Author: staff

เอไอเอ ประเทศไทย ร่วมกับ กลุ่มบริษัทพราว มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และจังหวัดนครราชสีมา จัดกิจกรรม “เอไอเอ วัน บิลเลียน เดย์ สองศูนย์สองห้า” (AIA ONE BILLION DAY 2025) เตรียมเนรมิตสนามวิ่งเทรลระดับชาติในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม พร้อมกิจกรรมที่ให้ทุกเจนได้ออกมาสนุกร่วมกันตลอดทั้งวัน เพื่อมุ่งสร้างสังคมแห่งการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังตั้งเป้าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรม ตอกย้ำพันธกิจ AIA One Billion ที่ต้องการสนับสนุนผู้คนกว่าพันล้านคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญาของเอไอเอ ‘Healthier, Longer, Better Lives’ กิจกรรม AIA ONE BILLION DAY 2025 ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่างภาคเอกชนและภาคการศึกษา เพื่อปลุกพลังสุขภาพใน 3 มิติ ได้แก่ สุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาพทางการเงิน ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็น “ดินแดน 3 มรดกโลก” (Triple Heritage City) จังหวัดแรกในประเทศไทย และหนึ่งใน 4 แห่งของโลก ที่มีพื้นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกถึง 3 แห่ง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลกทางธรรมชาติ (2005) พื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช (1976) และ โคราชจีโอพาร์ค อุทยานธรณีโลกแห่งใหม่ (2023) สำหรับเส้นทางวิ่งเทรลในครั้งนี้ นักวิ่งเทรลจะได้วิ่งบนเส้นทางธรรมชาติจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ถึงโบนันซ่า เขาใหญ่ ผ่านเส้นทางที่ถือเป็นมรดกโลก ซึ่งไม่เพียงสะท้อนความงดงามของภูมิประเทศ แต่ยังตอกย้ำความภาคภูมิใจในคุณค่าเชิงมรดกของพื้นที่ ตลอดจนฉายภาพประวัติศาสตร์อันน่าจดจำ และการเป็นต่อยอดศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างแท้จริง คุณนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “AIA ONE BILLION DAY 2025 ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของเอไอเอ ที่มุ่งมั่นในการส่งเสริมให้ผู้คนกว่าพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น โดยในปีนี้เรายังคงสานต่อกิจกรรม AIA One Billion Trail การแข่งขันวิ่งเทรล ประเภททีม…

