อัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พร้อมด้วย คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสหพันธ์สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยฯ และผู้บริหารอีก 5 ภาคีเครือข่าย ร่วมพิธีลงนาม MOU ความร่วมมือโครงการ “รณรงค์สร้างวินัยทางการเงิน” ระยะที่ 4 (ปี 2568-2571) เมื่อเร็วๆ นี้ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการเงินขั้นพื้นฐานและการลงทุนอย่างถูกวิธี เพื่อส่งเสริมการสร้างวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายผลสู่องค์กรและชุมชนในวงกว้าง ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ต่อยอดจากการดำเนินงานตลอด 9 ปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงพลังของภาคีเครือข่ายในการยกระดับการทำงานร่วมกัน มุ่งสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนในอนาคต พร้อมกันนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังร่วมแสดงความยินดีกับ 17 องค์กรที่ได้รับรางวัลเกียรติคุณ “ต้นแบบความยั่งยืน ประจำปี 2568” ในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 ปี รางวัลนี้สะท้อนถึงการสร้างความมั่นคงทางการเงินแก่บุคลากรเเละชุมชนอย่างแท้จริง องค์กรที่สนใจความรู้ด้านการเงินของตลาดหลักทรัพย์ฯ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.set.or.th/happymoney
Author: staff
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ยืนยันความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนด้วยการขึ้นทะเบียน คาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) กับ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยครอบคลุมการประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจกใน Scope 1, Scope 2 และ Scope 3 อ้างอิงข้อมูลจาก ปีฐาน พ.ศ. 2565 ความต่อเนื่องในการขึ้นทะเบียน CFO แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่มีมาตรฐานและความโปร่งใสด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้าน ESG และเป้าหมายในการเป็น องค์กรคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) สำหรับ Scope 1 และ Scope 2 ภายในปีพ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “การขึ้นทะเบียน CFO ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ไม่เพียงสะท้อนถึงการบริหารจัดการข้อมูลที่มีคุณภาพ แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการวางแผนลดคาร์บอนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย Net Zero ได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน ทั้งยังเป็นการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียอย่างโปร่งใสและน่าเชื่อถือ” ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและประเมินการปล่อยคาร์บอนในกิจกรรมหลักขององค์กร โดยได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระที่ผ่านการรับรองจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) และปรับปรุงกระบวนการอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดคาร์บอนและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า บริษัทฯ มีการจัดทำแผนการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนใน Scope 1 และ 2 อาทิ แผนการเปลี่ยนรถยนต์ภายในของบริษัทเป็นรถยนต์ Hybrid และไฟฟ้า การสำรวจและจัดทำแผนการเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศเพื่อเลือกใช้สารทำความเย็นที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่น้อยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด มาตรการประหยัดพลังงานภายในองค์กรและการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนจากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยการติดตั้ง Solar Rooftop เพิ่มเติมในพื้นที่อาคารสำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขา และศูนย์การเรียนรู้สรรค์สาระ รวมถึงการส่งเสริมความรู้และสร้างจิตสำนึกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศให้กับพนักงาน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2030 อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ในพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน จัดโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก…
กรุงเทพประกันชีวิต ตอกย้ำความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ประกันสะสมทรัพย์ “กรุงเทพ สมาร์ท คิดส์” ที่สามารถคว้ารางวัล “Product of the Year Awards 2025” ในงานมอบรางวัลสินค้าและบริการแห่งปี 2568 “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2025” ภายใต้แนวคิด “Reaching for the Hearts เข้าถึงใจผู้บริโภค” เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าแห่งปี 2568 ที่ผ่านการวิจัยและวิเคราะห์จากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และผ่านการโหวตคัดเลือกจากผู้บริโภค จัดโดย นิตยสาร Business+ ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมี นายทรงพล ปรีดาวุฒิ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาและบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (ซ้าย) ขึ้นรับรางวัลจาก นายนุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี (ขวา) ที่ได้ให้เกียรติเป็น ประธานในพิธี ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา เมื่อเร็วๆ นี้ นายทรงพล กล่าวว่า ในนามตัวแทนของบริษัทกรุงเทพประกันชีวิต ขอขอบคุณนิตยสาร Business+ และวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้มอบรางวัล Product of The Year ให้กับผลิตภัณฑ์ กรุงเทพ สมาร์ท คิดส์ รางวัลนี้เป็นอีกหนึ่งรางวัลแห่งความภาคภูมิใจสำหรับกรุงเทพประกันชีวิต ที่เรายึด “ความใส่ใจ” เป็นหัวใจในการออกแบบผลิตภัณฑ์ โดยเริ่มต้นจากความเข้าใจในความต้องการของคุณพ่อคุณแม่อย่างแท้จริง คือความคาดหวังให้ลูกมีอนาคตที่มั่งคง และปลอดภัยที่สุด สะท้อนถึงการดำเนินงานตามภารกิจในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน ตลอดจนการใส่ใจทุกช่วงชีวิตของลูกค้า “เราตระหนักว่า การวางแผนทางการเงินที่ดีให้กับลูกตั้งแต่อายุน้อย คุณพ่อคุณแม่ก็จะมั่นใจได้ว่าลูกมีอนาคตที่ปลอดภัย รวมถึงได้รับความอุ่นใจว่าการวางแผนในวันนี้จะส่งต่อเป็น “โอกาสที่มั่นคง” สำหรับวันพรุ่งนี้ โดย “กรุงเทพ สมาร์ท คิดส์” เป็นผลิตภัณฑ์ที่ซื้อ 1 ได้ถึง 2 เพราะเราออกแบบเพื่อให้พ่อแม่สามารถวางแผนอนาคตให้กับลูกโดยเฉพาะเป้าหมายทางการศึกษาในทุกระดับชั้น…
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนที่ 5 จากซ้าย) และ คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาด (คนที่ 4 จากซ้าย) คว้ารางวัล “บริษัทที่น่าทำงานที่สุดในเอเชีย” ประจำปี พ.ศ. 2568 (HR Asia Best Companies to Work for in Asia 2025) ในงาน HR Asia Awards 2025 ซึ่งเป็นรางวัลที่บริษัทฯ ได้รับอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยรางวัลดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่ยิ่งใหญ่ของบริษัทฯ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราที่ให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นบริษัทฯ ยังได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจอีก 4 รางวัล ได้แก่ 1. HR Asia Diversity, Equity & Inclusion Awards 2025 ที่สะท้อนถึงความโดดเด่นในการเป็นสถานที่ทำงานที่สร้างการมีส่วนร่วม การมีวัฒนธรรมองค์กรที่ทุกคนยอมรับความแตกต่าง และการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมโดยไม่แบ่งแยก ผ่านสวัสดิการที่เท่าเทียมให้กับพนักงานทุกเพศ และมีนโยบายสนับสนุนการไม่เลือกปฏิบัติและให้ความเสมอภาคกับพนักงานทุกคน 2. HR Asia Most Caring Company Awards 2025 ซึ่งสะท้อนการเอาใจใส่และดูแลสุขภาวะของพนักงานที่ครอบคลุมในทุกด้าน โดยให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาวะทางการเงิน และความปลอดภัยของพนักงานมาเป็นอันดับหนึ่งอยู่เสมอ 3. HR Asia Sustainable Workplace Awards 2025 ที่สะท้อนความสำเร็จในการช่วยเหลือสังคม และใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนตลอดมา 4. HR Asia Tech Empowerment Awards 2025 รางวัลที่ได้รับครั้งแรก ซึ่งเป็นรางวัลที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาทักษะและเสริมสร้างความสามารถให้กับพนักงานในด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยพนักงานสามารถนำไปปรับใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยรางวัล HR Asia Awards เป็นการคัดเลือกบริษัทชั้นนำทั่วเอเชียที่มีความโดดเด่นด้านทรัพยากรบุคคล…
นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกในปี 2568 นี้ว่า เศรษฐกิจและตลาดการเงินโลกปั่นป่วนรุนแรงในช่วงต้นปี 2568 จากการประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าโดยสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามสถานการณ์ต่างๆ ก็เริ่มคลี่คลายลง หลังมีการบรรลุข้อตกลงและการประกาศอัตราภาษีที่ชัดเจนและไม่ได้สูงเหมือนครั้งแรกที่ประกาศ อีกทั้ง เศรษฐกิจต่างๆ ได้แรงส่งจากการเร่งส่งออกล่วงหน้า (Front loading) ก่อนที่ภาษีจะมีผลบังคับใช้ทำให้ภาวะเศรษฐกิจออกมาดีกว่าที่หลายฝ่ายคาด จึงเป็นการเรียกความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่งผลให้สินทรัพย์การลงทุนฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องโดยมีหลายดัชนีทำสถิติสูงสุดใหม่ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกในไตรมาส 3 ยังคงทะยานขึ้นต่อ ซึ่งโดยปกติแล้วสินทรัพย์เสี่ยงจะให้ผลตอบแทนไม่ดีนักในไตรมาส 3 แต่ในปีนี้ ดัชนี MSCI ACWI ได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.2% QTD (ที่มา: Bloomberg, ข้อมูล ณ วันที่ 19 ก.ย. 2568) ท่ามกลางความหวังว่าFed จะลดดอกเบี้ยมากขึ้น และผลกระทบจากการขึ้นภาษียังไม่ชัดเจน โดยเรามองว่าเศรษฐกิจยังคงอาจจะชะลอลงในช่วงถัดไปจากหลาย ๆ ปัจจัย อาทิ การเร่งส่งออกล่วงหน้าแทนการส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่จะชะลอลง การที่ Fed มีแนวโน้มจะลดดอกเบี้ยมากขึ้น รวมถึงยุโรปที่คาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายด้านกลาโหมที่สูงขึ้นก็ดูลดลงไป อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวนี้ก็จะไม่มีความรุนแรงจนทำให้เศรษฐกิจหดตัวลง อีกทั้ง ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องติดตามซึ่งอาจมีผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะถัดไป ทั้งเรื่องการตัดสินของศาลสูงสุดในเรื่องอำนาจของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการจัดเก็บ Tariff, การส่งผ่านภาษี (Tariff Pass-Through) ไปยังผู้บริโภค, ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่สมดุลบนความเสี่ยงจากที่เห็นการลดลงของทั้งอุปสงค์และอุปทานแรงงาน, การตัดสินใจดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ และปัญหาการขาดดุลการคลังที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ รวมไปถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และด้วยนโยบายที่ไม่แน่นอนของสหรัฐฯ นี้ เราจึงแนะนำให้นักลงทุนเน้นการกระจายความเสี่ยงมากขึ้น โดยมองว่าความโดดเด่นของหุ้นกลุ่มเทคฯ ยังคงมีอยู่ แต่อาจกระจายการลงทุนไปยังภูมิภาคอื่นๆ ที่มีการเติบโตที่ชัดเจน โดยการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ จึงแนะนำ 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเคแทม ออล เอเชีย แปซิฟิก อิควิตี้ ฟันด์ (KT-AASIA) (ความเสี่ยงระดับ 6) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ Fidelity…
ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คุณเกรียงชัย บุญโพธิ์อภิชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนให้เข้าถึงประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ได้อย่างรวดเร็ว คุ้มค่า และครอบคลุมผ่านเครือข่ายเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่ร้าน 7-Eleven กว่า 15,500 สาขาทั่วประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้แคมเปญ “พ.ร.บ. ถูกจริง! แจกจริง! พร้อมแจกแสตมป์จัดหนัก” เพื่อส่งสริมให้ผู้ใช้รถเข้าถึงความคุ้มครองในราคาที่คุ้มค่า โดยสามารถซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์ รถกระบะ และรถตู้ รับประกันโดยทิพยประกันภัย ได้ที่ร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 499 บาท (จากปกติเริ่มต้น 645.21 บาท) พร้อมสิทธิพิเศษรับแสตมป์จัดหนักมูลค่า 21 บาท สำหรับสมาชิก ALL member ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน – 23 พฤศจิกายน 2568 ลูกค้าที่ซื้อ พ.ร.บ. ผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิสที่ร้าน 7-Eleven จะได้รับกรมธรรม์ ณ จุดขาย พร้อมสามารถต่อภาษีรถยนต์ภายในร้านได้ทันที สะดวก ครบ จบในที่เดียว หรือหากเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ จะได้รับกรมธรรม์ในรูปแบบ e-Policy ส่งตรงทางอีเมล โดยความคุ้มครองมีผลทันทีตั้งแต่วันเริ่มกรมธรรม์ อีกทั้งยังสามารถซื้อได้ล่วงหน้าสูงสุดถึง 90 วัน ก่อนกรมธรรม์ปัจจุบันหมดอายุ ดร.สมพร สืบถวิลกุล กล่าวว่า “ทิพยประกันภัยมุ่งมั่นยกระดับการเข้าถึงประกันภัยสำหรับประชาชนทุกกลุ่ม ความร่วมมือครั้งนี้ช่วยให้สามารถซื้อ พ.ร.บ. ได้อย่างง่าย…
