กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets: SCB FM) เปิดเผยว่า เงินบาทเดือนที่ผ่านมาอ่อนค่าเร็วจากการที่ตลาดปรับมุมมองว่า Fed จะลดดอกเบี้ยช้าลง ทำให้ US Treasury yields ปรับสูงขึ้นพร้อมดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อีกทั้ง ตลาดมองว่าโอกาสที่ทรัมป์จะชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีมีสูงขึ้น จึงมีการ Price-in ทำให้ Yields ขึ้นต่อ ดอลลาร์แข็งค่า กดดันให้บาทอ่อนค่าเร็ว สำหรับในระยะต่อไปมองว่า ตลาดได้ Price-in การลดดอกเบี้ยของ Fed ค่อนข้างเหมาะสมแล้ว ทำให้โอกาสที่บาทจะอ่อนค่าจากปัจจัยนี้มีน้อย อย่างไรก็ดี หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งตามที่คาด จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บาทอ่อนค่าเร็วอีกได้ โดยอาจเห็นบาทอ่อนค่าไปใกล้ระดับ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และ US yields อาจสูงขึ้นได้อีก สำหรับมุมมองอัตราดอกเบี้ย ประเมินว่า กนง. อาจลดดอกเบี้ยอีกเพียง 1 ครั้ง ในเดือน ก.พ. ปีหน้า โดยหากเงินเฟ้อกลับมาเข้ากรอบได้ตามคาด หรือ กนง. สื่อสารในเชิง Hawkish ก็อาจทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยกลับมาสูงขึ้นได้เล็กน้อย นายแพททริก ปูเลีย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดอัตราแลกเปลี่ยนและพันธบัตรรัฐบาลในเดือนที่ผ่านมาเคลื่อนไหวผันผวนจาก 2 ประเด็นหลักด้วยกัน คือ มุมมองการลดดอกเบี้ยของ Fedและแนวโน้มผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ โดยเงินบาทเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนยังแข็งค่าที่ระดับราว 32.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ แต่ทยอยอ่อนค่าขึ้นต่อเนื่องหลังจากนั้นจนล่าสุดแตะระดับ 33.80 ในช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับมุมมองของนักลงทุนต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่จะลดดอกเบี้ยน้อยลง ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Treasury yields) ปรับสูงขึ้น กดดันให้ดัชนีเงินดอลลาร์แข็งค่า และเงินบาทอ่อนค่า นอกจากนี้ ตลาดคาดว่าทรัมป์จะชนะการเลือกตั้ง ทำให้ Yields และราคา Bitcoin ปรับสูงขึ้น อีกทั้ง ราคาหุ้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายของทรัมป์ (กลุ่มพลังงาน บริษัทผลิตอาวุธ และธนาคาร) สูงขึ้นเช่นกัน ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า…
Author: staff
นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “เอไอเอได้แสดงถึงผลงานที่แข็งแกร่งอีกครั้ง โดยมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 คิดเป็น 1,161 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีการเติบโตจากทุกภาคส่วนธุรกิจในไตรมาสที่สามของปี 2567 เราประสบความสำเร็จในการสร้างสถิติสำหรับมูลค่าธุรกิจใหม่ในสามไตรมาสแรกของปี 2567 ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความหลากหลายทางธุรกิจของเรา การมุ่งเน้นในการดำเนินกลยุทธ์ของเราอย่างต่อเนื่องได้ช่วยเสริมสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของเอไอเอ หนุนให้เกิดการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่เป็นตัวเลขสองหลักทั้งจากช่องทางตัวแทนและช่องทางพันธมิตร อีกทั้งการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของธุรกิจใหม่ ๆ นั้นได้สร้างกำไรและช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้และสร้างกระแสเงินสด ซึ่งทั้งหมดนี้ตอกย้ำความมั่นใจของเราในการที่จะบรรลุเป้าหมายทางการเงิน ในจีนแผ่นดินใหญ่ เรากำลังก้าวหน้าอย่างมากในการขยายธุรกิจและเติบโตในพื้นที่ใหม่ ๆ ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เราได้รับการอนุมัติให้เตรียมดำเนินการเปิดธุรกิจสาขาใหม่ในมณฑลอานฮุยและมณฑลซานตง เอไอเอดำเนินธุรกิจในภูมิภาคที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในโลกสำหรับประกันชีวิตและสุขภาพ ผมยังคงมีความมั่นใจอย่างยิ่งว่าการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่วางไว้ของเราอย่างต่อเนื่องนั้น จะสร้างมูลค่าที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาวให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเราทุกท่านต่อไป” สรุปผลการดำเนินงานของไตรมาสที่สาม