Read More

เมื่อปัญหาสิ่งแวดล้อมกลายเป็นประเด็นระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของมนุษย์อย่างรอบด้าน แนวทางในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืนจึงเป็นแนวทางที่จำเป็นและเร่งด่วน แนวคิดดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ในประเทศไทย หากแต่เป็นหลักการที่ปรากฏชัดในศาสตร์พระราชา ซึ่งเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยไม่ทำลายรากเหง้าทางธรรมชาติและวัฒนธรรมของท้องถิ่น โครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 52 จัดขึ้น ณ จังหวัดนครราชสีมา โดยได้รับเกียรติจากนางรณิดา เหลืองฐิติสกุล รองผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี และมี นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับคณะผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งการจัดโครงการครั้งนี้ ต้องการที่จะส่งเสริมจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการน้อมนำแนวพระราชดำริมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะแนวทางการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ตามหลักนวัตกรรมศาสตร์พระราชา อันเป็นแนวคิดที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานไว้เป็นแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน ทางโครงการได้พาคณะเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลกทางธรรมชาติ และแหล่งโอโซน 1 ใน 7 ของโลก โดยได้ไปเยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย เพื่อศึกษาแนวทางการนำหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผู้เข้าร่วมได้ลงมือปฏิบัติในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากมูลช้าง ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดการเกิดของเสีย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้อาหารช้างและศึกษาพฤติกรรมของช้างไทยที่อยู่ในความดูแลของศูนย์ รวมทั้งการเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของสุนัข K9 ในการอนุรักษ์สัตว์ป่า จากนั้น คณะเดินทางเข้าสู่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาแผงม้า เพื่อศึกษาระบบนิเวศ และเรียนรู้การติดตามพฤติกรรมของสัตว์ป่าโดยไม่รบกวนวิถีชีวิตของพวกเขา กิจกรรมส่องกระทิงที่จัดขึ้นในครั้งนี้ นอกจากจะมุ่งเน้นการสังเกตธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังช่วยสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของพื้นที่อนุรักษ์ และการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่าอย่างยั่งยืนอีกด้วย นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศาสตร์พระราชาไม่เพียงเป็นแนวคิดเพื่อการพัฒนาประเทศในมิติเศรษฐกิจหรือเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ การจัดกิจกรรมในพื้นที่อนุรักษ์อย่างเขาใหญ่ทำให้เราได้เห็นถึงความสำคัญของการเรียนรู้จากธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า และวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ เราหวังว่าผู้เข้าร่วมทุกท่านจะสามารถน้อมนำแนวคิดเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระดับชุมชนและสังคมโดยรวม” การดำเนินโครงการในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากโรงเรียนปัญญาประทีป สถานศึกษาต้นแบบด้านการบูรณาการการเรียนรู้เชิงวิถีพุทธ โดยได้มาแบ่งปันความรู้ผ่านการบรรยายในหัวข้อ “โรงเรียนต้นแบบ วิถีธรรม วิถีพุทธ” ที่เน้นการสร้างสมดุลระหว่างสติปัญญาและจิตใจ โดย นายวิเชษฐ์ โพธิวิสุทธิ์วาที ผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้บรรยาย ได้อธิบายถึงกระบวนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติและวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อันสะท้อนหลักการของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างไม่เบียดเบียนและเคารพซึ่งกันและกัน นอกจากนี้ ทางโครงการยังจัดให้มีการสัมมนาและเวิร์กช็อปเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแบ่งปันความรู้ อาทิ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม ดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี และอาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม ที่ปรึกษาและอดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS…

Read More

นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต โดย “เมืองไทยสไมล์คลับ” เดินหน้าส่งมอบความสุขและรอยยิ้มให้สมาชิกเมืองไทย สไมล์คลับพร้อม มอบประสบการณ์ ช้อป กิน ฟิน ลุ้น แก่สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ เพียงใช้คะแนนสะสมเริ่มต้นที่ 1 Smile Point แลกรับสิทธิพิเศษจากกิจกรรมไฮไลท์ที่คัดสรรมาแบบครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์เพื่อให้ตอบโจทย์สมาชิกฯ ที่แม้ว่าจะมีคะแนนสะสม Smile Point น้อย แต่สามารถเลือกรับความสุขจากร้านค้าพันธมิตรชั้นนำพร้อมลุ้นรับรางวัลใหญ่ที่มีมูลค่ารวมกว่า 220,000 บาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ชื่นใจกับชาไทยแก้วโปรด Tuesday Smiley ชาตรามือ สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ใช้คะแนนสะสม 2 Smile Points แลกรับส่วนลด 20 บาท สำหรับซื้อเครื่องดื่ม ทุกเมนูที่ร้านชาตรามือ สาขาที่ร่วมรายการกว่า 170 สาขา กดรับสิทธิ์เฉพาะวันอังคารและเก็บโค้ด ไว้ใช้ได้ถึง 30 มิถุนายน 2568 จำกัด 2 สิทธิ์ /1 ท่าน / สัปดาห์ รวม 3,000 สิทธิ์ ตลอดโครงการ (สามารถใช้ได้ 1 รหัสส่วนลดต่อ 1 ใบเสร็จเท่านั้น) รับสิทธิ์ทางแอปพลิเคชัน MTL Click แสดง QR Code (รหัสรับสิทธิ์) ณ ร้านค้า ระยะเวลาการแลกสิทธิ์ : 1 เมษายน 2568 – 30 มิถุนายน 2568 อุ่นใจกับร้านยากรุงเทพทุกสาขา สมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับใช้คะแนนสะสม 1 Smile Point รับ E-Coupon 30 บาท เมื่อซื้อสินค้าครบ 300…

