Author: staff

ธนชาตประกันภัย ห่วงใยลูกค้าประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้ เร่งออกมาตรช่วยเหลือด้วยการจัดเจ้าหน้าที่รับแจ้งเหตุและให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมบริการรถยกฟรี! ให้กับลูกค้าที่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจกับบริษัทฯ อีกทั้ง ผนึกกำลังกับอู่รถยนต์ในเครือจัดจุดจอดรถที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมไว้บริการ โดยลูกค้าสามารถติดต่อแจ้งเหตุหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนแจ้งอุบัติเหตุ โทร.0-2662-8999 นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยน้ำท่วมรุนแรงในหลายจังหวัดทั้งทางภาคเหนือและภาคใต้ ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน บริษัทฯ มีความห่วงใยลูกค้า จึงได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้า ตั้งแต่การจัดจุดจอดรถที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมไว้บริการทั้งในจังหวัดเชียงราย น่าน  แพร่ พะเยา ภูเก็ต และจังหวัดอื่นๆ ซึ่งลูกค้าในพื้นที่สามารถนำรถเข้ารับบริการได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ยังพร้อมรับแจ้งเหตุและให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนการดูแลรถในระหว่างประสบอุทกภัยในพื้นที่ บริษัทฯ มีบริการรถยกฟรีสำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจทุกประเภท และได้ประสานงานไปยังอู่รถยนต์และศูนย์บริการที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดซ่อมรถยนต์ ซึ่งมีเครือข่ายครอบคลุมในทุกพื้นที่ ซึ่งนอกจากการซ่อมแซมภายนอกและภายในรถยนต์แล้วยังมีการดูแลให้ได้รับบริการทำความสะอาดรถยนต์จากอู่และศูนย์ซ่อมอีกด้วย เราพร้อมดูแลช่วยเหลือลูกค้าผู้ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มที่ ตลอดจนให้ทีมงานเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในทุกจังหวัดทั่วไทย พร้อมยึดแนวปฏิบัติของสำนักงาน คปภ. ในการใช้เกณฑ์ประเมินการซ่อมรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม แบ่งเป็น 5 ระดับ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันทั้งอุตสาหกรรมประกันภัยในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ด้วยดี ทั้งนี้ ลูกค้าธนชาตประกันภัย สามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่ศูนย์รับแจ้งเหตุ โทร.02-662-8999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กธนชาตประกันภัย : Thanachartinsurance – TNI และ Line Official Account “ธนชาตประกันภัย”…/ *เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด และอาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า #ธนชาตประกันภัย #ดูแลไวตรงใจคุณ #Thanachartinsurance #น้ำท่วม

Read More

บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรัพยากรบุคคลและภาพลักษณ์องค์กร และการสื่อสารองค์กร (Chief People and Brand & Communications Officer) (คนที่ 5 ขวา)    คว้า 2 รางวัลเกียรติยศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลในงานHR Excellence Awards 2024 ในสาขา Excellence in Diversity, Equity and Inclusion ระดับโกลด์ และสาขา Excellence in Workplace Wellbeing ระดับซิลเวอร์ ซึ่งถือเป็นรางวัลใหญ่ระดับนานาชาติ โดยรางวัล HR Excellence Awards 2024 ในสาขา Excellence in Diversity, Equity and Inclusion ระดับโกลด์เป็นรางวัลที่มอบกับบริษัทที่มีความเป็นเลิศทางด้านการเป็นสถานที่ทำงานที่ยอมรับความหลากหลายและการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม ผ่านสวัสดิการที่เท่าเทียมให้กับพนักงานทุกเพศ และมีนโยบายสนับสนุนการไม่เลือกปฏิบัติและให้ความเสมอภาคกับพนักงานทุกคน  และรางวัลในสาขา Excellence in Workplace Wellbeing ระดับซิลเวอร์ สำหรับความเป็นเลิศทางด้านสุขภาวะที่ดีของพนักงานในองค์กร โดยให้ความสำคัญในเรื่องสุขภาพกาย สุขภาพใจ สุขภาวะทางการเงิน และความปลอดภัยของพนักงานมาเป็นอันดับหนึ่ง รวมถึงนโยบายให้พนักงานออกแบบเวลาการทำงานได้ด้วยตนเอง และทำงานที่บ้านได้สัปดาห์ละ 2 วัน พร้อมด้วยสวัสดิการในการจัดซื้ออุปกรณ์การทำงาน เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานที่บ้านได้อย่างถูกหลักการยศาสตร์ รางวัล HR Excellence Awards 2024 จัดขึ้นโดย Human Resources Online สื่อด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลจากประเทศสิงคโปร์ ที่ได้รับการเผยแพร่ไปในภูมิภาคเอเชียและระดับสากล มีจุดมุ่งหมายเพื่อยกย่ององค์กรและบริษัทชั้นนำที่บริหารจัดการทรัพยากรบุคคลได้อย่างยอดเยี่ยม ครอบคลุมทั้งด้านการสรรหาบุคลากร การพัฒนาพนักงานและผู้นำองค์กร และการสร้างวัฒนธรรมองค์กร เป็นต้น โดยรางวัลดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่มุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม และยอมรับความแตกต่างที่หลากหลายของพนักงาน และสร้างสถานที่ทำงานที่เสริมสุขภาวะที่ดีให้กับพนักงานเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับคำมั่นสัญญาของ AXA’s Employer Brand Promise คือ “ปลุกศักยภาพในตัวพนักงาน มุ่งสู่ความสำเร็จ” ที่พร้อมทั้งเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ…

