กองทุน ASP-NGF ภายใต้การบริหารของ บลจ.แอสเซท พลัส ได้รับรางวัล กองทุนยอดเยี่ยม ประเภทกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ (Foreign Equity Fund) จากเวที Money & Banking Awards 2026 ซึ่งจัดโดยวารสารการเงินธนาคาร สะท้อนถึงความโดดเด่นด้านผลการดำเนินงานและคุณภาพการบริหารจัดการกองทุนอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสนี้ คุณคมสัน ผลานุสนธิ กรรมการผู้จัดการบลจ.แอสเซท พลัส ขึ้นรับรางวัลจาก คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย สำหรับการคัดเลือกกองทุนที่ได้รับรางวัล วารสารการเงินธนาคารได้พิจารณาจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ผลตอบแทนรวม, ความผันผวนของราคารายวัน, ขนาดของกองทุน และผลงานเฉลี่ยของบริษัทจัดการกองทุน เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพของกองทุนในมิติต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับภาวะการลงทุนในปัจจุบัน กองทุน ASP-NGF มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของ Nippon Growth (UCITS) Fund ซึ่งบริหารโดย E.I. Sturdza Strategic Management Limited ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นคัดเลือกบริษัทคุณภาพที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว มีความสามารถในการแข่งขันสูง และมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ผ่านกระบวนการบริหารเชิงรุก (Active Management) กองทุนมีจุดเด่นจากแนวคิดการลงทุน High Growth Low Valuation ที่มุ่งค้นหาบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตของกำไรในระยะยาว ควบคู่กับการลงทุนในระดับมูลค่าที่เหมาะสม ไม่ได้อิงการลงทุนตามดัชนี จึงสามารถคัดเลือกหุ้นที่เชื่อว่ามีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นในระยะยาว พร้อมบริหารพอร์ตอย่างยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าสนใจ จากแรงสนับสนุนของการปฏิรูปบรรษัทภิบาล (Corporate Governance Reform) การเติบโตของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจและการคืนผลประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในระยะยาว รางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของกองทุน ASP-NGF ในการสร้างผลการดำเนินงานที่โดดเด่นภายใต้การบริหารของผู้จัดการกองทุนระดับโลก ตลอดจนสะท้อนความมุ่งมั่นของ บลจ. แอสเซท พลัส ในการคัดสรรกองทุนคุณภาพ เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่เหมาะสมและเพิ่มทางเลือกการลงทุนในตลาดต่างประเทศให้แก่ผู้ลงทุนอย่างต่อเนื่องและสร้างสมดุลของพอร์ต ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
Author: staff
ศิลปะอาจเป็นมากกว่างานสร้างสรรค์ หากใช้เป็นพลังในการสื่อสารและจุดประกายการเปลี่ยนแปลง นี่คือแนวคิดที่เกิดขึ้นในกิจกรรมเวิร์กชอป “We are Blue Planet เพราะโลกใบนี้คือพวกเรา” ที่ ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี เปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การออกแบบคาแรกเตอร์ผ่านมุมมองของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ “Jmons” หรือ บุญสิทธิ์ อยู่ถาวร ศิลปินเจ้าของผลงานคาแรกเตอร์ STARBUZZ อันโดดเด่นที่ผสานความสนุก และความหวังในชีวิตประจำวัน มาแบ่งปันความรู้และเทคนิคการออกแบบ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กไฟ-ฟ้า ออกแบบคาแรกเตอร์ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดพัฒนาสู่การสร้างอาชีพในอนาคต กิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้สอนเพียงการวาดภาพหรือออกแบบตัวละคร แต่ชวนเยาวชนตั้งคำถามกับโลกรอบตัว ค้นหามุมมองของตนเอง และถ่ายทอดความคิดผ่านงานศิลปะ เพื่อสร้างการสื่อสารที่เข้าใจง่าย เข้าถึงผู้คน