ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบริการทางการเงินด้วยการจับมือกับ Netflix ผู้นำบริการสตรีมมิงด้านความบันเทิงระดับโลก เปิดให้บริการชำระค่าสมาชิก Netflix ผ่านการผูกบัญชีธนาคารแบบหักบัญชีอัตโนมัติผ่าน K PLUS เป็นธนาคารแรกของประเทศไทย ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท กสิกร โกลบอล เพย์เมนต์ จำกัด (KGP) บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารกสิกรไทย เพื่อมอบประสบการณ์การชำระเงินที่สะดวก ราบรื่น และปลอดภัยสูงสุดให้แก่ลูกค้า ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มช่องทางการชำระเงินให้กับผู้ใช้บริการ Netflix ในประเทศไทย ให้สามารถรับชมคอนเทนต์บันเทิงระดับโลกได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด เพียงมีบัญชีธนาคารกสิกรไทยที่เป็นสกุลเงินบาท ทั้งบัญชีประเภทออมทรัพย์ K e-Savings และบัญชีกระแสรายวันบน K PLUS ก็สามารถเลือกผูกบัญชีออนไลน์จากหน้าบริการ Netflix ได้ ซึ่งเป็นการตั้งค่าเพียงครั้งเดียวและใช้งานได้ทันที ทั้งนี้ บริการดังกล่าวได้รับความร่วมมือจากบริษัท กสิกร โกลบอล เพย์เมนต์ จำกัด (KGP) ผู้ให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์แบบครบวงจร พัฒนาการเชื่อมต่อระบบการชำระเงินระหว่างธนาคารกสิกรไทยและ Netflix อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ลูกค้าธนาคารกสิกรไทยสามารถเริ่มใช้บริการผูกบัญชีเพื่อชำระค่าสมาชิก Netflix ได้ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kasikornbank.com/k_4nFUGAm หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center 02-888-8888
Author: staff
บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต นำโดยคุณระวิน มุคขจี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ด้านบริหารประสบการณ์ลูกค้า จัดกิจกรรมเวิร์กชอป “จัดดอกไม้อิเคบานะสไตล์โคริงกะ (Kohrinka)” โดย Flowering Mind Project เพื่อส่งเสริมแนวคิด “รักตัวเอง รักสุขภาพ” และมอบประสบการณ์แห่งความสุข ความสงบ และความสร้างสรรค์ให้กับลูกค้าคนสำคัญ ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณจุฑารัตน์ พรมุณีสุนทร ศิลปินช่างภาพ และ Kohrinka Instructor โดย MOA Museum of Art, Japan ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากการจัดดอกไม้ในแนวทาง “โคริงกะ” ซึ่งเป็นศิลปะที่ให้ความสำคัญกับพลังชีวิตและความงามของธรรมชาติ เน้นความอิสระและความเป็นตัวเอง โดยไม่ยึดติดกับรูปแบบตายตัว นำไปสู่การเปิดมุมมองใหม่ในการมองเห็นความงามรอบตัวและเข้าใจชีวิตได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านได้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากดอกไม้และแจกันที่เลือกด้วยตนเอง พร้อมรับผลงานกลับบ้านเป็นที่ระลึก และถ่ายภาพพอร์ตเทรตคู่กับชิ้นงานสุดประทับใจ กิจกรรมจัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น ณ OCEAN LIFE LOVE SPACE
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นายสหชาติ ขำนิล – รองผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านดิจิทัล ร่วมงานแถลงข่าวสโมสรฟุตบอล บีจี ปทุม ยูไนเต็ด More than victory, it’s the smile of The Rabbits และจัดงาน BGPU Partners Connect 2025/26 เปิดตัวผู้สนับสนุนประจำฤดูกาล เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2568 ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายปิยศักดิ์ ภูมิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สโมสรฟุตบอล บีจี ปทุม ยูไนเต็ด กล่าวต้อนรับและขอบคุณพันธมิตรทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรในปีนี้ ซึ่งเอไอเอ ประเทศไทย ได้สนับสนุนสโมสรฟุตบอล บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 14 ด้วยการมีวิสัยทัศน์เดียวกันในการมุ่งขับเคลื่อนกีฬาฟุตบอลไทยให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้คนและเยาวชนไทยให้สนใจในการเล่นกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอล เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืนตาม ตามคำมั่นสัญญา Healthier, Longer, Better Lives
