Author: staff

ในการประชุมผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (World Bank / IMF) ที่กรุงเทพฯ ที่เพิ่งจบไปไม่นานนั้น ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงพลังงาน ปัจจุบันเป็นประธานมูลนิธิสถาบันนโยบายยุทธศาสตร์ เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่ได้รับเชิญให้ไปบรรยายย้อนภาพการประชุมเมื่อ 35 ปีก่อน ด้วยวัย 88 ปีวันนี้ ดร. ณรงค์ชัย ยังแข็งแรง และมุมมองทางด้านเศรษฐกิจและธุรกิจประกันภัยยังแหลมคม คำถาม:  อยากให้อาจารย์เล่าถึงที่มาที่ได้ขึ้นไปกล่าวบนเวทีการประชุมร่วม World Bank และ IMF ล่าสุด ดร. ณรงค์ชัย: ทางธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง เขาหารือกันว่าอยากหาบุคคลที่สามารถย้อนอดีตไปถึงการประชุมเมื่อปี 1991 (พ.ศ. 2534) ได้ ซึ่งคนที่เคยร่วมงานในตอนนั้นและยังมีชีวิตอยู่ ยังพูดคุยได้ เหลือผมเพียงคนเดียว ในอดีตสมัยรัฐบาลคุณอานันท์ ปันยารชุน ท่านอาจารย์สุธี สิงห์เสน่ห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มอบหมายให้ผมช่วยดูแลเรื่องโครงสร้างภาษีเพื่อรองรับการเปิดเสรีและการพัฒนาอุตสาหกรรม เมื่อมีการประชุมธนาคารโลกปี 1991 อาจารย์สุธีเป็นแม่งานและมักชวนผมไปนั่งคุยด้วย ในการประชุมครั้งล่าสุดนี้ ทาง World Bank และ IMF เลือกมาจัดที่ประเทศไทย ซึ่งผมมองว่า 35 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอาจยังไม่ได้เติบโตจนสมหวังตามที่เขาเคยคาดหวังไว้เมื่อปี 1991 ที่เคยยกย่องให้ไทยเป็น “เสือตัวที่ 5” ปัจจุบันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของเราอยู่ที่ประมาณ 2% เท่านั้น ทาง World Bank และ IMF จึงมาประชุมและให้คำเตือนที่สำคัญหลายประการแก่ประเทศไทย คำถาม: ความกังวลหรือคำเตือนที่ WB/IMF ที่มีต่อเศรษฐกิจไทยมีอะไรบ้าง ดร. ณรงค์ชัย: คำเตือนพื้นฐานข้อแรกเลยคือ ประเทศไทยต้องบริหารจัดการเรื่อง AI ให้ได้ ซึ่งผมนำมาตีความว่า AI เป็นส่วนสำคัญของสิ่งที่เราเรียกว่า Digital Revolution (DX)  ที่ผ่านมาอินเทอร์เน็ตพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีทั้งบรอดแบนด์ คริปโตเคอร์เรนซี และโทเคน ซึ่งปฏิวัติการทำธุรกิจและธุรกรรมไปมาก แต่ AI เข้ามาเป็นตัวเสริม (Enforce) ที่ทำให้ทุกอย่างเร็วขึ้น…

Read More

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย รับรางวัล CEO ยอดเยี่ยม (BEST CEO) ประเภทกลุ่มธนาคาร เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมด้วยนางสาวศันสนา สุขะนันท์ (ซ้าย) รองผู้จัดการใหญ่ รับรางวัล CFO ยอดเยี่ยม (Best CFO) ประเภทกลุ่มธนาคาร นอกจากนั้น ธนาคารยังได้รับรางวัลนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม (BEST IR) ประเภทกลุ่มธนาคาร ในงาน IAA Awards for Listed Companies 2026 จัดโดยสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) จากการประเมินและลงคะแนนโดยนักวิเคราะห์ ผู้จัดการกองทุน และคณะกรรมการของสมาคมฯ เพื่อยกย่องผู้บริหารและบุคลากรของบริษัทจดทะเบียนที่มีผลงานโดดเด่น มีวิสัยทัศน์ในการบริหารองค์กร และสามารถสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผู้ถือหุ้น ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนศักยภาพและความแข็งแกร่งของธนาคารกสิกรไทยในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักการธนาคารแห่งความยั่งยืน ผ่านยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ที่มุ่งยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาตลาดทุนไทยและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน โดยมีนายไพบูลย์ นลินทรางกูร นายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน เป็นผู้มอบรางวัล ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท วานนี้ (21 ตุลาคม 2569)

