กลุ่มบริษัทเอไอเอ (“เอไอเอ” หรือ “บริษัท”; รหัสหลักทรัพย์: 1299) ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า เอไอเอเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีจำนวนสมาชิกสโมสรล้านเหรียญโต๊ะกลม (MDRT) มากที่สุดในโลก 10 ปีติดต่อกัน เอไอเอ ประเทศจีน เอไอเอ ฮ่องกง และ เอไอเอ ประเทศไทย เป็นบริษัทสามอันดับแรกที่มีจำนวนสมาชิก MDRT มากที่สุดในโลก นายหลี่ หยวน ชยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “ผมรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เอไอเอประสบความสำเร็จก้าวขึ้นเป็นบริษัทเดียวที่มีจำนวนสมาชิก MDRT อันดับ 1 ของโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 10 ความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์นี้เป็นข้อพิสูจน์ถึงคุณภาพอันโดดเด่นของพลังตัวแทนพรีเมียร์ เอเจนซี่ ของเรา ซึ่งสร้างความแตกต่างให้เอไอเอในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรม ตัวแทนนระดับโลกของเราถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรารักษาความน่าเชื่อถือในกลุ่มลูกค้าของเรา และพวกเขายังสามารถสร้างความแตกต่างในเชิงบวกให้กับผู้คนในชุมชนทั่วภูมิภาคเอเชียที่เอไอเอให้บริการอยู่” นายแจ็คกี้ ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคและประธานเจ้าหน้าที่บริหารช่องทางการขาย กลุ่มบริษัทเอไอเอ กล่าวว่า “ผมรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งกับพลังตัวแทนเอไอเอและผู้นำทัพพลังตัวแทนของเรา ซึ่งพวกเขาถือเป็นมาตรฐานระดับสูงของอุตสาหกรรม ความสำเร็จในการที่เรามีจำนวนสมาชิก MDRT มากที่สุดในระดับโลกอีกครั้ง ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความทุ่มเทในการตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า เรายังคงมุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะลงทุนให้กับพลังตัวแทนของเราโดยมอบการฝึกอบรม เครื่องมือ รวมถึงการสนับสนุนอย่างดีที่สุดเพื่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง” สโมสรล้านเหรียญโต๊ะกลม (MDRT) ได้รับการยอมรับว่าเป็น Premier Association of Financial Professionals® หรือสมาคมด้านมาตรฐานความเป็นเลิศของธุรกิจประกันชีวิตและบริการทางการเงิน โดยสมาชิก MDRT จะถูกกำหนดขั้นต่ำของเบี้ยประกันภัย ค่าคอมมิชชัน และรายได้ ตลอดจนสามารถแสดงให้เห็นถึงความรู้ทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง มีจรรยาบรรณที่เข้มงวด และมีการบริการลูกค้าที่โดดเด่น หมายเหตุ: *ข้อมูล MDRT 2024 ณ วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 จาก www.mdrt.org
Author: staff
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) นำโดย โดย นายเฮนรี่ (โก๊ะ สวี อึ๊ง) (ที่สามจากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ นายสิทธิพร ศรกาญจน์(ที่สองจากขวา) กรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจหลักทรัพย์รายย่อย เปิดออฟฟิศใหม่ใจกลางสีลม เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของเมย์แบงก์ในการสร้างความแข็งแกร่งและพร้อมเป็นที่ปรึกษาการลงทุนให้คนไทย พร้อมบริการลูกค้าอย่างเต็มที่ในย่านธุรกิจ บนพื้นที่ 479 ตารางเมตร โดยในงานนี้ได้รับเกียรติจาก นายสุธี ลิมปนชัยพรกุล(ที่สี่จากซ้าย) ประธานอำนวยการ บริษัท นายณ์ เอสเตท จำกัด และนางสาวมณีรัตน์ วิจิตรรัตนะ(ที่สามจากซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโส แผนกพื้นที่สำนักงาน บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด ให้เกียรติแสดงความยินดีในโอกาสเปิดออฟฟิศใหม่อย่างเป็นทางการ ณ อาคารพาร์ค สีลม เมื่อเร็วๆนี้