Read More

ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย มอบเงินสมทบทุน “โครงการจัดหาอุปกรณ์แขนเทียม ขาเทียม ให้กับคนพิการ” จำนวน 100,000 บาท แก่ สมาคมคนพิการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นสมาคมฯ ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนให้กับคนพิการทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยการจัดหาอุปกรณ์ แขนเทียม ขาเทียม เคลื่อนไหวร่างกายให้กับคนพิการที่ยากไร้ อาทิ นักเรียนที่แขนขาด ขาขาด ได้มีอุปกรณ์ไว้ใช้สำหรับเดินทางไปยังสถานศึกษา และผู้พิการไว้ใช้สำหรับการประกอบอาชีพ เพื่อหาเลี้ยงตนเองและครอบครัว รวมถึงทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกสถานที่ โดยมีนางกนกทิพย์ แต่งงาม นายกสมาคมคนพิการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับมอบ ปัจจุบันสมาคมคนพิการกรุงเทพมหานคร มีผู้พิการที่อยู่ในความดูแลทั้งสิ้น 50 เขต ประมาณ 60,000 คน และผู้พิการส่วนใหญ่ยังขาดอุปกรณ์เคลื่อนไหวร่างกายสำหรับดำรงชีพ ทั้งนี้ สมาคมประกันวินาศภัยไทย ยังจะได้เข้าไปช่วยสนับสนุนส่งเสริมเรื่องการประกอบอาชีพให้กับผู้พิการต่อไปอีกด้วย โดยจัดพิธีมอบ ณ สมาคมประกันวินาศภัยไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้

Read More

เจนเนอราลี่ กรุ๊ป เผยธุรกิจโตต่อเนื่องสวนกระแสเศรษฐกิจโลก โชว์ฟอร์มครึ่งแรกปี 2024 สร้างผลกำไรจากการดำเนินงานเติบโตอย่างต่อเนื่อง กว่า 3.7พันล้านยูโร หรือราว 1.48 ล้านล้านบาท ตอกย้ำความสำเร็จจากการดำเนินธุรกิจภายใต้กลยุทธ์ ‘Lifetime Partner 24: Driving Growth’ มั่นใจเตรียมขึ้นแท่นผู้นำระดับโลกด้านธุรกิจประกันภัยและการจัดการสินทรัพย์ ด้วยการขยายธุรกิจที่หลากหลาย และความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดรับจากธุรกิจประกันชีวิต สำหรับผลประกอบการครึ่งปีแรกประจำปี 2024 เจนเนอราลี่ กรุ๊ป มีอัตราเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Gross Written Premium) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญอยู่ที่ 50.1 พันล้านยูโร คิดเป็น 1,993,065 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น +20.4%) ซึ่งรายได้หลักมาจากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจประกันชีวิต และธุรกิจประกันภัยทรัพย์สินเบ็ดเตล็ด (P&C) มีกระแสเงินสดรับจากธุรกิจประกันชีวิต (Life Net Inflows) แข็งแกร่งอยู่ที่ 204,513 ล้านบาท (5.1 พันล้านยูโร) โดยได้แรงหนุนจากประกันคุ้มครอง (Protection) และประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-linked) มูลค่ากำไรธุรกิจใหม่ (New Business Value) เพิ่มขึ้นเป็น 51,237 ล้านบาท (1,289 ล้านยูโร) (+3.7%) มีอัตราส่วนรวม (Combined ratio) อยู่ที่ 92.4% ทำให้ผลกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Result) เติบโตอย่างต่อเนื่องอยู่ที่ 3.7 พันล้านยูโร หรือคิดเป็น 1,483,589 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น +1.6%) คิดเป็นผลกำไรสุทธิหลังปรับปรุง (Adjusted net result) อยู่ที่ 2.0 พันล้านยูโร มีมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดภายใต้การจัดการ (Total Assets Under Management) ของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นเป็น 32,626,482 ล้านบาท (821 พันล้านยูโร) (+25.2%) ซึ่งเป็นผลมาจากการรวมกิจการของบริษัทคอนนิ่ง โฮลดิ้งส์…

