หนึ่งในเรื่องหนักอกของคนผ่อนบ้าน หนีไม่พ้นปัญหาดอกเบี้ยบานปลาย โดยเฉพาะผู้กู้สินเชื่อบ้านที่ผ่อนชำระค่างวดครบ 3 ปีแล้ว ซึ่งจะถูกปรับอัตราดอกเบี้ย มาเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ซึ่งเป็นระยะที่อัตราดอกเบี้ยสามารถปรับขึ้นลงได้ตามประกาศของแต่ละธนาคาร หากดอกเบี้ยอ้างอิงขยับตัวขึ้นจะส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้น ยอดผ่อนชำระต่อเดือนถูกตัดเป็นเงินต้นได้น้อยลง อาจทำให้ระยะเวลาผ่อนบ้านยาวนานขึ้น และกระทบต่อการบริหารจัดการการเงินในระยะยาว ทางเลือกที่ได้รับความนิยมซึ่งผู้กู้ใช้ในการลดภาระดอกเบี้ย คือ รีไฟแนนซ์ (Refinance) และ รีเทนชัน (Retention) แต่ลูกค้าสินเชื่อบ้านจำนวนไม่น้อย ยังขาดความรู้และความเข้าใจว่าทั้งสองแนวทางมีความแตกต่างกันอย่างไร และทางเลือกไหนจะช่วยปิดหนี้บ้านได้เร็ว ให้ประโยชน์กับผู้กู้แต่ละรายได้สูงสุด สินเชื่อบ้านทีทีบี จึงขอนำเสนอรายละเอียดแต่ละรูปแบบเพื่อให้พิจารณา เริ่มที่ “รีไฟแนนซ์” (Refinance) คือ การขอยื่นกู้บ้านหรือคอนโดกับธนาคารใหม่ ที่ให้เงื่อนไขในการผ่อนชำระที่ดีกว่าเดิม ซึ่งก็คือ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง ช่วยให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนของผู้กู้น้อยลงและช่วยให้ปิดหนี้บ้านหมดได้ไวยิ่งขึ้น ผู้กู้บางรายสามารถลดภาระค่างวด มีเงินเหลือใช้จ่ายมากขึ้น หรือสามารถขอวงเงินกู้เพิ่มได้ด้วย โดยการรีไฟแนนซ์จะต้องเตรียมเอกสารเพื่อขอยื่นกู้ใหม่และมีค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายเพิ่มเหมือนการทำสัญญาใหม่ และใช้เวลาในการอนุมัติสินเชื่อไม่ต่างจากการยื่นกู้ใหม่ แต่ถือว่าเป็นทางเลือกยอดนิยมในการลดอัตราดอกเบี้ย ส่วน “รีเทนชัน” (Retention) คือการยื่นเรื่องขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้กับธนาคารเดิมที่กำลังผ่อนอยู่ ไม่ต้องเสียเวลายื่นเอกสารกู้ใหม่ แค่แจ้งธนาคารเดิมว่าขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยบ้าน เนื่องจากธนาคารสามารถใช้เอกสารเดิมที่ผู้กู้ใช้ยื่นขอสินเชื่อ ซึ่งผลการอนุมัติจะเร็วกว่าการรีไฟแนนซ์ อย่างไรก็ตาม ถ้าประวัติการผ่อนชำระไม่ดี ก็อาจขอรีเทนชันไม่ผ่านได้ หรือถ้าผ่าน อัตราดอกเบี้ยที่ได้ก็จะน้อยกว่าคนผ่อนที่มีประวัติดี โดยอัตราดอกเบี้ยของการรีเทนชัน แม้ว่าจะลดลงไปไม่เยอะมาก แต่ก็จะยังต่ำกว่าปีที่ 4 ที่ปรับขึ้นมาแบบลอยตัว ดังนั้นเมื่อถามว่าระหว่างการ “รีไฟแนนซ์” กับการ “รีเทนชัน” ควรเลือกแบบไหนดีกว่ากัน? คงต้องตอบว่าขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ขอสินเชื่อว่าเป็นอย่างไร เช่น หากต้องการผ่อนชำระน้อยลง หรืออยากประหยัดดอกเบี้ยเยอะ ๆ จะได้ปิดบ้านเร็ว ๆ และมีเวลาที่พร้อมจะเตรียมเอกสาร เดินเรื่องกู้กับธนาคารใหม่ รีไฟแนนซ์ถือว่าเป็นช่องทางที่ตอบโจทย์ ส่วนใครที่ไม่อยากวุ่นวายกับการเตรียมเอกสารและสำรองเงินค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เปรียบเทียบกับความคุ้มค่าแล้วไม่ต่างกันมาก เมื่อเทียบกับดอกเบี้ยใหม่ที่ลดลงมาในแบบที่รับได้ ก็อาจเลือกใช้วิธีรีเทนชันแทน สำหรับผู้ที่กำลังมองหาแหล่งสินเชื่อใหม่สำหรับการรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องการมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นในทุกมิติ สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ ทีทีบี พร้อมตอบโจทย์สำหรับคนมีบ้าน ช่วยให้จ่ายดอกเบี้ยถูกลง และเป็นเจ้าของบ้านได้เร็วขึ้น ซึ่งตอนนี้ทีทีบี มีโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษให้กับคนที่ต้องการรีไฟแนนซ์บ้านโดยเฉพาะ ü ดอกเบี้ยคงที่ปีแรกเพียง 2.25% ต่อปี หรือดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 3.39% ต่อปี ü ฟรี! ค่าจดทะเบียนจำนอง ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ และค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ü ผ่อนได้นานสูงสุด 35 ปี ü วงเงินอนุมัติสูงสุด 100% หรือ 50 ล้านบาท และ หากลูกค้าต้องการวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม เพื่อเสริมสภาพคล่อง หรือจะใช้รวบหนี้ดอกเบี้ยสูงให้ต่ำลง มาเหลือผ่อนที่เดียวกับทีทีบี ก็สามารถเลือก รีไฟแนนซ์บ้านพร้อมกับขอวงเงินกู้เพิ่มเติม ด้วยสินเชื่อบ้านแลกเงิน ท็อปอัพ และรับข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 3 ปีแรก เพียง 5.45% ต่อปี (จากปกติ 6.18% ต่อปี) ทีทีบี สนับสนุนให้ผู้กู้สามารถตัดสินใจเลือกแนวทางปรับลดดอกเบี้ยบ้านที่เหมาะสมกับตนเอง เพื่อช่วยให้ปิดหนี้บ้านได้ไว เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้เร็วขึ้น และมุ่งส่งเสริมให้ลูกค้าวางแผนใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น และผ่อนชำระคืนไหว…
Author: staff
อลิอันซ์ อยุธยา ในฐานะหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิก เปิดบ้านต้อนรับ เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักกีฬาเทควันโด เหรียญทองโอลิมปิก 2024 นำโดย นางสาวภาริสา ฉายากุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารภาพลักษณ์องค์กรและสื่อสารองค์กร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต พร้อมด้วยตัวแทนพนักงาน ร่วมแสดงความยินดี พร้อมมอบของที่ระลึก เพื่อเป็นกำลังใจและขอบคุณในการทุ่มเทฝึกซ้อมทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมจนสามารถคว้าชัยชนะกลับมาได้สำเร็จในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่ผ่านมา อลิอันซ์ อยุธยา ในฐานะผู้สนับสนุนการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิก ขอขอบคุณความมุ่งมั่นและความสามารถของนักกีฬาไทยทุกท่านที่ได้แสดงศักยภาพและความตั้งใจในการแข่งขัน เราเชื่อมั่นว่าทุกความสำเร็จสามารถแรงบันดาลใจและจุดประกายความฝันให้กับคนรุ่นใหม่ต่อไป
กนง. มีมติไม่เป็นเอกฉันท์ 6 ต่อ 1 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.50% โดย 1 เสียง เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% เช่นเดียวกับการประชุมครั้งที่แล้ว โดยเศรษฐกิจไทยในภาพรวมขยายตัวสอดคล้องกับที่ กนง. ประเมินไว้ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงกว่าที่ประเมินไว้บ้างจากปัจจัยด้านอุปทานและจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 1-3% ในช่วงปลายปีนี้ อย่างไรก็ดี SCB EIC ประเมินว่าการสื่อสารของ กนง. ในรอบนี้มีท่าที Dovish มากขึ้นจาก 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1) กนง. ประเมินว่าอุปสงค์ในประเทศมีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นในระยะข้างหน้า การบริโภคภาคเอกชนจะมีแนวโน้มชะลอลง และยังต้องติดตามว่าการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวแรงในไตรมาส 2 เป็นปัจจัยชั่วคราวมากเพียงใด 2) กนง. ให้ความสำคัญของการฟื้นตัวที่ไม่เท่ากันในแต่ละภาคส่วนเศรษฐกิจมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคการผลิตที่สินเชื่ออุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์หดตัว และ 3) กนง. เริ่มให้ความสำคัญกับการติดตามความเชื่อมโยงระหว่างพัฒนาการของเศรษฐกิจและภาวะการเงิน ซึ่งสะท้อนความกังวลที่เพิ่มขึ้นว่า ภาวะการเงินที่ตึงตัวขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในระยะต่อไป โดยเฉพาะจากคุณภาพสินเชื่อที่ด้อยลง ซึ่งส่งผลให้มาตรฐานการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินเข้มงวดขึ้น และอาจกระทบกิจกรรมเศรษฐกิจตามมา IMPLICATIONS SCB EIC คาด กนง. จะเริ่มลดดอกเบี้ยในไตรมาส 4 และจะลดอีกครั้งในไตรมาส 1/2025เพื่อช่วยผ่อนคลายภาวะการเงินในประเทศ หลังจากภาวะการเงินตึงตัวขึ้นมากในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับความเปราะบางทางการเงินของภาคธุรกิจและครัวเรือนที่มีอยู่เดิม