และสามารถต่อยอดเป็นทักษะที่มีคุณค่าในอนาคตได้จริง ตลอดกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือปลูกฝังแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมให้กับเยาวชนอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ทุกผลงานถูกพัฒนาด้วยแนวคิด “ลด ใช้ ทิ้ง” ภายใต้ ttb blue planet โครงการดี ๆ ตามแนวทางการสร้างความยั่งยืน B+ESG #เปลี่ยน…การใช้ชีวิต เป็นมิตรกับโลกยิ่งขึ้น สะท้อนการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ลดความสิ้นเปลือง ใช้ซ้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และจัดการขยะอย่างถูกวิธี เพื่อเปลี่ยนเรื่องสิ่งแวดล้อมให้เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ทุกคนเริ่มต้นได้ในชีวิตประจำวัน ทีทีบีเชื่อในพลังของเยาวชน นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีทีบี กล่าวว่า ทีทีบีเชื่อว่าการสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต้องเริ่มจากการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ลงมือคิด ลงมือทำ และพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เพราะเยาวชนในวันนี้ คือ พลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของสังคมและโลกในวันข้างหน้า “สิ่งที่เราภูมิใจเสมอเมื่อได้เห็นเด็กไฟ-ฟ้า คือ การที่พวกเขากล้าคิด กล้าลอง และกล้าแสดงออกมากขึ้นในทุก ๆ ปี บางคนเริ่มต้นจากความไม่มั่นใจ แต่เมื่อได้รับโอกาสและพื้นที่ที่เหมาะสม ก็สามารถค้นพบศักยภาพของตัวเองได้ เราเชื่อว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เริ่มจากการปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดและแรงบันดาลใจให้เติบโตในใจเยาวชน” “ที่สำคัญ ผลงานคาแรกเตอร์ที่น้อง ๆ ร่วมกันสร้างสรรค์ในโครงการครั้งนี้ จะได้รับการต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบผลิตภัณฑ์ของขวัญปีใหม่ของทีทีบีในปีหน้า ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้ผลงานและแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมของเยาวชนได้ส่งต่อแรงบันดาลใจไปสู่ผู้คนในวงกว้าง พร้อมสร้างความภาคภูมิใจที่จับต้องได้ให้กับเจ้าของผลงานทุกคน” “นอกจากนี้ ผลงานทางศิลปะของน้อง ๆ ยังจะได้รับการพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้าที่ระลึกของมูลนิธิทีทีบี เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก…
บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำจุดยืนผู้นำธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ เปิดตัวแคมเปญโฆษณา “Age Shouldn’t Be A Risk ต่างวัย แต่ใช้ชีวิตได้ไม่ต่างกัน” สะท้อนบทบาท The Enabler of Progress for Every Age เพื่อจุดประกายในการสร้างสังคมที่เห็นคุณค่าของผู้คนจากความสามารถและศักยภาพมากกว่าอายุ พร้อมสร้างโอกาสให้ทุกวัยสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในแบบที่เป็นตัวเอง สอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่อยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด กล่าวว่า “สำหรับแคมเปญโฆษณาระดับโลก ‘Age Shouldn’t Be A Risk ต่างวัย แต่ใช้ชีวิตได้ไม่ต่างกัน’ เป็นหนึ่งในแคมเปญระยะยาวที่นำเสนอประเด็นความเสี่ยงในมิติต่างๆ โดยในปีนี้เรามุ่งเน้นเรื่องของความแตกต่างระหว่างวัย นับว่าเป็นประเด็นที่มีความสำคัญในสังคมปัจจุบัน ซึ่งหากพูดถึงสังคมสูงวัย หลายคนอาจนึกถึงเรื่องสุขภาพ การเกษียณ หรือการมีอายุยาวขึ้น แต่ในมุมมองของกลุ่มแอกซ่า และกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ความท้าทายที่สำคัญไม่ใช่เพียงการที่คนมีอายุยืนขึ้นเท่านั้น แต่เป็นการที่คนต่างวัยกำลังห่างไกลจากกันมากขึ้น ทั้งในครอบครัวในที่ทำงานและในสังคมโดยรวม ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วที่สุดในเอเชีย