Author: staff

เอไอเอ ประเทศไทย ส่งความห่วงใยถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมเป็นกำลังใจให้เหล่าทหารและเจ้าหน้าที่กองทัพไทยทุกท่าน ให้ปฏิบัติภารกิจได้อย่างลุล่วง ปลอดภัย โดยมีผู้บริหารและพลังตัวแทนเอไอเอ ประเทศไทย เข้าเยี่ยมประชาชนในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษ พร้อมมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภคให้แก่ประชาชนและกองทัพไทยจำนวนทั้งสิ้น 2,000 ชุด เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือใน 4 จังหวัด ได้แก่ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ผ่าน 2 จุดบริจาค ณ ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ และที่ว่าการอำเภอเมืองอุบลราชธานี โดยมีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ นายธาตรี สิริรุ่งวนิช และ นางทรัพย์สิน โพธิ์ขาว พัฒนาการจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมด้วยนายปรีดา อุ่นอุดม นายอำเภอเมืองอุบลราชธานี เป็นตัวแทนรับมอบ เมื่อเร็ว ๆ นี้

Read More

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ 6M2 (ES-FGOV6M2) อายุ 6 เดือน มูลค่าโครงการ 7,000 ล้านบาท โดยเปิดเสนอขายครั้งแรกครั้งเดียวระหว่างวันที่ 4-8 สิงหาคม 2568 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท โดยกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐบาลต่างประเทศ 6M2 มีนโยบายเน้นลงทุนในตั๋วเงินคลังและ/หรือพันธบัตรรัฐบาล และ/หรือตราสารภาครัฐ ที่รัฐบาล กระทรวงการคลัง หรือ ธนาคารกลางต่างประเทศ เป็นผู้ออก รวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้กองทุนจะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือจะลงทุนในเงินฝากธนาคาร และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ทั้งนี้ กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน กองทุนนี้จะลงทุนครั้งเดียว โดยจะถือทรัพย์สินที่ลงทุนจนครบอายุโครงการของกองทุนรวม (Buy and Hold) สำหรับตราสารที่ลงทุนคือ ตั๋วเงินคลังรัฐบาลญี่ปุ่น อันดับความน่าเชื่อถือ F1+/Fitch (ST) โดยมีสัดส่วนการลงทุน 100% คาดหวังจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 1.49% ต่อปี ณ วันครบอายุโครงการ ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายประมาณ 0.14% ต่อปี ณ วันครบอายุโครงการแล้ว ผู้ลงทุนจะได้รับประมาณการผลตอบแทนอยู่ที่ 1.35% ต่อปีของเงินลงทุนเริ่มแรก แหล่งที่มาของข้อมูล อัตราผลตอบแทนที่เสนอขายโดยผู้ออกตราสาร ณ วันที่ 1 สิงหาคม 2568) ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดอายุกองทุน บลจ.อีสท์สปริง จะดำเนินการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ และทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนทั้งจำนวนของผู้ถือหน่วยทุกราย ไปยังกองทุนเปิดอีสท์สปริง ธนรัฐ (ES-TM) หรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นที่บลจ.อีสท์สปริง เปิดให้บริการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ในวันทำการก่อนวันสิ้นสุดอายุโครงการ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ผู้ลงทุนจะไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนกองทุน (ES-FGOV6M2) ได้ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน…

Read More

นายศรชัย สุเนต์ตา, CFA รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product ธนาคารไทยพาณิชย์ พร้อมด้วยนายแพททริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ Head of Financial Markets Function และ Head of PRIVATE BANKING Relationship Management ธนาคารไทยพาณิชย์ และนายศิริ รัตนเวทวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ FIRST Relationship Management (ทั้ง 3 ท่านยืนกลางของภาพ) ให้การต้อนรับกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการอบรมหลักสูตรด้านการลงทุน ภายใต้ชื่อ “SCB WEALTH XCELERATE PROGRAM” ซึ่งเป็นโปรแกรมพิเศษแทนความร่วมมือระหว่าง SCB WEALTH และ BlackRock พันธมิตรด้านการบริหารสินทรัพย์อันดับหนึ่งของโลก โครงการนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการบริหารความมั่งคั่งในระดับสากล เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์และพันธกิจ การ Go Global ของ SCB WEALTH ที่มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของนักลงทุนรุ่นใหม่ให้สามารถต่อยอดความสำเร็จในการลงทุนให้กว้างและแข็งแกร่งขึ้นไปอีก จากโอกาสที่ได้เรียนรู้โดยตรงจากผู้เชี่ยวชาญระดับโลก อย่าง BlackRock จึงมั่นใจว่านักลงทุนที่ได้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ จะได้รับข้อมูลและมุมมองที่แม่นยำ เป็นประโยชน์ต่อการลงทุน หลักสูตรการอบรมนี้มีความเข้มข้นของเนื้อหาตลอดระยะเวลา 4 วัน ทั้งการอบรมในประเทศไทยและสิงคโปร์ โดยนักลงทุนกลุ่มนี้จะได้เรียนรู้มุมมองด้านเศรษฐกิจ ธุรกิจ และการลงทุนจากผู้เชี่ยวชาญของธนาคารทั้ง SCB EIC และ SCB CIO หลังจากนั้นเดินทางไปอบรมแบบเข้มข้นกับ BlackRock ที่จะแนะนำแนวทางการวิเคราะห์การลงทุน และเทคนิคการจัดพอร์ตการลงทุนที่ตอบโจทย์เป้าหมายของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้จริงและวางแผนการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดหลักสูตรในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของ SCB WEALTH ในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการบริหารความมั่งคั่ง ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อสร้างเครือข่ายนักลงทุนคุณภาพรุ่นใหม่ที่พร้อมเติบโตไปด้วยกันในระยะยาว SCB WEALTH ยังคงยึดมั่นในการอยู่เคียงข้างลูกค้าทุกท่านในทุกก้าวของการวางแผนทางการเงิน เพื่อส่งมอบความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน เพราะ “Your Success. Our Success” ความสำเร็จของคุณคือความสำเร็จของเราที่แท้จริง