เอไอเอ มีมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เป็นจำนวน 1,161 ล้านเหรียญสหรัฐ ในไตรมาสที่สามของปี 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมาจากการเติบโตใน 15 ตลาด จาก 18 ตลาดที่เอไอเอดำเนินธุรกิจอยู่ พรีเมียร์ เอเจนซี่ สามารถสร้างการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ได้ถึงร้อยละ 15 โดยได้รับการสนับสนุนจากกิจกรรมและผลผลิตของตัวแทนที่เพิ่มสูงขึ้น สำหรับการรับสมัครตัวแทนใหม่ยังคงแข็งแกร่งโดยเพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลัก อีกทั้งจำนวนตัวแทนที่สร้างผลงานให้กับกลุ่มบริษัทยังเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สามของปี 2566 มูลค่าธุรกิจใหม่ที่มาจากพันธมิตร เติบโตถึงร้อยละ 16 โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตที่ยอดเยี่ยมจากช่องทางแบงก์แอสชัวรันส์ เอไอเอ ประเทศจีน มีการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ร้อยละ 9 โดยเพิ่มขึ้นจากทั้งช่องทางตัวแทนและแบงก์แอสชัวรันส์ ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จแม้ว่าเราจะนำผลิตภัณฑ์บางอย่างออกก่อนกำหนดก่อนการปรับราคาทั่วทั้งอุตสาหกรรมในระหว่างไตรมาสและการเปรียบเทียบที่แข็งแกร่งมากในไตรมาสที่สามของปี 2566 ตามที่ได้รายงานไปก่อนหน้า เรายังคงเติบโตด้วยพรีเมียร์ เอเจนซี่ ที่มีความเป็นมืออาชีพและแตกต่าง ตลอดจนแรงหนุนจากการสรรหาตัวแทนใหม่ที่เข้มข้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสสาม สัดส่วนของจำนวนตัวแทนที่สร้างผลงานมีมากขึ้น และผลผลิตที่ได้จากตัวแทนเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้มูลค่าธุรกิจใหม่เติบโตถึงร้อยละ 10 เอไอเอ ประเทศจีน ยังคงสร้างความก้าวหน้าได้อย่างต่อเนื่องด้วยการขยายตัวทางภูมิศาสตร์ การส่งมอบมูลค่าธุรกิจใหม่ที่เติบโตอย่างยอดเยี่ยม สอดคล้องกับที่เรามุ่งพัฒนาคุณภาพของการเปิดรับตัวแทนใหม่และจำนวนตัวแทนที่สร้างผลงาน และเมื่อเร็ว ๆ นี้ เราเพิ่งได้รับอนุมัติเพื่อเตรียมดำเนินการเปิดธุรกิจสาขาใหม่ในมณฑลอานฮุยและมณฑลซานตง เพื่อความชัดเจน การเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่อยู่บนพื้นฐานอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ โดยไม่มีการคำนวณการเปรียบเทียบในปี 2566 ใหม่ และใช้สมมติฐานทางเศรษฐกิจในปี 2567 เกณฑ์ “like-for-like” หรือเปรียบเทียบบนพื้นฐานเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน…
บลจ.กสิกรไทย เป็นบลจ.แห่งแรกของไทยที่คว้า 2 รางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปีจากเวที SET Awards 2024 มาครองได้สำเร็จในคราวเดียว ได้แก่ รางวัลบลจ.ยอดเยี่ยมแห่งปี (Best Asset Management Company Awards) และรางวัลบลจ.ยอดเยี่ยมแห่งปีด้านความยั่งยืน (Best Asset Management Company Awards – ESG) ย้ำทุกรางวัลล้วนมาจากความตั้งใจของทีมงานทุกคน และความไว้วางใจของลูกค้าผู้ลงทุน พร้อมมุ่งนำพาองค์กรสู่การเป็น Top of Mind Investment House และเน้นการลงทุนเพื่อความยั่งยืนต่อไป บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) คว้าแชมป์ 2 รางวัลใหญ่ในกลุ่ม Business Excellence โดยนายวิน พรหมแพทย์, CFA, ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย เป็นผู้แทนรับมอบรางวัลบลจ.ยอดเยี่ยมแห่งปี (Best Asset Management Company Awards) และนางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต, CFA, Chief Investment Officer (รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน) บลจ.กสิกรไทย เป็นผู้แทนรับมอบรางวัลบลจ.ยอดเยี่ยมแห่งปีด้านความยั่งยืน (Best Asset Management Company Awards – ESG) จากงาน SET Awards 2024 จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย นับเป็นบลจ.แห่งแรกของไทยและเป็นบลจ.หนึ่งเดียวภายในงาน ที่สามารถคว้ารางวัลใหญ่มาครองได้สำเร็จทั้ง 2 รางวัลในคราวเดียวกัน นายวินกล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ. 2567 บลจ.กสิกรไทย ได้วางแผนกลยุทธ์เดินเกมรุกเพื่อพัฒนาศักยภาพการทำงานภายในองค์กร รวมถึงการบริหารจัดการกองทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดภายใต้สภาวะตลาดที่มีความผันผวนสูง โดยเริ่มจากการประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับบลจ.ชั้นนำระดับโลก J.P. Morgan Asset Management ในฐานะ Strategic Partnership ที่มุ่งเน้นการพัฒนาขีดความสามารถในการคัดเลือกและจัดสรรสินทรัพย์ทั่วโลก พร้อมร่วมจัดทำคัมภีร์การลงทุนชื่อว่า…