โดยปัจจุบันมีผู้สูงอายุกว่า 13 ล้านคน หรือมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ ขณะเดียวกันเรากำลังเห็นช่องว่างระหว่างวัยที่ชัดเจนขึ้นในหลายมิติ คนที่มีอายุน้อยอาจถูกตั้งคำถามเรื่องประสบการณ์ ขณะที่คนที่มีอายุเยอะอาจถูกตั้งคำถามเรื่องการปรับตัว แต่ในความเป็นจริง ทุกช่วงวัยต่างก็มีศักยภาพและมีบทบาทสำคัญต่อสังคม เพียงแต่หลายครั้งอาจถูกตัดสินจาก “ตัวเลขอายุ” มากกว่าความสามารถที่แท้จริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประเทศไทยต้องการอาจจะไม่ใช่แค่การเตรียมพร้อมสู่สังคมสูงวัย แต่คือการสร้างสังคมที่ทุกวัยสามารถอยู่ร่วมกัน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน และเติบโตไปด้วยกัน เราเชื่อว่า เพราะทุกวัยไม่ควรต้องเสี่ยง ซึ่งเป็นที่มาของ แคมเปญโฆษณา ‘Age Shouldn’t Be A Risk ต่างวัย แต่ใช้ชีวิตได้ไม่ต่างกัน’” โดยแคมเปญโฆษณา ‘Age Shouldn’t Be A Risk ต่างวัย แต่ใช้ชีวิตได้ไม่ต่างกัน’ ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญการสื่อสาร แต่เป็นความมุ่งมั่นของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ 1.…
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เข้ารับรางวัลเกียรติยศ “บริษัทยอดเยี่ยมด้านประกันชีวิตแห่งปี 2569 (Best Service Provider – Life Insurance of the Year 2026)” จากพิธีมอบรางวัล Money & Banking Awards 2026 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร โดยมีนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ประธานในพิธีเป็นผู้มอบรางวัล และนายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร ร่วมแสดงความยินดี งานจัดขึ้น ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ทั้งนี้ การมอบรางวัลดังกล่าว จัดโดยวารสารการเงินธนาคารร่วมกับสวนดุสิตโพล เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติองค์กรที่มีผลงานโดดเด่น และมีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยทำการสำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมของผู้เข้าชมงานมหกรรมการเงิน Money Expo ทั่วประเทศ ที่สมัครใช้บริการทางการเงิน และพิจารณาจากองค์กรที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยผลสำรวจพบว่าเมืองไทยประกันชีวิตได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน ในกรุงเทพฯ และทุกภูมิภาค โดยรางวัลอันทรงเกียรตินี้ ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำของเมืองไทยประกันชีวิตในด้านประกันชีวิต ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้อย่างครอบคลุมและเข้าถึงได้จริง ด้วยแผนความคุ้มครองที่หลากหลายและยืดหยุ่น ทั้งยังมุ่งเน้นให้บริการด้วยความใส่ใจ มีประสิทธิภาพ พร้อมคอยเคียงข้างดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาของชีวิต (Trusted Lifetime Partner) เมืองไทยประกันชีวิต ขอขอบคุณทุกเสียงสนับสนุนที่มีให้เสมอมา และขอยืนยันเจตนารมณ์ในการเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบความสุข ความมั่นคง และการดูแลสุขภาพที่ดีที่สุดให้แก่คนไทย ภายใต้แนวคิด “Happiness Means Everything – เพราะความสุขคือทุกอย่าง” #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife
บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล “บริษัทที่มีบริการยอดเยี่ยมด้านประกันวินาศภัย” ประจำปี 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากเวที Money & Banking Awards 2026 โดยมี คุณอนุกูล เย็นใจ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านรับประกันภัยและสินไหมทดแทน เป็นผู้แทนบริษัทเข้ารับรางวัลจากคุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย และคุณสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร ร่วมแสดงความยินดี ภายในงานที่จัดขึ้น ณ โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ รางวัลดังกล่าวพิจารณาจากผลสำรวจความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมงานมหกรรมการเงิน Money Expo ทั้งในกรุงเทพฯ และภูมิภาค รวม 7 ครั้ง ซึ่งสะท้อนมุมมองของผู้ใช้บริการที่มีต่อคุณภาพการให้บริการของบริษัท ทั้งในด้านความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความพึงพอใจ การได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานของทิพยประกันภัยที่มุ่งพัฒนาคุณภาพการบริการควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า พร้อมนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการ เพื่อเพิ่มความสะดวก ความรวดเร็ว และประสิทธิภาพ ในการดูแลลูกค้าตลอดทุกขั้นตอนของการใช้บริการ
บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF โดย นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการฝ่ายการวางแผนด้านกลยุทธ์ เข้ารับโล่เกียรติคุณจาก นายเตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย ในฐานะผู้บริจาคและผู้สนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ภายในงาน “4 ทศวรรษ ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าฯ มาตรฐานสากลสู่ความยั่งยืน” ซึ่งจัดขึ้น ณ อาคารรัตนวิทยาพัฒน์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 พร้อมชวนประชาชนร่วมบริจาคและรับสินค้าที่ระลึกการกุศลลวดลาย “Empowering Me” โดยเงินบริจาคทั้งหมดเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ สะท้อนความมุ่งมั่นของ GULF ในการดำเนินธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทย โดยเฉพาะผู้ด้อยโอกาส ให้เข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ในโอกาสครบรอบ 40 ปี การดำเนินงานของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ GULF ได้นำนิทรรศการ 10 ภาพวาดเชิงสัญญะ “Empowering Me – A power of identity beyond appearances: นี่คือฉัน งดงามอย่างที่ฉันเป็น” ซึ่งเป็นผลงานภาพวาดของนิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ กลับมาจัดแสดงอีกครั้งภายในงานฯ เพื่อถ่ายทอดความฝัน ความเข้มแข็ง และตัวตนที่แท้จริงของผู้มีความผิดปกติบนใบหน้า โดยมุ่งสร้างความเข้าใจและการยอมรับความแตกต่างหลากหลายในสังคม นอกจากนี้ GULF และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้ร่วมออกบูธเชิญชวนให้ประชาชนบริจาคและรับสินค้าที่ระลึกการกุศล ซึ่งสร้างสรรค์จากแนวคิด “Empowering Me” ประกอบด้วย พวงกุญแจอะคริลิค กระเป๋าผ้าสะพายไหล่ และผ้าห่ม โดยผู้ที่สนใจสามารถร่วมบริจาคและรับสินค้าที่ระลึกการกุศลได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของสภากาชาดไทย เช่น เว็บไซต์ www.iredcross.org โดยทุกการบริจาคสามารถลดหย่อนภาษี 2 เท่าได้อีกด้วย ทั้งนี้ ยอดบริจาคทั้งหมดจะถูกนำไปสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ โดยไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อการดูแล รักษา ฟื้นฟู และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ป่วยให้ยั่งยืนต่อไป “GULF รู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ…
ตำบลป่าเด็ง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี เป็นพื้นที่ชนบทห่างไกลที่มีความท้าทายด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น รถขนส่งขยะ ไม่สามารถเข้ามาให้บริการได้ ด้วยสภาพพื้นที่ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ภายใต้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ยังมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่เข้มงวด ได้แก่ การห้ามตั้งบ่อขยะ ห้ามนำขยะไปทิ้งในพื้นที่ป่า