ส่งผลให้แรงส่งเศรษฐกิจไทยจากอุปสงค์ในประเทศแผ่วลงจะเห็นชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปีนี้ นอกจากนี้เศรษฐกิจไทยในปีหน้ายังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ทำให้นโยบายการเงินไทยจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทประคับประคอง Momentumของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ามากขึ้น SCB EIC มองว่าพัฒนาการของเศรษฐกิจไทยในระยะสั้นยังคงเป็นไปตามที่ กนง. ประเมินไว้ สะท้อนจากตัวเลขการขยายตัวของ GDP ไตรมาส 2 ที่ออกมาใกล้เคียงกับตลาดคาดการณ์ อย่างไรก็ดี หากพิจารณาองค์ประกอบการขยายตัวจะเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอลงของแรงส่งอุปสงค์ในประเทศ (รูปที่ 1) สะท้อนว่าในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงที่อุปสงค์ในประเทศจะไม่สามารถเป็นแรงประคับประคองเศรษฐกิจได้เหมือนที่ผ่านมา ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย และหากขจัดปัจจัยฐานและปัจจัยชั่วคราวจากราคาพลังงานและอาหารสดออกแล้ว อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานก็ยังอยู่ในระดับต่ำมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนแรงกดดันด้านอุปสงค์ในประเทศที่มีต่ำ สัญญาณการชะลอลงของอุปสงค์ในประเทศนี้ทำให้ SCB EIC มองว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2025 อาจขยายตัวต่ำกว่าที่ได้ประเมินไว้ ภาวะการเงินไทยโดยรวมอยู่ในระดับตึงตัว สะท้อนจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริง (รูปที่ 2) ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงกว่าในอดีตค่อนข้างเร็ว นอกจากนี้ ภาคครัวเรือนอาจเผชิญภาวะการเงินตึงตัวแรงกว่าภาคส่วนอื่น เพราะได้รับผลกระทบจากมาตรฐานการให้สินเชื่อครัวเรือนของสถาบันการเงิน…
สปสช. กทม. นำทีมลงพื้นที่ 50 เขต ทั่วกรุง เร่งเครื่องให้ความรู้พร้อมเชิญชวนคลินิก สถานพยาบาล และร้านยาเอกชน 7 ประเภทเข้าร่วมโครงการ “30 บาท รักษาทุกที่ กรุงเทพมหานคร” เพิ่มทางเลือกให้คนเมืองหลวงสิทธิบัตรทอง ใช้บริการผ่านหน่วยบริการนวัตกรรมได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เพื่อลดปัญหาความหนาแน่นของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ทันตแพทย์อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ และโฆษก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เปิดเผยว่า “สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร ได้เร่งเครื่องโครงการ “30 บาท รักษาทุกที่ กรุงเทพมหานคร” อย่างเต็มที่ เพื่อยกระดับการให้บริการสาธารณสุขเพื่อประชาชนชาวกรุงเทพมหานครผู้ถือสิทธิบัตรทอง ได้ใช้บริการผ่านหน่วยบริการนวัตกรรมได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ อีกทั้งเพื่อลดปัญหาความหนาแน่นของโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ซึ่งขณะนี้ได้ทำการยกระดับ Contact Center 1330 เพื่ออำนวยความสะดวกและช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชน รวมถึงการปรับปรุงระบบออนไลน์แบบ One Stop Service เพื่อรองรับทั้งในส่วนการขึ้นทะเบียนและการเบิกจ่ายสำหรับหน่วยบริการนวัตกรรม เพื่อให้สามารถลงทะเบียนง่าย จ่ายเงินคืนเร็ว พร้อมกันนี้ ล่าสุด ยังได้จัดทีมลงพื้นที่ 50 เขต ทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้ข้อมูล เชิญชวน และอำนวยความสะดวกแก่หน่วยบริการเอกชนทั้ง คลินิก สถานพยาบาล และร้านยาเอกชน ในการขึ้นทะเบียน 089-8840219 ปัจจุบันมีหน่วยบริการเอกชนในกรุงเทพมหานครที่เข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 1,500 แห่ง โดยสัดส่วนกลุ่มที่มีการตอบรับมากที่สุดคือร้านยา GPP+ จำนวน 865 แห่ง ตามมาด้วยคลินิกเวชกรรม 143 แห่ง และคลินิกทันตกรรม 123 แห่ง