Read More

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางสาวปนัดดา ชุติโกมล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกิจการองค์กร ให้การต้อนรับ นางสาวโซเฟียร์ สทอตต์ ผู้ได้รับตำแหน่งนางสาวถิ่นไทยงาม ประจำปี 2569 พร้อมด้วยรองนางสาวถิ่นไทยงามทั้ง 3 ได้แก่ นางสาวศศิ สุริยจันทราทอง นางสาวอภิสรา โปสู่ และนางสาวกนกพร พยุงวงษ์ ในโอกาสเดินทางเข้าพบเพื่อแสดงความขอบคุณที่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้การสนับสนุนการจัดประกวดในปีนี้ โดยบรรยากาศการต้อนรับเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ณ อาคารทิพยประกันภัย สำนักงานใหญ่ ถนนพระราม 3

Read More

ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และ MIT Hacking Medicine สนับสนุนการจัดงาน Siriraj x MIT Hacking Medicine 2026 ภายใต้แนวคิด “Agentic Healthcare: From Models to Trustworthy Medicine” มุ่งส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทางการแพทย์อย่างปลอดภัยและเชื่อถือได้ พร้อมเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาคการแพทย์ เทคโนโลยี ธุรกิจ และการเงิน ร่วมสร้างระบบนิเวศสุขภาพดิจิทัล เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ในโอกาสนี้ ธนาคารกรุงไทย ได้มอบเงินสนับสนุนจำนวน 1,200,000 บาท แก่โครงการ Siriraj x MIT Hacking Medicine โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์กีรติ เจริญชลวานิช คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม AI ด้านสุขภาพและต่อยอดสู่การใช้งานจริง พร้อมนี้นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ได้เข้าร่วมเป็นกรรมการตัดสินกิจกรรม Hackathon สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อแก้ไขโจทย์สุขภาพ เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือดและโรคมะเร็ง นอกจากนี้ ผู้บริหารธนาคารได้เข้าร่วมงานประชุมวิชาการ Healthcare Innovation Conference เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาระบบนิเวศสุขภาพในยุค AI และบทบาทของภาคการเงินในการสนับสนุนการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในระบบสุขภาพ สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนา Krungthai Healthcare Ecosystem ของธนาคาร เพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้สะดวกและทั่วถึง โดยมี “กระเป๋าสุขภาพ” บนแอปฯ เป๋าตัง หนึ่งในบริการสำคัญที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลสิทธิและบริการด้านสุขภาพ โดยปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 3 ล้านราย ช่วยสนับสนุนให้คนไทย “ก้าวสู่สิทธิสุขภาพดี ง่ายในที่เดียว” กรุงไทยพร้อมสานต่อความร่วมมือกับศิริราชและพันธมิตร ส่งเสริมการนำ AI และนวัตกรรมมาสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการแพทย์และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างทั่วถึงและยั่งยืน ตอกย้ำแนวคิด “60 ปี กรุงไทย ทุกก้าว เพื่อล้านอนาคต” ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด…