Read More

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ให้การต้อนรับ เต็งกู ดาโต๊ะ ศรี ซาฟรูล อับดุล อาซิส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุน การค้า และอุตสาหกรรม มาเลเซีย (ที่ 2 จากขวา) ในโอกาสที่ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ได้เป็นเจ้าภาพร่วมกับ MATRADE Bangkok หรือ สำนักงานการค้าภายใต้สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย จัดการประชุม ‘Roundtable Meeting with Captains of Industry in Thailand’ โดยมีผู้นำภาคอุตสาหกรรมไทยเข้าร่วมงานเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านการลงทุน สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำธุรกิจ ค้นหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ในโอกาสนี้ มีผู้บริหารจากกลุ่มซีไอเอ็มบีและซีไอเอ็มบี ไทย เข้าร่วมงาน ได้แก่ โนแวน อามิรูดิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มซีไอเอ็มบี (ที่ 2 จากซ้าย) วุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (ซ้าย) และ พอล วอง ชี คิน ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (ขวา) การจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนบทบาทของซีไอเอ็มบี ในฐานะตัวกลางสำคัญที่เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจทั่วอาเซียน พร้อมเดินหน้าสนับสนุนความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนไทย–มาเลเซีย เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในภูมิภาค นอกจากนี้ MATRADE Bangkok (สำนักงานการค้าภายใต้สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย) ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะเจ้าภาพร่วมในการประชุมโต๊ะกลมในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศมาเลเซียและประเทศไทย ความริเริ่มนี้สอดคล้องกับเป้าหมายภายใต้คณะกรรมการการค้าร่วม (JTC) ระหว่างสองประเทศที่จัดขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 ซึ่งมีเป้าหมายในการยกระดับมูลค่าการค้าทวิภาคีให้แตะระดับ 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2570 โดยการมีส่วนร่วมของ MATRADE Bangkok มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลักในอุตสาหกรรมจากทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสร้างโอกาสใหม่ในการเป็นหุ้นส่วนข้ามพรมแดน งานจัดขึ้นโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ…

Read More

บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงานฉลอง Bangkok Life Agency Annual Awards ประจำปี 2024 ภายใต้แนวคิด “Sustainability of Success” เพื่อเชิดชูเกียรติและแสดงความยินดีกับความสำเร็จของผู้รับรางวัล “เพชรน้ำเอก” รวมถึงผู้รับรางวัลคุณวุฒิสำคัญ และผู้พิชิตรางวัลอันทรงเกียรติ โดยมี ดร.ศิริ การเจริญดี ประธานกรรมการ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูง และนายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมแสดงความยินดี ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อเร็วๆนี้ กรุงเทพประกันชีวิต ใส่ใจและให้ความสำคัญกับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินทุกท่าน จึงได้จัดงาน Bangkok Life Agency Annual Awards เป็นประจำทุกปี เพื่อเชิดชูเกียรตินักขายที่ได้สร้างผลงานอันเป็นเลิศ ด้วยความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในตัวลูกค้า จนได้รับความไว้วางใจและสามารถบรรลุเป้าหมายด้วยรางวัลแห่งความสำเร็จ สร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินทุกคน โดยในงานคณะผู้บริหารระดับสูงได้ร่วมกันมอบรางวัลเชิดชูเกียรติแก่ตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินที่ประสบความสำเร็จในปีนี้จำนวนทั้งสิ้น 674 ท่าน รวมรางวัลทั้งสิ้น 997 รางวัล แบ่งเป็น 9 ประเภท ได้แก่ รางวัลเกียรติยศ เพชรน้ำเอก ประจำปี 2567 รางวัลถ้วยเกียรติยศท่านประธานกรรมการ รางวัลคุณวุฒิไตรมาส รางวัลเกียรติชนเรือนล้าน รางวัล TNQA/IQA, รางวัล MDRT Annual Meeting 2025, Maimi Beach, Florida, USA รางวัล Bangkok Life Agency Annual Trip 2024, Switzerland รางวัล Bangkok Life GAMA Challenge และ รางวัลคุณวุฒิสโมสรผู้นำ…