นอกจากนี้ สปสช. ยังได้ขยายบริการเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความและลดความแออัดให้กับโรงพยาบาลขนาดใหญ่และหน่วยบริการนวัตกรรมทั้ง 7 ประเภท ด้วยการเพิ่มบริการแพทย์ทางไกล เจาะเลือดที่บ้าน รถรับส่งผู้ป่วย รถทันตกรรมเคลื่อนที่ และตู้เทเลเมดดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชน เป็นต้น ทันตแพทย์อรรถพร กล่าวต่อว่า “สำหรับหน่วยบริการเอกชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถเตรียมเอกสารสมัครดังนี้ ใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน (แบบ ข.ย.5) สำหรับร้านยา ส่วนสถานพยาบาลประเภทอื่นไม่ต้องใช้เนื่องจากเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพแล้ว,…
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับมอบ “กรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ.รถรางล้อยางนำเที่ยว” จำนวน 14 กรรมธรรม์ จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายมงคล ละเอียดตะคุ ผู้จัดการสาขาพระนครศรีอยุธยา และนายสมพงษ์ พลายมาศ ผู้จัดการศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนอยุธยา เป็นผู้มอบ ร่วมกับ นางสาวอิสรี เกตุกล่ำ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเพื่อส่งเสริมมาตรฐานความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยวและประชาชน ที่ใช้บริการรถรางเที่ยวชมสถานที่รอบกรุงเก่า โดยพิธีมอบจัดขึ้น ณ ลานจอดรถด้านหน้าพระตำหนักสิริยาลัย ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ ทางบริษัทฯ ได้ส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัย พ.ร.บ.รถรางล้อยางนำเที่ยว แก่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่ปี พ.ศ.2562 จนถึงปัจจุบัน ด้วยตระหนักความสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอย่างรอบด้าน เพื่อช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อทั้งร่างกายและทรัพย์สิน รวมถึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการดำเนินภารกิจเพื่อสังคม เพื่อพัฒนาแนวทางการสร้างความปลอดภัยทางการท่องเที่ยวภายในท้องถิ่นสู่มาตรฐานสากลต่อไป
บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณระวิน มุคขจี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ส่วนบริหารประสบการณ์ลูกค้า เผยว่าในวาระครบรอบ 75 ปี OCEAN LIFE ไทยสมุทร ได้มุ่งเน้นกลยุทธ์ “HEALTHIVERSE” สู่โลกใหม่เพื่อชีวิตและสุขภาพที่ดีของคนไทย สนับสนุนให้คนไทยไม่ป่วยด้วยศักยภาพทั้ง 8 ด้าน หนึ่งในนั้นคือการมุ่งเน้นให้ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้อง จึงได้จัดกิจกรรม Facebook LIVE : Routine Fit พิชิตสุขภาพดี ขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก นพ.ศุภฤกษ์ วิจารณาญาณ หรือ หมอโอ๊ค เจ้าของเพจ “DoctorSixpack” ที่มีผู้ติดตามกว่า 1 ล้านคน มาบรรยายให้ความรู้เรื่อง Routine Fit การใช้ชีวิตให้คุณมีสุขภาพดีแบบง่าย ๆ ด้วยการเลือกรับประทานอาหาร การทำ Intermittent Fasting (IF) และการออกกำลังกายแบบถูกวิธี ผ่านทาง Facebook : oceanlifepage โดยสามารถติดตามรับชมย้อนหลังได้ที่ https://www.facebook.com/oceanlifepage/videos/1552470492368289/ นอกจากนี้ OCEAN LIFE ไทยสมุทร ยังได้พัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อสุขภาพ OCEAN CLUB APP ที่จะช่วยติดตามสุขภาพร่างกาย ครอบคลุมทั้ง 3 ฟังก์ชั่น ทั้งการกิน การนอน และการออกกำลังกาย เพื่อเป็นตัวช่วยทำให้คนไทยไม่ป่วย เป็นเพื่อนคู่สุขภาพของคนไทยทุกคน สามารถดาวน์โหลด OCEAN CLUB APP ได้ที่ https://www.ocean.co.th/ocean-club-activities/ocean-club-app OCEAN LIFE ไทยสมุทร ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรตลอด 75 ปี โดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติเพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมแล้วที่จะส่งมอบสุขภาพดี และอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ และมีความสุข สามารถติดตามกิจกรรมดี ๆ ของบริษัทฯเพิ่มเติมได้ที่ OCEAN CLUB APPLICATION / LINE :…
