บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQMalpha คว้า 2 รางวัลจากงาน SET Awards 2024 ได้แก่ รางวัล Outstanding Company Performance Awards ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงกว่า 10,000 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 30,000 ล้านบาท และ รางวัล Outstanding CEO Awards มอบให้แก่ผู้บริหารสูงสุด ที่มีความโดดเด่นในการนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ จัดขึ้นโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมกับวารสารการเงินธนาคาร ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “รางวัลที่เราได้รับเป็นความภาคภูมิใจของทุกคนในองค์กร และสะท้อนให้เห็นถึงการไม่หยุดพัฒนาของ TQMalpha ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลง พร้อมนำเทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพการทำงาน โดยเฉพาะในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น นับเป็นความท้าทายและเป็นแรงบันดาลใจที่ TQM จะมุ่งผลักดันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อให้เกิดประโยชน์ประโยชน์สูงสุดทั้งต่อองค์กรและลูกค้า และนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนร่วมกัน” นอกจากนี้ ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ยังได้รับรางวัล Outstanding CEO Awards ซึ่งรางวัลนี้ยืนยันถึงวิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ในการเป็นผู้นำที่พาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ มีหลัก ธรรมาภิบาลที่มั่นคง และให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในทุกมิติของการดำเนินงาน การคว้ารางวัล SET Awards 2024 สะท้อนถึงศักยภาพของ TQMalpha ในฐานะผู้นำธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่งในด้านนวัตกรรมและการพัฒนาองค์กร ตอกย้ำบทบาทในวงการธุรกิจประกันภัยและการเงิน พร้อมขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืนในอนาคต
Author: staff
นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร (กลาง) ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล และนางสาวกนกวรรณ ศุภนันตฤกษ์ (ซ้าย) ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยเชฟวิชิต มุกุระ (ขวา) Executive Chef แห่ง รอยัล โอชา ให้การต้อนรับลูกค้าคนพิเศษของกรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง ในงานเลี้ยงอาหารค่ำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ “รอยัล โอชา” ร้านอาหารระดับมิชลินไกด์ห้าปีซ้อน กับประสบการณ์เหนือระดับได้ดื่มด่ำอรรถรสอาหารไทยสูตรต้นตำรับจากต้นเครื่อง เคล้าบรรยากาศศิลปวัฒนธรรมสไตล์ไทยวิจิตร โมเดิร์น เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรุงเทพฯ (31 ตุลาคม 2567) – กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง (KRUNGSRI PRIVATE BANKING) นำโดย นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล พาลูกค้าคนสำคัญดื่มด่ำอรรถรสอาหารไทยสูตรต้นตำรับจากต้นเครื่อง รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดย เชฟวิชิต มุกุระ คลอเคล้าด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมสไตล์ไทยวิจิตร โมเดิร์น ณ ห้องอาหารรอยัล โอชา การันตีด้วยรางวัลมิชลินไกด์ถึงห้าปีซ้อน อีกหนึ่งกิจกรรมสุดพิเศษที่ กรุงศรี คัดสรรมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับแก่ลูกค้าคนพิเศษ ดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดย กรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง ครั้งนี้ จัดขึ้นที่ รอยัล โอชา ร้านอาหารไทยที่ได้รับมิชลินไกด์ต่อเนื่องถึงห้าปีซ้อน (ปี 2563, 2564, 2565, 2566 และ 2567) นำเสนอเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยด้วยเมนูอาหารไทยสุดประณีตที่ผ่านการสร้างสรรค์โดย เชฟวิชิต มุกุระ สุดยอดเชฟระดับแถวหน้าที่มากด้วยประสบการณ์กว่า 40 ปี ที่ไม่เพียงพิถีพิถันในการปรุงอาหารแต่ละจานให้ได้สัมผัสอรรถรสทั้งรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส แบบครบรส หากยังแฝงด้วยเสน่ห์ปลายจวักของอาหารไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในบรรยากาศสไตล์ไทยสุดวิจิตร สำรับไทยที่เสิร์ฟในมื้ออาหารค่ำสุดหรูครั้งนี้ สะท้อนถึงความโดดเด่นและเอกลัษณ์ของอาหารไทยที่มีครบทั้งรสชาติ และสีสัน ผ่านการสร้างสรรค์โดยเชฟวิชิต ที่คงคุณค่าความเป็นอาหารไทยดั้งเดิม แต่เสริมในเรื่องการพรีเซนต์ให้ดูร่วมสมัยด้วยความตั้งใจที่จะสื่อสารอาหารไทยสู่ระดับสากล…
กรุงเทพประกันชีวิต ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่กับความใส่ใจที่มากกว่าการประกันชีวิต ในงาน “วันใส่ใจกับ BLA” หรือ The Most Caring Day พบกับเกมส์สนุก ๆ ที่มาพร้อมของรางวัลมากมาย ทั้งการวัดระดับความฟิตร่างกาย พร้อมกิจกรรมฮีลใจช่วยเพิ่มพลังบวกและรอยยิ้ม รับฟังเรื่องราวดีๆเพื่อการดูแลสุขภาพใจจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เต็มอิ่มกับ มินิคอนเสริต์จาก “วงลิปตา” ในเวลา 18.00 น. พบกัน วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน ศกนี้ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน พิเศษ!!! สำหรับลูกค้ากรุงเทพประกันชีวิต รับของที่ระลึกฟรีในงาน
กรุงเทพฯ – LINE BK ผู้นำด้าน Social Banking ของไทย ฉลองครบรอบ 4 ปีแห่งความสำเร็จ พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมบริการทางการเงินดิจิทัลที่เข้าถึงง่ายและครอบคลุมทุกความต้องการของคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการฝาก ถอน โอน ยืม หรือซื้อประกัน ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในแอปพลิเคชัน LINE อย่างครบครัน โดยมีผู้ไว้วางใจใช้งานทุกบริการรวมกว่า 7 ล้านคนทั่วประเทศ ด้านบริการยืมเงินยังเป็นบริการหลักที่ช่วยเหลือคนไทยในทุกช่วงเวลาสำคัญ ปัจจุบันให้วงเงินลูกค้ากว่า7 แสนคน มียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 21,000 ล้านบาท ภายใต้นโยบายปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบและการบริหารพอร์ทหนี้เสียที่ดี ธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าวว่า ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา LINE BK ได้เปลี่ยนแปลงวงการการเงินดิจิทัลของไทย ด้วยการให้บริการทางการเงินผ่านแอปพลิเคชัน LINE ที่เป็นที่นิยมอันดับ 1 ของคนไทย ในฐานะSocial Banking รายแรกของประเทศ โดยได้สร้างพฤติกรรมใหม่ในการทำธุรกรรมทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดบัญชีเงินฝาก ถอน โอน สแกนจ่าย QR บริการบัตรเดบิตออนไลน์ บริการขอสินเชื่อ รวมทั้งบริการนายหน้าประกัน “LINE BK ได้เข้ามาท้าทายความเชื่อเดิมที่ว่าบริการทางการเงินต้องทำผ่านธนาคารเท่านั้น โดยเราต้องการเปลี่ยนเรื่องเงินให้ง่ายและใกล้ตัวทุกคนมากขึ้น ด้วยการรวมทุกบริการทางการเงินไว้ในแอป LINE แอปแชตอันดับหนึ่งในไทยที่มีผู้ใช้งานกว่า 56 ล้านคน (ข้อมูลล่าสุด มิถุนายน 2567) เราได้ทลายข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อให้คนไทยเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างสะดวก ทั้งการทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปธนาคาร หรือแม้กระทั่งผู้ที่ไม่มีสลิปเงินเดือนก็สามารถสมัครขอสินเชื่อกับเราได้” บริการการเงินที่ครบจบใน LINE LINE BK มีผู้ใช้บริการมากกว่า 7 ล้านคนทั่วประเทศ โดยกลุ่มอายุที่ใช้บริการมากที่สุด คือ 20-40 ปี คิดเป็น 67% ของลูกค้าทั้งหมด จังหวัดที่มีผู้ใช้บริการสูงสุด ได้แก่…