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ร่วมกับมูลนิธิเมืองไทยยิ้ม เชิญชวนสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ร่วมแบ่งปันความสุขและสร้างรอยยิ้มที่ยั่งยืนให้กับสังคม ผ่านกิจกรรม “เมืองไทย Smile Society 2024 : สร้างบ้านพักเพื่อนักเรียนบ้านไกล” โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกได้บริจาคคะแนนสะสม Smile Point ทุก 1 คะแนน มีมูลค่าเท่ากับ 5 บาท เพื่อนำไปสมทบจัดสร้างอาคารบ้านพักนักเรียนให้แก่น้องๆ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 2 อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้ กิจกรรมการบริจาคคะแนนจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม – 31 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ร่วมบริจาคเป็นจำนวน 82,313 คะแนน คิดเป็นมูลค่า 411,565 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้สมทบร่วมเพิ่มเติมรวมเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 1,000,000 บาท เพื่อใช้ในการก่อสร้างอาคารที่พักนักเรียนดังกล่าว ในโอกาสนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้มอบหมายให้นางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมคณะผู้บริหาร ฝ่ายขาย และจิตอาสาเมืองไทยประกันชีวิต ลงพื้นที่ส่งมอบ อาคารบ้านพักนักเรียนบ้านไกล พร้อมเครื่องนอนครบชุด เพื่อให้นักเรียนที่ต้องเดินทางไกลมาเรียนมีที่พักที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย ลดอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้มอบเครื่องบริโภคเพื่อสนับสนุนโครงการอาหารกลางวัน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดูแลด้านโภชนาการ พร้อมมอบผ้าห่มกันหนาวและขนมให้แก่นักเรียนทั้งโรงเรียน และเวชภัณฑ์ให้แก่ห้องพยาบาล เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลรักษาเบื้องต้น ลดความเสี่ยงจากโรคภัย และสร้างความมั่นใจด้านสุขภาพ และร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่นักเรียน เพื่อเสริมสร้างทั้งโภชนาการ สุขภาพ และรอยยิ้มแห่งความสุขแก่น้อง ๆ การจัดกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมูลนิธิเมืองไทยยิ้มและเมืองไทยประกันชีวิตในการตอบสนองต่อแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) โดยเฉพาะในมิติ Social (สังคม) ที่เน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสที่เท่าเทียมให้กับเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ผ่านการจัดหาที่พักอาศัยที่เหมาะสม การสนับสนุนด้านโภชนาการและสุขภาพ ตลอดจนการสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างมีคุณภาพ การดำเนินงานครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยการส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลได้รับโอกาสพื้นฐานไม่ต่างจากเยาวชนในเมืองใหญ่ และมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะชีวิตที่จำเป็นต่ออนาคต อันจะนำไปสู่การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับสังคมไทยในระยะยาว.
KBTG ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Global Finance สื่อการเงินระดับโลก รับรางวัล The Innovators เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยปีนี้ครองแชมป์ในสาขาบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินที่มีนวัตกรรมโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2025 (Most Innovative Financial Technology Company in Asia-Pacific 2025) และยังเป็นครั้งแรกที่องค์กรไทยได้รับรางวัลในสาขานี้ จากความสำเร็จในการพัฒนาโซลูชันเทคโนโลยีที่พลิกโฉมการให้บริการของธนาคารกสิกรไทย และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้บริการทางการเงินทั่วประเทศ นายเรืองโรจน์ พูนผล ประธานกลุ่มบริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) เปิดเผยว่า KBTG มุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานและอุตสาหกรรมการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปีที่ผ่านมามีผลงานเด่นๆ 2 ชิ้นงาน ได้แก่ 1.การสนับสนุนธุรกิจธนาคาร (Run the Bank) เพื่อยกระดับบริการและประสบการณ์ของลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยกว่า 24 ล้านราย ด้วยโปรเจค Core Banking Horizontal Scale เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับระบบ Core Banking อันเปรียบเสมือนหัวใจหลักของธนาคาร ด้วยการเพิ่ม Core Banking อีกหนึ่งชุด เพื่อทำงานควบคู่กับระบบเดิม โดยระหว่างการพัฒนาจะต้องไม่เกิด Downtime ที่จะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมหรือการใช้งานของลูกค้า ด้วยระบบใหม่นี้ ธนาคารสามารถรองรับธุรกรรมการเงินได้มากกว่าเดิม 50% และรองรับการเติบโตของผู้ใช้งานได้มากถึง 60 ล้านบัญชีไปจนถึงปี 2574 2.ด้านการวิจัยพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ KBTG ได้เปิดตัวแอปพลิเคชัน เหมียวจด (MeowJot) ที่ช่วยจดรายจ่ายอัตโนมัติจากภาพสลิปโอนเงิน รองรับสลิปจาก 19 แอปธนาคาร รวมถึง TrueMoney Wallet และมีผู้ใช้งานกว่า 400,000 คนในปัจจุบัน ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตามพฤติกรรมการใช้เงินได้อย่างสะดวกและมีประสิทธิภาพ ล่าสุด KBTG ได้คว้ารางวัล The Innovators 2025 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยปีนี้คว้าแชมป์ บริษัทเทคโนโลยีทางการเงินที่มีนวัตกรรมโดดเด่นที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ประจำปี 2025…
