Author: staff

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ. ยูโอบี เสนอทางเลือกการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนอกตลาด ผ่าน “กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อินฟราสตรัคเจอร์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (UPINFRA-UI)” เพื่อนำเสนอทางเลือกให้แก่กลุ่มผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษที่มองหาโอกาสลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานนอกตลาด เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 1-18 กรกฎาคม 2568 นางสาวรัชดา ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บลจ. ยูโอบี เปิดเผยว่า ‘ภาพรวมการลงทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกได้รับความสนใจเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองและประชากรโลกที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 1,000 ล้านคนภายในปี 2583 ซึ่งจะสนับสนุนการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานนอกตลาดอีกทั้งเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนต่ำและมีแนวโน้มสร้างอัตราผลตอบแทนเทียบกับความผันผวนด้านราคาได้ดี และเป็นสินทรัพย์ที่เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว พร้อมกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน บลจ. ยูโอบี จึงได้คัดสรรทางเลือกการลงทุนและร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญในระดับสากล EQT Fund Management S.à r.l. เพื่อนำเสนอ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อินฟราสตรัคเจอร์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (UPINFRA-UI)’ กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ไพรเวท อินฟราสตรัคเจอร์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (UPINFRA-UI) ระดับความเสี่ยง 8+ (เสี่ยงสูงมากอย่างมีนัยสำคัญ) ซึ่งเป็นกองทุนรวมสำหรับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษเท่านั้น ยอดเงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก 500,000 บาท และไม่กำหนดสำหรับการสั่งซื้อครั้งถัดไป เป็นกองทุนรวมประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ EQT Nexus Fund SICAV – ENIF (Class I EUR-Z) (“กองทุนหลัก”) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมีการลงทุนทั้งทางตรงและทางอ้อมในสินทรัพย์ประเภทสินทรัพย์นอกตลาด (Private Asset) ที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ กองทุนหลักมุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความเสี่ยง และการเติบโตของเงินทุนในระยะกลางถึงระยะยาวสำหรับนักลงทุน โดยจัดสรรการลงทุนในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึง (1) การลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน EQT และในบางกรณีสามารถลงทุนในตลาดรอง (Secondary market) เพื่อเข้าไปถือครองผลประโยชน์ที่มีอยู่ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของ…

Read More

ไทยประกันชีวิต ตอกย้ำการเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจ เปิดตัวแคมเปญ “ทำโซเชียลให้มีความหมาย” เชิญชวน Content Creator ร่วมเปลี่ยนโลกออนไลน์ จุดประกายการสร้างสรรค์คอนเทนต์สะท้อนคุณค่าของชีวิตและคุณค่าของความรักในแบบของตัวเอง พร้อมจับมือ Tellscore เฟ้นหา Creator ฝีมือดี ชิงรางวัล Best Meaningful Content by Thai Life Insurance จากเวที Thailand Influencer Awards 2025 นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI เปิดเผยว่า ไทยประกันชีวิตนับเป็นผู้บุกเบิกการสร้างแบรนด์ผ่านภาพยนตร์โฆษณา ภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของชีวิตและคุณค่าของความรัก (Value of Life, Value of Love) ซึ่งสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแบรนด์ หรือ Brand Purpose ในการเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคม ผ่านการนำเสนอเนื้อหาในลักษณะที่เข้าถึงใจผู้ชม หรือ Emotional Approach จนทำให้ภาพยนตร์โฆษณาไทยประกันชีวิตกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการจดจำ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแบรนด์ไทยประกันชีวิตได้ทำหน้าที่เป็น Content Creator สร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาที่สะท้อนคุณค่าชีวิตและคุณค่าความรักในหลากหลายมิติมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่าในปัจจุบันโซเชียลมีเดียมีบทบาทสำคัญในการใช้ชีวิตของทุกคน ไทยประกันชีวิตจึงต้องการปรับเปลี่ยนแนวทางของแคมเปญโฆษณา เพื่อให้สอดคล้องกับ Media Landscape ที่เปลี่ยนแปลงไป และสอดคล้องกับการเปิดรับสื่อของผู้คนที่มีความหลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันจะพบว่าคอนเทนต์ที่อยู่ในโซเชียลมีเดียหลายครั้งเป็น Toxic Content ซึ่งกลายเป็นสิ่งชี้นำและส่งผลให้คนในสังคมใช้ชีวิตในทางที่ผิด เราจึงต้องการสร้างคอนเทนต์ที่ดีเพื่อเปลี่ยนโลกโซเชียลให้มีความหมายมากขึ้น ไทยประกันชีวิตจึงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และแนวทางของแคมเปญโฆษณาในปี 2568 จากเดิมที่แบรนด์เป็นผู้ผลิตเนื้อหาจากอินไซต์ของคน ถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์โฆษณา มาเป็นการเปิดพื้นที่และเปิดโอกาสให้คนในสังคมกลายเป็น Content Creator หรือผู้สร้างสรรค์เนื้อหาที่มีคุณค่าด้วยตัวเอง เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่มีความหมายในหลากหลายมุมมอง ในลักษณะ “Co-Create With Culture Creators” ผ่านแคมเปญ “ทำโซเชียลให้มีความหมาย” แคมเปญเริ่มด้วยการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา “รอยสักของแม่” ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ผ่าน โซเชียลมีเดียของบริษัทฯ พร้อมเชิญชวนให้คนทั่วไปสร้างสรรค์เรื่องราวดีๆ ในรูปแบบวิดีโอที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดียของตนเอง ติดแฮชแท็ก #ทำโซเชียลให้มีความหมาย…

Read More

ภาคธุรกิจประกันชีวิต โดย สมาคมประกันชีวิตไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) บริษัทประกันชีวิต และสื่อมวลชนสายประกันภัย ร่วมจัดกิจกรรม “LIFE INSURANCE SPORT DAY : FOOTBALL TOURNAMENT” ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอล 7 คน เชื่อมความสัมพันธ์ธุรกิจประกันชีวิต เพื่อส่งเสริมให้พนักงานของบริษัทประกันชีวิตได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พร้อมทั้งสร้างความสามัคคี ระหว่างสำนักงาน คปภ. บริษัทประกันชีวิต สมาคมประกันชีวิตไทย รวมถึงสื่อมวลชนสายประกันภัย โดยมี นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงาน คปภ. และนางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมพิธีเปิดงาน นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษเปิดการแข่งขันระหว่าง ผู้บริหารสำนักงาน คปภ. และ ผู้บริหารสมาคมประกันชีวิตไทยที่ผนึกกำลังกับสื่อมวลชนสายประกันภัย กิจกรรมดังกล่าวมุ่งเน้นการส่งเสริมการเล่นกีฬาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้มีความแข็งแรง อีกทั้งยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์ สร้างความสามัคคี มีน้ำใจนักกีฬา ระหว่างบุคลากรของธุรกิจประกันชีวิต ผ่านกิจกรรมแข่งขันฟุตบอลในบรรยากาศที่เป็นกันเอง เปิดโอกาสให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนได้พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนอกเหนือจากบริบททางธุรกิจ ส่วนผลการแข่งขัน รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ บริษัท อาคเนย์ ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงความร่วมมือและความผูกพัน อันแน่นแฟ้นของภาคธุรกิจประกันชีวิต ที่ผู้เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จะได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับไป และยังเป็นการขยายเครือข่ายความสัมพันธ์ภายในอุตสาหกรรมให้แข็งแกร่ง ก้าวหน้า และเดินหน้าสู่อนาคตร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