Read More

เอไอเอ ประเทศไทย นำทีมโดย นางสาวญดา วงศ์ทองคำ รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสิทธิพิเศษ และกิจกรรมลูกค้า สานต่อโครงการฝึกทักษะฟุตบอลให้แก่เยาวชนไทย ภายใต้กิจกรรม “เอไอเอ ไทยแลนด์ สเปอร์ส ฟุตบอล คลินิก 2024” เพื่อมุ่งเปิดโอกาสให้เยาวชนที่มีอายุระหว่าง 8-14 ปี กว่า 400 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรมลงสนามฝึกทักษะฟุตบอลระดับมาตรฐาน กับโค้ชสเปอร์ส ซึ่งเป็นโค้ชพัฒนาระหว่างประเทศจากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนทีมผู้ฝึกสอนจากสเปอร์ส ไทยแลนด์ แฟนคลับ ที่ได้มาร่วมปลูกฝังพื้นฐานที่ดีในด้านการกีฬา และพัฒนาทักษะให้กับเยาวชนไทย พร้อมก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาฟุตบอลในระดับอาชีพ โดยกิจกรรม “เอไอเอ ไทยแลนด์ สเปอร์ส ฟุตบอล คลินิก 2024” จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม 2567 ที่ผ่าน ณ สนามฟุตบอล ฟิวเจอร์ อารีน่า รังสิต   นอกจากนี้ สำหรับเยาวชนที่มีอายุ 12-14 ปี ที่ฉายแววนักเตะดาวรุ่ง ยังมีโอกาสได้รับคัดเลือกจากโค้ชสเปอร์ส เข้าร่วมเก็บตัวฝึกซ้อมทักษะฟุตบอลในแบบฉบับของสเปอร์ส เวย์ ในโครงการ “เอไอเอ สเปอร์ส อีลิท ฟุตบอล แคมป์ 2024” ซึ่งจะจัดขึ้นที่เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎธานี ในวันที่ 20-25 ตุลาคม นี้  โดยมีเยาวชนได้รับการคัดเลือกจากโค้ชสเปอร์สทั้งหมด 24 คน และตัวสำรองอีก 4 คน ได้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว   นางสาวญดา วงศ์ทองคำ รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสิทธิพิเศษ และกิจกรรมลูกค้า เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการ เอไอเอ ไทยแลนด์ สเปอร์ส ฟุตบอล คลินิก 2024 ครั้งนี้นับเป็นปีที่ 11 ที่กิจกรรมนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อมุ่งสานฝันเยาวชนที่รักในกีฬาฟุตบอล อีกทั้งยังเป็นการสานต่อความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการสนับสนุนให้เยาวชนได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ…