Read More

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ปี 2569 ได้รับแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การฟื้นตัวยังคงไม่กระจายตัวทั่วถึง (K-Shaped Recovery) โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับวัฏจักร AI (Artificial Intelligence) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการลงทุนในกลุ่มเศรษฐกิจดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ และภาคครัวเรือนยังเผชิญข้อจำกัดจากค่าครองชีพและภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 คาดว่ามาตรการกระตุ้นการบริโภคต่อเนื่องของภาครัฐอาจช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้บางส่วน อย่างไรก็ดี ผลบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2569 ยังมีจำกัด เนื่องจากภาครัฐมีข้อจำกัดด้านงบประมาณมากขึ้น ส่งผลให้การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมทำได้จำกัดกว่าช่วงที่ผ่านมา ขณะที่กำลังซื้อของภาคครัวเรือนยังมีความเปราะบางและเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากผลกระทบจากน้ำท่วม ประกอบกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยังส่งผลกระทบให้ราคาพลังงานในตลาดโลกและต้นทุนการผลิตในส่วนอื่นทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 3+1 และ Productivity ควบคู่กับกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ด้วยการให้ความสำคัญกับการเป็นธนาคารที่ให้ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจต่อลูกค้า และพร้อมเคียงข้างเพื่อก้าวผ่านความท้าทายภายใต้บริบททางเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง โดยธนาคารยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ตลอดจนสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างสมดุล ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย และสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 3 ปี 2569 เปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2569 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารจำนวน 12,720 ล้านบาท ลดลงจำนวน 527 ล้านบาท หรือ 3.98% ส่วนหนึ่งเกิดจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินที่ลดลงจากภาวะตลาดที่มีความผันผวน และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่มีจำนวน 9,841 ล้านบาท ลดลงจำนวน 550 ล้านบาท หรือ 5.29% เกิดจากภาวะตลาดในไตรมาสนี้ และการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานใหม่ของการเก็บค่าธรรมเนียม ในขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 31,602 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ มีจำนวน 19,892 ล้านบาท ลดลงจำนวน 858 ล้านบาท หรือ 4.14% สะท้อนผลจากการดำเนินการตามกลยุทธ์การบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ 41.75%…

Read More

ธนาคารกรุงไทย กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 จำนวน 12,582 ล้านบาท จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของสินเชื่อและธุรกิจ Wealth บริหารค่าใช้จ่ายและคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบ รักษา Coverage Ratio ระดับสูง เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ ยึดลูกค้าและพนักงานเป็นศูนย์กลาง เสริมแกร่งการบริหารเงินทุน พร้อมสนับสนุนลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ รองรับการเติบโตยั่งยืน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ยังคงขยายตัวไม่ทั่วถึงในลักษณะ K-shape โดย K-shape ขาขึ้นกระจุกตัวในภาคการส่งออกและการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และ Data Center ขณะที่ผลบวกยังส่งผ่านไปยังภาคการผลิต การจ้างงาน และกำลังซื้อในประเทศได้จำกัด ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง เพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุน ภาคธุรกิจและค่าครองชีพของประชาชน ประกอบกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบ K-shape ขาล่าง โดยเฉพาะข้อจำกัดในการปรับตัวของผู้ประกอบการ SMEs และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสะท้อนผ่านสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบช่วงปลายเดือนกันยายน ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ธนาคารจึงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ และเดินหน้าดูแลช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกตามกลุ่มเป้าหมายและฟื้นฟูศักยภาพทางการเงินอย่างสมดุล และการสนับสนุนมาตรการภาครัฐ อาทิ โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” “SMEs Credit Boost” และ “SMEs Secure Plus” เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุน พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสนับสนุนการฟื้นตัวของประชาชนและผู้ประกอบการ ควบคู่กับการสนับสนุนการลงทุนและการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยตามแนวทาง Reinvent Thailand เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน ผลการดำเนินงานไตรมาส 3/2569 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 12,582 ล้านบาท สินเชื่อขยายตัวร้อยละ 10 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แรงหนุนหลักจากสินเชื่อรายย่อย สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ และสินเชื่อภาครัฐ สอดคล้องกับการบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่ออย่างระมัดระวัง บริหารคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบ มี NPL อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ร้อยละ 2.93 รักษา Coverage Ratio ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ…

Read More

นางสาวนารีมาลย์ เจียงประดิษฐ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เป็นผู้แทน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รับรางวัล HOWE Smart CEO Award จากนิตยสาร HOWE ในงาน HOWE Awards 2026 ครั้งที่ 14 ซึ่งเป็นรางวัลเชิดชูเกียรติผู้นำองค์กรชั้นนำของประเทศ ที่มีผลงานโดดเด่น ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยคุณสมบัติ ความเป็นผู้นำ มีวิสัยทัศน์ มีความสามารถในการบริหารงาน มีจริยธรรมและบรรษัทภิบาลในการดำเนินธุรกิจ ผสมกับการใช้แนวคิดแบบผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้าง นวัตกรรม และการทำธุรกิจแบบยั่งยืน รางวัลดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์การนำองค์กรของ BAM ภายใต้แนวคิด “AMC ที่มีความเป็นมนุษย์” ที่มองไกลกว่าการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) และทรัพย์สินรอการขาย (NPA) สู่บทบาท “โรงพยาบาลแก้หนี้” ที่มุ่งเยียวยาปัญหาทางการเงิน คืนโอกาสให้ผู้คนกลับมาตั้งหลัก เปลี่ยนสินทรัพย์ให้กลับมาสร้างคุณค่า และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