Read More

มื้อนี้ K เลย กับบัตรเครดิตกสิกรไทย ชวนสายกิน “ปักหมุดกิน ฟินยกย่าน” อร่อยคุ้มย่านดังอารีย์ – ทรงวาด รับส่วนลดสูงสุด 25% สายกิน ปักหมุดความอร่อยกันได้เลย! บัตรเครดิตกสิกรไทย เสิร์ฟความอร่อยคุ้มต่อเนื่องกับแคมเปญ “มื้อนี้ K เลย” คราวนี้มาในคอนเซ็ปต์ “ปักหมุดกิน ฟินยกย่าน” ชวนอร่อยยกย่านแฮงเอาต์สุดฮิป ได้แก่ อารีย์และทรงวาด เติมสีสันให้กับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองที่ชื่นชอบการออกไปค้นหาประสบการณ์ความอร่อยรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะในย่านที่มีเอกลักษณ์และเต็มไปด้วยร้านอาหารหลากหลายสไตล์ คาเฟ่ บุฟเฟ่ต์ ไฟน์ไดนิ่ง เป็นต้น นางสาวผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย นำทีมยกขบวนความอร่อยคุ้ม “ปักหมุดกิน ฟินยกย่าน” กับบัตรเครดิตกสิกรไทย จัดเต็มโปรโมชันย่านแรกที่ “อารีย์” แหล่งฮิปชิลล์ที่ใครๆ ก็มาเช็กอิน พร้อมด้วยศิลปินชื่อดัง กองทัพ พีค มาร่วมสร้างสีสัน เสิร์ฟความอร่อยร้านดัง ชวนเพื่อนมาอิ่มฟินคุ้มไปได้อีกกับบัตรเครดิตกสิกรไทยร้านดังที่ย่านอารีย์ และมาร์เก็ตเพลส ลา วิลล่า อารีย์ ครบทุกมู้ด ฟินได้หลากหลายสไตล์ ทั้งร้านอาหารไทย ร้านอาหารญี่ปุ่น หรือฟีลบรันช์สบาย คาเฟ่สายชิลล์ และบาร์สุดชิค โดยลูกค้าบัตรเครดิตกสิกรไทย รับโปรโมชันและสิทธิพิเศษได้ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 • รับส่วนลดสูงสุด 25%* หรือรับฟรี!! จานพิเศษ เพียงใช้จ่ายด้วยบัตรเครดิตกสิกรไทยกับร้านอาหาร คาเฟ่ ขนม ที่ร่วมรายการ – ปักหมุดร้านอร่อยที่ “โซนอารีย์” ที่ต้องไปโดน! ได้แก่ ชอุ่ม / บ้านสะใภ้ใต้ (อารีย์) / อย่างเก่าก่อน / อองตอง ข้าวซอย / เหลา เหลา / แซ่บอีลี่ / Bar Storia…

Read More

​KBTG Techtopia ปี 3 กลับมาเขย่าโลกเทคโนโลยีอีกครั้ง โดยมาในธีม At World’s Beginning เมื่อโลกใบเดิมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เชิญชวนผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีงานประชุมด้านเทคโนโลยีระดับนานาชาติ ที่รวมตัวผู้ทรงอิทธิพลและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำกว่า 80 คนจากทั่วโลก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทรงพลังที่สุดแห่งปี เตรียมพบกัน 2 กันยายนนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรร่วมงานได้ที่ https://www.zipeventapp.com/e/kbtg-techtopia-2025 ​นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า จากงาน KBTG Techtopia สองปีที่ผ่านมาได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 2,500 คนในปี 2567 และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 70 ท่านจากทั่วโลก แต่ด้วยวิกฤตในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมรสุมภูมิรัฐศาสตร์ พิษเศรษฐกิจ สงครามภาษี ปัญหาด้านสาธารณสุขและการแพทย์ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไปจนถึงภัยธรรมชาติที่นับวันยิ่งใกล้ตัว ล้วนเป็นเสียงเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันก็มีเทคโนโลยีเกิดใหม่มากมาย โดยเฉพาะ AI ที่มีการแข่งขันอย่างสูสีและการพัฒนาแบบก้าวกระโดด หลายครั้งคนในวงการเองยังวิ่งตามเทรนด์ไม่ทัน ไม่รู้ว่าจุดโฟกัสอยู่ตรงไหน ก่อให้เกิดคำถามต่างๆ ตามมามากมาย รวมถึงผลกระทบในแง่บวกและลบต่อชีวิตและสังคมในวงกว้าง ด้วยเหตุนี้ KBTG จึงเล็งเห็นความสำคัญในการจัดงาน KBTG Techtopia ปีที่สาม ในธีม At World’s Beginning เมื่อโลกใบเดิมไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ชวนทุกคนหันกลับมามองจุดเริ่มต้น สำรวจปัญหาและทรัพยากรโลก กับการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยี ภายในงานจะได้พบกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 80 คนที่จะมาแชร์ความรู้และโชว์เทคโนโลยีเพื่อมนุษยชาติ (Technology for Humanity) พร้อมกับมุมมองและแนวทางแก้ปัญหาที่จับต้องได้ ปลุกการตื่นรู้สู่การเปิดใจ ปรับตัว และขับเคลื่อนให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่นำโดยคนและทำเพื่อคนอย่างแท้จริง ​พลาดไม่ได้! กับไฮไลท์สุดพิเศษในงาน: • กระทบไหล่ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกกว่า 80 ท่าน! พบกับ Danielle Wood หัวหน้าหน่วยวิจัย Space Enabled และ ดร.พัทน์ ภัทรนุธาพร นักวิจัย AI ดาวรุ่งจาก…