และห้ามเผาขยะภายในเขตอุทยานโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดมลพิษและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า ชาวบ้านในพื้นที่จำเป็นต้องจัดการขยะครัวเรือนด้วยตนเอง โดยปริมาณขยะในชุมชนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยวันละกว่า 2 ตัน ประกอบกับปัญหาโขลงช้างป่าที่มักลงมาคุ้ยเขี่ยขยะตามถังและจุดทิ้งขยะเพื่อหาอาหาร ส่งผลให้ขยะตกค้างถูกรื้อกระจัดกระจาย สร้างความสกปรกและกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทบต่อความปลอดภัยและสุขอนามัยของคนในพื้นที่ ทั้งนี้ ในอดีตชาวบ้านมักใช้วิธีเผาขยะในระบบเปิดภายในชุมชน ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพโดยตรง จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยเข้ามาสนับสนุนการจัดการขยะอย่างจริงจัง ภายใต้ “โครงการนำร่องระบบการจัดการขยะและการติดตามคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในพื้นที่แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี” โดยมุ่งเน้นการยกระดับการจัดการขยะสู่ระบบดิจิทัลในพื้นที่นำร่อง 3 แห่ง ได้แก่ องค์การบริหารส่วนตำบลป่าเด็ง โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรบ้านห้วยโสก และโรงเรียนบ้านห้วยกวางจริง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน ส่งผลให้การจัดการขยะในชุมชนและสถานศึกษามีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น เสียงจากสถานศึกษาต้นแบบ: มาตรการโรงเรียนปลอดขยะ โรงเรียนป่าเด็งวิทยา เป็นหนึ่งในสถานศึกษาที่ตระหนักถึงปัญหาขยะทั้งภายในโรงเรียนและเขตรอบนอก นางจันทร์พร ผาดศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนป่าเด็งวิทยา ได้กล่าวถึงมาตรการและแผนการดำเนินงานของโรงเรียนว่า “โรงเรียนป่าเด็งวิทยาได้ขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้และปลูกฝังจิตสำนึกให้ผู้เรียนตามหลัก 3Rs คือ Reduce ลดการใช้ Reuse ใช้ซ้ำ และ Recycle นำกลับมาใช้ใหม่ โดยแก้ปัญหาจากต้นทาง รณรงค์ให้ครูและนักเรียนลดใช้โฟมและใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก ส่งเสริมให้ห่อข้าวใส่กล่องข้าวหรือพกปิ่นโตและขวดน้ำมาเองเพื่อลดปริมาณขยะ มีการแยกขยะออกเป็น 4 ประเภทอย่างชัดเจน ได้แก่ ขยะอินทรีย์ที่เป็นเศษอาหารนำไปรวมกับเศษใบไม้แห้งและมูลสัตว์ เพื่อทำปุ๋ยหมักและใส่บ่อแก๊สซีวภาพ ขยะรีไซเคิลนำเข้าสู่ระบบธนาคารขยะและขยะแลกแต้มเพื่อสร้างรายได้และกระตุ้นพฤติกรรมเด็กให้มีการทิ้งขยะอย่างถูกต้อง ขยะทั่วไปอย่างถุงขนม นำไปประดิษฐ์เป็นสิ่งของเหลือใช้ ส่วนขยะอันตรายจะประสานงานกับอบต. เพื่อส่งไปกำจัดอย่างถูกวิธี ส่วนขยะที่เหลือจะนำไปเผาในเตาเผา ซึ่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ช่วยสร้างสุขภาวะที่ดีและทำให้โรงเรียนกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” แม้โรงเรียนจะเล็งเห็นถึงปัญหาการจัดการขยะทั้ง 4 ประเภท แต่การเผาขยะยังคงสร้างมลพิษและควัน ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชน โรงเรียนจึงได้หารือร่วมกับชาวบ้านและปราชญ์ท้องถิ่น เพื่อพัฒนาเตาเผาที่สามารถลดมลพิษและลดปริมาณควันจากการเผาขยะ ขณะเดียวกัน ได้มีการจัดทำบ่อแก๊สชีวภาพบอลลูนเพื่อรองรับขยะเศษอาหารจากโรงอาหารและจากครู นักเรียนที่พักในหอพัก โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ และองค์การบริหารส่วนตำบลป่าเด็งในการติดตั้งเตาเผาและบ่อแก๊สชีวภาพดังกล่าว ซึ่งแก๊สที่ผลิตได้ถูกนำมาใช้สำหรับการหุงต้มในหอพักนักเรียน หลังจากที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ เข้ามาให้การสนับสนุนอย่างเป็นระบบ ได้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับมาตรการของโรงเรียน จนทำให้โรงเรียนป่าเด็งวิทยากลายเป็นพื้นที่ต้นแบบในการรณรงค์ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเยาวชน นอกจากการสนับสนุนการคัดแยกขยะต้นทางผ่านกิจกรรมของนักเรียนแล้ว โรงเรียนยังได้บูรณาการเนื้อหาการจัดการขยะเข้าไปในรายวิชาต่าง…
ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์ชั้นนำ จับมือ Sigenergy ผู้พัฒนาโซลูชันพลังงานอัจฉริยะระดับโลก ขึ้นแท่นพันธมิตรในไทยในการขยายเครือข่ายติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับภาคครัวเรือนในประเทศไทย เชื่อโครงการรัฐ “โซลาร์ภาคประชาชน” หนุนคนไทยเร่งติดตั้งโซลาร์ วางเป้าขยายการติดตั้งเพิ่มอีก 5,000 หลังในระยะเวลา 3 ปี ประเมินตลาดโซลาร์ประเทศไทยเติบโตระดับท็อปภูมิภาค มั่นใจความร่วมมือ 2 บริษัท หนุนโอกาสส่งมอบเทคโนโลยีพลังงานอัจฉริยะสู่มือผู้บริโภค นายพีรกานต์ มานะกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอออน เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ ION Energy ผู้ให้บริการโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์แบบครบวงจร กล่าวว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ Sigenergy ผู้พัฒนาโซลูชันพลังงานอัจฉริยะระดับโลก ในฐานะพันธมิตรในประเทศไทยของ Sigenergy ในการร่วมกันขยายการติดตั้งระบบพลังงานสะอาดให้ครอบคลุม 5,000 ครัวเรือนทั่วประเทศไทย ภายในระยะเวลา 3 ปี (2026–2029) พร้อมทั้งมุ่งพัฒนาเครือข่ายการขายและบริการในตลาดที่อยู่อาศัยของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน “ที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่มักติดตั้งโซลาร์เพื่อช่วยลดค่าไฟฟ้าช่วงกลางวันเป็นหลัก ระยะแรกของการติดตั้งโซลาร์จึงเป็นการติดตั้งแบบ On-grid ที่ไม่มีการกักเก็บพลังงานไว้ใช้ และยังไม่จำเป็นต้องใช้ระบบกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยีบริหารจัดการพลังงานขั้นสูงมากนัก แต่ในปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความกังวลเรื่องความมั่นคงทางพลังงานมากขึ้นจากสถานการณ์สงคราม หลายรายจึงปรับมาติดตั้งโซลาร์แบบ Hybrid เพื่อกักเก็บพลังงานไว้ใช้ และต้องการเทคโนโลยี Inverter และ Energy Storage ขั้นสูงขึ้น นับเป็นโอกาสสำคัญอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจาก Sigenergy ซึ่งเป็นผู้ผลิต Solar Inverter และ Energy Storage ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงระดับโลก ให้เป็นพันธมิตรรายแรกในไทย เพื่อมาร่วมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่กำลังมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป” นายพีรกานต์ กล่าว ในอดีต ลูกค้าของ ION Energy ช่วง 3-5 ปีก่อนกว่า 95% เลือกติดตั้งระบบโซลาร์แบบ On-grid ซึ่งมุ่งเน้นการลดค่าไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวันเป็นหลัก มีการติดตั้งระบบ Hybrid เพียง 5% ขณะที่ปัจจุบันสัดส่วนการติดตั้งระบบ Hybrid เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนคิดเป็น 40% ของยอดติดตั้งใหม่ทั้งหมด…
บริษัท มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและสินค้าไลฟ์สไตล์ นำโดย คุณอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด เดินหน้าสนับสนุนการเรียนรู้นอกห้องเรียน จัดกิจกรรม “หนูน้อยนักประดิษฐ์” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ให้แก่กลุ่มนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ ปากเกร็ด มุ่งส่งเสริมทักษะการวางแผนการเงินและการบริหารงบประมาณอย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ต่อยอดการประดิษฐ์สิ่งของเพื่อใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยอุปกรณ์คุณภาพในราคาที่คุ้มค่า ณ ร้านมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. สาขา คอสโม วอล์ค เมืองทองธานี คุณอานุภาพ คงมาลัย รองประธานบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มิสเตอร์ ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “มิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. มุ่งมั่นสนับสนุนด้านการศึกษาและกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง สำหรับปีนี้เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมนอกห้องเรียนของนักเรียนโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสเซเวียร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ผ่านกิจกรรม ‘หนูน้อยนักประดิษฐ์’ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้ก้าวออกจากกรอบการเรียนรู้เดิม ๆ มาเสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์ ความคิดสร้างสรรค์ และการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล ผ่านสินค้าที่หลากหลายและครบครัน 16,000 รายการ ใน 6 หมวดหมู่หลัก ด้วยราคาถูกคุ้มเสมอ (Always Low Prices) นอกจากนี้ เพื่อสะท้อนแนวคิดด้านความยั่งยืนและการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า เรายังได้มอบถุงรีไซเคิลมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. พร้อมด้วยชุดสติกเกอร์ ‘ปันดี’ และสมุดวาดภาพ ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จำนวน 400 ชุด รวมถึงมอบบัตรกำนัลมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. ให้แก่หนูน้อยนักประดิษฐ์ที่มีผลงานโดดเด่น เพื่อร่วมส่งเสริมศักยภาพและปลูกฝังให้เยาวชนไทยเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และพร้อมก้าวไปเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต” มิสเตอร์. ดี. ไอ.วาย. มุ่งมั่นในการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่เด็กและเยาวชนไทยทั่วประเทศ ผ่านโครงการ MR. D.I.Y. Cares พร้อมทั้งเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกภูมิภาค ผ่านหลากหลายกิจกรรมเพื่อสังคม ที่ครอบคลุมทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ได้รับรางวัล กองทุนยอดเยี่ยมแห่งปี 2569 (BEST MUTUAL FUND OF THE YEAR 2026) ประเภทกองทุนรวมตราสารทุนกลุ่มเทคโนโลยี (Technology Equity Fund) จากกองทุนเปิด ทิสโก้ Next Generation Internet ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TNEXTGEN-A) ในงาน MONEY & BANKING AWARDS 2026 จัดโดยวารสารการเงินธนาคาร ในโอกาสนี้ คุณภาวิณี องค์วาสิฏฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด ขึ้นรับมอบรางวัลจาก คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย รางวัลดังกล่าวมีหลักเกณฑ์ในการจัดอันดับโดยคณะกรรมการจะพิจารณาจากผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี รวมถึงความผันผวนของราคารายวัน และผลงานโดยเฉลี่ยของ บลจ. ตามหลักเกณฑ์มาตรฐานของวารสารการเงินธนาคาร อย่างไรก็ตาม การได้รับรางวัลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับลูกค้า และให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ กองทุนเปิด ทิสโก้ Next Generation Internet ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป (TNEXTGEN-A) กองทุนรวมตราสารทุน ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับธีม Next Generation Internet โดยมี Net Exposure เฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนอาจลงทุนทางอ้อมในคริปโทแอสเซ็ท ผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ และ/หรือกองทุนรวมอีทีเอฟต่างประเทศ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับจุดเด่นของกองทุน TNEXTGEN คือ เป็นกองทุนที่ผสานโอกาสจากเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมทั้งผู้นำนวัตกรรมและบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยข้อมูล ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 โดย…
