กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมกับธนาคารทิสโก้ เปิดตัว ‘ประกันชีวิต สะสมทรัพย์ TISCO My Wish Super Kids’ ตอบโจทย์การวางแผนการเงินและการศึกษาของบุตรหลานอย่างรอบด้าน มีให้เลือกด้วยกัน 3 แบบประกัน คือ 15/9 , 18/12 และ 21/15 ที่ไม่เพียงให้ผลตอบแทนด้านการออมเงินในรูปแบบการประกันชีวิตเท่านั้น แต่ยังให้ความคุ้มครองทั้งชีวิต อุบัติเหตุ โรคร้ายแรง และขยายความคุ้มครองไปถึงผู้ชำระเบี้ยประกันภัย เพื่อเป็นหลักประกันอนาคตที่รอบด้านและมั่นคง แบบประกันนี้จึงช่วยให้ความอุ่นใจกับผู้ปกครองว่า หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น บุตรหลานจะยังมีเงินทุนในการใช้ชีวิต ได้รับการศึกษาที่ดี และสามารถเติบโตอย่างมีศักยภาพ พร้อมเดินตามความฝันได้อย่างมั่นใจ นางลัดดาวัลย์ สิทธิวรนันท์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายช่องทางสถาบันการเงินและพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจประกันชีวิตกว่า 74 ปี กรุงเทพประกันชีวิตยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยความ “ใส่ใจ” เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการวางแผนสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับบุตรหลาน โดยล่าสุดได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างธนาคารทิสโก้ คือ แบบประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ‘TISCO My Wish Super Kids’ ซึ่งเปิดรับผู้ขอเอาประกันภัยตั้งแต่อายุแรกเกิด – 14 ปี ด้วยเงินเอาประกันภัยเริ่มต้นที่ 200,000 บาท เพื่อเป็นทางเลือกในการวางแผนการเงินและการศึกษาของบุตรหลานอย่างรอบด้าน จุดเด่นของแบบประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ‘TISCO My Wish Super Kids’ คือ ความคุ้มครองชีวิตพร้อมรับเงินคืนเมื่อครบสัญญา เน้นการชำระเบี้ยระยะสั้น แต่ให้ความคุ้มครองยาวนาน พร้อมทางเลือก 3 แบบประกันตามเป้าหมายของแต่ละครอบครัว คือ TISCO My Wish Super Kids 15/9: จ่าย 9 ปี คุ้มครอง 15 ปี , TISCO My Wish Super Kids 18/12: จ่าย 12 ปี…
Author: staff
บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดย คุณวิลาวัลย์ วรุตพิพัฒน์ Chief People Officer (CPO) ได้เป็นตัวแทนผู้บริหารและพนักงาน ส่งมอบฝาขวดพลาสติก ที่ได้รับจากพนักงาน ให้กับ วัดจากแดง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เปลี่ยนพลาสติกเหลือใช้ให้กลายเป็นสิ่งของที่มีคุณค่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ภายใต้นโยบาย “SUSTAINABLE WITH LOVE” ซึ่งสนับสนุนการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติก รวมถึงส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม จะเป็นก้าวสำคัญสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รับมอบโล่รางวัลผู้สนับสนุนการดำเนินงานของสำนักงานป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้าน การสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง ประจำปี 2568 จำนวน 2 รางวัล โดยได้รับรางวัลจาก 2 ผลงานหลัก ประกอบด้วย (1) ผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมดีเด่น ด้านรายงานการทำธุรกรรมและสนับสนุนในการดำเนินงานของสำนักงาน ปปง. และ (2) การเป็นผู้ประเมินราคาทรัพย์สินประเภทที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด ของสำนักงาน ปปง. โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการประเมิน ผลงานดังกล่าวสะท้อนการเป็นองค์กรที่แข็งแกร่งด้านการให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) โดยนางสาวธิดาพร มีกิ่งทอง รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มงานปฏิบัติการ เป็นผู้แทนธนาคารเข้ารับมอบโล่รางวัล ผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมดีเด่น ด้านรายงานการทำธุรกรรมและสนับสนุนในการดำเนินงานของสำนักงาน ปปง. และนายมนต์ชัย ธีระวรกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานปฏิบัติการลูกค้ารายย่อย เป็นผู้แทนธนาคารเข้ารับโล่รางวัล การเป็นผู้ประเมินราคาทรัพย์สินประเภทที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด ของสำนักงาน ปปง. โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการประเมิน ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 26 ปี สำนักงาน ปปง. โดยมีคุณฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี รางวัลดังกล่าวสะท้อนการที่ธนาคารเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่ตระหนักถึงความสำคัญตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง รวมถึง ความแข็งแกร่งในการให้ความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และต่อต้านการสนับสนุน ทางการเงินแก่การก่อการร้ายอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะลดผลกระทบหรือความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น กับประชาชนในวงกว้าง โดย ธอส. ได้รับมอบโล่จำนวน 2 รางวัล ประกอบด้วย (1) โล่รางวัลผู้มีหน้าที่รายงานธุรกรรมดีเด่น ด้านรายงานการทำธุรกรรมและสนับสนุน ในการดำเนินงานของสำนักงาน ปปง. เนื่องด้วย ธอส. เป็นหน่วยงานที่ประสานความร่วมมือและสนับสนุน การดำเนินงานของสำนักงาน ปปง. ในการรายงานการทำธุรกรรมทางการเงินตามหลักเกณฑ์และระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนดอย่างต่อเนื่อง (2) โล่รางวัลการเป็นผู้ประเมินราคาทรัพย์สินประเภทที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง ห้องชุด ของสำนักงาน ปปง. (โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการประเมิน) เนื่องด้วย ธอส. ให้ความร่วมมือในการกำหนดราคาเริ่มต้นของทรัพย์สิน ของ ปปง.…
COM7 มองครึ่งปีหลังสดใส หลังประกาศผลงานไตรมาส 2 และงวด 6 เดือนแรกปี 2568 ไปได้สวย เติบโตทั้งรายได้-กำไรสุทธิ-กำไรขั้นต้น ย้ำจุดยืนการเป็นผู้นำค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยีที่สามารถปรับตัวรองรับความต้องการผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สะท้อนจากยอดขายสาขาเดิมที่เติบโต พร้อมเดินหน้าลุยขยายธุรกิจใหม่รับเมกะเทรนด์ ทั้ง TAXI EV, Solar, Cloud, Digital Finance และ Insurance เต็มรูปแบบ มุ่งมั่นรายได้และกำไร ทำสถิติ All Time High นายถกล นิยมไทย นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 เปิดเผยผลประกอบการ ไตรมาส 2/2568 COM7 มีกำไรสุทธิของบริษัทใหญ่ 1,003.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 250.2 ล้านบาท หรือ 33.2% เทียบงวดเดียวกันปีก่อน สำหรับรายได้จากการขายและการบริการ 20,713.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,327.9 ล้านบาท หรือ 12.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีที่ยังมีความต้องการสูงในตลาด สะท้อนผ่านอัตราการเติบโตจากยอดขายร้านเดิม (SSSG) อีกทั้งบริษัทสามารถปรับตัวรองรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มีการเปลี่ยนแปลงเร็ว โดยจัดหาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดทั้งแง่คุณภาพ ราคา และช่องทางการเข้าถึง ขณะที่กำไรขั้นต้นมีการปรับขึ้นเช่นกัน อยู่ที่ 2,861.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 283.7 ล้านบาท หรือ 11.0% จากงวดเดียวกันปีก่อน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อนที่ระดับ 13.8% สำหรับงวด 6 เดือน บริษัทมีกำไรสุทธิของบริษัทใหญ่ 1,983.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 399.8 ล้านบาท หรือ 25.2% สำหรับรายได้จากการขายและการบริการ 41,608.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,994.6 ล้านบาท หรือ 10.6 % เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อน อีกทั้งกำไรขั้นต้นก็มีการปรับขึ้นเช่นกัน…
ดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ร่วมให้ข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) ประจำไตรมาส 2/2568 เผยผลประกอบการมีรายได้รวม 662.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทแม่มีกำไรสุทธิ 21.36 ล้านบาท ขณะที่บริษัทย่อยขาดทุนสุทธิ 18 ล้านบาท เนื่องจากการรับรู้รายการผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกค้ารายหนึ่งที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีผลขาดทุนรวมเล็กน้อย แต่ภาพรวมยังคงเติบโตจากฐานลูกค้าองค์กรและภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นรายได้ประจำที่สร้างความมั่นคงในระยะยาว นอกจากนี้ รายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่ายพุ่งสูงถึง 83.82% และธุรกิจให้บริการพื้นที่ดาต้าเซ็นเตอร์ยังคงแข็งแกร่ง ด้วยอัตราการใช้พื้นที่สูงถึง 98% ITEL ยังเผยถึงความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลโครงการสำคัญของประเทศ USO Phase 3 (โครงการจัดให้มีบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและเพื่อสังคม) ของสำนักงาน กสทช. ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้อย่างเท่าเทียม โดยบริษัทฯ มองว่าโครงการนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังและต่อเนื่องในอนาคต นอกจากนี้ ITEL จะเร่งขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำด้าน Cloud Implementor ควบคู่กับการยกระดับ Data Center ให้ได้มาตรฐานสากล PCI DSS เวอร์ชัน 4.0.1 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าองค์กร อีกทั้งยังคงเดินหน้าเจรจากับพันธมิตรในหลายประเทศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันและขยายโอกาสสู่ตลาดภูมิภาค พร้อมกันนี้ ITEL เดินหน้าดำเนินโครงการ ITEL Green Data Center เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมดิจิทัลและสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน
บมจ. ฑีฆาก่อสร้าง หรือ TEKA ประกาศข่าวดีต่อเนื่อง ล่าสุดคว้างานก่อสร้าง โครงการ WIDEN by Sansiri ดันงานในมือ (Backlog) พุ่งแตะ 3,376 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพผู้นำงานก่อสร้างอาคารสูงอย่างมั่นคง ดร.วีระศักดิ์ วานิชวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฑีฆาก่อสร้าง จำกัด (มหาชน) หรือ TEKA เปิดเผยว่า ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับงานก่อสร้างโครงการใหม่จาก บริษัท สิริ ทีเค เซเว่น จำกัด ภายใต้ชื่อโครงการ “WIDEN by Sansiri” (ไวด์เด็น บาย แสนสิริ) โครงการ WIDEN by Sansiri เป็นอาคารคอนโดมิเนียมสูง 34 ชั้น รวมชั้นดาดฟ้า โดย TEKA ได้รับความไว้วางใจให้ดำเนินงานก่อสร้าง ครอบคลุมงานเสาเข็ม, งานวิศวกรรมโครงสร้าง งานสถาปัตยกรรม งานภูมิสถาปัตย์ และงานภายนอก โดยมีกำหนดเริ่มก่อสร้างในเดือนสิงหาคม 2568 งานใหม่ที่ได้รับในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความไว้วางใจจากลูกค้าชั้นนำ แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยปัจจุบัน มีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) เพิ่มขึ้นเป็น 3,376 ล้านบาท ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างยื่นประมูลมากกว่า 20 โครงการ และตั้งเป้าหมายคว้างานใหม่มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโครงการ และกระจายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ TEKA ยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยกระแสเงินสดอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาท รองรับการเติบโตในระยะยาวอย่างยั่งยืน ตอกย้ำจุดยืนของบริษัทในฐานะ ผู้รับเหมาชั้นนำของประเทศไทย ที่ยึดมั่นในคุณภาพ มาตรฐาน และความเชื่อมั่นจากพันธมิตรธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
บริษัท เออร์โกประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้ารุกตลาดในอุตสาหกรรมประกันภัยไทยเต็มกำลัง ภายใต้พลังสนับสนุนจาก “เออร์โก กรุ๊ป” (ERGO Group) หนึ่งในผู้นำธุรกิจประกันภัยชั้นนำของเยอรมนีและยุโรป ภายใต้เครือข่าย “Munich Re” ยักษ์ใหญ่ระดับโลกด้านการประกันภัยต่อและการบริหารความเสี่ยง ท่ามกลางภูมิทัศน์ตลาดประกันภัยทั่วโลกกำลังเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาสใหม่ เออร์โก พร้อมชูกลยุทธ์ “Digital First” เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจ ผสานความเชี่ยวชาญเชิงลึกในตลาดไทยเข้ากับมาตรฐานสากล เพื่อมอบการคุ้มครองและบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งวันนี้และในอนาคต พร้อมเร่งพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และต่อยอดการเติบโตอย่างยั่งยืนทั่วประเทศไทย ภายในงาน บริษัทได้เผยทิศทางและกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมนำเสนอนวัตกรรมและแนวคิดที่สะท้อนวิสัยทัศน์ระดับโลกของเออร์โกสู่สังคมไทย นายธีโอ ค็อกคาลาส ประธานกรรมการบริหาร ERGO International AG กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 3 ตลาดสำคัญที่เรามุ่งเน้นเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย ควบคู่ไปกับจีนและอินเดีย โดยประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของ เออร์โก และเราเห็นศักยภาพที่โดดเด่นอย่างชัดเจน เป้าหมายของเราคือการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างผลกำไร พร้อมก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน 5 บริษัทประกันภัยชั้นนำในทุกตลาดที่เราดำเนินธุรกิจ ดังนั้น เราจึงมุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินงานในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง” “แม้แต่ละตลาดจะมีพลวัตและเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่หลักการพื้นฐานของเรายังคงเดิม นั่นคือการเสริมสร้างศักยภาพที่แข็งแกร่งในระดับท้องถิ่นผ่านการสนับสนุนจากเครือข่ายระดับโลกของกลุ่มบริษัท การ กระจายความเสี่ยงและสร้างสมดุลในตลาดและสายธุรกิจต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อต่อยอดความสำเร็จในวงกว้าง ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการเป็นองค์กรที่มีความเป็นสากลอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นรากฐานสำคัญของความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและศักยภาพในการแข่งขันอีกด้วย” นายค็อกคาลาส กล่าวเสริม เออร์โก เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทประกันภัยชั้นนำของเยอรมนีและยุโรป มีการดำเนินธุรกิจในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก โดยมุ่งเน้นตลาดยุโรปและเอเชีย ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 37,000 คน ทั้งพนักงานประจำและตัวแทนอิสระ ในปี 2567 เออร์โกมีรายได้จากธุรกิจประกันภัย 20.8 พันล้านยูโร โดยมีกำไรสุทธิ 810 ล้านยูโร นายอิศรศักดิ์ เทศรัตนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เออร์โกประกันภัย ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะซีอีโอคนไทยคนแรกของ ERGO Insurance Thailand ผมรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสนำแบรนด์ก้าวสู่อนาคต ด้วยประสบการณ์ในแวดวงประกันภัยกว่า 15 ปี ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา เรามีกรมธรรม์รวมกว่า 5.1 ล้านฉบับ จากลูกค้ามากกว่า 3.7 ล้านราย ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจที่ผู้คนมอบให้กับเรา ที่ เออร์โก เรามีเป้าหมายชัดเจนว่า หน้าที่ของเราไม่ใช่เพียงการขายกรมธรรม์ แต่คือการร่วมดูแลชีวิตและธุรกิจของลูกค้าในทุกช่วงเวลา เรามุ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า…
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนายปราโมทย์ ศักดิ์กำจร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส และนายพัชรพงษ์ ธะนะปัด รองกรรมการผู้จัดการ ร่วมส่งมอบหมวกกันน็อก จำนวน 100 ใบ สำหรับใช้ในการรณรงค์สร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัย และเครื่องฟอกอากาศ จำนวน 2 เครื่อง สำหรับใช้ในป้อมจราจร ให้แก่สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร โดยมี พันตำรวจโท ชุติพนธ์ ตะกรุดทอง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาล สุทธิสาร พันตำรวจโท กงจักร์ ทองเสี่ยน สารวัตรจราจร สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร และ ร้อยตำรวจเอก อธิษฐ์พัชร์ มิตรวงศ์ รองสารวัตรจราจร สถานีตำรวจนครบาลสุทธิสาร เป็นผู้แทน รับมอบ ณ เมืองไทยประกันชีวิต สำนักงานใหญ่ โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานด้านการตอบแทนสังคมของบริษัทฯ ที่สะท้อนถึง ความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประโยชน์ให้แก่สังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในมิติ “S” (Social) ของแนวทาง ESG (Environmental Social และ Governance) ที่เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน การมอบหมวกกันน็อกในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน ลดความเสี่ยงและความสูญเสียจากอุบัติเหตุ ขณะที่เครื่องฟอกอากาศจะช่วยยกระดับคุณภาพอากาศในป้อมจราจร ลดปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ ซึ่งล้วนส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องปฏิบัติงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ทั้งนี้ บริษัทฯ เชื่อว่าการสนับสนุนดังกล่าวจะช่วยเสริมสร้าง ความปลอดภัย สุขภาพที่ดี และคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้กับสังคมโดยรวม ทั้งนี้เมืองไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง ผ่านหลากหลายโครงการที่มุ่งเน้นการสร้างความปลอดภัย ส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในทุกมิติ “เรามุ่งหวังให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อสังคม ได้รับทั้งความปลอดภัยและสุขภาพที่ดี เพราะพวกเขาคือกลไกสำคัญในการดูแลประชาชนและสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยให้กับชุมชน ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักด้านความรับผิดชอบต่อสังคมของเมืองไทยประกันชีวิต” นายสาระ กล่าว เมืองไทยประกันชีวิตยังคงเดินหน้าสานต่อกิจกรรมที่ดีและมีประโยชน์เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง
“ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล” กวาดรายได้ไตรมาสสองปี 68 ที่ 402.79 ลบ. และมีกำไรสุทธิ 19.81 ลบ. ปรับแผนใช้เงิน IPO จากการขยาย AQUATEK ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนแทน 58 ลบ. เพื่อเพิ่มความคล่องตัว พร้อมตั้งเป้าขยาย AQAUTEK ตามแผนธุรกิจ ดร.วิกร ภูวพัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟังก์ชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ FTI เปิดเผยว่า สำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือน สิ้นสุดไตรมาสที่ 2 ของปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมจากการขายสินค้าและบริการอยู่ที่ 402.79 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 19.81 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากยอดขายกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มสินค้าเชิงพาณิชย์ และกลุ่มครัวเรือน โดยบริษัทมีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้รับจาก IPO ที่มียอดคงเหลือ 58 ล้านบาท จากเดิมที่จะนำไปใช้ในขยายตัวแทนร้าน AQUATEK เป็นการนำไปใช้เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจแทน ขณะที่การขยายตัวแทนจำหน่ายร้าน AQUATEK ก็ยังคงดำเนินการตามแผนธุรกิจของบริษัท รวมถึงบริษัทยังมุ่งเน้นการวิจัยทางด้านผลิตภัณฑ์ และวิจัยการตลาดเพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มสินค้า และช่องทางในการจัดจำหน่าย รวมถึงเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการทำกำไร ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุน และควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันพร้อมขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านระบบ E-commerce เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้า และสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายทั้งรายเดิม และรายใหม่ให้สามารถขยายตลาดได้อย่างทั่วถึง การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงมุ่งเน้นการสร้างการรับรู้แบรนด์ในวงกว้าง แต่ยังช่วยรองรับความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ที่ยังไม่มีสาขาหรือจุดจำหน่ายโดยตรง
บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ประกาศผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 5,734 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,679 ล้านบาท หรือคิดเป็น 88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการดำเนินกลยุทธ์ “Triple P” ที่ให้ความสำคัญกับนโยบายการบริหารสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ (Asset Recycling) ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง EGCO Group เตรียมปิดดีลโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Wheatsborough ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงอยู่ระหว่างเจรจาเข้าลงทุนในโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติและพลังงานหมุนเวียน 2-3 โครงการ ดร. จิราพร ศิริคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่ EGCO Group เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจที่ผันผวน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และมาตรการกีดกันทางการค้า อย่างไรก็ตาม EGCO Group ยังคงสามารถบริหารและจัดการการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า ต้นทุนเชื้อเพลิง ต้นทุนทางการเงิน และสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยความเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่สำคัญของ EGCO Group ในไตรมาสที่ 2 ถึงปัจจุบันคือ การปิดดีลซื้อหุ้น 49% ในโรงไฟฟ้าพลังงานลม Downeast Wind กำลังผลิต 126 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าแห่งแรกจาก 2 แห่ง ในกลุ่มโรงไฟฟ้า Pinnacle ll ในสหรัฐอเมริกา ที่ EGCO Group เข้าถือหุ้น ขณะเดียวกัน CDI Group บริษัทให้บริการครบวงจรด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่ง EGCO Group ถือหุ้น 30% ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนในอนาคต สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 EGCO…