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเมืองไทยประกันชีวิต มีความมุ่งมั่นในการเดินหน้าแนวนโยบายด้วยการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นมิติสิ่งแวดล้อม (Environment) มิติสังคม (Social) และมิติบรรษัทภิบาล (Governance) หรือ ESG เพื่อสร้างความสุขและรอยยิ้มแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย จึงเป็นที่มาของโครงการ MTL e-Document หรือ การรับเอกสารแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทดแทนการรับเอกสารที่เป็นกระดาษ เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต ยังคงเดินหน้านโยบายรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการสนับสนุนการลดการใช้กระดาษอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “Save Paper, Save Life” เชิญชวนลูกค้าทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ในการรักษ์โลกด้วยการสมัคร MTL e-Document และทุกการสมัครยังจะถูกเปลี่ยนเป็นเงินบริจาคจำนวน 20 บาทต่อ 1 กรมธรรม์ที่สมัครสำเร็จ และนำไปบริจาคให้แก่สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้อีกด้วย นอกจากนี้ ลูกค้า 1,000 คนแรกที่สมัครรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์สำเร็จจะได้รับ e-Voucher จาก Starbucks มูลค่า 100บาท เพื่อเป็นการขอบคุณที่ร่วมสนับสนุนโครงการดี ๆ นี้ โดยแคมเปญเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2567 “แคมเปญ “Save Paper, Save Life” นอกจากเป็นการตอกย้ำนโยบายด้านการดูแลสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ แล้วนั้น ยังถือเป็นการฉลองความสำเร็จในการผลักดันนโยบายดังกล่าวจนมียอดลูกค้าสมัครรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์กว่า100,000 ราย รวมกว่า 200,000 กรมธรรม์ ซึ่งช่วยลดการใช้กระดาษได้มากกว่า 1,700,000แผ่น พร้อมกันนี้จึงได้จัดแคมเปญพิเศษเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัยอยู่ในขณะนี้ ทำให้ลูกค้าที่สมัครMTL e-Document นอกจากจะได้ช่วยกันลดโลกร้อนแล้ว ยังได้เป็นส่วนหนึ่งในความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนไปอีกทางหนึ่งด้วย” นายสาระ กล่าว โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ที่ช่องทางเว็บไซต์www.muangthai.co.th, MTL Click Application ตลอดจนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 1766 กด 4 เมืองไทยประกันชีวิต หรือศูนย์บริการลูกค้าทั่วประเทศ หรือคลิก…
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR พาธุรกิจนายหน้าประกัน คว้ารางวัลในหมวด Outstanding Omnichannel Integration (การผสมผสานช่องทางการสื่อสารและการขายที่โดดเด่น) จากเวที Global Retail Banking Innovation Awards 2024 จัดโดย The Digital Banker ผู้ให้บริการด้านข่าวสาร การวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีทางการเงินการธนาคารระดับโลก สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทของบริษัทฯ ที่ได้มุ่งมั่นสร้างและพัฒนานวัตกรรม หรือโซลูชันด้านนายหน้าประกันใหม่ๆ ทั้งด้านบริการ การขาย และช่องทางการสื่อสารอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการผสมผสานช่องทางการสื่อสารและการขายที่หลากหลาย (Omnichannel) เข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า โดยรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำของ บมจ.