กรุงเทพประกันชีวิต ร่วมมือธนาคารกรุงเทพ ออกประกันสะสมทรัพย์ใหม่ “เกนเฟิสต์ เซฟวิ่งส์ 12/4” จ่ายเบี้ยสั้นเพียง 4 ปี คุ้มครองถึง 12 ปี ครบสัญญาได้รับเงินก้อนคืน 482% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หากเสียชีวิตก่อนครบสัญญารับผลประโยชน์สูงสุด 400% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามจริง แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า และเพิ่มความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอีก 100% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรุงเทพประกันชีวิต ได้ร่วมมือกับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) พัฒนาแบบประกันสะสมทรัพย์ตัวใหม่ล่าสุด “เกนเฟิสต์ เซฟวิ่งส์ 12/4” เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มีศักยภาพระดับกลางขึ้นไป และกำลังมองหาแบบประกันชีวิตที่ให้ทั้งความคุ้มครองและผลตอบแทนที่แน่นอน ตอบโจทย์ความต้องการของตนเอง ด้วยจุดเด่น คือระยะเวลาในการจ่ายเบี้ยประกันสั้นเพียง 4 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองชีวิตถึง 12 ปี และเมื่อมีชีวิตอยู่จนครบสัญญา ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 12 รับเงินก้อนคืน 482% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หรือหากเสียชีวิตก่อนครบสัญญา ในปีกรมธรรม์ที่ 1 รับ 100% ของจำนวนเอาประกันภัย หากเสียชีวิตในปีกรมธรรม์ที่ 2 รับ 200% ของจำนวนเอาประกันภัย หากเสียชีวิตในปีกรมธรรม์ที่ 3 รับ 300% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย หากเสียชีวิตในปีกรมธรรม์ที่ 4-12 รับ 400% ของจำนวนเอาประกันภัย หรือเบี้ยประกันชีวิตสะสมตามจริง แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า นอกจากนี้ยังให้ผลประโยชน์คุ้มครองเพิ่มเติมกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รับเพิ่ม 100% ของจำนวนเอาประกันภัย สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อผู้เอาประกันภัย 1 ราย ตลอดสัญญา ทั้งนี้ “เกนเฟิสต์ เซฟวิ่งส์ 12/4” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างความมั่งคั่งและมั่นคงในอนาคต ด้วยแบบประกันที่การันตีผลตอบแทนและให้ความคุ้มครองชีวิต ช่วยให้ลูกค้าวางแผนการเงินในอนาคตได้อย่างหมดห่วง…
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดงาน “2024 Agency Leader Mid-Year Plan ERD & GA Owner / MM1 Seminar” นำโดย คุณแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอกซ่า ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และประเทศเกาหลีใต้ (แถวหลัง คนกลาง) คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายจัดจำหน่าย (แถวหลัง คนที่ 5 จากขวา) และ ดร. อุกฤษฎ์ ศรีดโรมนต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน และฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนาฝ่ายจัดหน่าย (คนที่ 6 จากซ้าย) และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ร่วมนำทัพนักขาย ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน ในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อพิชิตเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี2024 พร้อมตอกย้ำจุดยืน “2024 Year of Double Growth” โดยบริษัทฯ มุ่งมั่น สนับสนุน และยกระดับให้ฝ่ายขายประสบความสำเร็จในอาชีพด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตรงตามความต้องการของลูกค้า พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีและเครื่องมือทางดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวก รวดเร็ว ทั้งฝ่ายขาย และลูกค้า ตามนโยบายของบริษัทฯ ที่จะอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป โดยภายในงานมีการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งให้ความรู้ และความสนุกสนาน เพื่อส่งเสริมนักขายก้าวสู่การเป็นนักขายมืออาชีพอย่างยั่งยืน ทั้งนี้มีฝ่ายขายระดับผู้จัดการ และผู้อำนวยการ รวมทั้งผู้ที่ติดคุณวุฒิ AXA Prime เข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่งกว่า 1,500ท่าน ทั้งในรูปแบบ Onsite ณ ห้องประชุม Ayutthaya Hall ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซนทรัล อยุธยาและ ในรูปแบบ Online จากทั่วประเทศ สำหรับผู้ที่สนใจร่วมงานเป็นตัวแทนกับบริษัทฯ สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานตัวแทนใกล้บ้านท่าน หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 1159 ทุกวัน ตลอด 24…
ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย พันธมิตรธุรกิจด้านแบงก์แอสชัวรันส์ระดับภูมิภาคอาเซียนของธนาคาร เมื่อเร็วๆนี้ เปิดตัว PRUAssure Link แผนประกันชีวิตควบการลงทุนแรกในประเทศไทย ที่มอบความคุ้มครองโดยคำนวณจากมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนสูงสุดตลอดอายุสัญญา เพื่อปกป้องและเพิ่มพูนความมั่งคั่งให้แก่ลูกค้า จากข้อมูลของสมาคมประกันชีวิตไทย นักลงทุนไทยมีความสนใจในผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ควบการลงทุนมากขึ้น โดยมีอัตราการเติบโตต่อปีอยู่ที่ร้อยละ 10 ต่อปี ระหว่างในช่วงสามปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2564-2566) การเปิดตัว PRUAssure Link ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการความคุ้มครองเรื่องผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่อยู่ในช่วงขาลงและความผันผวนของตลาด นายกิดอน เจอโรม เคสเซล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผลิตภัณฑ์เงินฝากและบริหารการลงทุนบุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่สอดคล้องกับความต้องการในแต่ละช่วงชีวิตที่เปลี่ยนไปของลูกค้า PRUAssure Link เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มาเสริมทัพให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้ามั่งคั่งของธนาคาร โดยนำเสนอโซลูชันที่แตกต่างสำหรับลูกค้าที่ต้องการส่งต่อความมั่งคั่งให้กับครอบครัว หรือกำลังมองหาผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงขึ้นผ่านการลงทุนในกองทุนรวม ประกันชีวิตควบการลงทุนโดยพรูเด็นเชียลแผนนี้ ไม่เพียงแต่รับประกันความมั่งคั่ง แต่ยังเพิ่มศักยภาพในการเติบโต ทำให้เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ล้ำหน้าที่สุดในตลาดปัจจุบัน” นายดอน จรรย์ศุภรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการพาณิชย์ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย กล่าวว่า “กรมธรรม์ที่เป็นประกันภัยควบการลงทุนในประเทศไทยส่วนใหญ่ไม่ได้รับประกันผลตอบแทน และผลตอบแทนขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของกองทุน อย่างไรก็ตาม PRUAssure Link สามารถตอบโจทย์ความมั่งคั่งอย่างเต็มที่ ด้วยการล๊อคมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนสูงสุด เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าสามารถส่งต่อความมั่งคั่งให้ส่งต่อครอบครัวได้อย่างมั่นใจ PRUAssure Link เป็นแผนประกันชีวิตควบการลงทุนแผนแรกในประเทศไทยที่สามารถล็อคมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนสูงสุด ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัยตลอดอายุสัญญา และรับโบนัสพิเศษทุกๆ แปดปี ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่เก้าเป็นต้นไป รวมถึงจำกัดค่าบริหารกรมธรรม์อยู่ที่แปดปีแรกเท่านั้น” จุดเด่นหลักของ PRUAssure Link: ล็อคมูลค่ารับซื้อคืนหน่วยลงทุนสูงสุดตลอดอายุสัญญา: รับประกันความมั่งคั่งของลูกค้าว่ามีมูลค่าสูงสุดในกรณีที่ลูกค้าเสียชีวิต ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย (Premium Charge) ตลอดอายุสัญญาประกันภัยสำหรับเบี้ยประกันภัยหลัก รับโบนัสพิเศษ ของเบี้ยประกันภัยหลักรายปี ในทุก ๆ 8 ปี เริ่มตั้งแต่ต้นปีกรมธรรม์ที่ 9 ทางเลือกการลงทุนที่หลากหลาย: ลงทุนในกองทุนรวมกว่า 20 กองทุน ทั้งในและต่างประเทศ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ PRUAssure Link ได้ที่…