Read More

บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL ลงนามสัญญารับซื้อไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน (PPA) โครงการวินด์ฟาร์ม 180 เมกะวัตต์ และจ่อเตรียมเซ็น PPA โครงการวินด์ฟาร์ม-โซลาร์ฟาร์มเฟส 2 จำนวน 319 เมกะวัตต์ อัพพอร์ตเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังงาน สีเขียวในพอร์ตโฟลิโอทั้งหมดเป็น 1,579 เมกะวัตต์ พร้อมโชว์ศักยภาพเตรียมแผนงานประมูล โครงการ PPA ใหม่ๆ ทันทีหากภาครัฐมีประกาศ ตอกย้ำความพร้อมในการขับเคลื่อนการ เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสีเขียว หนุนนโยบาย Direct PPA สำหรับภาคอุตสาหกรรมเพื่อโอกาสทาง ธุรกิจอย่างยั่งยืน คุณนฤชล ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) กล่าวว่า “ตามที่บริษัทย่อยที่ทางบริษัทฯ ถือหุ้น 100% ได้ผ่านการคัดเลือกใน เฟสแรกนั้น ได้ดำเนินการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โครงการวินด์ฟาร์ม จำนวนกำลังการผลิต 180 เมกะวัตต์ กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยโครงการพลังงานสีเขียวเฟส 1 ของบริษัทฯ จะทยอยเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ตั้งแต่ปี 2569 และคาดว่าเร็วๆ นี้ จะเข้าเซ็นสัญญา PPA โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนส่วนขยาย ประกอบด้วย โครงการโรงไฟฟ้า พลังงานลม 284 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังการผลิต 35 เมกะวัตต์ รวมทั้งสิ้น จำนวน 319 เมกะวัตต์ในปีนี้ โดยวางงบลงทุนที่ประมาณ 35,000 ล้านบาทในกรอบ 5 ปี สำหรับแผนงานขยายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้นต่อจากนี้ บริษัทฯ กำลังอยู่ในขั้นตอนเจรจาโครงการในฟิลิปปินส์ เพื่อเพิ่มเติมโครงการโรงไฟฟ้าต่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย ขณะเดียวกันก็เตรียมเข้าประมูล โรงไฟฟ้าสีเขียวในประเทศด้วยเช่นกัน มั่นใจในศักยภาพบุคลากรและการบริหารจัดการต้นทุน ว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมาย ที่ต้องการขยายพอร์ตโฟลิโอโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดทั้งในไทย และต่างประเทศ ทั้งหมดเป็น 2,000…