Read More

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTAM) ประสบความสำเร็จในระดับสากลอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเข้ารับ 3 รางวัลจากงาน Fund Selector Asia Awards 2025 จัดโดย Fund Selector Asia ซื่งเป็นสื่อชั้นนำที่ให้บริการข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับภาพรวมกองทุน บทวิจัย และบทวิเคราะห์แนวโน้มตลาดการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย โดยมีนางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลในงานเมื่อเร็วๆ นี้ สำหรับ 3 รางวัล ประกอบด้วย 1. รางวัล Fund Selector Asia, Thailand – Excellence in Service (ปีที่ 4 ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2022 – 2025 2. รางวัล Fund Selector Asia, Thailand – Equity House of the Year (เป็นปีที่ 3 ได้แก่ ปี 2025, 2024 และ 2022 3. รางวัล Fund Selector Asia, Thailand – Domestic Asset Manager of the Year (เป็นปีที่ 3 ได้แก่ ปี 2025, 2023 และ 2022) ทั้ง 3 รางวัลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพภายใต้การบริหารที่มุ่งมั่นและกลยุทธ์ที่ชัดเจน ด้วยแนวคิดการบริหารที่ผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์และความแม่นยำทางธุรกิจ รวมถึงความโดดเด่นในการบริหารจัดการกองทุนตราสารทุน และมาตรฐานการให้บริการที่โดดเด่นของ KTAM เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์และบทวิเคราะห์ต่างๆ…

Read More

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขการส่งออกไทยเดือนเมษายน 2568 ขยายตัวดีต่อเนื่องที่ 10.2%YoY แม้ชะลอลงจากไตรมาส 1/2568 ที่ขยายตัวสูงถึง 15.2%YoY โดยมีปัจจัยดังต่อไปนี้ (รูปที่ 1) การส่งออกไทยยังคงได้รับแรงหนุนจากการเร่งส่งออกสินค้า ท่ามกลางนโยบายการค้าสหรัฐฯ ที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยการส่งออกไทยไปตลาดสำคัญขยายตัวเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 สัดส่วนการส่งออกไทยไปสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 19.5% จาก 18.3% ในปีก่อนหน้า การส่งออกไทยถูกขับเคลื่อนด้วยการส่งออกสินค้าไม่กี่รายการ ประกอบด้วย 1) คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบรวม Hard disk drive 2) ICs และ 3) ทองคำไม่ขึ้นรูป ซึ่งหากหัก 3 รายการดังกล่าว การส่งออกไทยในเดือนเม.ย. ขยายตัวได้ไม่ถึง 1% โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมตามรอบวัฎจักรซึ่งคาดว่าได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มชะลอตัวในระยะข้างหน้า ขณะที่การส่งออกสินค้าเกษตรหดตัวที่ -19.6%YoY โดยมีปัจจัยฉุดรั้งจากการส่งออกผลไม้ที่หดตัวเป็นสำคัญ โดยเฉพาะทุเรียนสดที่มักหนุนการส่งออกในเดือนเม.ย. แต่ในปีนี้การส่งออกทุเรียนสดในเดือนเม.ย. 2568 กลับหดตัวที่ -43.5%YoY ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยด้านราคาที่ถูกกดดันจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นมากไม่สอดรับกับความต้องการบริโภค และมาตรการความปลอดภัยในการนำเข้าทุเรียนของจีนที่มีความเข้มงวด o การส่งออกไทยในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน คาดว่าจะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงแม้ยังอยู่ในช่วงที่สหรัฐฯ ระงับการปรับขึ้นภาษีนำเข้า 90 วัน ส่งผลให้การส่งออกไทยในไตรมาส 2/2568 คาดว่าจะขยายตัวไม่ถึง 10% ชะลอลงจากไตรมาสแรก สหรัฐฯ ระงับการขึ้นภาษีนำเข้าออกไป 90 วันอาจช่วยหนุนการส่งออกไทยได้เพียงระดับหนึ่ง เนื่องจากมีการเร่งส่งออกสินค้าไปค่อนข้างมากแล้วในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่สินค้าไทยเริ่มถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีพื้นฐาน (Baseline Tariff) ที่ 10% ตั้งแต่เดือนเม.ย. ที่ผ่านมาและการเจรจาระหว่างไทยและสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน ส่งผลให้ปริมาณเรือที่ออกจากท่าเรือไทยเริ่มลดลงหลังแตะระดับสูงสุดในเดือนพ.ค. (รูปที่ 2) อย่างไรก็ดี ข้อตกลงการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ ในช่วงต้นเดือนพ.ค. 2568 อาจช่วยหนุนให้การส่งออกสินค้าขั้นกลางของไทยไปจีนเร่งขึ้นมาอีกระลอกก่อนข้อตกลงลดภาษีระหว่างกัน 90 วันจะสิ้นสุดลง ผู้ส่งออกทางเรืออาจมีเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือนในการจัดส่งสินค้าให้ทันก่อนวันที่ 9 ก.ค. 2568 ที่อัตราภาษีตอบโต้ (reciprocal tariff) จะมีผลบังคับใช้…