มูลนิธิทีทีบี ดำเนินงานผ่าน โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” เติมเต็มทักษะด้านการพูดให้กับเด็กและเยาวชน จัดกิจกรรมเวิร์กชอปสุดพิเศษ “จุดประกายเยาวชนรุ่นใหม่ มั่นใจในการพูด สร้างการเปลี่ยนแปลง” ชวน ครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา วิทยากรชั้นนำมาเป็นวิทยากรพิเศษในการสอนเทคนิคการเตรียมความพร้อม สิ่งที่นักพูดต้องรู้ วิธีการเรียกความมั่นใจ และเทคนิคพิเศษอื่น ๆ พร้อมทั้งพูดคุยให้ความรู้ให้กับเด็ก ๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องออดิทอเรียม ทีทีบี สำนักงานใหญ่ และรับชมไลฟ์ผ่าน ttb bank YouTube เพื่อจุดประกายให้เด็กทั่วประเทศได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน นางประภาศิริ โฆษิตธนากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านทรัพยากรบุคคล ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า การพูดเป็นทักษะที่สำคัญ เพราะนอกจากช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูดีแล้ว ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ในทุกบทบาท ทุกอาชีพ ซึ่งหลายคนจะประสบปัญหาในการพูดต่อหน้าคนหมู่มาก มูลนิธิทีทีบีอยากเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายให้น้อง ๆ กล้าคิด กล้าแสดงออก และนำไปต่อยอดศักยภาพของทุกคน จึงได้จัดกิจกรรม “จุดประกายเยาวชน รุ่นใหม่ มั่นใจในการพูด สร้างการเปลี่ยนแปลง” เพื่อให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้และเทคนิคดี ๆ จากครูโอ๊ต-ชานุกฤต เธียรกัลยา ที่คร่ำหวอดด้านการพูดต่อหน้าสาธารณชนมากว่า 10 ปี “ถือเป็นโอกาสดีที่น้อง ๆ จะตักตวงความรู้และได้รับประโยชน์จากการเข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งกระแสตอบรับดีมาก เห็นได้จากจำนวนผู้เข้าร่วมทั้งออนไลน์และออฟไลน์กว่า 1,500 คน โดยมูลนิธิทีทีบีตั้งใจอยากเห็นทุกคนมีความรู้และศักยภาพในการพูด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทักษะที่มองข้ามไม่ได้ เพราะเวลานำเสนองาน หรือพูดในวาระต่าง ๆ แม้จะมีความตั้งใจอยากพูดเนื้อหาดี ๆ แต่หลายคนจะรู้สึกตื่นเต้น ประหม่า จึงได้ชวนเทรนเนอร์มืออาชีพมาสอนเทคนิคดี ๆ พร้อมจัดเวิร์กชอปให้กับน้อง ๆ ในครั้งนี้” นางประภาศิริ กล่าว ด้านครูโอ๊ต ชานุกฤต เธียรกัลยา วิทยากรชั้นนำและเทรนเนอร์ฝึกสอนด้านการพูดต่อหน้าสาธารณชน กล่าวว่า “ข้อมูลจากการวิจัย พบว่า การพูดต่อหน้าสาธารณชน ติดอันดับ 1 ใน 5 ของความกลัวที่เกิดขึ้นทั่วโลก ซึ่งต้องขอบคุณมูลนิธิทีทีบี…
โฆษณาไทยประกันชีวิตแรงไม่หยุด หนังชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” คว้ารางวัลจากเวทีโฆษณาระดับโลก CANNES LIONS 2024 และ D&AD Awards 2024 บทพิสูจน์ความสำเร็จการสร้างสรรค์โฆษณา ตอกย้ำแนวคิดคุณค่าของชีวิต คุณค่าของความรัก ด้วยการส่งมอบคุณค่าในการใช้ชีวิตต่อผู้อื่น ควบคู่การเล่าเรื่องราวผ่านอารมณ์และความรู้สึก เพื่อเชื่อมต่อแบรนด์กับผู้บริโภค นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกๆ ที่ใช้ภาพยนตร์โฆษณาในการสร้างแบรนด์ ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาของไทยประกันชีวิต ล้วนมีเนื้อหาและบริบทอยู่บนพื้นฐานของการสร้างแรงบันดาลใจ ให้แง่คิดกับผู้ชม ตามเจตนารมณ์ในการเป็นแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชอบและเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไทยและสังคมไทย โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าของชีวิต คุณค่าของความรัก (Value of Life, Value of Love) พร้อมยกระดับสู่การสร้างและส่งมอบคุณค่าให้กับผู้อื่น เพื่อร่วมกันสร้างสังคมให้น่าอยู่อย่างยั่งยืน ภาพยนตร์โฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” จึงเป็นโฆษณาที่บอกเล่าเรื่องราวของ“การทำชีวิตให้มีคุณค่าต่อผู้อื่น” ได้รับการสร้างสรรค์โดยเอเจนซี่ โอกิลวี่ ประเทศไทย เป็นภาพยนตร์โฆษณาที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ เปิดแสดงครั้งแรกในโครงการไทยประกันชีวิต Experience ณ อาคารไทยประกันชีวิต สาขาบางนา ล่าสุด ภาพยนตร์โฆษณาชุด “ผิวของแม่: Under My Skin” สร้างปรากฏการณ์ความสำเร็จอีกครั้ง ด้วยการคว้า 3 รางวัลอันทรงเกียรติ ประเภท Film จากเวทีระดับโลก CANNES LIONS 2024 ได้แก่ Bronze Lion 1 รางวัล ในหมวด Culture & Context – Social Behavior & Cultural Insight และ 2 Shortlists หมวด TV/Cinema Film และ Online Film…