Read More

WICE ตั้งเป้ารายได้ปี 2568 เติบโตไม่ต่ำกว่า 15% พร้อมเดินหน้า 5 กลยุทธ์หลัก ทั้งการยกระดับบริการโลจิสติกส์ครบวงจร เสริมเทคโนโลยีดิจิทัล ขยายเครือข่ายข้ามแดน พัฒนา Green Logistics และยกระดับบุคลากรด้านดิจิทัล รองรับการย้ายฐานผลิตสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมร่วมมือพันธมิตรสากลและมองหาโอกาสลงทุนใหม่ ย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพตลาดและความเชี่ยวชาญของ WICE ด้านโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ  นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ WICE เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2568 ว่า บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ทั้งปีเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อนหน้า โดยอาศัยการขับเคลื่อนด้วย 5 กลยุทธ์หลัก เพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขันและรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่ยังเติบโตต่อเนื่อง กลยุทธ์หลักของ WICE ประกอบด้วย (1) การยกระดับบริการโลจิสติกส์ให้ครบวงจร ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางทั้งภายในประเทศและข้ามพรมแดน, (2) การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้บริหารจัดการซัพพลายเชนแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดต้นทุน, (3) การขยายเครือข่ายขนส่งข้ามแดนในภูมิภาคอาเซียนและเส้นทาง Trans-Pacific ซึ่งครอบคลุมจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสหรัฐอเมริกา, (4) การลงทุนใน Green Logistics เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนของลูกค้ารายใหญ่ และ (5) การพัฒนาทักษะบุคลากร โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อรองรับรูปแบบการทำงานของธุรกิจโลจิสติกส์ยุคใหม่ ทั้งนี้ WICE มองว่า แนวโน้มของอุตสาหกรรมการผลิตระดับโลกมีทิศทางย้ายฐานการผลิตจากจีนมาสู่อาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะในไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจโลจิสติกส์ในภูมิภาค บริษัทจึงได้วางแผนรองรับอย่างรัดกุม ไม่ว่าจะเป็นการเสริมเครือข่ายบริการในประเทศที่เป็นฐานการผลิตใหม่ การลงทุนในคลังสินค้าและระบบขนส่งที่เชื่อมโยงกันในหลายประเทศ รวมถึงการทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับสากลในจีนและสิงคโปร์ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในระดับโลกได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา (ม.ค.–มิ.ย. 2568) WICE มีการเติบโตของผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาสแรกของปี บริษัทมีรายได้รวม 1,060 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 10.1% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 56 ล้านบาท เติบโตถึง 45.7% ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งในการปรับตัวของธุรกิจ และความสามารถในการควบคุมต้นทุนภายใต้ภาวะตลาดที่ยังคงผันผวน “เรายังมั่นใจว่าแนวโน้มตลาดโลจิสติกส์ระหว่างประเทศยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เรามีความเชี่ยวชาญในการขนส่งและบริหารซัพพลายเชน เราจะเดินหน้าพัฒนาความสามารถของบริษัทอย่างต่อเนื่อง…

Read More

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  และ คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด  จับมือกับพันธมิตรชั้นนำ อาทิ CRC Sports, EA Sports FC Mobile, Liverpool FC International Academy Thailand และ Monomax จัดงานแถลงข่าว “Countdown to kick off LFC 25/26 season” เปิดตัวชุดแข่งใหม่ ลิเวอร์พูล เอฟซี ประจำฤดูกาล 2025/26 และได้รับเกียรติจากแขกคนพิเศษ นักเตะในตำนานของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล และอดีตทีมชาติสเปน อย่าง “หลุยส์ การ์เซีย”  มาร่วมงาน และเปิดโอกาสให้แฟนบอลได้มีโอกาสสุดพิเศษในการร่วม Meet & Greet ภายในงานดังกล่าว นอกจากนั้นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญในงานกับคอนเสิร์ตจากวง Slot Machine ณ Central World Pulse Hall ชั้น 7 โดยกิจกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับการเป็นพันธมิตรหลักอย่างเป็นทางการของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลของบริษัทฯ ที่ร่วมสร้างพลังกายพลังใจ ความเชื่อมั่นในตนเอง ว่าทุกคนทำได้ “Know You Can” และอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป

Read More

ผู้บริหารและพนักงาน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ร่วมบรรจุถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 1,000 ชุด เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัยทางภาคเหนือ และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมีศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ และ อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบให้แก่กองบัญชาการกองทัพไทย โดย พลตรีอมรินทร์ เทศนธรรม ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหาร เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบอุทกภัยในภาคเหนือและพื้นที่ชายแดน และพร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

Read More

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) จับมือ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ร่วมกันยกระดับการลงทุนเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน เปิดตัว “ESG Asset Enhancement Program” การบริหารจัดการเงินลงทุนภายใต้แนวคิด ESG (Environmental, Social and Governance) เพื่อเปิดโอกาสให้ ปตท. สามารถกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ ๆ ที่ธนาคารจัดเตรียมไว้รองรับ และมอบผลตอบแทนพิเศษเพิ่มเติมจากอัตราผลตอบแทนตลาดแก่ ปตท. ภายในกรอบเวลาที่ตกลงร่วมกัน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการดำเนินงานของ ปตท. ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางตรงและทางอ้อม ไม่เกิน 11.5 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า โดยมีผู้บริหารของทั้งสององค์กร ประกอบด้วย นางสาวภัทรลดา สง่าแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นางสาวธฤษวรรณ เทียนสวัสดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่กลยุทธ์และบริหารการเงินองค์กร ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ธนาคารไทยพาณิชย์ นางสาวศรมน อิงคตานุวัฒน์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Corporate Banking 1 และนายแพททริก ปูเลีย รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Financial Markets ร่วมประกาศความร่วมมือในครั้งนี้ โดยมีวงเงินลงทุนรวม 20,000 ล้านบาทตลอดอายุโครงการ ความร่วมมือในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมของสององค์กรชั้นนำ ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญของ ESG ในการขับเคลื่อนโลกธุรกิจยุคใหม่ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการการเงินและพลังงานของไทย โดยผสานพลังทางเศรษฐกิจเข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่ออนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน โดย ปตท. ในฐานะผู้นำด้านพลังงานของประเทศ พร้อมยืนยันพันธกิจในการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและโลก ด้วยการยกระดับกลยุทธ์ทางธุรกิจให้สอดคล้องกับกระแสความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมเป็นพันธมิตรเคียงข้างลูกค้าบนเส้นทางความยั่งยืน เคียงคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” (Live Sustainably)