Read More

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารประสบความสำเร็จได้รับรางวัลระดับเอเชีย Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2025 สาขา Social Empowerment จาก MyMo Secure Plus นวัตกรรมความปลอดภัยบน Mobile Banking ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากภัยไซเบอร์ให้ลูกค้า บูรณาการร่วมกับ แคมเปญเตือนภัยมิจฉาชีพ เพื่อสื่อสารสร้างการรับรู้และเสริมภูมิคุ้มกันภัยทางการเงิน พร้อมกันนี้ ธนาคารออมสินยังได้รับรางวัลเกียรติคุณ Silver Emblem of Sustainability ในฐานะองค์กรที่มีความโดดเด่นและมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนในทุกมิติจนได้รับรางวัล AREA มาแล้ว 5 ปี จาก Enterprise Asia องค์กรพัฒนาเอกชนชั้นนำที่ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการที่มีความรับผิดชอบในเอเชีย เพื่อเชิดชูและให้เกียรติองค์กรธุรกิจที่มีการดำเนินงานตามแนวทาง ESG และเป็นต้นแบบองค์กรชั้นนำในภูมิภาคเอเชียที่ขับเคลื่อนองค์กรสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ธนาคารออมสินถือเป็นธนาคารแรกที่พัฒนาโหมดปลอดมิจฉาชีพ ภายใต้ชื่อ MyMo Secure Plus เพื่อช่วยดูแลเงินฝากขั้นสูงสุดให้กับลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มที่ไม่รู้เท่าทันมิจฉาชีพที่เปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงตลอดเวลา ออกแบบโดยเน้นการทำธุรกรรมทางการเงินแบบจำกัดเฉพาะรายการที่จำเป็น อาทิ การโอนเงินไปยังบัญชีตนเองภายในธนาคารและต่างธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ และการจำกัดวงเงินในการทำธุรกรรมต่อวัน ทั้งนี้ ธนาคารออมสินไม่เพียงพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นธนาคารแรกที่ดำเนินกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดแบบบูรณาการ (IMC) ผ่าน แคมเปญเตือนภัยมิจฉาชีพ ดำเนินการอย่างเข้มข้นผ่านช่องทางการสื่อสารที่ครบวงจร ทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ สื่อนอกบ้าน หรืออินฟลูเอนเซอร์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางและครอบคลุมมากที่สุด เนื่องจากธนาคารตระหนักดีถึงความสูญเสียของประชาชนและวิกฤตของอาชญากรรมออนไลน์ที่นับวันจะทวีความรุนแรงจนกลายเป็นภัยคุกคามระดับประเทศ จึงเป็นความพยายามของธนาคารในการที่จะกระตุ้นเตือนให้ประชาชนรู้เท่าทันกลลวงและไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางการเงิน รางวัลเกียรติคุณ Silver Emblem of Sustainability และ Social Empowerment ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงบทบาทของธนาคารออมสินในฐานะ Social Bank ที่ไม่เพียงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมเพื่อยกระดับการให้บริการลูกค้าเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนการสร้าง Social Impact เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนช่วยบรรเทาปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง ธนาคารยังคงยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบตามแนวทาง ESG เพื่อก้าวสู่เป้าหมายความยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ตลอดจนเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

