Author: staff

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) เผยว่าในวาระครบรอบ 75 ปีของ OCEAN LIFE ไทยสมุทร เรามุ่งใช้ศักยภาพทุกด้านช่วยให้ลูกค้าและคนไทยทุกคนก้าวสู่โลกยุคใหม่ด้วยความมั่นใจ พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนรอบด้าน โดยเฉพาะในปัจจุบันที่สภาพเศรษฐกิจส่งผลกระทบทำให้หัวหน้าครอบครัวต้องวางแผนอย่างรัดกุม โดยเฉพาะการมีประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ เพราะจะช่วยสร้างชีวิตที่ดีขึ้นและยังจะเป็นมรดกสำคัญให้กับลูกหลานในอนาคต อีกทั้งหากมีเงินคืนในทุกปีก็สามารถนำเงินคืนส่วนนี้ไปลงทุนต่อยอดได้อีกมาก ด้วยเหตุนี้ OCEAN LIFE ไทยสมุทร จึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตคุ้มครองตลอดชีพ “โอเชี่ยนไลฟ์ เลกาซี่ 99/9” จ่ายเบี้ยเพียง 9 ปี รับความคุ้มครองยาวถึงอายุครบ 99 ปี จุดเด่นคือ รับเงินคืนทุกปี ตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 1 ถึงวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 99 ปี  โดยรับเงินคืน 1% ทุกปี ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 1 – วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 59 ปี และเงินคืนสูงสุด 22% ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 90 ปี – อายุครบ 98 ปี ครบกำหนดสัญญารับเงินคืน 100% หากเสียชีวิตก่อนวันครบกำหนดสัญญารับความคุ้มครองชีวิต(1)100% รับประกันภัยบุคคลอายุตั้งแต่ 30 วัน – 50 ปี โดยเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่สรรพากรกำหนด รายละเอียดแบบประกันเพิ่มเติม https://www.ocean.co.th/our-products/whole-life/oceanlife-legacy999 OCEAN LIFE ไทยสมุทร ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรมายาวนาน 75 ปี โดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติเพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่ายทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคมเพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503 ข้อควรทราบ       (1) กรณีเสียชีวิต บริษัทฯ จะจ่ายผลประโยชน์ตามกรมธรรม์…

Read More

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 ได้มีมติให้จ่ายเงินปันผลหุ้นสามัญระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการงวด 6 เดือนแรก ปี 2567 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท    โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 5 กันยายน 2567 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 กันยายน 2567

Read More

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมกับ รายการ The First Ultimateจัดกิจกรรม “ศิลปะมีชีวิต” เอาใจลูกค้า ที่ชื่นชอบศิลปะและธรรมชาติ นำโดย คุณภาสิกา นาเมืองรักษ์  Head of Digital Media and Content (คนที่ 4 จากซ้าย) กล่าวต้อนรับลูกค้าและเปิดงาน ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่ต่อยอดจากแคมเปญ LifeReady เอนจอยชีวิตได้ไม่มีห่วง ที่คุ้มครองชีวิตไปจนถึงอายุ 99 ปี เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยได้ถึง 4 ระยะ และที่สำคัญเบี้ยประกันไม่แพง เหมาะกับคนทุกวัย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และช่วยวางแผนการเงิน กิจกรรมสุดพิเศษนี้ ได้มอบประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าและพนักงานคนสำคัญ ในการทำเวิร์คชอป บอนไซ โดยใช้ต้นหลินซาน หรือ ม่วงเจริญ ซึ่งมีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรือง เสน่ห์ของม่วงเจริญคือ มีดอกสีม่วงเล็ก ๆ ที่สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี นอกจากจะสวยงามแล้วยังช่วยฝึกสมาธิอีกด้วย ซึ่งกิจกรรมดีๆ แบบนี้ บริษัทฯ จัดขึ้นเพื่อตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าของ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต และรายการ The First Ultimate สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมดีๆ จาก กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เพิ่มเติมได้ที่ www.Krungthai-axa.co.th  หรือ โทร 1159 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