Read More

ไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี กิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืนจากมูลนิธิทีทีบี ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และความสำเร็จของศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า แหล่งเรียนรู้สำหรับเยาวชนในชุมชนอายุ 12-17 ปี ให้ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์เชิงศิลปะ และทักษะการใช้ชีวิต โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อจุดประกายให้เยาวชนเกิดมุมมองใหม่ในชีวิตของตนเอง พร้อมนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปพัฒนาชุมชนและสังคมให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ในงาน “LEARNING SPACE FESTIVAL 2024” จัดโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ภายใต้หัวข้อ “Case ภาคธุรกิจกับการลงทุนสร้างพื้นที่เรียนรู้ ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ช่องว่างและโอกาสในการขยายผลการดำเนินงาน” ภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย เช่น เวิร์กช้อป และ ห้องLearning ที่มีภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาการเรียนรู้และการพัฒนาเด็กและเยาวชน นางสาวมาริสา จงคงคาวุฒิ หัวหน้ากิจกรรมสังคมเพื่อความยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า เป็นศูนย์เรียนรู้ที่รองรับทักษะการใช้ชีวิตและศิลปะ โดยเกิดจากความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูงของทีทีบีที่เชื่อว่า หากปลูกฝังเด็กไปในทางที่ดีได้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นทำให้สังคมยั่งยืน โดยมีแนวคิด “เด็กธรรมดาคือสิ่งที่สวยงาม” ต้องการสร้างโอกาสให้เด็ก ๆ โดยเฉพาะเด็กที่ขาดโอกาส ได้เข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ และจุดประกายให้ค้นพบศักยภาพในตัวเอง ได้รับการยอมรับ สามารถดูแลตัวเอง และพร้อมส่งต่อสิ่งดี ๆ คืนกลับให้กับสังคมได้ในอนาคต โดยกลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นเด็กอายุ 12-17 ปี มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้า ได้จุดประกายเยาวชนไปแล้วกว่า 12,700 คน สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับเด็ก ๆ โดยมีหลายคนค้นพบศักยภาพในตัวเอง นำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดการเรียนและการประกอบอาชีพต่าง ๆ อาทิ เชฟ ครู และสถาปนิก อีกทั้งยังมีเด็ก ๆ บางคนกลับมาเป็นเจ้าหน้าที่ และคุณครูอาสาสมัครของศูนย์ฯ เพื่อช่วยผลักดันเด็ก ๆ ไฟ-ฟ้า ที่เข้ามาใหม่ให้ได้ค้นพบศักยภาพในตัวเอง เพราะเชื่อว่าการพัฒนาเด็กและชุมชนเป็นรากฐานที่สำคัญในการนำพาสังคมไปสู่ความยั่งยืน ดังนั้น ก่อนการก่อตั้งศูนย์เรียนรู้ไฟ-ฟ้าแต่ละแห่ง จะมีการสำรวจความคิดเห็นของเด็กและชุมชนเสมอ เพื่อให้รู้ถึงความสนใจของเด็ก ๆ และชุมชนบริเวณโดยรอบอย่างแท้จริง ซึ่งทักษะวิชาที่ได้รับความสนใจสูงสุดอันดับต้น ๆ จะเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับกีฬา ร้องเพลง และศิลปะ ที่เด็กส่วนใหญ่อยากเรียนแต่ครอบครัวไม่มีเงินทุนสนับสนุน แต่ศูนย์ฯ เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้เรียนฟรี โดยมีเงื่อนไขเดียว คือ เด็ก ๆ ต้องเอาความรู้ที่ได้คืนสู่ชุมชนด้วย นอกจากนี้ โครงการไฟ-ฟ้า โดย ทีทีบี ยังมีทีมอาสาสมัครทีทีบีราว 3,000 คน มาทำงานช่วยเหลือชุมชนกว่า 200 โครงการ โดยสิ่งที่สำคัญที่ได้จากกิจกรรมเพื่อสังคม คือ การสร้างจิตสำนึกให้กับพนักงาน ทำให้เข้าใจวัฒนธรรมองค์กรมากขึ้น เป็นการเปิดโลกใหม่…

Read More

นางสาวนารถนารี  รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรใหม่ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับภาวะการณ์ในปัจจุบัน โดยเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น เพื่อพร้อมรับการแข่งขัน การเติบโตอย่างยั่งยืน และเดินหน้าสู่เป้าหมายใหญ่ในการเป็นบริษัท บริหารสินทรัพย์แห่งรัฐ ที่มีบทบาทสนับสนุนให้ประชาชนและภาคธุรกิจฟื้นตัวอย่างยั่งยืน อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ SAM จึงได้ประกาศแต่งตั้งผู้บริหารใหม่ทั้งสิ้น 4 สายงาน ประกอบด้วย 1.นายสุรไท รัชตะนาวิน (ซ้ายสุด) รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการเงิน ปฏิบัติการและเทคโนโลยี  2.นายชีวิน ปรางค์ชัยกุล           (ที่ 2 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกฎหมายและสนับสนุนธุรกิจ    3.นายกฤษณพงศ์ กิจสนาพิทักษ์ (ขวาสุด) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานบริหารหนี้ 4.นายสุรงค์ สุวรรณวานิช (ที่ 2 จากขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานบริหารทรัพย์สิน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567   “ความท้าทายของ SAM ในช่วงที่เหลือของปีนี้ คือ การปรับรูปแบบการบริหารจัดการใหม่ให้ทันกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัว เติมเต็มตำแหน่งงานสำคัญที่ยังขาดอยู่ เพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน ปรับปรุงระเบียบ/คำสั่ง ที่ซ้ำซ้อนหรือไม่สอดคล้องกัน ให้มี check & balance และจัดทำแผนแม่บทไอทีใหม่ เพื่อรองรับธุรกิจในอนาคต รวมถึงการบริหารจัดการด้านการเงิน ทั้งเรื่องมาตรฐานบัญชีใหม่ การสะสางกลุ่มลูกหนี้ และการจัดสรรพอร์ตให้สะท้อนกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ SAM ต้องทำควบคู่พร้อมกันไปทั้งหมด เพื่อจะได้ขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเต็มตัวในปีหน้า”  นางสาวนารถนารี  กล่าว นายสุรไท รัชตะนาวิน สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระดับปริญญาโท เศรษฐศาสตร์และการเงินระหว่างประเทศ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีประสบการณ์ทำงานในแวดวงการเงิน บริษัทชั้นนำที่ลงทุนในกองทุนหลากหลายอุตสาหกรรมและบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น จาก บริษัท ฟิโก้ คอร์ปอเรชั่น บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด (มหาชน)…