ธนาคารกรุงเทพ เปิดตัว ‘Widget’ สร้างทางลัดสแกนจ่ายได้ไวในพริบตา ตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้ายุคปัจจุบัน จิ้มปุ๊บสแกนปั๊บ ง่ายไม่เกิน 3 วินาที แต่ยังมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยเหมือนจ่ายผ่านแอป ชี้เทรนด์สแกนจ่ายยังฮอตไม่หยุด มีลูกค้าใช้เกือบ 68 ล้านรายการต่อเดือน พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการไม่หยุด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า ย้ำบทบาท ‘เพื่อนคู่คิด’ ที่อยู่เคียงข้างทุกมิติธุรกรรมการเงินด้วยคุณภาพการบริการตลอด 80 ปี นางสาวสุญาณี ภูริปัญญวานิช ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารกรุงเทพ ได้เดินหน้าพัฒนาฟังก์ชันบน ‘โมบายแบงก์กิ้ง ธนาคารกรุงเทพ’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการทำธุรกรรมการเงินในยุคดิจิทัลให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานของลูกค้าธนาคารด้วยความเข้าใจถึงพฤติกรรมการใช้งานอย่างลึกซึ้ง ล่าสุด ธนาคารได้เปิดให้บริการฟีเจอร์ใหม่ ‘Widget’ ซึ่งจะเพิ่มปุ่มสแกนชำระเงินให้กดใช้งานได้สะดวกยิ่งขึ้น ลูกค้าสามารถทำรายการชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ โดยสแกนผ่านคิวอาร์โค้ดได้โดยไม่ต้องกดเข้าไปในแอปพลิเคชัน ทั้งยังมั่นใจได้เรื่องมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงเทียบเท่าการเข้าใช้งานบนแอปพลิเคชัน ‘โมบายแบงก์กิ้ง ธนาคารกรุงเทพ’ ตามปกติ เพราะต้องยืนยันการทำธุรกรรมด้วยรหัสผ่านหรือการสแกนลายนิ้วมือจึงจะทำธุรกรรมชำระเงินได้สำเร็จ ลูกค้าธนาคารกรุงเทพสามารถตั้งค่าโทรศัพท์เพื่อสแกนชำระเงิน บนฟีเจอร์ ‘Widget’ ได้แล้ววันนี้ ทั้ง ระบบ IOS และ android สำหรับการพัฒนาฟีเจอร์ดังกล่าว เกิดขึ้นจากการวิเคราะห์และทำความเข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้า ซึ่งพบว่า การสแกนชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ด ถือเป็นธุรกรรมยอดฮิตที่ ในเดือนพฤษภาคม 2567 มีปริมาณธุรกรรมสูงเกือบ 68 ล้านรายการ เพิ่มขึ้นถึง 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และยังคงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ แม้ที่ผ่านมาธนาคารได้พัฒนาและปรับปรุงขั้นตอนทำธุรกรรมนี้ให้ง่ายขึ้นแล้วก็ตาม ก็ยังต้องใช้เวลาประมาณ 10-15 วินาที ตั้งแต่เรียกแอป โหลดข้อมูล และกดทำรายการสแกน ดังนั้น การพัฒนาฟีเจอร์ ‘Widget’ มีปุ่มสแกนคิวอาร์โค้ดออกมาอยู่ข้างนอก ลดขั้นตอนการสแกนเหลือไม่เกิน 3 วินาที เป็นการพัฒนาที่เข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าอย่างแท้จริง “ธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ ‘เพื่อนคู่คิด’ ก้าวสู่ปีที่ 80 ด้วยความมุ่งมั่นเคียงข้างทุกมิติธุรกรรมทางการเงินของลูกค้า โดยให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องคุณภาพการให้บริการและการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัย มีการทำแบบสอบถามความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาพัฒนาและปรับปรุงทุกผลิตภัณฑ์และบริการให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญต้องเข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของลูกค้าในทุกช่วงชีวิตด้วยประสบการณ์ที่ดีที่สุด หรือ ‘To be in Customer’s…