Read More

มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) เพิ่มขึ้นร้อยละ 25 ถือเป็นสถิติใหม่ คิดเป็นมูลค่า2,455 ล้านเหรียญสหรัฐ ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 17 คิดเป็น 4,546 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (ANP) กำไรของธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 3.3 จุด เป็นร้อยละ 53.9 มูลค่าพื้นฐานของกิจการ กำไรจากการดำเนินงานบนมูลค่าพื้นฐานของกิจการ (EV operating profit) อยู่ที่ 5,350 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 29 ต่อหุ้น อัตราผลตอบแทนจากการดำเนินงานบนมูลค่าธุรกิจประกันภัย (ROEV) อยู่ที่ร้อยละ 16.5 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 12.9 ในช่วงตลอดปี 2566 ที่ผ่านมา ผลการดำเนินงานและการลงทุนเป็นไปในทิศทางที่ดีในช่วงครึ่งปีแรก ส่วนทุนตามมูลค่าธุรกิจประกันภัย (EV Equity) อยู่ที่ 70.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ หลังการคืนทุนให้แก่ผู้ถือหุ้น เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ต่อหุ้นในช่วงครึ่งปีแรก รายงานทางการเงิน (IFRS) กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) อยู่ที่ 3,386 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ร้อยละ 15.3 เพิ่มขึ้นมาจากร้อยละ 13.5ในปี 2566 กำไรจากการดำเนินงานหลังหักภาษี (OPAT) ต่อหุ้นตามเป้าหมายอัตราการเติบโตแบบทบต้นต่อปี (CAGR) จากร้อยละ 9 เป็นร้อยละ 11 ตั้งแต่ปี 2566ถึงปี 2569 เงินกองทุนส่วนเกิน มูลค่าที่เพิ่มขึ้นของเงินกองทุนส่วนเกิน (UFSG) อยู่ที่ 3,391 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อหุ้น เงินกองทุนส่วนเกินสุทธิ (Net FSG)(3) อยู่ที่ 2,243 ล้านเหรียญสหรัฐ หลังการลงทุนซ้ำในกรณีการเติบโตภายในของธุรกิจใหม่ อัตราส่วนทุนของผู้ถือหุ้น(4) อยู่ที่ร้อยละ 242 ตามหลักของฐานงบการเงินล่วงหน้า (pro forma…

Read More

​ธ.ก.ส. ! เตือนภัยลูกค้าและประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหลอกลวงติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ หรือแอปพลิเคชัน ดูดเงิน ซึ่ง ธ.ก.ส. ได้รับแจ้งเรื่องเหตุภัยทางการเงินจากรูปแบบดังกล่าวตั้งแต่เดือนมิถุนายน – สิงหาคม 2567 ไปแล้วกว่า 70 ครั้ง นายไพศาล  หงษ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการและโฆษกธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธนาคารให้ความสำคัญในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันรูปแบบการหลอกลวงของมิจฉาชีพมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อลูกค้าของธนาคารจำนวนมาก โดยช่วงเดือนมิถุนายน – 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา สำนักจัดการและป้องกันการกระทำทุจริต ได้มีการรายงานพบผู้เสียหายจากรูปแบบการหลอกลวงในลักษณะติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในโทรศัพท์ หรือ          แอปพลิเคชันดูดเงินมีจำนวน 76 ครั้ง ซึ่งการหลอกลวงของมิจฉาชีพในลักษณะดังกล่าว ส่วนใหญ่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า แจ้งว่าได้รับเงินค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าคืน เมื่อลูกค้าหลงเชื่อ จะมีการส่งข้อความให้เพิ่มเพื่อนผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน Line จากนั้นมิจฉาชีพให้ติดตั้งและตั้งรหัสผ่านในการเข้า โปรแกรม PEA Smart Plus ปลอม เหมือนรหัสในการเข้า BAAC Mobile เมื่อกรอกข้อมูลและกดยืนยันเรียบร้อยแล้ว หน้าจอโทรศัพท์จะขึ้นแสดงเปอร์เซ็นต์การดาวน์โหลดระหว่างนั้นโทรศัพท์จะไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เมื่อดาวน์โหลดเสร็จสิ้นพบว่ามีเงินออกจากบัญชีไปแล้ว ​ทั้งนี้  ลูกค้าสามารถสังเกตได้ง่ายๆ อาทิ มิจฉาชีพจะให้ลูกค้าเพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชัน Line ชื่อ PEA ซึ่งไม่ใช่ Line Official ของการไฟฟ้ามีการติดตั้งแอปพลิเคชัน PEA Smart Plus ปลอม ผ่าน Google play store        ธ.ก.ส. จึงเตือนภัยลูกค้า และประชาชนอย่างหลงเชื่อมิจฉาชีพในลักษณะแอบอ้างดังกล่าวเด็ดขาด หากไม่แน่ใจโปรดติดต่อโดยตรงที่ธนาคาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 555 0555 ต่อ 111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