Read More

บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ “HANN” ผู้นำเครือโรงพยาบาลแห่งลุ่มน้ำโขง สุดปลื้ม ขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 160 ล้านหุ้น ในราคา 0.70 บาท หมดอย่างรวดเร็วท่ามกลางกระแสตอบรับจากนักลงทุนอย่างท่วมท้น คุณประภาศรี สุฉันทบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหาร อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ HANN กล่าวว่า “บริษัทฯ ขอขอบคุณนักลงทุนทุกคน เป็นอย่างสูง ที่ให้ความสนใจจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน HANN บริษัทฯ พร้อมต่อยอดธุรกิจ เพื่อสร้าง ความเติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคง โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปดำเนินการขยายธุรกิจ โดยก่อสร้าง อาคาร 3 ชั้นของโรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จ.มุกดาหาร และก่อสร้างอาคารใหม่ของ โรงพยาบาลนายแพทย์หาญ จ.ยโสธร เพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการทางการแพทย์ เสริมความแข็งแกร่ง ของรากฐานให้กับบริษัทฯ ต่อไปในอนาคต” นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า บริษัท หลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ในฐานะแกนนำผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญ กล่าวว่า “การเสนอขายหุ้น IPO ของ HANN จำนวน 160 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (par) หุ้นละ 0.50 บาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.70 บาท โดยเปิดจองเมื่อช่วงวันที่ 29 – 31 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้รับ การตอบรับจากนักลงทุนรายย่อยเป็นอย่างดี ทั้งกลุ่มนักลงทุนเน้นคุณค่า และนักลงทุนทั่วไป โดยบริษัทฯ ขายหุ้นไอพีโอ HANN หมดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนักลงทุนให้ความเชื่อมั่นจาก พื้นฐานของบริษัทฯ ที่มีประสบการณ์ในด้านการบริหารโรงพยาบาลเอกชนมากกว่า 30 ปี อีกทั้งเป็นผู้ก่อตั้ง โรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกใน จังหวัดมุกดาหาร และยโสธร รวมถึงมีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการมีฐานลูกค้าประจำ ที่มีความผูกพัน เชื่อมั่นและให้ความไว้วางใจ (Customer Loyalty)  และราคาไอพีโอที่ 0.70 บาท เป็นราคาที่เหมาะสม โดยคิดเป็นอัตรา…

Read More

SCB WEALTH จัดสัมมนาภายใต้แนวคิด The Future of Wealth : Unlocking Alternative Opportunities ให้กับกลุ่มลูกค้าเวลธ์ เพื่อถ่ายทอดมุมมองและเจาะลึกโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกใน Private Asset ,Private Equity และ Hedge Fund ล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยหลากหลาย โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญกองทุนระดับโลกมาร่วมบรรยาย ได้แก่ นางสาวซันนี่ ยุน (ที่2ซ้าย) หัวหน้าฝ่ายไพรเวท เวลธ์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี บริษัท Partners Group สิงคโปร์ ,นายเอ็ดวิน ชาน (ที่ 3 ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายโซลูชั่นสำหรับลูกค้า ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท iCapital ,นายยอด ชินสุภัคกุล (ที่ 5 ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai ,นายหลิง กว๊อก (ที่ 6 ซ้าย) หุ้นส่วนและประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (CIO) บริษัท Quantum GBL Asset Management และนางสาวซาแมนธา หลิน (ที่ 7 ซ้าย),CFA , ผู้อำนวยการฝ่ายการลงทุนทางเลือก บริษัท Franklin Templeton Core Asia โดยมีนายศรชัย สุเนต์ตา (ที่ 4 ซ้าย),CFA รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Wealth & Investment Product กลุ่มธุรกิจ Consumer Banking ธนาคารไทยพาณิชย์, นายแพททริก ปูเลีย (ที่ 1 ซ้าย) รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานตลาดการเงิน และ Head…

Read More