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) เปิดเผยว่า ขณะนี้ทั่วโลกต่างจับตาผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 5 พ.ย.67 นี้ ระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ และคามาลา แฮร์ริส ซึ่งมีคะแนนเสียงค่อนข้างใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม จากนโยบายการหาเสียงที่ต่างกันจึงส่งผลอย่างมีนัยยะต่อทิศทางการลงทุนในอนาคตอย่างชัดเจน โดย KTAM ได้มีมุมมองหลังการประกาศผลการเลือกตั้งทั้ง 2 กรณี ดังนี้ จากนโยบายที่โดดเด่นในการหาเสียงของ โดนัลด์ ทรัมป์ อาทิ การสนับสนุนให้ผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน การลดภาษีนิติบุคคลในสหรัฐฯ ลงจาก 21%เหลือเพียง 15% ซึ่งจะส่งผลดีต่อกำไรต่อหุ้น (EPS) ของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐฯ การเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากจีนเป็น 60% และจากประเทศอื่น ๆ เป็น 10% เพื่อให้บริษัทต่าง ๆ หันมาลงทุนในสหรัฐฯ มากขึ้น รวมไปถึงท่าทีที่แข็งกร้าวกับจีน อาจทำให้การส่งออกสินค้าของจีนเผชิญความลำบากมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อบริษัทในญี่ปุ่นให้ก้าวเข้ามาค้าขายแทนจีนได้ อีกทั้งการมุ่งเน้นการเติบโตของสหรัฐฯ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะเพิ่มสูงขึ้น เฟดอาจจะลดดอกเบี้ยไม่ได้ตามคาด ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าลงซึ่งดีต่อบริษัทในญี่ปุ่นด้วย จึงมองว่าหากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง กองทุนที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ได้แก่ KT-ENERGY (ความเสี่ยงระดับ 7) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน BGF World Energy Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทชั้นนำทั่วโลกซึ่งมีธุรกิจหลักในการสำรวจ พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายพลังงาน นอกจากนั้น กองทุนยังอาจลงทุนในบริษัทที่มุ่งเน้นการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทน, KT-US (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน AB American Growth Portfolio (กองทุนหลัก) ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทในสหรัฐฯ ที่มีขนาดใหญ่ มีแนวโน้มในการเติบโตดี มีคุณภาพสูง, KT-Finance (ความเสี่ยงระดับ 7) เน้นลงทุนใน Fidelity Funds – Global Financial…
นางสาวปภากร รัตนเศรษฐ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส กลุ่มลงทุนและบริหารการเงิน และ นายเจี้ยน กง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจสาขาและสายบรรษัทธุรกิจสัมพันธ์จีน ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมเปิดตัวการให้บริการโอนเงินตราต่างประเทศ ระบบ SWIFT สกุลเงินหยวนจีน (CNY) เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าของธนาคารออมสิน ทั้งลูกค้าบุคคลและนิติบุคคลที่มีความประสงค์ใช้สกุลเงินหยวนในการโอนเงินขาเข้าและขาออก ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย โดยสามารถใช้บริการผ่านธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ด้วยระบบ SWIFT ที่มีระบบเป็นมาตรฐานสากล ซึ่งจะเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป โดยจัดโปรโมชันพิเศษมอบส่วนลดค่าธรรมเนียมสำหรับการโอนเงินทั้งสกุลเงินหยวนจีน (CNY) และดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) เริ่มต้นเพียง 200 บาทต่อรายการ จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 โดยมีนายณัทธร โพธิแพทย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการธนาคารออมสิน สายงานบริหารการเงิน และนางสาวสุวิมล อิทธิพุฒิ ที่ปรึกษาอาวุโส รักษาการผู้บริหารสายตลาดการเงิน ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย ณ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้
บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ยกระดับก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางการเงิน ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล เปิดตัวแอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” ภายใต้สโลแกน “แอปดีชีวิตคล่อง ที่ต้องมีติดเครื่อง” มุ่งเน้นให้บริการทางการเงินที่ ครบวงจรในแอปเดียวทั้งการจัดการสินเชื่อและประกัน สะดวก รวดเร็ว ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา เหมือนยกสาขาศรีสวัสดิ์มาไว้ในมือถือ รองรับการใช้งานทั้ง iOS และ Android เปิดให้บริการมาแล้ว 9 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 ปลื้มกระแสตอบดีเยี่ยม มียอดดาวน์โหลดกว่า 280,000 ครั้ง นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น (SAWAD) กล่าวว่า “การเปิดตัวแอปพลิเคชัน ‘ศรีสวัสดิ์’ ภายใต้สโลแกน ‘แอปดีชีวิตคล่อง ที่ต้องมีติดเครื่อง’ ถือเป็นก้าวสำคัญในการนำศรีสวัสดิ์เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ที่จะช่วยให้ลูกค้าทุกกลุ่มเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายและสะดวกขึ้น ลูกกค้าสามารถดูคู่สัญญาได้จากแอป เพื่อความโปร่งใส มั่นใจ ตามกฎหมาย ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ไปพร้อมกับการยกระดับการให้บริการด้วยการใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทั้งด้านสินเชื่อและประกันภัย นอกจากนี้ การมีแอปพลิเคชันยังช่วยให้ขยายฐานลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงินแบบดั้งเดิม” แอปพลิเคชัน “ศรีสวัสดิ์” มาพร้อมฟังก์ชันที่ครบถ้วน โดยลูกค้าสามารถ ดูข้อมูลบัญชีสินเชื่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชัน ขอเพิ่มวงเงินออนไลน์และติดตามสถานะการขอสินเชื่อได้ทันที ชำระเงินค่างวดผ่านคิวอาร์โค้ด สมัครสินเชื่อใหม่ เลือกซื้อแผนประกันรถยนต์ได้อย่างสะดวก อีกทั้งลูกค้ายังสามารถค้นหาสาขาศรีสวัสดิ์ทั่วประเทศ รับข้อความแจ้งเตือนใกล้ถึงวันครบชำระค่างวด และอัปเดทข่าวสารหรือโปรโมชันใหม่ ๆ อย่างครบถ้วน แอปถูกออกแบบให้ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับทุกกลุ่มผู้ใช้ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี อีกทั้งยังได้นำแนวคิด Net Zero มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันภายใต้กรอบ ESGเพื่อส่งเสริมการให้ความรู้ด้านการเงิน ยกระดับการให้บริการ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังสาขา เป็นส่วนสำคัญในการผลักดันในเรื่องการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero Commitment) เพื่อการเติบโตเคียงคู่กับสังคมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ แอปพลิเคชันยังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าในการเข้าถึงบริการด้านประกันภัยที่ครอบคลุมมากขึ้น สร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า เพื่อทำให้กระบวนการทำประกันภัยเป็น เรื่องง่าย คุ้มค่า และเชื่อถือได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดหลักของบริษัทฯ ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด ในช่วงที่ลูกค้าได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ศรีสวัสดิ์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ โดยลูกค้าสามารถใช้แอปฯ…
