ธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มอบรางวัล “Bai Po Business Awards by Sasin” ครั้งที่ 20 เพื่อเชิดชูเกียรติ 6 ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้นแบบที่สามารถสร้างความแตกต่างในธุรกิจ ฝ่าฟันวิกฤตด้วยพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ การบริหารจัดการอย่างมีวิสัยทัศน์ และแสดงถึงศักยภาพในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน สำหรับ 6 ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ได้แก่ บริษัท โซดา น้ำชา จำกัด, บริษัท เติมเนเจอร์ อินดัสตรี้ จำกัด, บริษัท นิพพาน อินเตอร์คร็อพ จำกัด, บริษัท โปรลอก ไทเทเนียม คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท ไมครอนโปรโมชั่น จำกัด และบริษัท วีอิ้ง อินเตอร์เทรด จำกัด โดยได้รับเกียรติจาก นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ นายกกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ นายกกรรมการ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ในบริบทของการพัฒนาที่ยั่งยืน ผู้ประกอบการมีบทบาทสำคัญในการเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบเศรษฐกิจสีเขียว ตั้งแต่กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคอย่างรับผิดชอบ ตลอดจนการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการที่คำนึงถึงวงจรชีวิต นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการทั้ง 6 บริษัทที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ต่างมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล เปิดรับแนวคิดด้านความยั่งยืน และมุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาว มากกว่าการมุ่งหวังผลกำไรในระยะสั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่าธุรกิจที่ยั่งยืน มิใช่เพียงธุรกิจที่สามารถ “อยู่รอด” เท่านั้น แต่คือธุรกิจที่สามารถ “สร้างคุณค่า” ให้แก่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล ทั้งนี้ ไม่ว่าจะอยู่ในอุตสาหกรรมใด หากสามารถวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainable Development Goals) พร้อมประเมินผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน และดำเนินงานบนหลักธรรมาภิบาลอย่างจริงจัง ก็จะสามารถยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์มุ่งมั่นส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยปรับตัวและพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน”…
Author: staff
ธนาคารกสิกรไทย มุ่งหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในทุกมิติ โดยเป็นธนาคารแห่งแรกที่ริเริ่มโครงสร้างงานกิจกรรมทางการตลาด โดยใช้บูธตัวต่อรักษ์โลก ที่ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมของคนไทย ด้วยการนำ พลาสบริก (PlasBrick) บล็อกประสานผลิตจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล ที่ใช้ซ้ำหมุนเวียนได้ สามารถปรับเปลี่ยน เคลื่อนย้ายได้อย่างไร้ขีดจำกัด มาประยุตก์ใช้ และจะมีการนำวัสดุนี้มาหมุนเวียนใช้ในงานกิจกรรมทางการตลาดของธนาคารตลอดต่อเนื่องทั้งปี เพื่อลดการทิ้งวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจุดมุ่งหมายของธนาคารในเรื่อง Zero Waste ตอกย้ำความมุ่งมั่นของธนาคารในการพัฒนาบริการที่ใส่ใจ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า ควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม ส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืน นางสาวจิตราวิณี วรรณกร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารกสิกรไทยมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการเพื่อส่งมอบประสบการณ์และบริการที่ลูกค้าไว้วางใจ มีความยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้อย่างคล่องตัว และคำนึงถึงการจัดการที่ยั่งยืน จึงมีการออกแบบกิจกรรมทางการตลาดที่ใส่ใจควบคู่กับการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน Go Green Together เปลี่ยนผ่านสู่ไลฟ์สไตล์และธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปด้วยกัน นำไปสู่การริเริ่มโครงสร้างงานกิจกรรมทางการตลาด โดยใช้บูธตัวต่อรักษ์โลกเป็นธนาคารแรก ด้วยการนำ พลาสบริก (PlasBrick) ซึ่งผลิตจากพลาสติกรีไซเคิลที่มีลักษณะเป็นบล็อกประสานประกบเข้าล็อกเหมือนตัวต่อ มาประยุกต์ใช้เป็นวัสดุหลักของโครงสร้างบูธที่ธนาคารใช้ในการจัดนิทรรศการเพื่อกิจกรรมการตลาดตลอดปี 2568 ซึ่งนอกจากจะเป็นบูธที่มีวัสดุหลักที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ซ้ำหมุนเวียนได้ในระยะยาวแล้ว ยังสามารถตอบโจทย์ธนาคารในการจัดกิจกรรมให้แก่ลูกค้า ที่มีความยืดหยุ่นหลากหลายได้ โครงสร้างบูธตัวต่อรักษ์โลกจึงมีจุดเด่น 3 ด้าน ดังนี้ ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากการใช้วัสดุหลักที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100% จึงช่วยลดขยะ มีผลิตจากการหลอมขยะพลาสติกและใช้การฉีดสีแทนการพ่นหรือทาสี ทำให้ไม่เกิดละอองฝุ่น หากมีชิ้นส่วนเสียหายหรือต้องการเปลี่ยนสีก็สามารถนำเฉพาะที่จำเป็นไปหลอมขึ้นรูปใหม่ โดยไม่ต้องผลิตใหม่ทั้งโครงสร้าง จึงไม่ก่อให้เกิดขยะและลดการผลิตใหม่ได้ นอกจากนี้ด้วยรูปทรงเป็นก้อนเหลี่ยม น้ำหนักเบา ขนส่งได้ง่ายและเยอะขึ้นในแต่ละรอบ จึงลดการใช้เชื้อเพลิง และจากการเป็นวัสดุที่ใช้ซ้ำได้ต่อเนื่อง ธนาคารสามารถใช้งานโครงสร้างบูธตัวต่อรักษ์โลกหมุนเวียนได้หลายโอกาสตลอดทั้งปี ช่วยลดการทิ้งวัสดุเหลือใช้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของจุดมุ่งหมายของธนาคารในเรื่อง Zero Waste นำไปสู่การลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ความประหยัดทั้งด้านเวลาและงบประมาณ ด้วยการเชื่อมแบบต่อบล็อกที่ทำได้ง่าย ทำให้โครงสร้างนี้ใช้จำนวนแรงงานและเวลาในการติดตั้งและรื้อถอนน้อยกว่าวัสดุดั้งเดิมได้มาก นอกจากนี้ ผลิตครั้งเดียว สามารถใช้งานออกบูธของธนาคารได้หลากหลายโอกาส ทั้งงานในร่มและงานกลางแจ้ง ช่วยประหยัดงบประมาณในระยะยาว การตอบโจทย์ด้านดีไซน์ จากการที่พลาสบริกมีรูปทรงเป็นบล็อกใช้งานโดยการประกบเข้าล็อกเหมือนตัวต่อ จึงตอบโจทย์เรื่องการวางผังบูธที่หลากหลาย สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับพื้นที่ให้บริการลูกค้าที่ต้องการในแต่ละกิจกรรมที่แตกต่างกัน นางสาวจิตราวิณี กล่าวตอนท้ายว่า ธนาคารกสิกรไทยมีการคัดเลือกและพัฒนาวัสดุโครงสร้างบูธอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้วัสดุและกระบวนการที่คุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งาน และเป็นธนาคารแรกที่ได้นำนวัตกรรมพลาสบริกซึ่งเป็นวัสดุที่จดอนุสิทธิบัตรโดยผู้ออกแบบมาประยุกต์ใช้งานจริง ในรูปแบบโครงสร้างบูธสำหรับออกงานนิทรรศการ ซึ่งนับเป็นแนวทางที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมของคนไทย ธนาคารเริ่มใช้งานโครงสร้างบูธตัวต่อรักษ์โลกครั้งแรกในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ประจำปี 2568 เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยบูธที่ธนาคารใช้ได้รับการรับรองความเป็นกลางทางคาร์บอนจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งธนาคารจะใช้โครงสร้างนี้ในกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องตลอดทั้งปี…
นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ และ นายปรีดี ดาวฉาย กรรมการธนาคาร นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการบริหาร นางสาวนิรมาณ ไหลสาธิต กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และ นายชานันท์ โสภณพนิช เจ้าหน้าที่บริหารระดับ Assistant Vice President บริหารช่องทาง Mobile Banking พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมร่วมลงนามถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง
นางสาววรางคณา รัตนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์วนศาสตร์ชุมชนเพื่อคนกับป่า ประเทศไทย (RECOFTC Thailand) รับมอบงบประมาณ จำนวน 100,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายบุญฤทธิ์ เสมอมาศ ผู้เชี่ยวชาญด้านสินไหมทดแทน ฝ่ายปฏิบัติการภาค 1 (ภาคเหนือ) เป็นผู้แทนมอบ เพื่อสนับสนุนการปลูกและอุปถัมภ์ต้นไม้ ภายใต้ “กิจกรรมปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูต้นน้ำน่าน ประจำปี 2568” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และภาคอุตสาหกรรมประกันวินาศภัย จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัย ควบคู่กับการรณรงค์การอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ร่วมกับศูนย์อบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (RECOFTC) โดยมีเป้าหมายดำเนินการปลูกและอุปถัมภ์ต้นไม้ กว่า 20,000 ต้น ผ่านโครงการต้นไม้ของเรา “Trees 4 ALL” ณ ลานข่วงเมืองน่าน ต.ในเวียง อ.เมืองฯ จ.น่าน ทั้งนี้ วิริยะประกันภัย ได้ร่วมสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนนำระบบการประกันภัยมาใช้รับมือกับภัยธรรมชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมร่วมกิจกรรมการฟื้นฟูทรัพยากรสิ่งฃแวดล้อมของชุมชน ผ่านโครงการ Trees 4 ALL ซึ่งเป็นโครงการอุปถัมภ์ต้นไม้ ที่มีเกษตรกรในพื้นที่เป็นผู้ติดตามการดูแลตั้งแต่กระบวนการปลูกจนถึงการเจริญเติบโต อันเป็นการช่วยลดผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสร้างความมั่นคงทางระบบนิเวศในระยะยาว สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสนับสนุนแนวคิดการประกันภัยอย่างยั่งยืน ที่มุ่งเน้นการป้องกันและบรรเทาความเสียหายก่อนเกิดเหตุ ควบคู่ไปกับการดูแลรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 3 มิถุนายน 2568 ณ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) และ สมาคมที่ปรึกษาการเงินแห่งเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific Financial Services Association – APFinSA ) จัดการสัมมนา Asia Pacific Life Insurance Congress (APLIC) ครั้งที่ 20 ภายใต้แนวคิด “Create Tomorrow, Today – สร้างพรุ่งนี้ จากวันนี้” โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับความเป็นมืออาชีพในธุรกิจบริการทางการเงิน, แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์, ส่งเสริมภาพพจน์และมิตรภาพในหมู่สมาชิกตัวแทนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในงานได้รับเกียรติ จาก ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คุณเผ่าภูมิ โรจนสกุล ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมงาน พร้อมด้วย คุณวสุมดี วสีนนท์ รองเลขาธิการ ด้านกำกับคนกลางและประกันภัยภูมิภาค สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) กล่าวเปิดงาน โดยมีคุณประภาพร ลิขสิทธิ์ เป็นประธานจัดงาน การสัมมนาครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก สำนักงาน คปภ. สมาคมประกันชีวิตไทย สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(TCEB) บริษัทประกันชีวิต พันธมิตรในอุตสาหกรรมประกันภัย และสมาคมตัวแทนประกันชีวิตในประเทศต่างๆ เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่จะได้เรียนรู้จากวิทยากรชั้นนำ 38 ท่าน และสร้างเครือข่ายกับผู้ประกอบวิชาชีพในอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาจากภาครัฐ องค์กรและบริษัทประกันชีวิตต่างๆ ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ รวมทั้งสิ้นกว่า 4,500 คน จาก 11 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย , India , Philippines , Malaysia , Taiwan , Singapore , Brunei , Vietnam , Indonesia , Hong Kong และ Australia ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้ นอกเหนือจากจะเป็นการแสดงศักยภาพในการจัดสัมมนาระดับนานาชาติในนามประเทศไทยให้ชาวต่างชาติได้เห็นแล้ว ยังเป็นการช่วยส่งเสริมการแลกแปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม…