Read More

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แถลงผลดำเนินงาน ปี 2567 ใช้งบฯ กว่า 511 ล้านบาท ขับเคลื่อนปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” ประกาศเป้าหมายเชิงรุกปี 2568 ต่อยอดปณิธาน พร้อมเปิดความคืบหน้าและวาระมหามงคลศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว พุทธสถานประวัติศาสตร์แห่งความศรัทธา มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำทีมคณะกรรมการมูลนิธิฯ จัดแถลงผลการดำเนินงานประจำปี พ.ศ. 2567 พร้อมเผยภารกิจปี 2568 เดินหน้าเชิงรุกตามปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” โดยมีหน่วยงานในเครือร่วมขับเคลื่อนปณิธาน ซึ่งงานแถลงข่าวในปีนี้ มูลนิธิฯ ได้เปิดเวทีให้ผู้บริหารหน่วยงานในเครือ ประกอบด้วย โรงพยาบาลหัวเฉียว คลินิกการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว (คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียว) และมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ร่วมแถลงผลการดำเนินงานเพื่อสังคม ภายในงาน ยังจัดให้มีจุดบริการตรวจรักษาโรคทั่วไป โดยหน่วยแพทย์สงเคราะห์ชุมชนมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รวมถึง ตรวจรักษาโรคโดยศาสตร์การแพทย์แผนจีน จาก คลินิกการแพทย์แผนจีนหัวเฉียวแก่ประชาชน โดยมีสื่อมวลชน ผู้มีอุปการคุณ แขกผู้มีเกียรติ ผู้มีจิตศรัทธา ภาคีเครือข่ายร่วมงาน ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ได้ถ่ายทอดสด [live] ผ่านเฟซบุ๊ค แฟนเพจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง[มูลนิธิ ป่อเต็กตึ๊ง / POH TECK TUNG FOUNDATION] เพื่อให้สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาได้ทราบและเชื่อมั่นว่า “ทุกบาท ทุกสตางค์ ที่ท่านบริจาค สามารถร่วม ช่วยชีวิต รักษาชีวิต และสร้างชีวิต นับล้านชีวิต” โดยมีผลการดำเนินงานของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเป็นที่ประจักษ์ นางศิริกุล โอภาสวงศ์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เผยว่า ในปี พ.ศ.2567 ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ ได้ใช้งบประมาณในการช่วยเหลือประชาชน กว่า 511 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีพ.ศ.2566 ซึ่งใช้งบประมาณราว 501 ล้านบาท โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น…