Read More

​เอ็กซ์ยู บัตรเครดิต ดิจิทัล ตอบโจทย์การใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่กับทุกไลฟ์สไตล์ #ลองป่ะ ตั้งแต่ 5 กรกฎาคม 2567 – 31 ธันวาคม2567 เมื่อใช้จ่ายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, E-Wallet อาทิ Shopee, Lazada, Grab, Tiktok Shop, Line Man และหมวดสินค้าที่ร่วมรายการ รับความคุ้ม 2 ต่อ ต่อที่ 1: รับคะแนนสะสมเพิ่ม สูงสุด 6,000 คะแนน/เดือน เมื่อสะสมยอดใช้จ่ายออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตต่อเดือนครบตามเงื่อนไข ต่อที่ 2 : แลกคะแนนเพื่อรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 18% เมื่อมียอดใช้จ่ายตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) ลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน UCHOOSE ข้อมูลเพิ่มเติมhttps://bit.ly/pr-xuexpt ทั้งนี้ ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี

Read More

FWD ประกันชีวิต จับมือมูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเม้นท์ ประเทศไทย เดินหน้าสานต่อโครงการ JA SparktheDream ต่อเนื่องสู่ปีที่ 2 มุ่งปลูกฝังความรู้ เสริมสร้างความเข้าใจทางการเงินขั้นพื้นฐาน พร้อมสอดแทรกทักษะสังคมและทักษะชีวิตที่จำเป็นแก่เยาวชนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 5 และ 6 ในเขตกรุงเทพฯ ตั้งเป้าปีนี้ส่งต่อความรู้ให้ได้ 2,000 คน หวังช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม และร่วมส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้ตั้งเป้าหมาย สานฝันอนาคตของตนให้สำเร็จ พร้อมผลักดันกิจกรรม Train the Trainers แนะวิธีการสอนในหลักสูตรแก่อาสาสมัคร ผ่านคลิปวิดีโอ เตรียมความพร้อมก่อนลงพื้นที่ และยังใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ให้นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯได้ทบทวนบทเรียนอีกด้วย โครงการ JA SparktheDream เป็นความร่วมมือระหว่าง FWD ประกันชีวิต และมูลนิธิจูเนียร์อะชีฟเม้นท์ ประเทศไทย หรือ JA Thailand ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งต่อความรู้ทางการเงิน ในระดับพื้นฐานให้แก่เยาวชน พร้อมสอดแทรกทักษะทางสังคมและทักษะชีวิตที่จำเป็นให้กับเยาวชน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจทางการเงินอย่างรอบคอบ สร้างรากฐานความมั่นคงทางการเงิน ช่วยเป็นส่วนลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยในปีนี้ ตั้งเป้าหมายส่งต่อความรู้ทางการเงินให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายในกรุงเทพมหานคร จำนวน 2,000 คน นายเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำประเทศไทยและกัมพูชา บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ “FWD ประกันชีวิต กล่าวว่า “ในปี 2566 ที่ผ่านมาถือว่าโครงการ JA SparktheDream ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เราสามารถส่งต่อความรู้ให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ มากกว่า 1,100 คน นอกจากนั้น เรายังมีความภาคภูมิใจที่เยาวชนไทยในโครงการฯ จากโรงเรียนวัดอุทัยธาราม สามารถคว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากการแข่งขัน JA SparktheDream Social Challenge 2023 ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สำหรับปี 2567 เรายังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าสานต่อโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง  เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันให้กับทุกคนในสังคม  ด้วยการสนับสนุนเยาวชนให้มีความรู้ทางการเงิน และทักษะการใช้ชีวิตขั้นพื้นฐานผ่านการดำเนินโครงการ JA SparktheDream…

Read More