บมจ.กรุงไทย – แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมกับ คูลฟาเรนไฮต์ จัดกิจกรรม Krungthai-AXA Presents COOLfahrenheit Outing 20th Anniversary: Japan Sensation: Sparkling Summer in Osaka เมื่อวันเสาร์ที่ 24 พฤษภาคม 2568 ณ เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ เพื่อเฟ้นหา 5 ทีมผู้โชคดีในรอบ Epic Final Round ที่จะได้เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวนครโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ฟรีตลอด 5 วัน โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณสุกัญญา อิสรานุวัฒน์ชัย รองประธานอาวุธโสฝ่ายสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร บมจ.กรุงไทย – แอกซ่า ประกันชีวิต (คนที่ 7 จากซ้าย แถวหลัง) กล่าวเปิดงาน พร้อมจับฉลากเพื่อเลือก 1 ทีมที่โชคดี รวมจำนวนทั้งหมด 20 ท่าน ที่ได้รับรางวัลประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเดินทางสู่เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 25-29 มิถุนายน 2568 โดยความร่วมมือในการจัดกิจกรรมดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทฯ ที่จะอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรมลูกค้าหรือบริการอื่นๆของบริษัทฯท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร 1159 หรืออีเมล customer.care@krungthai-axa.co.th
เมืองไทยประกันชีวิต จัดกิจกรรม “ค่ายเพาะสุขปลูกจิตอาสา” เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีและปลูกฝังจิตสำนึกด้านจิตอาสาให้กับสมาชิกในครอบครัวของพนักงานที่มีอายุระหว่าง 4–17 ปี รวมจำนวนทั้งสิ้น 60 คน โดยมุ่งหวังให้เยาวชนได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรง พร้อมส่งต่อความสุขให้แก่สังคม ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสนุกสนานตลอดทั้งวัน นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคลากรในองค์กรซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจ จึงจัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อส่งเสริมความผูกพันระหว่างองค์กรกับพนักงานในรูปแบบที่สร้างคุณค่าอย่างรอบด้าน โดยไม่เพียงมุ่งเน้นที่การดูแลพนักงานในมิติของการทำงานเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลในชีวิตและครอบครัว (work-life balance) อีกด้วย กิจกรรม “ค่ายเพาะสุขปลูกจิตอาสา” จึงถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการเรียนรู้ พัฒนาทักษะ และปลูกฝังคุณค่าที่ดีให้กับบุตรหลาน ผ่านกิจกรรมที่อบอุ่น เป็นกันเอง และเปี่ยมไปด้วยความหมาย ทั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของบริษัทในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน สำหรับวัตถุประสงค์การจัดงาน เพื่อส่งเสริมจิตสำนึกในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมในกลุ่มเยาวชน ตลอดจนการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย และยังเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสมาชิกในครอบครัวของพนักงาน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการดูแลและสร้างความผูกพันกับพนักงาน (employee engagement) ภายในงาน เด็กๆ ได้ร่วมกิจกรรมที่สนุกสนานและผสมผสานด้วยสาระ อาทิ กิจกรรมทำกระเป๋าผ้าใส่ยา eco-print เพื่อส่งมอบให้โรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการแบ่งปันและการใส่ใจสิ่งแวดล้อม เกมเตรียมความพร้อมบริหารจัดการด้านการเงิน เพื่อให้เยาวชนเรียนรู้เรื่องการวางแผนการเงินเบื้องต้น กิจกรรม DIY คัปเค้ก ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ใช้จินตนาการตกแต่งหน้าขนมด้วยตนเอง นอกจากนี้ ยังมีพนักงานจิตอาสาของบริษัทมาร่วมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง คอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับน้องๆ ตลอดกิจกรรม พร้อมกันนี้ เด็กทุกคนยังได้รับ “แก้วน้ำ น้องรักษ์ยิ้มให้” เพื่อนำมาใช้ดื่มน้ำตลอดวัน ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ซึ่งเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง กิจกรรม “ค่ายเพาะสุขปลูกจิตอาสา” ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และความสุขสำหรับเยาวชนและครอบครัวพนักงาน แต่ยังเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของบริษัทในการ “ปลูกต้นกล้าแห่งความดี” ส่งต่อแรงบันดาลใจและความสุขที่เชื่อมโยงครอบครัวพนักงานเข้ากับองค์กรอย่างแน่นแฟ้น ตลอดจนมอบสิ่งที่ดีคืนให้แก่สังคมในวงกว้างอย่างยั่งยืน “บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความดีที่เราร่วมกันหว่านลงไปในวันนี้ จะเติบโตเป็นต้นกล้าที่แข็งแรงในวันข้างหน้า และขอขอบคุณทุกแรงใจที่ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมครั้งนี้ให้เปี่ยมไปด้วยความหมาย เพราะทุกรอยยิ้ม ทุกความสุข และทุกบทเรียนที่เกิดขึ้น คือพลังสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนองค์กรและสังคมให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน” นายสาระกล่าวสรุป #เมืองไทยประกันชีวิต #MuangThaiLife
นายบุญเติบ จีรภัทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย (ซ้าย) และนายคณาธิป ธีรทีป หัวหน้าแผนกงานการตลาดด้านผลิตภัณฑ์และลูกค้าโพสต์เพด AIS (ขวา) ร่วมเปิดตัวความร่วมมือสนับสนุนร้านค้าออนไลน์ เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการร้าน ผลักดันยอดขายโต โดยมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า AIS ที่สมัครแพ็กเกจค้าขายออนไลน์ที่ร่วมรายการ ได้แก่ แพ็กเกจ AIS 5G Social Commerce, AIS 5G Seller และ AIS 5G TikTok Shop รับสิทธิ์ใช้งานแพ็กเกจ K SHOP Pro ในแอปพลิเคชัน K SHOP แอปพลิเคชันจัดการร้านค้า ฟรี 30 วัน มูลค่า 299 บาท และรับเพิ่มบัตรของขวัญ Lotus’s Gift Card มูลค่า 100 บาท เมื่อเชื่อมต่อ K SHOP Pro กับ Facebook Page หรือ Line OA ของร้าน หรือเมื่อสมัครใช้งานเครื่องรับบัตรพกพา (mPOS) ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2568 ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครแพ็กเกจได้ที่ AIS Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ ศึกษารายละเอียด และเงื่อนไขเพิ่มเติมที่ https://www.ais.th/rsme/kshop-pro หรือสอบถาม K-BIZ Contact Center โทร. 02-8888822
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขอเชิญชวนเที่ยว ชิม ช็อป สุดยอดผลไม้ไทยหลากหลายชนิด รวมทั้งสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนระดับพรีเมียม ของเด็ดและดีจากเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ มากกว่า 50 ร้านค้า มาไว้ในงานตลาดนัด BAAC Market ในธีม “Thai Fruit Fair” ระหว่างวันที่ 28-30 พฤษภาคม 2568 ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อส่งเสริมการบริโภคผลไม้ไทยและสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ในประเทศ รวมถึงเป็นการเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าประชาชนได้มีโอกาสได้เลือกซื้อสินค้าเกษตรระดับพรีเมียมและผลิตภัณฑ์ชุมชนคุณภาพดีหลากหลายจากเกษตรกรและชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะผลไม้ประจำฤดูกาล เช่น ทุเรียน มะม่วง ลิ้นจี่ ฝรั่ง และกล้วยหอมทอง เป็นต้น มาให้คนรักผลไม้ได้ตะลุยชิมและเลือกซื้อในราคากันเอง ธ.ก.ส. จึงได้จัดงาน ตลาดนัด BAAC Market ภายใต้ธีม “Thai Fruit Fair” โดยนำร้านค้ามากกว่า 50 แห่ง ที่คัดสรรผลไม้ของดีของเด็ดส่งตรงจากเกษตรกร อาทิ โต้งทรายระยอง จ.ระยอง และ วสช.คนรักเกษตร จ.เพชรบุรี ทุเรียนเกรดพรีเมียม รสชาติหวาน กรอบ อร่อยแบบธรรมชาติ วสช.บ้านดงแปรรูปผลไม้ จ.นครนายก ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูปอบแห้ง ไม่ว่าจะเป็นกล้วยฉาบ มะขามคลุกน้ำตาล รวมทั้งมังคุด กระท้อน หวาน อร่อย ลูกใหญ่สดจากสวน อิ่มเอม มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร น้ำมะพร้าว สด ๆ หอมหวาน แท้ 100 % วาสานาเมล่อนฟาร์ม จ.สระบุรี เมล่อนและแคนตาลูป คัดสรรคุณภาพได้มาตรฐาน อย. GAP และ Thai GAP…