บีซีพีจีจับมือกสิกรไทย ออกหุ้นกู้ “บอนด์พลัสคาร์บอนเครดิต” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตผ่านนวัตกรรมการระดมทุน โดยจัดจำหน่ายให้ผู้ลงทุนสถาบัน ด้วยมูลค่าบอนด์รวม 2,000 ล้านบาท ซึ่งหุ้นกู้ที่จ่ายดอกเบี้ยคงที่และมีส่วนส่งเสริมการขายของหุ้นกู้ ที่ผู้ลงทุนสามารถเลือกรับคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่ผ่านการรับรองจาก อบก. หรือเลือกรับใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (REC) ซึ่งผ่านการรับรองตามมาตรฐาน I-REC บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนระดับแนวหน้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้รุ่นอายุ 3 ปี และ 5 ปี แก่ผู้ลงทุนสถาบันชั้นนำในประเทศ มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 มีธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ในครั้งนี้ โดยหุ้นกู้ดังกล่าวมีความพิเศษ ที่นอกจากผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่เหมือนหุ้นกู้โดยทั่วไปแล้ว ยังมีส่วนส่งเสริมการขายของหุ้นกู้ โดยสามารถเลือกรับเป็นคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ที่ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานตามโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program: T-VER) ที่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) พัฒนาขึ้น หรือเลือกรับเป็นใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียน (I-REC) ซึ่งผ่านการรับรองตามมาตรฐานของ The International REC Standard Foundation (I-REC) หรือ International Tracking Standard Foundation (I-TRACK Foundation) ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถนำ Carbon Credit หรือใบรับรองเครดิตการผลิตพลังงานหมุนเวียนดังกล่าวที่ได้รับจากบีซีพีจี ซึ่งผลิตจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือสำหรับการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Offsetting) เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังสามารถนำไปซื้อขายในตลาดรอง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาสภาพคล่องของตลาดการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในประเทศไทยอีกด้วย นายนิวัติ อดิเรก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในขณะที่โลกกำลังให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น บีซีพีจีเองก็มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในการบูรณการความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับนวัตกรรมทางการเงิน ธุรกรรมในครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะ “สร้างโลกสีเขียวที่ยั่งยืน” ตามวิสัยทัศน์ของบริษัท นอกจากนี้ บีซีพีจียังเป็นหนึ่งในผู้ร่วมจัดตั้ง Carbon Markets Club เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ คาร์บอนเครดิตและมีแพลทฟอร์มที่สามารถคำนวณการปล่อยปริมาณ Carbon และซื้อขายคาร์บอนเครดิต เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่มีอุดมการณ์เดียวกันในการแก้ปัญหาโลกร้อน…
บมจ.ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป นำโดย นายธีรนาถ รุจิเมธาภาส (แถวบนที่ 3 จากซ้าย) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายธุรกิจธนบดี พร้อมด้วยพนักงานจิตอาสาทิสโก้ ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต ในโครงการตลาดทุนร่วมใจสร้างกุศลบริจาคโลหิต เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งจัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกับสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) และสมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ รวมทั้งร่วมเป็นพลังสำคัญในการช่วยเหลือผู้อื่น เพราะการให้โลหิต เท่ากับ ให้ชีวิต โดยมี นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงาน ก.ล.ต. และ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ให้เกียรติต้อนรับบริษัทสมาชิก อย่างไรก็ตาม กลุ่มทิสโก้ ได้ร่วมบันทึกปริมาณการบริจาคโลหิตในโครงการดังกล่าวนี้แล้ว จำนวน 773,800 ซีซี (ข้อมูล ณ วันที่ 8 ก.ค. 2567) และตั้งเป้าหมายบริจาคโลหิตจำนวน 1,000,000 ซีซี โดยมุ่งหวังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยและสถานพยาบาลให้มีปริมาณโลหิตที่เพียงพอเพิ่มโอกาสในการรักษาผู้ป่วยต่อไป และยังให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ชุมชน ด้วยการมอบเป็นของที่ระลึกแก่ผู้มีจิตสาธารณะร่วมบริจาคโลหิตอีกด้วย