ช่วงนี้นอกจากข้าวของแพง เงินทองหายากแล้ว ชีวิตยังต้องลำบากกับการรับมือกลโกงมิจฉาชีพที่ระบาดหนักขึ้นทุกวัน แถมรูปแบบการหลอกลวงก็มีความหลากหลายและแนบเนียนขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งช่องทางพื้นฐาน ไปจนถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันต่าง ๆ ทำให้ใครหลาย ๆ คน ถูกดูดเงินออกจากกระเป๋าไปง่าย ๆ เพียงเพราะความประมาท ขาดสติ และเท่าไม่ทันกลโกง วันนี้ fintips by ttb #เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ จึงอยากชวนรู้ทันกันโกงของเหล่านักโจรกรรมทางการเงิน เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ปัจจุบันความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้เราสะดวกสบาย ไม่ต้องเดินทางไปธนาคารเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน แต่หากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ก็อาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ ดังนั้น อย่าหลงเชื่อ เพราะเพียงแค่มีโลโก้ชื่อธนาคารหลอกให้ทำธุรกรรมปลอม หรือปล่อยสินเชื่อ โดยมีวิธีการตรวจสอบง่าย ๆ ดังนี้ กลโกงมิจฉาชีพ ปลอม! ระวังมิจฉาชีพปลอมเป็นเพจ หรือเว็บไซต์ แอบอ้างเป็นธนาคาร หลอกให้ทำธุรกรรมเท็จ หรือให้คลิกลิงก์เพื่อหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว เพราะธนาคารไม่มีนโยบายส่งลิงก์ให้กับลูกค้าในการทำธุรกรรม กลโกงมิจฉาชีพ ปลอม! ระวังมิจฉาชีพปลอมเป็นพนักงานธนาคารหลอกให้โอนเงิน ก่อนได้รับการอนุมัติสินเชื่อ เพราะธนาคารไม่มีนโยบายให้ลูกค้าโอนเงินก่อนการพิจารณาสินเชื่อ กลโกงมิจฉาชีพ ปลอม! ระวังมิจฉาชีพปลอมเอกสารธนาคารเพื่อล่อลวงให้ขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สุดท้ายมาหลอกให้โอนเงินในรูปแบบต่าง ๆ เช่น จ่ายค่าธรรมเนียม ค่าโอน ฯลฯ เพราะธนาคารไม่มีนโยบายเก็บค่าธรรมเนียมลูกค้าในการขออนุมัติสินเชื่อ เช็กให้ชัวร์! ก่อนตกเป็นเหยื่อ ตรวจสอบให้ดีก่อนให้รายละเอียดหรือข้อมูลส่วนตัว หากเป็นเพจหรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้สังเกตว่าเป็นofficial platform หรือไม่ ธนาคารไม่มีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมก่อนได้รับอนุมัติสินเชื่อ หากได้รับเอกสารที่ไม่คุ้นเคย หรือไม่แน่ใจว่าเป็นพนักงานตัวจริงหรือตัวปลอม ควรตรวจสอบโดยตรงกับธนาคาร ยุคสมัยที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกล มิจฉาชีพก็ขยันหาวิธีหลอกลวงใหม่ ๆ มาใช้มากมาย โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ ซึ่งนอกจากปลอมเป็นธนาคารแล้ว ยังมีวิธีต่าง ๆ อาทิ ล่อด้วยของรางวัลน่าสนใจ และส่ง URL หลอกให้คลิกลิงก์ผ่านทางข้อความ SMS, E-mail ที่สามารถหลอกดูดเงินได้อีกหลายทาง หรือกลโกงอีกแบบที่น่ากลัวคือ แฝงตัวมาบนโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่าง ๆ แอบอ้างเป็นแบรนด์ดัง และทำการซื้อโฆษณาเพื่อเชื่อมโยงไปเว็บไซต์ปลอมเพื่อหลอกเอาข้อมูล หรือสามารถสวมรอยเพื่อดูดเงินในบัญชีได้ เป็นต้น หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อของภัยทางการเงินป้องกันได้! อย่าเปิดโอกาสให้คนร้ายใช้จุดอ่อนมากระตุ้นให้หลงเชื่อ เพราะภัยที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่มักเกิดจากอารมณ์ “โลภ” และ “กลัว” จนขาดสติ ดังนั้น ควรระมัดระวังและตั้งสติทุกครั้ง ไม่หลงเชื่อใครง่าย ๆ ท่องไว้ว่า อย่ากด อย่าโอน อย่าแชร์ข้อมูลให้ใคร จะช่วยเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด อย่ากลัวเทคโนโลยีที่เข้ามาอำนวยความสะดวกสบาย ขอแค่ให้ใช้อย่างสติ รับรองว่าห่างไกลภัยทางการเงินได้ไม่ยาก คลิกเพื่ออ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ https://www.ttbbank.com/link/fintips-scam-prevent ติดตามเคล็ดลับการเงินอื่น ๆ จาก “fintips by ttb” เรื่องเงินที่รู้จริงแบบเพื่อนที่รู้ใจ…