Read More

เมื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะในภาคขนส่งกับการมาถึงของยานยนต์ไฟฟ้า ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ซึ่งมุ่งมั่นในการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมให้เติบโตไปข้างหน้าด้วยกลไกที่มากกว่า “สินเชื่อ” จึงระดมเครือข่ายพันธมิตรด้านยานยนต์ไฟฟ้า ร่วมให้คำแนะนำและองค์ความรู้ในการวางกลยุทธ์เอสเอ็มอีสามารถเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำและเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน ผ่านงานเสวนา “ขนส่งสีเขียว เปลี่ยนธุรกิจ SME ให้ยั่งยืน”   อีไอซี แนะ 3 แนวทาง เอสเอ็มอีคว้าโอกาสยานยนต์ไฟฟ้า นางสาวฐิตา เภกานนท์ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ชี้ว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันกับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล สะท้อนจากยอดจดทะเบียนตั้งแต่ปี 2561 – พฤษภาคม 2567 รถบัสไฟฟ้ามีจำนวน 2,567 คัน หรือคิดเป็น 5% ของจำนวนยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมด ขณะที่รถบรรทุกไฟฟ้ามีจำนวน 461 คัน หรือประมาณ 0.20% และรถตู้ไฟฟ้ามีจำนวน434 คัน หรือประมาณ 0.03% โดยปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในระยะถัดไป คือ แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกสาขาคมนาคมขนส่ง  มาตรการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ โดยสามารถหักภาษีได้ 1.5 – 2 เท่า และภาคเอกชนตื่นตัวกับนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนส่งแบบ Last Mile และแบบเดลิเวอรี่ ดังนั้น แนวทางการปรับตัวและโอกาสที่เอสเอ็มอีจะคว้าได้จากเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า ประกอบด้วย 3 แนวทาง ได้แก่ 1. คัดสรรสินค้า/บริการที่ทันสมัยหลากหลายและตอบโจทย์ 2. พัฒนาสินค้า กระบวนการการผลิตและทักษะแรงงานให้สอดรับกับความต้องการในห่วงโซ่อุปทาน และ 3. ขยายโอกาสในการดำเนินธุรกิจร่วมกับผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ที่หันมาให้ความสำคัญกับประเด็นความยั่งยืนมากขึ้น เปลี่ยนรถองค์กรเป็น Fleet สร้างความคุ้มค่าระยะยาว นายพูนพัฒน์ โลหารชุน กรรมการสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด ผู้เชี่ยวชาญการให้บริการระบบยานยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ทั้งจัดหาเครื่องชาร์จ แพลตฟอร์ม และการบริหารจัดการรอบด้าน (Platform & Soft Management) กล่าวว่า โครงสร้างพื้นฐานของไทยมีความพร้อมอย่างมากในการดึงดูดการลงทุนจากประเทศผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และด้วยโลจิสติกส์ที่แข็งแรง…