เงินติดล้อ หรือ TIDLOR ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกัน ภายใต้เจตนาในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยได้เพิ่มขึ้นและทั่วถึง ผ่านการสร้างและพัฒนาเทคโนโลยีด้านนายหน้าประกันมามากกว่า 10 ปี ส่งผลให้สามารถนำเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันได้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายทั้ง ด้านรถยนต์ คน และบ้าน ภายใต้แบรนด์ต่างๆ ดังนี้ “ประกันติดโล่” (Shield Insurance) ธุรกิจนายหน้าประกันในรูปแบบ Face to Face ซึ่งถือเป็นเบอร์ 1 ด้านการให้คำปรึกษาและเสนอขายประกันอย่างใกล้ชิดผ่านนายหน้าผู้เชี่ยวชาญกว่า 5,000 คน จากช่องทางสาขามากกว่า 1,700 แห่งทั่วประเทศ “อารีเกเตอร์” (Areegator) แพลตฟอร์มเสนอขายประกันออนไลน์ ในรูปแบบ B2B ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนสมาชิก ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 9,000คน ให้สามารถเข้าถึงระบบบริหารจัดการงานขายประกันที่สะดวก และผลิตภัณฑ์ประกันที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้ง รถยนต์ คน และบ้าน จากบริษัทประกันพันธมิตรชั้นนำมากกว่า 15 แห่ง โดยไม่ต้องมีเงินทุนตั้งต้น “เฮ้กู๊ดดี้” (heygoody) แพลตฟอร์มนายหน้าประกันดิจิทัล ที่สร้างขึ้นเพื่อกลุ่มลูกค้าประกันรายย่อยที่ไม่ชอบการถูกรบกวนทางโทรศัพท์ และต้องการเลือกซื้อประกันด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ตลอด 24 ชม. ทั้งนี้ ในช่วง 6 ปี ที่ผ่านมา ธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยของบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 47.3% ต่อปี ซึ่งเติบโตมากกว่าภาพรวมตลาดถึง10…
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) คว้ารางวัลประเภท ‘ความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมและตราสัญลักษณ์พิเศษ จากโครงการ “ตลาดทุนไทย ร่วมใจส่งพลังความรู้ สู่ประชาชน เฟส 2” จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นองค์กรที่พร้อมเดินหน้าส่งต่อความรู้ด้านตราสารหนี้อย่างสร้างสรรค์ให้กับคนไทยอย่างต่อเนื่อง นายภูดินันท์ เศรษฐนันท์ ผู้บริหารพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงิน ธุรกิจผลิตภัณฑ์การเงินและที่ปรึกษา Equity Derivatives และผู้บริหารการขายลูกค้าบุคคลธนกิจ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า “ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย คือ ผู้นำด้านตราสารหนี้ตลาดรอง และบทบาทของผู้นำจึงมีมากกว่าแค่การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความมั่งคั่งของลูกค้า แต่หมายถึงการยกระดับการให้บริการตราสารหนี้ในทุกมิติ เริ่มต้นตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร ด้วยการออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมให้กับผู้แนะนำการลงทุนของธนาคาร การพัฒนาช่องทางการขาย ที่เข้าถึงง่ายและครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกช่วงวัย และสิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือ การเสริมทักษะในด้านการเงินการลงทุน (Financial Literacy) ให้กับคนไทย โดยเฉพาะด้านตราสารหนี้ เพราะพันธบัตรและหุ้นกู้ สามารถเป็น core portfolio ให้กับลูกค้าได้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องการวางแผนวัยเกษียณ เพื่อให้สอดรับกับสังคมไทยที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ” สำหรับรางวัลประเภท “ความคิดสร้างสรรค์ยอดเยี่ยม” ที่ได้รับนั้น ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ที่เดินหน้าขับเคลื่อนส่งต่อความรู้ให้แก่นักลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารได้มีการผลิตสื่อความรู้ด้านตราสารหนี้ และเผยแพร่ลงในช่องทางโซเชียลมีเดียของธนาคารในทุกแพลตฟอร์ม เพื่อยกระดับทักษะในด้านการเงินการลงทุน (Financial Literacy) ให้กับคนไทย และส่งเสริมให้เกิดนักลงทุนหน้าใหม่ เพื่อให้ตลาดทุนไทยเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป สำหรับนักลงทุนที่สนใจ สามารถเตรียมความพร้อมก่อนเลือกลงทุนหุ้นกู้ตลาดรองคุณภาพดีได้ทุกวัน เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CIMB THAI และธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทยทุกสาขา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 638 8277