บลจ.กสิกรไทย จัดงานสัมมนาการลงทุนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Know The Markets Summit 2025: Core Stability Amidst Market Volatility” ชวนพันธมิตรระดับโลก J.P. Morgan Asset Management มาร่วมถ่ายทอดมุมมองเศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุนปี 2026 เชื่อการจัดพอร์ตแบบ Core-Satellite Portfolio ช่วยสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงและโอกาสในการสร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เดินเกมต่อยอดสู่ Retirement Solutions มุ่งเป็นผู้นำด้านกองทุนผสมทั้งกองทุนรวมและกองทุนเพื่อการเกษียณ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก J.P. Morgan Asset Management จัดงานสัมมนาการลงทุนสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “Know The Markets Summit 2025: Core Stability Amidst Market Volatility” โดยได้รับเกียรติจาก Mr. Ayaz Ebrahim CEO for Singapore and Southeast Asia, J.P. Morgan Asset Management (ที่ 7 จากซ้าย) และนายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย (ที่ 7 จากขวา) นำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจากทั้ง 2 บริษัท มาร่วมถ่ายทอดมุมมองเศรษฐกิจและกลยุทธ์การลงทุนสำหรับปี 2026 เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนไทยในการเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก บลจ.กสิกรไทย และ J.P. Morgan Asset Management ยังคงเดินหน้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับการจัดสรรสินทรัพย์ทั่วโลก โดยอาศัยองค์ความรู้จากทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วโลกผ่านมุมมองการลงทุนเชิงลึก “Know The Markets” ผสานกับบทวิจัย “KAsset Capital Market Assumptions” (KCMA) ซึ่งเป็นผลงานที่เกิดจากความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานร่วมกันของทีมผู้เชี่ยวชาญกว่า 30 คน จาก 4…
SABINA ตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนและการรักษ์โลก ด้วยการต่อยอดคอลเลคชั่น “From Marine to Fashion จากท้องทะเล…สู่แฟชั่นรักษ์โลก” ผนึกความร่วมมือกับโครงการ Nets Up เป็นปีที่ 2 ด้วยการเปิดตัวชุดว่ายน้ำและสปอร์ตบรา ที่ผลิตจากอวนประมงไม่ใช้แล้ว หวังลดปัญหาขยะทะเล และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรที่เหลือใช้ เผยตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน SABINA ช่วยลดขยะอวนประมงได้กว่า 5,000 กิโลกรัม พร้อมสร้างรายได้เสริมให้แก่ชาวประมงในท้องถิ่น ส่งต่อคุณค่าคืนสังคมและผู้บริโภคผ่านผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่สวยงามและใส่ใจสิ่งแวดล้อม มั่นใจตอบโจทย์ลูกค้าเป้าหมาย นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “ซาบีน่า” เปิดเผยว่า หลังจากที่ SABINA ได้ผนึกความร่วมมือกับโครงการ Nets Up (เนทซ์ อัป) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) (SCGC) กลุ่มประมงเรือเล็กพื้นบ้าน จ.ระยอง พันธมิตรธุรกิจ และเครือข่ายพิทักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ด้วยการเปิดตัวชุดชั้นในและชุดลำลองในคอลเลคชั่น “From Marine to Fashion จากท้องทะเล…สู่แฟชั่นรักษ์โลก” เมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ในปีนี้ SABINA ได้พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการเปลี่ยนอวนประมงที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตเป็นเส้นด้าย Recycled Nylon นำมาทอเป็นแฟชั่นไอเท็มรักษ์โลกใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ชุดว่ายน้ำกันแดดรักษ์โลก และสปอร์ตแวร์รักษ์โลก “ปีนี้เราต่อยอดคอลเลคชั่น “From Marine to Fashion จากท้องทะเล…สู่แฟชั่นรักษ์โลก” ด้วยการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผลิตจากอวนประมงที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน เราสามารถลดขยะทะเลได้กว่า 5,000 กิโลกรัม โดยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการผลิตได้มากกว่า 33,670 kgCO2e ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่น่าพอใจกับแนวคิดการทำธุรกิจที่ผสานความสวยงามและความยั่งยืนเข้าด้วยกัน” นางสาวดวงดาวกล่าว สำหรับชุดว่ายน้ำกันแดดรักษ์โลก ในคอลเลคชั่น “From Marine to Fashion จากท้องทะเล…สู่แฟชั่นรักษ์โลก”…