Read More

บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ผู้สนับสนุนหลักในการจัดงาน “วันหงส์แดงแห่งชาติ” Presented by กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต และผู้สนับสนุน เทสโต พร้อมด้วย Main Stand, The Stadium, เกมส์เอง และเบลล์ ขอบสนาม เนรมิตวันประวัติศาสตร์การฉลองแชมป์หงส์แดง เพื่อให้แฟน ๆ ได้ร่วมฉลองอย่างจุใจ กระทบไหล่ ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่ ตำนานหงส์แดง พร้อมอัดแน่นด้วยกิจกรรมมากมายที่จะทำให้แฟนหงส์แดง ร่วมจดจำวันสำคัญในครั้งนี้ไปพร้อมกัน ณ ศูนย์การค้า Centralworld ที่ได้เนรมิตลานกิจกรรมด้านหน้าให้เป็น “สนามแข่งของหงส์แดง” ในวันที่ 25 พฤษภาคม 2568 ตั้งแต่บ่ายยันค่ำ ชูถ้วยแชมป์ไปด้วยกัน ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก คุณต้น ณ ระนอง ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ดร.ขภัช นิมมานเหมินท์ ที่ปรึกษาผู้ว่าการการกีฬาแห่งแห่งประเทศไทย คุณปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. เปิดด้วยการแข่งขันฟุตซอล 5 คน Red Spirit Charity Match : หงส์แดงส่งใจสานฝัน นำโดย ยอห์น อาร์เน่ รีเซ่, เหล่าศิลปินดารา, นักเตะทีมชาติ, เยาวชนทีมชาติ และหงส์แดง ACADEMY พร้อมการบรรยายเกมสุดมัน วัตถุประสงค์สำคัญเกิดขึ้นจากหัวใจของแฟนหงส์แดงไม่ได้เล่นเพื่อชัยชนะในสนามเท่านั้น แต่ยังเล่นเพื่อ “โอกาส” ของคนอื่นด้วย เพื่อเปิดพื้นที่ให้แฟนหงส์แดงในไทย ได้มีส่วนร่วมกับภารกิจสําคัญ พร้อมการระดมทุนเพื่อสนับสนุนโครงการพัฒนากีฬาฟุตบอลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาสู่อาชีพ ดําเนินงานโดย สหพันธ์กีฬาฟุตบอลโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาภาคใต้ (IFC) นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบ จะถูกเนรมิตเสมือนบรรยากาศ ณ สนามแข่งของหงส์แดง มีการตกแต่งด้วยดีไซน์เสมือนจริง เพื่อให้ซึมซับถึงบรรยากาศอย่างเต็มที่ ตกแต่งด้วยวลีเด็ด ภาพกราฟิกที่งดงาม มีการเล่นดนตรีมินิสเตจแบบเปิดหมวก ถือเป็นจุดแลนด์มาร์กสำคัญที่ให้แฟนชาวไทยได้สัมผัสบรรยากาศ…