Read More

บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ตอกย้ำศักยภาพการเป็น โฮลดิ้งคอมพานี ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ด้วยนโยบายการดำเนินธุรกิจอย่างระมัดระวัง การบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ และการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน ควบคู่กับการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง และการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น (Capital Gain) พร้อมเดินหน้าต่อยอดศักยภาพของธุรกิจในกลุ่มธนชาต และแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ที่เหมาะสม นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP กล่าวว่า “บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมและยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น โดยมุ่งรักษาสมดุลระหว่างการจ่ายเงินปันผล การบริหารเงินทุน และการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต โดยเชื่อว่าการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง มีวินัยในการลงทุน และให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว” ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานด้านการจ่ายเงินปันผลของ TCAP ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความสามารถในการรักษาผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นในปี 2564 จำนวน 3.00 บาท ปี 2565 จำนวน 3.10 บาท ปี 2566 จำนวน 3.20 บาท ปี 2567 จำนวน 3.30 บาท และปี 2568 จำนวน 3.50 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ คิดเป็นเงินปันผลรวม 16.10 บาทต่อหุ้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา นอกจากผลตอบแทนจากเงินปันผลแล้ว ราคาหุ้น TCAP ยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากส่วนต่างราคาในช่วงที่ตลาดและปัจจัยพื้นฐานเอื้ออำนวย โดยข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยระบุว่า ราคาหุ้น ณ สิ้นปี 2567 อยู่ที่ 50.50 บาทต่อหุ้น ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 58.25 บาทต่อหุ้น ณ สิ้นปี 2568 และอยู่ที่ 81.50 บาทต่อหุ้น ณ วันที่ 19…

Read More

ธนาคารกสิกรไทยเดินหน้ารุกเทศกาลท่องเที่ยวปลายปี ยกระดับบริการชำระเงินต่างประเทศให้ครอบคลุมทุกช่วงการเดินทาง ก้าวสู่บทบาท “Travel Companion” หรือเพื่อนเดินทางของนักท่องเที่ยวทุกกลุ่มทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพิ่มความสะดวกให้การใช้จ่ายตลอดทริปเป็นเรื่องง่าย เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ราบรื่นมากขึ้น ทั้งการจ่ายเงินสดหรือสแกนจ่าย โดยคนไทยที่ไปเที่ยวต่างประเทศสามารถใช้บริการแลกเงินเรทถูก ที่บูธแลกเงินกสิกรไทย หรือใช้ K PLUS สแกนจ่ายได้มากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก และล่าสุดเปิดบริการสั่งอาหารและเครื่องดื่มในประเทศจีนผ่าน K PLUS รวมถึงมอบสิทธิประโยชน์และโปรโมชันพิเศษให้แก่ผู้ใช้บริการ โดยสามารถเข้าถึงข้อเสนอพิเศษต่างๆ จากร้านค้าได้ เช่น คูปองส่วนลด และโปรโมชันจากร้านค้าพันธมิตรในต่างประเทศที่อยู่ภายใต้เครือข่าย Alipay/ Alipay+ ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ธนาคารนำเสนอบริการ TAGTHAi Easy Pay Wallet powered by KBank เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้จ่ายผ่าน Thai QR ได้ทั่วประเทศ พร้อมบริการแลกเงิน เติมเงิน และถอนเงินสดแบบไม่ใช้บัตร ช่วยให้นักท่องเที่ยวบริหารจัดการค่าใช้จ่ายระหว่างการเดินทางได้อย่างคล่องตัว ดร.เกษชญง สกาวรัตนานนท์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางระหว่างประเทศจำนวนมาก โดยพฤติกรรมการใช้จ่ายของนักเดินทางก็มีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ ความเหมาะสมกับบริบทของประเทศที่เดินทางไป อย่างในประเทศจีน ไทย และประเทศในแถบอาเซียน นิยมใช้การสแกนจ่ายผ่าน QR เป็นหลัก ขณะเดียวกันการใช้เงินสดก็ยังมีความจำเป็นสำหรับร้านค้าและบริการบางประเภท รวมถึงบางประเทศก็ยังนิยมใช้เงินสดในการชำระเงินอยู่ ซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่นักท่องเที่ยวทุกคนคาดหวังไม่ใช่แค่การชำระเงินสำเร็จ แต่ต้องการความง่าย รวดเร็ว และปลอดภัยตลอดทริป ด้วยเหตุนี้ ธนาคารกสิกรไทยจึงยกระดับบริการชำระเงินต่างประเทศ ก้าวสู่บทบาท Travel Companion ที่ทำให้ทุกการใช้จ่ายระหว่างการเดินทางสะดวก มั่นใจ และคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้เวลากับประสบการณ์ท่องเที่ยวได้อย่างเต็มที่ ไร้กังวลเรื่องการใช้จ่าย ตอบโจทย์ทั้งคนไทยที่เที่ยวต่างประเทศ และชาวต่างชาติที่มาเที่ยวไทย และล่าสุดธนาคารพัฒนาบริการที่มากกว่าการชำระเงิน ด้วยการเปิดบริการสั่งอาหารและเครื่องดื่มในประเทศจีนผ่าน K PLUS ที่ช่วยเติมเต็มไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยจะได้รับความสะดวก และคุ้มค่าตั้งแต่การแลกเงินตราต่างประเทศก่อนการเดินทาง ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเรทถูก ที่มอบให้ทั้งลูกค้าที่สแกนแลกเงินผ่าน K PLUS และชำระผ่านบัตรเครดิตกสิกรไทย โดยลูกค้าที่สแกนแลกเงิน ณ บูธแลกเงินธนาคารกสิกรไทยทั่วประเทศผ่าน K PLUS ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน…