ธนาคารไทยพาณิชย์ และ กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการ “การขับเคลื่อนพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรเปลี่ยนผ่านสู่ระบบบริการสุขภาพดิจิทัล (Digital Health Transformation: DHT)” โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและพัฒนาองค์ความรู้ ด้านนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับบุคลากรกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเตรียมพร้อมในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบสุขภาพดิจิทัล ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ “Digital Bank with Human Touch” ของธนาคาร ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่กับศักยภาพของบุคลากร และการเรียนรู้ตลอดชีวิต นายวรวัจน์ สุวคนธ์ รองผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากการตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และแนวคิดด้านการบริหารจัดการแบบองค์รวม รวมถึงทักษะการใช้ชีวิต เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพในสังคม โดย SCB Academy ภายใต้ธนาคารไทยพาณิชย์ จะมีบทบาทสำคัญในการจัดทำหลักสูตรและกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านระบบการเรียนรู้ e-Learning บนแพลตฟอร์ม “พลเมืองดี (จิทัล)” ที่จะถ่ายทอดทักษะดิจิทัลและซอฟต์สกิลที่จำเป็นสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในยุคปัจจุบัน SCB Academy ได้ริเริ่มโครงการเพื่อส่งมอบองค์ความรู้และทักษะให้กับพนักงานและสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ธนาคารมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล (Digital Skills) และทั้งทักษะที่จำเป็น (Essential Skills) เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับใช้ในชีวิตประจำวันและประยุกต์กับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยหลักสูตรที่จะดำเนินการร่วมกับกระทรวงฯ ประกอบด้วย 4 ทักษะหลักในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ ทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล “ทำน้อย ได้มาก” ไม่มีความรู้พื้นฐานก็เรียนรู้ได้ ทักษะด้านการบริหารจัดการตนเอง จัดการการเรียนรู้ จัดการอารมณ์ จัดการปัญหา ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทักษะด้านการคิด คิดเชิงวิพากษ์ คิดเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในยุค AI ทักษะด้านการทำงานร่วมกับผู้อื่น ทำงานสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว เกิดความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ธนาคารไทยพาณิชย์มีความยินดีที่จะร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขในการพัฒนาTraining Road Map สำหรับบุคลากร ทั้งในรูปแบบการเรียนรู้ออนไลน์และออนไซต์ โดยโมเดลหลักที่ใช้ในการพัฒนา คือ การเสริมความรู้พื้นฐานผ่านหลักสูตรออนไลน์ ยกระดับทักษะตามบทบาทหน้าที่ (Role-Based Training) ผ่านกิจกรรม Workshop และออกแบบติดตามผลลัพธ์การเรียนรู้ร่วมกับกระทรวงฯ เพื่อสร้างกระบวนการที่มีคุณภาพและส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลให้กับบุคลากร โดยหวังว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งผลกระทบเชิงบวกต่อระบบบริการสุขภาพในประเทศไทยได้อย่างยั่งยืน
นายอารภัฏ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสาวเนธิตา กระบวนรัตน์ กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานบริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รับ 2 รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ รางวัลบริษัทหลักทรัพย์ที่มีความยอดเยี่ยมด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนสถาบัน (Business Excellence Best Security Company AwardsInstitutional Investors) และ รางวัลบริษัทหลักทรัพย์ที่มีศักยภาพในการบริหารองค์กรได้อย่างโดดเด่นด้านการให้บริการหลักทรัพย์แก่นักลงทุนสถาบัน(Outstanding Security Company Awards Business Excellence Institutional Investors) ในงาน SET AWARDS 2024 ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อเร็วๆนี้