CIMB Thai เปิดตัวโครงการ CIMB Charity Pop กับ Art Toy สุดน่ารัก พร้อมตอบแทนสังคม ครั้งแรกกับการนำ 2 คาแรกเตอร์สุดป๊อบ พี่ OCTO มาสคอต CIMB Thai กับเด็กหญิงหูยาว มา collab เป็น “OCTO x HUUYAOW” งานศิลปะแฮนด์เมดสุดพิเศษ รุ่นลิมิเต็ด ผลิตเพียง 99 ชิ้น รายได้ทั้งหมดมอบให้สภากาชาดไทยโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยมี พอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อม ณัฐณี เกษมรัฐกุลผู้อำนวยการอาวุโส สื่อสารองค์กร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ขรรค์ ประจวบเหมาะผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย และ ‘ปิ๊ง-มัณฑนา เลิศกรกิจจา’ ศิลปินเจ้าของคาแร็คเตอร์ เด็กหญิงหูยาว มาร่วมกันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ที่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย สำนักงานใหญ่ หลังสวน วันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา สำหรับผู้ที่สนใจสามารถพรีออเดอร์ OCTO x HUUYAOW Limited Edition99 ตัว ราคาตัวละ 5,000 บาท ได้ที่ Line Official OCTO x HUUYAOW โดยแอดไลน์ @huuyaowx โดยหลังจากผลิตเสร็จ OCTO x HUUYAOW ทุกชิ้นจะมีการทำพิธีพราหมณ์เสริมสร้างสิริมงคล ก่อนจะเริ่มจัดส่งทางไปรษณีย์ หลังวันที่ 28 พ.ย. 2567 เป็นต้นไป โดยไม่คิดค่าจัดส่ง หรือสามารถมารับด้วยตัวเอง โดยจะมีศิลปิน…
31 ต.ค. 67 – ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดกลยุทธ์ลงทุนรับเลือกตั้งสหรัฐฯ ชี้ต้องจัดพอร์ตอย่างระมัดระวังหลังทรัมป์มีโอกาสชนะสูง คาดจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าที่คาด และอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐฯ (บอนด์ยิล) มีโอกาสเพิ่มขึ้น แนะซื้อบอนด์สั้นสหรัฐฯ ทอง หุ้นสหรัฐฯ อินเดีย และญี่ปุ่น นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) เปิดเผยว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ นับเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง ล่าสุดผลสำรวจเป็นรายรัฐพบว่าอดีตประธานาธิบดีทรัมป์ มีคะแนนนำนางกมลา แฮร์ริสในเกือบทุกรัฐสำคัญ (swing states) ที่จะชี้ขาดผลการเลือกตั้ง ในขณะที่อัตราต่อรองในตลาดพนันชี้ว่า ทรัมป์มีโอกาสชนะเลือกตั้งที่ความน่าจะเป็นราว 60% ซึ่งหากทรัมป์ชนะการเลือกตั้งและดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด และอัตราผลตอบแทนตราสารหนี้สหรัฐฯ (บอนด์ยิล) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เป็นปัจจัยกดดันสำคัญต่อหุ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่รวมถึงประเทศไทยด้วย สำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนในช่วงการเลือกตั้งนั้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตอย่างระมัดระวัง โดยเน้นลงทุนในพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะสั้น และทองคำ ส่วนในพอร์ตหุ้นเน้นลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งจะได้ผลบวกจากนโยบายการลดภาษีนิติบุคคล ในขณะที่หุ้นในตลาดเกิดใหม่ให้เน้นลงทุนในตลาดหุ้นอินเดียและญี่ปุ่นที่ตลาดเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ค่อนข้างมากกว่าตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคและไม่ถูกกดันจากประเด็นดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า “หากทรัมป์ชนะการเลือกตั้ง จะส่งผลให้บอนด์ยิลด์สหรัฐฯ พุ่งขึ้น และดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่า เนื่องจากนโยบายหาเสียงหลักของทรัมป์ เช่น การขึ้นกำแพงภาษีนำเข้ากับสินค้าจีนและประเทศอื่นๆ รวมถึงการพยามเนรเทศแรงงานผิดกฎหมายจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นอุปสรรคต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed โดย TISCO ESU ประเมินว่าการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทั่วโลก 10% และสินค้าจากจีน 60% ตามที่ทรัมป์หาเสียงจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐ เพิ่มขึ้นราว 1% ซึ่งหากอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ค้างอยู่ที่ราว 3% Fed อาจลดดอกเบี้ยลงไปได้อย่างต่ำสุดที่ 4% สูงกว่าคาดการณ์ของตลาดที่มองว่าดอกเบี้ยจะลดลงไปถึงระดับ 3.5% ในขณะที่นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาจะทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้น และต้องกู้เงินผ่านการออกพันธบัตรเพิ่มขึ้น ส่งผลให้บอนด์ยิลด์พุ่งขึ้นเพื่อดึงดูดให้นักลงทุนซื้อพันธบัตรในปริมาณที่เพิ่มขึ้น โดยTISCO ESU ประเมินว่าบอนด์ยิลด์อาจขึ้นไปยืนเหนือ 4.5% หากทรัมป์ชนะเลือกตั้ง” นายคมศรกล่าว
ตลาดที่อยู่อาศัยยังต้องเผชิญความท้าทายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากการฟื้นตัวช้าของกำลังซื้อ ซึ่งกดดันให้ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2024-2025 มีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง ปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจทั้งค่าครองชีพ ค่าใช้จ่าย และหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับอัตราดอกเบี้ย และความเข้มงวดในการให้สินเชื่อ ยังคงกดดันการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลาง-ล่าง ที่ส่วนใหญ่ตัดสินใจยังไม่ซื้อที่อยู่อาศัย หรือชะลอการซื้อออกไป โดยคาดว่า หน่วยโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2024 จะหดตัวราว -10%YOY และหดตัวต่อเนื่องราว -1% ถึง -3%YOY ในปี 2025 ส่วนมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2024 มีแนวโน้มหดตัวราว -9%YOY แต่อาจเริ่มทรงตัวได้ หรือหดตัวเล็กน้อยราว +0% ถึง -2%YOY ในปี 2025 ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ในต่างจังหวัด มีแนวโน้มหดตัวในอัตราที่สูงกว่ากรุงเทพฯ และปริมณฑลเล็กน้อย เนื่องจากมีสัดส่วนกำลังซื้อกลุ่มรายได้ปานกลาง-ล่างที่สูงกว่า การเปิดโครงการใหม่ในปี 2024-2025 ยังมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่องจากการที่ผู้ประกอบการระมัดระวังในการเปิดโครงการ จากหน่วยเหลือขายสะสมที่เพิ่มขึ้น อีกทั้ง ต้นทุนก่อสร้างยังอยู่ในระดับสูง จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลคาดว่าจะหดตัวราว -28%YOY ในปี 2024 และหดตัวต่อเนื่องอีกราว -2% ถึง -4%YOY ในปี 2025 โดยเป็นการเปิดโครงการระดับราคาปานกลาง-บนเป็นหลัก เพื่อเน้นเจาะกลุ่มกำลังซื้อที่มีศักยภาพ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถรักษาอัตรากำไรได้ ท่ามกลางภาวะต้นทุนการก่อสร้างที่ยังอยู่ในระดับสูง ทั้งวัสดุก่อสร้าง แรงงาน และราคาที่ดิน ส่วนการเปิดโครงการระดับราคาปานกลาง-ล่าง ยังเป็นไปอย่างระมัดระวัง เน้นเฉพาะทำเลที่มีศักยภาพ และระบายสินค้าคงเหลือมากขึ้นแทน ภาวะตลาดที่ซบเซาและการแข่งขันในตลาดที่อยู่อาศัยที่ยังมีแนวโน้มเป็นไปอย่างเข้มข้น ผู้ประกอบการจึงต้องปรับกลยุทธ์ในหลายด้าน กลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ ได้แก่ 1) พัฒนาโครงการใหม่อย่างระมัดระวัง 2) ตอบโจทย์ความต้องการผู้ซื้อแต่ละกลุ่มอย่างตรงจุด 3) ขยายตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติ 4) บริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาอัตรากำไร นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG มากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