Read More

ทีทีบี รายงานกำไรสุทธิ 5,457 ล้านบาท ในไตรมาส 3 รวม 9 เดือน ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 16,139 ล้านบาท ด้านอัตราส่วนหนี้เสียลดลงมาอยู่ที่ 2.88% ขณะที่ Coverage Ratio เพิ่มเป็น 159% สะท้อนความแข็งแกร่งในด้านคุณภาพสินทรัพย์และการรองรับความเสี่ยง พร้อมเดินหน้าให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยผ่านโครงการ ‘ตั้งหลัก’ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ ทีทีบี และบริษัทย่อย รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3 ที่ 5,457 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิงวด 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 16,139 ล้านบาท ด้านคุณภาพสินทรัพย์ควบคุมได้ดี อัตราส่วนหนี้เสียลดลงมาอยู่ที่ 2.88% ทั้งนี้ แม้ประเมินว่าผลกระทบจากอุทกภัยครั้งล่าสุดจะอยู่ในระดับจำกัด แต่เพื่อความรอบคอบจึงยังคงตั้งสำรองฯ เพิ่มเติม หนุนให้ Coverage Ratio เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 159% พร้อมเดินหน้าช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มที่ได้รับผลกระทบผ่านโครงการ ‘ตั้งหลัก’ นายปิติ ตัณฑเกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีทีบี เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2569 ถือว่าเป็นไปตามเป้าหมาย โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ได้สะท้อนให้เห็นถึงความคืบหน้าใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การรักษาแนวโน้มผลประกอบการ การดูแลคุณภาพสินทรัพย์และลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม และการสร้างการเติบโตด้านรายได้ในระยะยาว ‘รักษาแนวโน้มผลประกอบการได้ตามเป้าหมาย’ ธนาคารยังคงเน้นย้ำการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ และลดผลกระทบจากภาวะอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำโดยเน้นขยายสินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูง พร้อมกับบริหารต้นทุนทางการเงินให้สอดคล้องกัน ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ค่อย ๆ ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 2 ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรองฯ รอบ 9 เดือน ปี 2569 อยู่ที่ 27,524 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 27,476 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ‘คุณภาพสินทรัพย์มีเสถียรภาพ’…

Read More