Read More

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) รายงานผลการจัดงาน ประมูลขายบ้านมือสอง ธอส. ประจำปี 2568 ครั้งที่ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 ระหว่างเวลา 10.00-16.00 น. ได้รับความสนใจจากลูกค้าเป็นจำนวนมาก ทำให้สามารถจำหน่ายบ้านมือสองได้สูงถึง 1,045 รายการ มูลค่ารวม 1,054 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์ที่ตั้งอยู่ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 186 รายการ รวมมูลค่า 224 ล้านบาท และทรัพย์ในส่วนภูมิภาค จำนวน 859 รายการ รวมมูลค่า 830 ล้านบาท โดยทรัพย์ที่ประมูลขายได้ในราคาสูงสุดที่ 4.2 ล้านบาท ได้แก่ ทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 101.70 ตารางวา ในเขตหนองแขม กรุงเทพ ฯ ซึ่งเป็นทรัพย์ที่มีทำเลดี เชื่อมต่อเส้นทางคมนาคม ทั้งทางด่วนและสถานีรถไฟฟ้าจำนวนมาก ขณะที่ทรัพย์ที่ประมูลขายได้ในราคาต่ำสุด ได้แก่ ทรัพย์ประเภทที่ดินเปล่า ขนาดเนื้อที่ 100 ตารางวา ประมูลขายได้ ในราคา 125,000 บาท เท่านั้น!! ส่วนทรัพย์ที่ได้รับความสนใจมีผู้เข้าร่วมประมูลสูงถึง 6 ราย ได้แก่ ทรัพย์ประเภท ทาวน์เฮ้าส์ 2 ชั้น ขนาดเนื้อที่ 16 ตารางวา ในอำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี โดยสามารถประมูลขายได้ ในราคา 905,000 บาท จากราคาประมูลเริ่มต้นที่ 850,000 บาท เนื่องจากอยู่ในโครงการหมู่บ้านรายล้อม ด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและติดถนนหลักเชื่อมต่อการเดินทางเข้าเมือง พิเศษ!! ผู้ที่ชนะการประมูลสามารถใช้ “ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำหรับทรัพย์ NPA” อัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นานสูงสุด 24 เดือน* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด) โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่…

Read More

เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัล Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2025 ในสาขา Social Empowerment ประเภท Health Promotion จากความสำเร็จของโครงการ เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ (AIA Sharing A Life 12) หรือวันทำดีร่วมกันของชาวเอไอเอ โดยในปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 12 ภายใต้แนวคิด “Healthier You เริ่มต้นที่การฉีดวัคซีน” มอบวัคซีนไข้หวัดใหญเพื่อเสริมเกราะป้องกันความรุนแรงของโรคให้แก่คนไทย ด้วยความร่วมมือกับ ‘กรุงเทพมหานคร’ ในการมอบวัคซีนไข้หวัดใหญ่โดยไม่มีค่าใช้จ่ายจำนวนทั้งสิ้น 10,000 เข็ม โดยจัดฉีดให้กับเจ้าหน้าที่กวาดถนนและเก็บขยะมูลฝอย สังกัดกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งบุคลากรกลุ่มนี้ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยง เพราะต้องทำงานในเขตพื้นที่ชุมชนซึ่งมีโอกาสสัมผัสเชื้อได้ง่าย โดยโครงการเอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์ ตอกย้ำถึงพันธกิจของเอไอเอ ที่มุ่งมั่นสนับสนุนผู้คนกว่าพันล้านคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives ทั้งนี้ รางวัล Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2025 จัดขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติแก่องค์กรที่มีการดำเนินงานและผลงานโดดเด่นด้านการรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รางวัลดังกล่าวยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ประเทศไทย ในการดำเนินธุรกิจด้วยเป้าหมายสร้างความยั่งยืนในด้านชีวิต สุขภาพ และการเงิน ให้แก่ผู้คนและชุมชนเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) พร้อมส่งมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศ โดยงานรับรางวัลดังกล่าวจัดขึ้น ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล

Read More

กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ โดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนต่อเนื่อง เชิญชวนสถาบันการศึกษาส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันโครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ปีที่ 20 ประจำปี 2568 เวทีโอกาสในการพัฒนาเยาวชน ที่เป็นมากกว่าการแข่งขัน นายวรวัจน์ สุวคนธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรัพยากรบุคคล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเยาวชนและส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง โครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” เป็นหนึ่งในโครงการหลักที่ดำเนินการโดยธนาคารไทยพาณิชย์ จากจุดเริ่มต้นของโครงการเมื่อปี 2549 ในการเปิดเวทีสร้างโอกาสให้เยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ อย่างเหมาะสมกับช่วงชั้นเรียนและช่วงอายุ ตลอด 20 ปี โครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ได้มีปรับกระบวนการและวิธีการแข่งขันมาโดยตลอด เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย มีการพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ 21 โดยเน้นพัฒนาคุณลักษณะที่ดี 4 ด้าน (4 Cs) ได้แก่ การคิดแบบวิจารณญาณ (Critical Thinking) การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมาย (Communication) การทำงานเป็นทีม (Collaboration) และความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) มุ่งเน้นให้เยาวชนได้ลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ พร้อมส่งเสริมให้มีจิตสาธารณะทำประโยชน์เพื่อชุมชนและสังคมส่วนรวม ปลูกฝังให้เป็นพลเมืองที่ดี มีคุณธรรม เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง เพื่อที่จะเติบโตไปเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าและเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้จัดกิจกรรมเสริมให้แก่ครู อาจารย์ที่นำเยาวชนมาร่วมแข่งขัน เพื่อให้สามารถนำความรู้ เทคนิค วิธีการไปปรับการเรียนการสอนและเผยแพร่แก่เยาวชนในโรงเรียนต่อไปด้วย ที่ผ่านมาธนาคารได้ปลูกต้นกล้าเยาวชนไปแล้ว 66,440 คน มีสถาบันการศึกษาเข้าร่วม 10,754 สถาบัน ได้มีส่วนร่วมพัฒนาครู 15,665 คน สร้างประโยชน์แก่ชุมชน 350 ชุมชนทั่วประเทศ” โครงการ “กล้าใหม่…ใฝ่รู้” ปีที่ 20 จัดการแข่งขัน 2 ประเภท ได้แก่ 1. ระดับประถมศึกษา – การแข่งขันสร้างสรรค์จินตนาการผ่านศิลปะ ปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “เด็กกล้าใหม่…รู้เวลา สร้างโอกาส สู่อนาคต” ซึ่งไม่ใช่แค่การประกวดศิลปะ แต่ยังได้พัฒนา “ทักษะและคุณธรรม”…

Read More

ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังก้าวเข้าสู่ครึ่งหลังของปีงู ด้วยการเผชิญเรื่องร้อนๆ อย่างเต็มแรง และเสี่ยงเติบโตช้าลงช่วงครึ่งปีหลัง แต่สำนักวิจัยฯ ยังคงคาดการณ์ GDP ปี 2568 ไว้ที่ 1.8% แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะปรับการคาดการณ์ไปสู่ระดับ 2.3% จาก 2.0% จากแรงส่งที่แรงกว่าคาดของ GDP ไตรมาส 1 ที่ขยายตัวถึง 3.1% และส่งที่เติบโตได้ดี แต่หากพิจารณาสถานการณ์ไตรมาส 2 และแนวโน้มไตรมาส 3 แล้ว ยากจะเชื่อมั่นถึงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เพราะความเดือดดาลทางการเมืองระหว่างประเทศและในประเทศค่อนข้างฉุดรั้งความเชื่อมั่น นอกจากนี้ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.50% ปลายไตรมาส 3 และ 1.25% ปลายปีนี้ ส่วนค่าเงินบาทน่าอยู่ที่ระดับ 32.90 ปลายไตรมาส 3 และ 33.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐสิ้นปีนี้ เศรษฐกิจไทยชะงักงัน เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกเติบโต 3.1% จากกรณีพิเศษ จึงไม่อยากให้ดีใจมากนัก ทั้งมาจากมาตรการแจกเงินภาครัฐ และการเร่งส่งออกไปสหรัฐก่อนมาตรการภาษี แต่ย่างเข้าไตรมาส 2 เริ่มเห็นความเสี่ยงปะทุเข้ามาจากปัจจัยสงครามการค้า ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และปัญหาเสถียรภาพการเมืองในประเทศ ทั้งนี้ คาดว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาสเทียบไตรมาสไม่น่าจะขยายตัวเลย แต่ไตรมาส 2 ปีนี้เทียบปีก่อน น่าจะขยายตัว 2.2% ซึ่งสภาพัฒน์ฯจะรายงานตัวเลขเศรษฐกิจอีกครั้งวันที่ 18 สิงหาคม ซึ่งคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะชะงักงันลากยาวตลอดทั้งปี ส่งผลให้เศรษฐกิจไตรมาส 3 และ 4 แบบ YoY จะโตเพียง 1.1% และ 0.7% ตามลำดับ เป็นที่มาของการยืนคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2568 ที่ 1.8% เทียบปีก่อนที่ 2.5% แล้วปัจจัยเสี่ยงมาจากไหนบ้าง แผ่นดินไหวทำการก่อสร้างทรุดลากยาว เหตุการณ์แผ่นดินไหวปลายมีนาคมส่งผลกระทบแรงกว่าที่คาด…

Read More