ทิพยประกันภัย จัดโครงการ ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 45 พาคณะครู-อาจารย์ นักเรียน และผู้ที่สนใจลงพื้นที่ ณ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นตัวอย่างของการบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน เรียนรู้การบริหารจัดการน้ำ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอาชีพของราษฎรในพื้นที่ตามแนวพระราชดำริ สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ ยังได้ร่วมสักการะบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดเขาขุนพนม ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วยให้เข้าใจถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการสร้างจิตสำนึกรักถิ่นฐานและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยได้รับเกียรติจาก คุณสมชาย ลีหล้าน้อย (ที่ 6 จากขวา) รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมี รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี (ที่ 4 จากซ้าย) ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) คุณวิชชุดา ไตรธรรม (ที่ 6 จากซ้าย) ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) คุณอดุลย์ ดาราธรรม (ขวา) ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย (ที่ 5 จากซ้าย) ประธานมูลนิธิธรรมดี คุณกัญฐนา อภิรภากรณ์ (ซ้าย) นายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย พร้อมด้วย คุณสมศรี แสงแก้ว (ที่ 5 จากขวา) วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราชคุณพิมพ์รภัช ทิพย์ชวานนท์ (ที่ 4 จากขวา) พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช คุณณัฐชยา เม็นไธสง (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คุณปัญญพงษ์ สงพะโยม (ที่ 2 จากขวา) หัวหน้าฝ่ายขยายผล ศูนย์อำนวยการและประสานการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ คุณวิทยา โสรัจจาภินันท์…
FWD ประกันชีวิต เปิดตัวแบรนด์แคมเปญ “ประกัน FWD เคลมง่าย อนุมัติไว รับเงินคืนทันที” เน้นจุดแข็งด้านบริการอย่างต่อเนื่อง ที่ง่าย ไวในการเคลม และรับเงินคืนทันที ผ่านแอปOmne by FWD ทำให้การเคลมประกันเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องรอ เพื่อให้ทุกคนได้ออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการได้อย่างเต็มที่เพราะ FWD ดูแลให้ นางสาวปวริศา ชุมวิกรานต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาด บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ FWD ประกันชีวิต กล่าวว่า “FWD ประกันชีวิต มีแนวทางการดำเนินงานที่ยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก หรือ customer-led โดยเรามุ่งเน้นพัฒนาการบริการเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการศึกษาวิจัยโดย Simon Kucher[1] บริษัทที่ปรึกษาระดับโลกที่เชี่ยวชาญแนวทางการดำเนินธุรกิจแบบ customer-centric ที่สำรวจพบว่า ปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อประกันชีวิตของผู้บริโภค คือ ความง่าย ความสะดวก และความรวดเร็วในการเคลมประกัน การได้รับเงินคืนทันที และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ซึ่งช่วยเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เราจึงเลือกนำจุดเด่นด้านการเคลมประกันของ FWD มาเป็น content หลักในการทำภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ 3 เรื่อง ภายใต้แคมเปญ “ประกัน FWD เคลมง่าย อนุมัติไว รับเงินคืนทันที” ผ่านแอปพลิเคชัน Omne by FWD ซึ่งนำเสนอเรื่องราวจากมุมมองของผู้คนในแต่ละช่วงชีวิต ผ่านการเล่าเรื่องด้วยการเปรียบเทียบ หรือแบบ Analogy โดยเนื้อหาเลือกนำมุมของระยะเวลาที่ต้องรอในการใช้ชีวิตประจำวันของคนหลากหลายรูปแบบที่ชวนให้อมยิ้มมาใช้ในการเล่าเรื่อง ซึ่งเทียบไปแล้วอาจรอนานกว่าการรอเคลมประกันของ FWD ประกันชีวิต โดยภาพยนตร์โฆษณาเน้นการสื่อสารที่เข้าใจง่ายและตรงใจลูกค้า พร้อมเสริมจุดแข็งของการบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด” ชูจุดแข็ง “ประกัน FWD เคลมง่าย อนุมัติไว รับเงินคืนทันที” “เราเดินหน้าสื่อสารแบรนด์โดยนำจุดเด่นด้านบริการเคลมประกันของ FWD ประกันชีวิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมาเป็นตัวชูโรงในแบรนด์แคมเปญล่าสุด เพื่อสร้างการรับรู้ถึงจุดแข็งด้านการบริการของ FWD ประกันชีวิต และส่งผลให้แบรนด์เป็นที่น่าจดจำ และอยู่ในใจของผู้บริโภค โดยสามารถติดตามและสัมผัสประสบการณ์วิดีโอแคมเปญ “ประกัน FWD เคลมง่าย อนุมัติไว…