Read More

บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “พรูเด็นเชียล ประเทศไทย” ตอกย้ำการบริหารงานด้วยความเป็นมืออาชีพ คว้า 3 รางวัล จากเวทีระดับนานาชาติ Insurance Asia Awards 2024 ประกอบด้วยรางวัล Customer Service Initiative of the Year – Thailand ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้ายุคปัจจุบัน, รางวัล New Insurance Product of the Year – Thailand ที่มอบให้กับผลิตภัณฑ์ออกใหม่ที่มีความโดดเด่น ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินประกันชีวิตออมทรัพย์ระยะสั้น Global Index Principle Protect 15/5 และ รางวัลสุดท้าย ESG Initiative of the Year – Thailand จากโครงการ “Give the Future การให้ที่ยั่งยืน คือ การให้ที่ส่งต่อได้” โดยการมอบกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุฟรี แก่กลุ่มลูกจ้างชั่วคราวกรุงเทพมหานครและลูกจ้างโรงพยาบาลรัฐ นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ผมรู้สึกภูมิใจอย่างยิ่งที่ปีนี้ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย สามารถคว้า 3 รางวัล จากเวที Insurance Asia Awards 2024 ถือเป็นการยืนยันความสำเร็จของเราในการให้บริการที่ยอดเยี่ยมและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง ต่อเนื่องจากปีที่แล้วที่เราคว้ามา 3 รางวัลจากเวทีอันทรงเกียรตินี้ในสาขาที่ต่างกันไป ปีนี้ถือว่ามีความพิเศษเพราะนอกจาก พรูเด็นเชียลฯจะได้รับรางวัลที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนองค์กรที่มีลูกค้าเป็นเข็มทิศนำทางแล้ว บริษัทฯยังคว้ารางวัลด้าน ESG จาก โครงการ “Give the Future การให้ที่ยั่งยืน คือ การให้ที่ส่งต่อได้” ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นในการส่งต่อสิ่งดีๆ ให้แก่สังคม โดยการมอบความคุ้มครองให้แก่กลุ่มคนเปราะบางคือ ลูกจ้างชั่วคราวของกรุงเทพมหานครและลูกจ้างโรงพยาบาลรัฐ…

Read More

  ธนาคารทิสโก้เดินหน้ากระตุ้นคนไทยวางแผนการเงินให้เข้าเป้ารับสังคมอายุยืน เปิดตัว “เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์” นักฟุตบอลทีมชาติไทย เป็นพรีเซนเตอร์โปรโมทบริการ และผลิตภัณฑ์การเงินช่วยวางแผนแบบองค์รวม (Holistic Advisory) ครบทั้งการลงทุนผ่านกองทุนรวมคุณภาพ พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ประกันโรคร้ายแรง TISCO CI Extra Care และประกันบำนาญ TISCO My Wish Retirement (Par) จากกรุงเทพประกันชีวิต นายพิชา รัตนธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธุรกิจธนบดี และบริการธนาคาร ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารทิสโก้ตอกย้ำผู้นำด้านการวางแผนแบบองค์รวม (Holistic Advisory) เปิดตัว “เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์” นักฟุตบอลทีมชาติไทย ในฐานะมืออาชีพด้านการกีฬาที่ประสบความสำเร็จ มุ่งหวังสร้างกระแสสังคมและกระตุ้นให้คนไทยทุกกลุ่มเห็นความสำคัญของการวางแผนการเงินครอบคลุมทั้งการลงทุนในกองทุนคุณภาพ การเลือกซื้อประกันที่ให้ความคุ้มครองที่คุ้มค่าทั้งประกันสุขภาพทั่วไป และประกันโรคร้ายแรง โดยการเป็นพรีเซนเตอร์ครั้งนี้  ธนาคารทิสโก้จะทยอยออกโฆษณา ที่ “เจ ชนาธิป” จะชวนคนไทยวางแผนการเงินให้เข้าเป้าผ่านบริการและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของธนาคารทิสโก้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 2567 สำหรับบริการของธนาคารทิสโก้ที่คุณเจ ชนาธิป จะร่วมโปรโมท คือ TISCO My Goal โปรแกรมวางแผนการเงินที่ครอบคลุมทั้งกองทุน ประกันภัย เงินฝาก รวมถึงวางแผนมรดกให้แก่ทายาท ซึ่งจะเป็นเครื่องมือช่วย วางแผนการเงินเพื่อการเกษียณให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย และลูกค้าหรือผู้ที่สนใจยังสามารถทดลองวางแผนการเงินด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ TISCO Wealth และ LINE OA: TISCO Advisory ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังจะร่วมโปรโมทแอปพลิเคชัน TISCO My Wealth ตัวช่วยบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้า ซึ่งภายในแอปพลิเคชันลูกค้าสามารถวางแผนการเงินเบื้องต้น พร้อมทำธุรกรรมทางการเงินได้ด้วยตัวเอง เช่น เปิดบัญชีและซื้อขายกองทุนรวม รวมถึงซื้อประกัน พร้อมทั้งอัปเดตสถานการณ์การลงทุนที่ทันต่อสถานการณ์ สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันภัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนการเงินที่ครบถ้วนรอบด้านนั้น  คุณเจ ชนาธิป จะร่วมโปรโมทผลิตภัณฑ์ประกันบำนาญ TISCO My Wish Retirement (Par)* ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าให้มีเงินใช้ในวัยเกษียณ  และผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพโรคร้ายแรง TISCO CI Extra Care* เป็นกี่โรคร้าย[1] ก็หายห่วงเบิกต่อได้ไม่ต้องรอจาก บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต…