ธนาคารกสิกรไทยร่วมมือ กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ออมทองคำออนไลน์ด้วยสกุลเงินบาทผ่านแอปพลิเคชันธนาคารได้เป็นที่แรก เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงการออมทองคำเพื่อสะสมทรัพย์ได้ง่ายขึ้นผ่าน K PLUS พร้อมมั่นใจได้ถึงความปลอดภัย โดยเริ่มต้นการออมขั้นต่ำเพียง 500 บาท และไม่มีค่าธรรมเนียม ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) ในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาบริการซื้อ-ขายทองคำออนไลน์ผ่าน K PLUS ที่เปิดบริการไปเมื่อปีที่แล้ว ให้สามารถออมทองคำออนไลน์เป็นสกุลเงินบาทได้ด้วย จากเดิมที่มีเพียงบริการซื้อ-ขายทองคำด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น โดย K PLUS เป็นแอปพลิเคชันธนาคารแรกที่มีบริการออมทองคำด้วยสกุลเงินบาท ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่มีความต้องการออมทองคำเพื่อสะสมทรัพย์ ซึ่งลูกค้าสามารถทยอยออมได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องแลกเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่ เริ่มต้นออมขั้นต่ำเพียง 500 บาท สูงสุด 30 ล้านบาท/วัน (รวมการลงทุนทองคำและกองทุนรวม) เลือกออมได้ทั้งทองคำประเภท 99.99% และ 96.5% มั่นใจได้ถึงความปลอดภัยและที่สำคัญไม่มีค่าธรรมเนียม นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานบริษัท กลุ่มบริษัทในเครือ เอ็มทีเอส โกลด์ (แม่ทองสุก) กล่าวเพิ่มเติมว่า MTS Gold มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมด้านการลงทุนทองคำมาอย่างต่อเนื่อง ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถออมทองคำด้วยสกุลเงินบาทได้ทันทีผ่าน K PLUS โดยอ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลกแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นทางเลือกใหม่ในการออมทองคำมาตรฐานตามราคาทองไทย ที่สร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนทุกระดับ ทั้งผู้ที่เน้นการออมทองคำเพื่อสะสมทรัพย์ นักลงทุนมือใหม่ จนถึงนักลงทุนรายใหญ่ที่ต้องการความมั่นใจและความคล่องตัว นอกจากนี้ยังมอบความสะดวกสูงสุดในการรับทองคำจริง โดยลูกค้าสามารถเลือกรับได้ที่ทุกสาขาของร้านทองแม่ทองสุกทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หรือเลือกใช้บริการจัดส่งทางไปรษณีย์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศทั้ง 77 จังหวัด ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย รวมทั้งมีประกันสูญหายเต็มจำนวน ลูกค้าที่สนใจบริการออมทองเป็นสกุลเงินบาทบน K PLUS สามารถศึกษารายละเอียด ข้อจำกัด เงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ https://www.kasikornbank.com/k_42JMhU4 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ K-Contact Center 02-8888888
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ขึ้นรับรางวัลสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี ประเภทผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเหมาจ่ายระดับพรีเมี่ยม จากผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองสุขภาพ “อีลิท เฮลท์ พลัส” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 จากงาน “BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2025” จัดโดย นิตยสาร Business+ ในเครือ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) โดยมี ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรี ประธานในพิธีเป็นผู้มอบรางวัล งานจัดขึ้น ณ ห้องบอลรูม โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา สำหรับการมอบรางวัลในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Reaching for the hearts เข้าถึงใจผู้บริโภค” เพื่อยกย่องและเชิดชูเกียรติให้แก่ผลิตภัณฑ์และบริการที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า