บลจ.ทิสโก้จับจังหวะเสนอขาย กองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส เทคโนโลยี ทริกเกอร์ 5M#3 คาดราคาหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในประเทศสหรัฐฯ จะปรับขึ้นแรงในช่วงวัฎจักรดอกเบี้ยขาลง และหุ้น Microsoft และ Nvidia ซึ่งเป็นหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากที่สุด 2 อันดับแรกมีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตอยู่ในระดับสูง สวนทางกับราคาที่ปรับลดลง เปิด IPO 21-26 ส.ค. 67 นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด (Mr. Saharat Chudsuwan Managing Director of TISCOASSET) เปิดเผยว่า หลังจากบลจ.ทิสโก้บริหารกองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส แนสแดค ทริกเกอร์ 5M#4 (TNDQT5M4) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ถึงเป้าหมาย 5% มีมูลค่า NAV เท่ากับ 10.5479 บาท ต่อหน่วยในวันที่ 15 สิงหาคม 2567 โดยใช้ระยะเวลาบริหาร 8 วันนั้น ทางบลจ.ทิสโก้ยังคงเดินหน้านำเสนอกองทุนทริกเกอร์ใหม่เพื่อช่วยนักลงทุนจับจังหวะการลงทุนและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี โดยล่าสุด บลจ.ทิสโก้มองว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ เดือนกันยายนนี้ ที่ประชุมมีโอกาสสูงที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง เพราะอัตราเงินเฟ้อเข้าสู่กรอบเป้าหมายที่ 2% และอัตราการว่างงานในสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งในภาวะอัตราดอกเบี้ยขาลงเช่นนี้เป็นผลบวกต่อหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ โดยตรง นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ยังปรับเพิ่มคาดการณ์ผลประกอบการณ์หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่าง หุ้น Microsoft และ Nvidia อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เพื่อเป็นการจับจังหวะการลงทุนให้กับลูกค้า จึงเปิดเสนอขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ยูเอส เทคโนโลยี ทริกเกอร์ 5M#3 (TTECH5M3) เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่อยู่ในดัชนี S&P 500 ผ่านกองทุนอีทีเอฟ The Technology Select Sector SPDR Fund (กองทุนหลัก) ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวตามดัชนี…
ดร.ยรรยง ไทยเจริญ (ที่4ซ้าย) รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจ WEALTH ธนาคารไทยพาณิชย์ นำทีมผู้บริหารจัดงาน สัมมนา SCB First Investment Outlook 2024 ภายใต้หัวข้อ “Navigating the Investment World with Digital AI ”ให้กับกลุ่มลูกค้า First โดยมี ดร. ชาลี อัศวธีระธรรม (ที่3 ซ้าย) รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงาน Digital Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ นายศรชัย สุเนต์ตา (ที่ 4 ขวา) รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Office and Product กลุ่มธุรกิจ Wealth ธนาคารไทยพาณิชย์ ดร.ฐิติมา ชูเชิด(ที่2ซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารไทยพาณิชย์ และนายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา (ที่3 ขวา) นักกลยุทธ์อาวุโส ตลาดหุ้นไทยและต่างประเทศ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ร่วมสัมมนา เมื่อเร็วๆนี้ ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ โดยวัตถุประสงค์การจัดงานสัมมนาในครั้งนี้ เพื่อเจาะลึกทิศทางเศรษฐกิจโลก และสินทรัพย์ลงทุนที่ยังมีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ พร้อมเตรียมรับมือแนวโน้มดอกเบี้ยปรับลดลงในปลายไตรมาส3นี้ เพื่อเฟ้นหาสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ และได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงและเงินเฟ้อที่ใกล้เข้าสู่เป้าหมาย โดยมี ดร.ฐิติมา ชูเชิด บรรยายในหัวข้อ “2024 Global & Thai Economic Outlook” และ ดร.ชาลี อัศวธีระธรรม ในหัวข้อ “AI Revolution and the Opportunities Ahead” พร้อมด้วยสัมมนาเจาะลึกสินทรัพย์ลงทุนที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดี หลังเลือกตั้งสหรัฐ โดยนายศรชัย สุเนต์ตา …
เมืองไทยประกันชีวิต สานต่อโครงการเพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิต มอบชุดกันฝนพร้อมรองเท้าบูตแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลหัวหมากต่อเนื่องปีที่ 2 เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยงานจราจรในช่วงฤดูฝน ตอกย้ำองค์กรเพื่อสังคมที่ยั่งยืน นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีนโยบายที่บริหารงานให้มีการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยให้ความสำคัญของการตอบแทนสังคมในทุกมิติ ไม่ว่ามิติด้านสิ่งแวดล้อม มิติด้านสังคม ตลอดจนมิติด้านบรรษัทภิบาล (ESG) โดยในโอกาสนี้บริษัทฯ ได้เล็งเห็นถึงการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในการปฏิบัติงานโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนนี้ บริษัทฯ จึงได้มอบชุดกันฝนและรองเท้าบูต ให้แก่ สถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยงานจราจร สำหรับวัตถุประสงค์ในการมอบชุดกันฝนในครั้งนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณฝนตกหนัก สภาพอากาศที่ไม่แน่นอนและฝนตกหนักอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานและสุขภาพตลอดจนความปลอดภัยในขณะปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยการมอบชุดกันฝนครั้งนี้จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ ในโอกาสนี้พันตำรวจโท ธนวิทย์ วิจิตรจริย รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก กล่าวว่า “ผมขอเป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่ตำรวจขอขอบคุณบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่ได้มอบชุดกันฝนเหล่านี้ให้กับสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก การสนับสนุนเช่นนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยยิ่งขึ้น ขอบคุณที่บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำงานอย่างหนัก การมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมและพร้อมใช้เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานในทุกสภาพอากาศ” ทั้งนี้ในการพิธีมอบชุดกันฝนดังกล่าว นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นางสาวนิรัตน์ บูชาสุข รองกรรมการผู้จัดการ และนายพัชรพงษ์ ธะนะปัด ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ร่วมมอบชุดกันฝนและรองเท้าบูต ให้แก่ พันตำรวจโท ธนวิทย์ วิจิตรจริยา รองผู้กำกับจราจรสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก และ ร้อยตำรวจเอกธนินท์ศักดิ์ กลางบุรัมย์ชากร รองสารวัตรจราจรสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก เป็นผู้รับมอบ “การมอบชุดกันฝนครั้งนี้นับเป็นการสนับสนุนและเสริมสร้างความปลอดภัยแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำหน้าที่ปกป้องและดูแลประชาชนในทุกสถานการณ์ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ เพิ่มความมั่นใจและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน รวมทั้งเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับหน่วยงานตำรวจในการเตรียมพร้อมและความเป็นมืออาชีพ โดยบริษัทฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในครั้งนี้” นายสาระกล่าวสรุป