Read More

ไทยประกันชีวิต ผนึกพันธมิตร เอไซ (ประเทศไทย) มาร์เก็ตติ้ง ผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนายาชั้นนำของโลก ร่วมด้วยเนอร์สซิ่งโฮมชั้นนำ 16 แห่ง สร้าง Ecosystem ในการดูแลและให้บริการลูกค้ากลุ่ม Silver Age หรือกลุ่มผู้สูงอายุแบบครบวงจร ผ่านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต บริการ และสิทธิพิเศษ ภายใต้ผลิตภัณฑ์   “ไทยประกันชีวิต Health Fit Senior CI” มุ่งเตรียมความพร้อมให้คนไทยใช้ชีวิตสูงวัยแบบไร้กังวล นายเด่นพงษ์ เจษฎาวิริยะ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า ในปี 2567 ประเทศไทยมีจำนวนผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ประมาณ 14 ล้านคน หรือคิดเป็น 20% ของประชากรทั้งประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” (Hyper Aged Society) ซึ่งกลุ่ม Silver Age หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป เป็นกลุ่มที่มีความต้องการในการเตรียมความพร้อมเพื่อดูแลให้ครอบคลุมการใช้ชีวิต ทั้งด้านร่างกาย สุขอนามัย และจิตใจ เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่ต้องกังวัล และไม่เป็นภาระของครอบครัวในอนาคต ผนวกกับเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจ (Business Propose) ของไทยประกันชีวิตที่มุ่งเป็นทุกคำตอบของการประกันชีวิต การประกันสุขภาพ และการวางแผนทางการเงินส่วนบุคคล หรือ Life Solutions Provider ซึ่งไทยประกันชีวิตได้กำหนด Roadmap การดำเนินงานเพื่อให้บรรลุ Business Propose ดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ Transforming Tomorrow โดยบริษัทฯ Transform การดำเนินธุรกิจในทุกด้านมาตั้งแต่ปี 2565 จนปัจจุบันสามารถกำหนดกลยุทธ์และการดำเนินงานที่ชัดเจน พร้อมก้าวสู่ช่วงที่สองในการดำเนินธุรกิจที่เข้มแข็งและยั่งยืน หรือ Sustainable Tomorrow การเป็น Life Solutions Provider ของไทยประกันชีวิต ด้านหนึ่งจะเป็นการมุ่งสร้าง Ecosystem ในการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร ทั้งในด้าน Health – Wealth – Life เพื่อส่งมอบสุขภาพที่ดี  ชีวิตที่ดี และความมั่นคงมั่งคั่งให้กับลูกค้า บริษัทฯ จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและการบริการที่รองรับการเปลี่ยนแปลงทุกช่วงชีวิต (Life Stage) ทุกจังหวะชีวิต (Life Event) และทุกการใช้ชีวิต (Lifestyle) ดังนั้นเพื่อสร้างการดูแลในลักษณะ Ecosystem และเป็น Solutions ในการดูแลชีวิตและสุขภาพของกลุ่ม Silver Age หรือผู้สูงอายุ ไทยประกันชีวิตจึงได้ประสานความร่วมมือกับหลากหลายพันธมิตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และสิทธิพิเศษแบบครบวงจรให้กับกลุ่มผู้สูงอายุ ภายใต้ผลิตภัณฑ์ “ไทยประกันชีวิต Health Fit Senior CI” โดยพันธมิตรของบริษัทฯ ประกอบด้วย บริษัท เอไซ (ประเทศไทย) มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนายารักษาโรคอัลไซเมอร์และโรคระบบประสาท และผู้ประกอบธุรกิจเนอร์สซิ่งโฮมหรือโรงพยาบาลผู้สูงอายุชั้นนำ 16 แห่ง เพื่อมอบการดูแลแบบองค์รวมสำหรับลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ ไทยประกันชีวิต Health Fit Senior CI ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจคัดกรองภาวะสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ ไปจนถึงการรับบริการจากเนอร์สซิ่งโฮม โดยแบบประกันดังกล่าวจะมอบเงินผลประโยชน์เป็นรายเดือนระยะยาว สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการรับบริการจากเนอร์สซิ่งโฮมที่เป็นเครือข่ายพันธมิตรกับไทยประกันชีวิต ซึ่งสามารถเลือกแจ้งความประสงค์ให้บริษัทฯ จ่ายผลประโยชน์รายเดือนไปยังเนอร์สซิ่งโฮมภายใต้เครือข่ายพันธมิตรกับไทยประกันชีวิต เพื่อรับบริการ สำหรับรายละเอียดของ ไทยประกันชีวิต Health Fit Senior CI เป็นแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองชีวิต…

Read More