ที่ผ่านการพิจารณารางวัลด้วยเกณฑ์ที่เข้มข้น ทั้งการสำรวจเชิงปริมาณและการประเมินเชิงคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และได้รับคัดเลือกให้เป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์และบริการแห่งปี ที่พร้อมด้วยนวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อชีวิตที่ดีและเพื่อโลกที่สดใส คำนึงถึงมิติสำคัญของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยความคุ้มครองสุขภาพ “อีลิท เฮลท์ พลัส (Elite Health Plus)” โดดเด่นด้วยการเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยยกระดับความคุ้มครองให้เหมาะกับการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ด้วยความคุ้มครองที่ยาวจนถึง วัยเกษียณ ครอบคลุมการรักษาด้วยวงเงินความคุ้มครองสูง ผู้เอาประกันภัยซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตามต้องการ เลือกวงเงินเหมาจ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 20-100 ล้านบาทต่อปี คุ้มครองทั้งโรคระบาด โรคร้ายแรง โรคทั่วไป และอุบัติเหตุ ครอบคลุมการรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) ตามแผนความคุ้มครองที่ลูกค้าเลือก รวมถึงการฟอกไต การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการเคมีบำบัด และแบบ Targeted Therapy ให้ลูกค้ามั่นใจในการเข้าถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย การวินิจฉัยโรคแบบ CT Scan และ MRI โดยไม่ต้องแอดมิต…
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม Tidlor Holdings หรือ TIDLOR นำทีมพนักงานเข้าร่วมโครงการ “Happy Money พี่เลี้ยงการเงิน” จัดโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้รับความรู้ ความเข้าใจด้านการวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบ พร้อมส่งต่อความรู้และให้คำแนะนำเรื่องการวางแผนการเงินกับเพื่อนพนักงานภายในองค์กรต่อไป ซึ่งถือเป็นการจัดกิจกรรมต่อเนื่องครั้งที่ 5 โดยในปีนี้มีพนักงานในองค์กรสำเร็จหลักสูตรในโครงการ จำนวนทั้งหมด 12 คน และได้รับเกียรติจาก คุณชยุต ปริญญาธนกุล รวมทั้งวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อีกหลายท่าน ให้การต้อนรับและนำทีมให้ความรู้กับกลุ่มผู้เข้ารับการอบรมอย่างเป็นกันเอง ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ เมื่อเร็ว ๆ นี้ สำหรับโครงการ “Happy Money พี่เลี้ยงการเงิน” จัดขึ้นในรูปแบบกิจกรรมเวิร์กช็อป และ Group Mentor โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากตลาดหลักทรัพย์ฯ บรรยายให้ความรู้ นอกจากนี้ยังได้ทดลองวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินผ่านกรณีศึกษา โดยนำผลที่ได้รับมาเข้าร่วม Group Mentor แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับวิทยากรเพื่อให้พนักงานชาวเงินติดล้อเกิดความเข้าใจและสามารถนำความรู้ทางการเงินที่ได้รับ ไปปรับใช้ในวิถีชีวิตประจำวันของตนเองและครอบครัวได้จริง โดยที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2565 บมจ. เงินติดล้อ เข้าร่วมโครงการดังกล่าวต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 และมีพนักงานชาวเงินติดล้อผ่านการอบรมในหลักสูตรไปแล้ว 79 คน ซึ่งได้มีการนำความรู้ที่ได้รับมาพัฒนาต่อยอดทักษะสู่การเป็นพี่เลี้ยงการเงินช่วยแบ่งปันความรู้การวางแผนการเงินขั้นต้น พร้อมทั้งนำไปใช้แก้ปัญหาด้านการเงินให้กับพนักงานภายในอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับการให้บริการบริหารความมั่งคั่งอย่างมืออาชีพ MFC ได้จัดกิจกรรม “MFC Clean & Share” เพื่อส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่สะอาด เป็นระเบียบ และ น่าอยู่ตามหลัก 5ส นอกจากนี้ยังมุ่งปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการแบ่งปัน โดยคุณศศิวิมล สิงห์เงิน เลขานุการและผู้อำนวยการอาวุโส เป็นตัวแทนมอบสิ่งของที่บริษัทและพนักงานร่วมกันบริจาค ให้แก่มูลนิธิกระจกเงา เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ขาดแคลนและผู้ด้อยโอกาสในสังคม กิจกรรมนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ MFC ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง และขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคงควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