Read More

 ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) มุ่งผลักดันสังคมสีเขียว เปิดตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อ Green Loan สำหรับผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี “สินเชื่อ SME กล้าให้ กล้าเปลี่ยน” สินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือต้องการลงทุนปรับปรุงกระบวนการทางธุรกิจ ให้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยสินเชื่อดังกล่าวสามารถใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เสริมสภาพคล่อง ขยายกิจการ หรือลงทุนในการพัฒนาหรือปรับปรุงธุรกิจ ทั้งในรูปแบบที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันและไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตอกย้ำจุดยืน “Standby เคียงข้าง SME” นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเปิดตัว ‘สินเชื่อ SME กล้าให้ กล้าเปลี่ยน’ เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีในปัจจุบัน ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจในรูปแบบดั้งเดิมสู่การเป็นธุรกิจสีเขียว ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนทั้งในแง่ของธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังช่วยยืนยันถึงความมุ่งมั่นของธนาคารฯ ที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันในโลกใบนี้ได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับปรัชญาการทำธุรกิจ Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ” นายนาธัส กฤตวรานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ (First Executive Vice President) กลุ่มบริหารธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า “การออกผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ตอกย้ำว่า ธนาคารไทยเครดิตพร้อมที่จะยืนเคียงข้างธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีในทุกขั้นตอนการเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจ ผลิตภัณฑ์ ‘สินเชื่อ SME กล้าให้ กล้าเปลี่ยน’ นี้ไม่เพียงช่วยเพิ่มสภาพคล่องหรือขยายธุรกิจเท่านั้น แต่ยังช่วยให้กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อธุรกิจและสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย” “สินเชื่อ SME กล้าให้ กล้าเปลี่ยน” เป็นผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อธุรกิจไมโครเอสเอ็มอีที่ดำเนินธุรกิจประเภทที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งผู้ประกอบการประเภทนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา วงเงินสูงสุด 35 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระคืนนานสูงสุด 12 ปี ทั้งแบบมีหลักทรัพย์และไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน พิเศษค่าธรรมเนียม Front-end Fee เพียง 1.00% ของวงเงินกู้ และสามารถส่งเข้าค้ำประกันบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ในโครงการ Smart Green ซึ่งจะได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียม 1.50% ใน 4 ปีแรก สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพิ่มเติมได้ที่ www.thaicreditbank.com…

Read More

ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้าเยี่ยมคารวะและแสดงความยินดี นายอรุณ บุญชม ที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีคนที่ 19 แห่งราชอาณาจักรไทย ณ ห้องรับรองสำนักจุฬาราชมนตรี ชั้น 3 ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ ในโอกาสนี้ทิพยตะกาฟุลยังได้แนะนำคณะกรรมการชะรีอะฮ์ชุดใหม่ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเพื่อสนับสนุนการขยายตลาดด้านตะกาฟุล  โดยคณะกรรมการฯ มีเป้าหมายในการพิจารณาผลิตภัณฑ์ประกันภัยให้สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามอย่างแท้จริง มีจริยธรรม และรับผิดชอบต่อสังคม  พร้อมทั้งมอบหนังสือเพื่อให้ความรู้เรื่องการประกันภัยระบบอิสลาม และสื่อสารผ่านการกระจายความเสี่ยง (ตะกาฟุลและรีตะกาฟุล) ตามข้อกำหนดของ องค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC)

Read More