง Changfang และ Xidao (CFXD) ไต้หวัน และยังรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินกู้ เนื่องจากเงินสกุลดอลลาร์ไต้หวันมีการแข็งค่า รวมทั้งผลประกอบการของโครงการไซยะบุรี พาวเวอร์ (XPLC) ใน ส.ป.ป.ลาว ปรับตัวดีขึ้น ตามปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทฯ ได้เพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารต้นทุนทางการเงิน ส่งผลให้มีต้นทุนทางการเงินลดลงได้ 88 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการชำระคืนเงินกู้บางส่วน ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงสร้างทางการเงิน สร้างความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินของบริษัทฯ เป็นการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและสถาบันการเงิน รวมทั้งบริษัทฯ ได้รับการปรับมุมมอง (Outlook) จากฟิทช์ เรทติ้งส์ เป็น Stable ขณะที่ผลประกอบการในงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 3,159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 866 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 38% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยหลักจากเงินปันผลรับและส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 732 ล้านบาทจากผลประกอบการที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นของ Avaada Energy Private Limited : AEPL (ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในอินเดีย) ตามปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากโครงการที่เริ่มดำเนินการในเชิงพาณิชย์ ขณะที่ผลประกอบการของ CFXD มีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น จากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่ไตรมาส…