Tidlor Academy ศูนย์การเรียนรู้ของ บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings (TIDLOR) โดย คุณกาญจน์ณัฐ เฉลิมจุฬามณี ผู้บริหารศูนย์การเรียนรู้เงินติดล้อ (Tidlor Academy) นำทีมงานต้อนรับผู้บริหาร พนักงาน และนักศึกษา จากสถาบันการเงิน บริษัทเอกชน และสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศไทย จำนวนทั้งหมด 15 ท่าน เข้าร่วมกิจกรรม “TIDLOR Culture Wow” เพื่อแบ่งปันและแลกเปลี่ยนแนวทางการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร พร้อมเยี่ยมชมแผนกต่าง ๆ อาทิ ฝ่ายวิเคราะห์และพัฒนา (Analytics & Development) ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) ฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ (Marketing & Business Development) และฝ่ายนายหน้าประกันภัย “อารีเกเตอร์” (Areegator) แพลตฟอร์มเสนอขายประกันออนไลน์ผ่านสมาชิก นอกจากนี้ ยังได้พูดคุยถาม-ตอบอย่างใกล้ชิดกับคณะผู้บริหารและทีม Culture Gangster เกี่ยวกับแนวทางและวิธีการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเพื่อใช้ในการขับเคลื่อนธุรกิจให้แข็งแกร่งและยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ บมจ. เงินติดล้อ อาคารอารีย์ ฮิลล์ เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งนี้หลักสูตร TIDLOR Culture Wow และ TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ TIDLOR Academy จัดขึ้นสำหรับบุคคลและบริษัทภายนอกที่สนใจการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ผ่านแนวคิดและประสบการณ์จริงในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับเงินติดล้อ เพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป สำหรับผู้สนใจออกแบบค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรผ่านเวิร์กช็อปที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ www.tidlor.com/academy หรือสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-792-1990
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย มอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุแก่ลูกจ้างกทม.และลูกจ้างโรงพยาบาลรัฐ จำนวน 80,000 คน ทุนประกันภัยรวม 8,000,000,000 บาท ระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี โอกาสนี้ นายภิมุข สิมะโรจน์ เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รับมอบกรมธรรม์ฯ ร่วมกับตัวแทนผู้บริหารจากโรงพยาบาลต่างๆ อาทิ โรงพยาบาลศิริราช, โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลศรีธัญญา, วชิรพยาบาล และโรงพยาบาลสามพราน โดยมี นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) พร้อมด้วย ผู้บริหารพันธมิตรแบงก์แอสชัวรันส์ของบริษัทฯ ได้แก่ ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต, ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ให้เกียรติมาร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีฯ ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย ชั้น 6 สยามพารากอน เขตปทุมวัน พิธีมอบกรมธรรม์ฯครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของงาน “Prudential Thailand’s Townhall Meeting & Sustainability Day” ที่รวมพลังทีมผู้บริหารและพนักงานพรูเด็นเชียลฯทั้งองค์กร เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นการนำแนวคิดเรื่อง “ความยั่งยืน” (Sustainability) สู่การลงมือปฏิบัติจริง ภายในงานยังมีการเปิดเวทีเสวนา นำโดย นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ในหัวข้อ “การเข้าถึงอย่างเท่าเทียม : สู่การคุ้มครองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” โดยมี นางสาวอรัญญา พรไชยะ รองปลัดกรุงเทพมหานคร, ศ.คลินิก นายแพทย์อาทิตย์ อังกานนท์ คณบดี คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีเอ็มบีธนชาต ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทและความสำคัญของกลุ่มคนเปราะบางไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างกทม.หรือลูกจ้างโรงพยาบาลรัฐ ตลอดจนโอกาสที่กลุ่มคนเปราะบางเหล่านี้จะสามารถเข้าถึงประกันได้อย่างเท่าเทียมและมีหลักประกันชีวิตที่มั่นคง ซึ่งพรูเด็นเชียลฯ ยังคงยึดมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ โครงการ “Give The Future การให้ที่ยั่งยืน คือ การให้ที่ส่งต่อได้”…
คุณชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) (คนที่ 4 จากซ้าย) เป็นประธานในพิธีถวายผ้าป่าสามัคคี ประจำปี 2568 ถวายแด่พระสงฆ์ พร้อมด้วย คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต (คนที่ 3 จากขวา) คณะผู้บริหาร พนักงาน ของสำนักงาน คปภ. ตลอดจนผู้บริหารจากภาคอุตสาหกรรมประกันภัย และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ณ วัดธรรมนิมิต อำเภอแม่กลอง จังหวัดสมุทรสงคราม โดยบริษัทฯ ได้ถวายจตุปัจจัยเพื่อสมทบผ้าป่าสามัคคี รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 200,000 บาท เพื่อบูรณปฏิสังขรณ์พระอุโบสถ ทำนุบำรุงส่งเสริมพระพุทธศาสนาและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยให้มีความเจริญมั่นคงสืบไป ตามนโยบายหลักขอบริษัทฯ ที่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป
