OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ตอกย้ำการขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลังความรัก เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนได้ทำในสิ่งที่รักได้นานที่สุด พร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ด้วยการเปิดตัวแบบประกันอุบัติเหตุออนไลน์ “เลือกง่าย ได้คุ้ม” ที่ออกแบบมาเพื่อให้การวางแผนความคุ้มครองเป็นเรื่องง่าย สะดวก และเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ออกแบบมาให้เลือกง่าย ด้วยการจัดความคุ้มครองที่จำเป็นออกมาเป็น 5 แผน ให้เลือกตามความเสี่ยงและความต้องการของแต่ละคน โดยไม่ต้องเสียเวลาเปรียบเทียบเงื่อนไขที่ซับซ้อน คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โลกยุคนี้หมุนไว ทำให้ชีวิตของคนยุคนี้มีความท้าทาย และเต็มไปด้วยกิจกรรมมากมายในแต่ละวัน ดังนั้น แต่ละก้าวที่เราเดินไปข้างหน้า จึงต้องมาพร้อมกับความคุ้มครองที่จะสร้างความมั่นใจ ปิดความเสี่ยงให้กับเราได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายลุย สายเที่ยว หรือคนทำงานที่ต้องเดินทางอยู่ตลอดเวลา การเตรียมพร้อมรับมือกับเรื่องไม่คาดฝันอย่าง “อุบัติเหตุ” จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม สำหรับแบบประกัน “เลือกง่าย ได้คุ้ม” มุ่งตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองจากอุบัติเหตุอย่างคุ้มค่า สำหรับผู้ที่อายุ 16 – 70 ปี โดยสามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ซับซ้อน และไม่ต้องใช้เอกสารจำนวนมาก ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้บริโภคในยุคดิจิทัล นอกจากนี้ ยังช่วยสร้างความอุ่นใจในเรื่องค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ ด้วยความคุ้มครองที่พร้อมดูแลผู้เอาประกันภัยในทุกกิจกรรมของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็ตาม ให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจและไร้กังวล จุดเด่นแบบประกันอุบัติเหตุเลือกง่าย ได้คุ้ม ● คุ้มครองตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก ● คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ สูงสุด 100,000 บาทต่อครั้ง* ● รับเงินชดเชยรายได้เมื่อต้องนอนโรงพยาบาล สูงสุดวันละ 1,000 บาท** ● คุ้มครองครอบคลุมทั้งการเสียชีวิต การสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ● เบี้ยเริ่มต้นเพียง 1,000 บาทต่อปี*** ศึกษารายละเอียดแบบประกัน คลิก >> https://www.ocean.co.th/our-products/personal-accident/oceanlife-easy-pa ข้อควรทราบ : *กรณีเลือกความคุ้มครองแผน 1,000,000 หรือแผน 2,000,000 **กรณีเลือกความคุ้มครองแผน 500,000 , แผน…
Author: staff
ท่ามกลางค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ การวางแผนดูแลสุขภาพและบริหารความเสี่ยงทางการเงินจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนและทุกครอบครัว เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงของชีวิต ปัจจุบัน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง และโรคเบาหวาน ยังคงเป็นสาเหตุสำคัญของการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตของคนไทย ขณะที่ค่ารักษาพยาบาลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ส่งผลให้การวางแผนด้านการเงินควบคู่กับการมีหลักประกันที่เหมาะสม ทั้งประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันโรคร้ายแรง กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวในระยะยาว ด้วยความตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว สมาคมประกันชีวิตไทยจึงร่วมกับอุตสาหกรรมประกันชีวิต อาทิ สำนักงาน คปภ. บริษัทประกันชีวิต สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน และกองทุน ประกันชีวิต จัด งานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ภายใต้แนวคิด “Healthy Life • Happy Future : สุขภาพดี ชีวิตดี เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป ณ บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงการดูแลสุขภาพ การบริหารความเสี่ยง และการวางแผนทางการเงินอย่างรอบด้าน เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่มั่นคงและยั่งยืน ภายในงาน ประชาชนจะได้พบกับผลิตภัณฑ์ประกันที่หลากหลาย คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันชีวิตและการวางแผนทางการเงิน จากหลายแบรนด์ของบริษัทประกันชีวิต ที่พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการวางแผนความคุ้มครอง ทั้ง ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันโรค ร้ายแรง เพื่อให้สามารถเลือกความคุ้มครองที่เหมาะสมกับความต้องการของตนเองและครอบครัว โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเพื่อสุขภาพและความบันเทิงตลอดทั้งสองวัน โดยพบกับศิลปินและ แขกรับเชิญชื่อดัง อาทิ ต้าห์อู๋, วง Jetset’er และ หมาก ปริญ ที่จะมาร่วมสร้างสีสันและความประทับใจให้กับผู้ร่วมงาน ผู้เข้าร่วมงานยังมีสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ลุ้นรับทองคำ สมาร์ทโฟน และของรางวัลอีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมบนเวที กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และรับของที่ระลึกจากบริษัทประกันชีวิตที่เข้าร่วมงาน การมีประกันชีวิตในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงการคุ้มครองเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนอนาคต ทั้งการสร้างหลักประกันให้คนที่รัก การรองรับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้น การเตรียมความพร้อมรับมือโรคร้ายแรง และการสร้างความมั่นคงทางการเงินในทุกช่วงวัย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด…
K WEALTH จับมือลอมบาร์ด โอเดียร์ (Lombard Odier) พันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านไพรเวทแบงก์กิ้งระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ ยกระดับบริการบริหารสินทรัพย์ครอบครัว (Estate Planning) ให้กับลูกค้าเคแบงก์ ไพรเวท แบงกิ้ง (KBank Private Banking) วางแผนจัดการสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ และช่วยทุกครอบครัวทำตามแผนได้อย่างแท้จริง เพื่อรักษาและส่งต่อความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่นที่ยั่งยืน คาดภายในปี 2573 สินทรัพย์ในเอเชียมูลค่ากว่า 90 ล้านล้านบาท เตรียมส่งต่อให้ทายาทรุ่นต่อไป ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี การบริหารสินทรัพย์ครอบครัวของกลุ่มมั่งคั่งสูงทั่วโลกกำลังยืนอยู่บนหมุดหมายสำคัญ โดย K WEALTH ศูนย์รวมบริการและคำปรึกษาด้านการบริหารความมั่งคั่งและการลงทุน ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า การส่งต่อความมั่งคั่งครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์หรือที่เรียกว่า The Great Wealth Transfer กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญของธุรกิจครอบครัวทั่วโลก โดยไม่ใช่เป็นแค่การโอนย้ายทรัพย์สินสู่ทายาทรุ่นต่อไป แต่โจทย์สำคัญคือ การอยู่รอดของความมั่งคั่งจากรุ่นสู่รุ่น ข้อมูลจากรายงาน Preservation and Succession: Family Wealth Transfer 2021 คาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 เม็ดเงินมหาศาลถึง 18.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 622 ล้านล้านบาท) จะถูกส่งต่อจากรุ่นผู้ก่อตั้ง (Baby Boomers & Silent Generation) ไปสู่มือทายาทรุ่นถัดไป (Gen X, Millennials และ Gen Z) โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย สินทรัพย์ที่จะเปลี่ยนมือนั้นมีมูลค่าสูงถึง 2.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 90 ล้านล้านบาท และที่น่าสนใจคือ สินทรัพย์เหล่านี้ส่วนใหญ่ขับเคลื่อนอยู่ในรูปแบบของธุรกิจครอบครัว นายพีระพัฒน์ เหรียญประยูร Managing Director, Family Wealth Solution Head – Estate Planning Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความท้าทายของ The…
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายสุวิทย์ อินทรเฉลิม เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Vice President ฝ่ายการประชาสัมพันธ์ นายธีรัช ยิ้มวัฒนา ผู้จัดการสาขาอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง นายพีรดนย์ สุวรรณหงษ์ผู้จัดการสาขาประตูน้ำพระอินทร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยทีมแพทย์ เภสัชกร พยาบาลและพนักงานธนาคาร จากพื้นที่ภาคกลาง 2 สายลูกค้าบุคคล รวม 30 คน ร่วมลงพื้นที่เป็นอาสาสมัคร พร้อมมอบเงินสนับสนุนจำนวน 100,000.00 บาท แว่นสายตายาวจำนวน 800 อัน และน้ำดื่มจำนวน 700 ขวด สนับสนุนการจัดกิจกรรมออกหน่วยแพทย์และทันตแพทย์เคลื่อนที่ ครั้งที่ 80 (ครั้งที่ 2/2569) โดยมูลนิธิหน่วยแพทย์และทันตแพทย์เคลื่อนที่ (มพท.) เพื่อสนับสนุนและแบ่งเบาภารกิจงานด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ประกอบด้วย การให้บริการทางทันตกรรม การตรวจรักษาพยาบาลและการตรวจคัดกรองโรคเบื้องต้น การตรวจโรคตาโดยจักษุแพทย์และบริการตัดแว่นสายตา การให้บริการรักษาจากแพทย์ทางเลือกของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการตรวจโรคจ่ายยาสมุนไพร โดยมีทันตแพทย์ริม เกษสาคร ประธานมูลนิธิหน่วยแพทย์และทันตแพทย์เคลื่อนที่ เป็นผู้รับมอบ โอกาสนี้ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย นายไพบูลย์ ศุภบุญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง นายสุรเชษฐ์ นิ่มกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง และนายแพทย์ทวีโชค โรจนอารัมภ์กุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง ให้เกียรติร่วมงาน ณ โดมสำนึกรักบ้านเกิด องค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทอง ตำบลป่างิ้ว อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้ารับบริการ จำนวน 1,167 คน.
บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จัดสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “วินเกมหุ้นไทย ไตรมาส 3: ชี้เป้าหุ้นเด่นหลังวิกฤติ พร้อมเจาะลึกโอกาสลงทุนในกลุ่มท่องเที่ยวและการแพทย์” โดยมีทีมนักวิเคราะห์เมย์แบงก์ นำโดย ธีรเศรษฐ์ พรหมพงษ์, ชาญชัย พันทาธนากิจ, นนทพัฒน์ สหกิจภิญโญ และบุณยกร อมรสังข์ ร่วมวิเคราะห์ปัจจัยสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางตลาดหุ้นไทย พร้อมชี้โอกาสลงทุนในกลุ่มธุรกิจที่มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนในช่วงไตรมาส 3 โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวและการแพทย์ หุ้นไทยไตรมาส 3 มีจังหวะลงทุน แต่ต้องคัดหุ้นรายตัว ทีมวิเคราะห์เมย์แบงก์ประเมินภาพรวมตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3 ว่า แม้ตลาดเริ่มกลับมามีจังหวะน่าสนใจมากขึ้น แต่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน โดยคาดว่า GDP ไทยปีนี้จะเติบโต 2.1% และขยับเป็น 2.7% ในปีหน้า ขณะที่การบริโภคในประเทศ ซึ่งมีสัดส่วนราว 60% ของ GDP ยังถูกกดดันจากหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงประมาณ 86-87% ต่อ GDP แม้ภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เมย์แบงก์มองว่า มาตรการดังกล่าวยังเป็นเพียงแรงพยุงระยะสั้น มากกว่าจะเปลี่ยนภาพเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน หนี้สาธารณะที่อยู่ใกล้ระดับ 67% ต่อ GDP ยังทำให้พื้นที่ในการใช้นโยบายการคลังรอบถัดไปมีจำกัดมากขึ้น อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ ตัวเลขส่งออกที่แม้เติบโตมากกว่า 10% แต่ส่วนหนึ่งอาจมาจากการนำเข้าสินค้าจีนแล้วส่งออกต่อ (Transshipment) ทำให้การเติบโตดังกล่าวไม่ได้สะท้อนความแข็งแรงของเศรษฐกิจในประเทศอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการผลิต การจ้างงาน และกำลังซื้อ โดยเฉพาะเมื่อดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม หรือ MPI ยังอยู่ในภาวะอ่อนแอ จากปัจจัยเหล่านี้ เมย์แบงก์จึงปรับมุมมองตลาดหุ้นไทยจาก Positive ลงมาเป็น Neutral พร้อมประเมินเป้าหมายดัชนี SET ปี 2569 ไว้ที่ 1,550 จุด อย่างไรก็ตาม เมย์แบงก์ยังมองว่า หุ้นไทยยังมีจังหวะลงทุน จากกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ที่เริ่มไหลกลับเข้ามาหนุนดัชนี SET แต่ในภาวะที่เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง โอกาสจึงไม่ได้กระจายไปทั้งตลาด กลยุทธ์สำคัญในไตรมาสนี้จึงเป็นการลงทุนแบบคัดเลือก (Selective Buy) ภายใต้แนวคิด “Ride…
บริษัท หลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด (Finnomena Funds) ภายใต้กลุ่มบริษัท Finnomena Group “WealthTech Platform for all” มีพันธกิจคือ มุ่งมั่นค้นหาโอกาสการลงทุนที่ดีที่สุดเพื่อทุกคนในทุก ๆ วัน ตอกย้ำความสำเร็จในการยกระดับศักยภาพธุรกิจ ผ่านการจัดให้มีผู้แนะนำการลงทุนที่ “ใช่” สำหรับลูกค้าทุกคนของกลุ่มบริษัทฯ (“TrueMatch Advisory”) เพื่อสอดรับกับวิสัยทัศน์ “ปลดล็อกคนนับล้านด้วยคำแนะนำการลงทุนที่ “ใช่” ให้บรรลุเป้าหมายสำคัญของชีวิต” นายชยนนท์ รักกาญจนันท์ Co-Founder Finnomena Group และ CEO Finnomena Funds เปิดเผยว่า ปัญหาของนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ล้มเหลวในโลกของการลงทุน นั่นคือการไม่เจอแนวทางและสินทรัพย์ที่เหมาะกับตัวเอง รวมถึงการไม่เคยได้พบกับผู้แนะนำการลงทุนคนที่ “ใช่” ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่สำคัญของชีวิต เราจึงต้องการที่จะยกระดับประสบการณ์ของนักลงทุนไทยให้ดียิ่งขึ้น ผ่านโครงการ “Better Together” ซึ่งมุ่งเน้นการ matching นักลงทุนทุกระดับกับผู้แนะนำการลงทุนที่ใช่ ทั้งเรื่องของสไตล์และพฤติกรรมการลงทุน อาชีพ ไปจนถึงถิ่นที่อยู่อาศัย ณ เดือนมีนาคม 2569 แพลตฟอร์ม Finnomena มีจำนวนผู้เปิดบัญชีทั้งหมด 194,006 คน และในอนาคตบริษัทมีแผนที่จะขยายจำนวนผู้แนะนำการลงทุนอิสระให้เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดสู่ 6,000 คนในอีก 5 ปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 3,342 คน พร้อมพัฒนาศักยภาพสู่ความเป็น “Alpha Advisors” ด้วยความรู้ที่เข้มข้น และเทคโนโลยีที่จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม นายเจษฎา สุขทิศ Co-Founder & CEO Finnomena Group เปิดเผยถึง มุมมองการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ว่า ทิศทางตลาดกำลังก้าวเข้าสู่เฟส “Moving On” โดยความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์จะกลายเป็น New Normal และทรัมป์หันไปให้ความสนใจกับการเตรียมตัวเลือกตั้งกลางเทอมในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ และภาพรวมเศรษฐกิจยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยการเติบโตของ AI แต่เม็ดเงินลงทุนจะเริ่มกระจายตัวไปยังอุตสาหกรรมและภูมิภาคอื่น ๆ มากขึ้น ทำให้เชื่อว่าในภาพรวมจะยังมีโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง นายวศิน ปริธัญ Managing…
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณพรศักดิ์ สุวรรณทรรภ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน (คนที่ 5 จากซ้าย แถวหลัง) พร้อมด้วยพนักงาน และฝ่ายขาย เข้าร่วมบริจาคโลหิต เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 25 ประจำปี 2569 ณ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน เพื่อเป็นการแสดงความสามัคคีในร่วมกันแบ่งปันเพื่อสังคม และได้ช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศ ที่สอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่จะอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่นดูแลกันตลอดไป
ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่ 3 บนโลกที่ได้รับโอกาสจัดการประชุม IMF-World Bank มากกว่า 1 ครั้ง นับจากนี้ถึงเวลาอีกประมาณ 3 เดือน กระทรวงการคลังร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย แถลงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพ “การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569” (The 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group) เวทีด้านเศรษฐกิจและการเงินที่สำคัญที่สุดของโลก ที่ได้รับขนานนามเป็น “โอลิมปิกทางการเงิน” ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร โดยภายในงานจะมีผู้กำหนดนโยบาย นักเศรษฐศาสตร์ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชนจากทั่วโลก มากกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจโลกในอนาคต หลังไทยเคยสร้างประวัติศาสตร์และประสบความสำเร็จอย่างสง่างาม ในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งแรกเมื่อปี 2534 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและคนไทยทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ การยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ การแสดงศักยภาพชุมชนท้องถิ่นสู่สากล (Empowering Community: From Local to Global) ตลอดจนต่อยอดไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งในฐานะเจ้าภาพประเทศไทยได้ชูแนวคิดหลัก “ขอบฟ้าใหม่ของไทย: สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง” หรือ “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาต่อยอดสู่แนวทางเศรษฐกิจโลกที่สมดุล ยั่งยืน มีภูมิคุ้มกัน และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง สำหรับการขับเคลื่อนเชิงนโยบายบนเวทีโลกในครั้งนี้ รัฐบาลไทยได้เชื่อมโยงวิสัยทัศน์และนโยบายการคลังที่สอดรับความท้าทายในปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในทุกมิติผ่าน 4 เสาหลัก ที่เป็นประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญและทุกประเทศกำลังขบคิดหาทางออก ประกอบด้วย เสาที่ 1 การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น (Digital and AI…
นายณัฐพงศ์ บุญเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นประธานเปิดโครงการ “วิริยะประกันภัย ร่วมใจอนุรักษ์ป่าชายเลน สร้างแหล่งเรียนรู้ สู่ชุมชนยั่งยืน” โดยมี นายธนาศักดิ์ จันทร์ตระกูล ผู้อำนวยการภาคสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายอดุลย์ เครือรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลลีเล็ด ร่วมเป็นเกียรติในพิธี ในโอกาสนี้ กลุ่มวิริยะจิตอาสา ตัวแทนวิริยะประกันภัย เจ้าหน้าที่สำนักงานคปภ. และประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันปลูกต้นกล้าไม้โกงกาง บนพื้นที่ 3 ไร่ และปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว จำนวน 1,000 ตัว เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งให้มีความอุดมสมบูรณ์ สนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและการประกอบอาชีพให้กับชุมชนชายฝั่ง ตลอดจนส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติให้แก่เยาวชน ประชาชนทั่วไป รวมถึงหน่วยงานภายนอก ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้เพื่อต่อยอดแนวทางการอนุรักษ์สู่สังคมในวงกว้างต่อไป ณ แหล่งเรียนรู้ทรัพยากรป่าชายเลนบ้านห้วยทรัพย์ ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี สำหรับ กิจกรรมการปลูกต้นกล้าโกงกาง ภายใต้โครงการ “วิริยะประกันภัย ร่วมใจอนุรักษ์ป่าชายเลน สร้างแห่งเรียนรู้ สู่ชุมชนยั่งยืน” ในครั้งนี้ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 28,200 KgCo2 /ไร่/ ปี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่แหล่งกักเก็บบลูคาร์บอน (Blue Carbon) ให้กับ “ป่าชายเลนบ้านห้วยทรัพย์” ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้ชายเลนและสัตว์ประจำถิ่นนานาชนิด รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษานกวงศ์สำคัญ อาทิ เหยี่ยวแดง นกกาน้ำเล็ก นกกระสานวล ฯลฯ โครงการดังกล่าว จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของวิริยะประกันภัยในการขับเคลื่อนนโยบายด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จัดกิจกรรม Town Hall ต้อนรับผู้บริหารระดับสูงจากกลุ่มเจนเนอราลี่ และเจนเนอราลี่ ภูมิภาคเอเชีย ภายใต้แนวคิด “People Powered Excellence” เพื่อถ่ายทอดทิศทางการดำเนินธุรกิจ กลยุทธ์องค์กร และเป้าหมายการเติบโตในปี 2569 ให้แก่พนักงาน พร้อมสร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจในการร่วมกันผลักดันองค์กรสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน โดยยึดมั่นในแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรในฐานะพลังสำคัญของการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงในทุกมิติ ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูง พร้อมถ่ายทอดวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินธุรกิจที่มุ่งสร้างการเติบโตของช่องทางการขายอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า การพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมองค์กรแห่งความเป็นเลิศ ภายใต้กลยุทธ์ “Lifetime Partner 27: Driving Excellence” ในฐานะพันธมิตรที่พร้อมดูแลลูกค้าและคู่ค้าในทุกช่วงของชีวิต พร้อมเน้นย้ำถึงความร่วมมือของพนักงานทุกคนในการร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้าน นายแอนดรูว์ ซามาราตุงกา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้อัปเดตผลการดำเนินงานและภาพรวมการเติบโตของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรก ระหว่างเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 ซึ่งสะท้อนทิศทางการเติบโตของทั้งธุรกิจประกันชีวิตและประกันวินาศภัย พร้อมแบ่งปันมุมมองด้านการบริหารธุรกิจเพื่อเสริมสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว ขณะที่ นางสาวยุวดี งานทวีกิจ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ร่วมแบ่งปันแนวคิดภายใต้หัวข้อ “People Powered Excellence” พร้อมนำเสนอแนวทางการสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับคู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผ่านการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงาน และการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้บริหารกลุ่มเจนเนอราลี่ และเจนเนอราลี่ ภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ นายปิแอร์ มาร์เทลลี กรรมการ กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ นายวิเนย์ ดาเรชวาล กรรมการ กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ นางสาวแพทริเซีย เอสปิริโต ซานโต หัวหน้าฝ่ายบริหารทรัพยากรบุคคลและองค์กร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ประจำกลุ่มประเทศออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ สเปน และโปรตุเกส นางสาวแคโรล จู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลและองค์กร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ประจำภูมิภาคเอเชีย เข้าร่วมถ่ายทอดมุมมองและแนวคิดด้านการสร้างวัฒนธรรมแห่งความเป็นเลิศ…
