ธนาคารกรุงเทพ ร่วมงานมหกรรมการเงินระยอง ครั้งที่ 6 (Money Expo Rayong 2024) คัดสรรผลิตภัณฑ์-บริการการเงินที่โดดเด่นและตรงใจ เพื่อพี่น้องชาวระยองและจังหวัดใกล้เคียง ชู 2 ผลิตภัณฑ์เด่น สินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษ และบัญชีเงินฝาก e-Savings ดอกเบี้ยสูง 1.5% ต่อปี พร้อมผลิตภัณฑ์อื่นๆ และโปรโมชันเด็ดๆ มากมาย ที่บูธธนาคารกรุงเทพ ในงาน Money Expo Rayong 2024 ระหว่างวันที่ 6-8 กันยายน 2567 ณ ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ระยอง นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพ เตรียมร่วมออกบูธในงานมหกรรมการเงินระยอง ครั้งที่ 6 (Money Expo Rayong 2024) ภายใต้แนวคิด “คู่คิด เคียงข้างเรื่องการเงิน – Enabling your financial journey” โดยได้คัดสรรผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่โดดเด่น ตรงความต้องการในทุกรูปแบบการใช้ชีวิตของพี่น้องชาวระยองและภาคตะวันออก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงานที่ต้องการสร้างรากฐานความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย อาทิ สินเชื่อบ้านบัวหลวง, สินเชื่อรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยจากสถาบันการเงินอื่น และสินเชื่อบัวหลวงพูนผล บ้านแลกเงิน (Home for cash) นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์ e-Savings ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีไม่แพ้กัน เพราะสามารถสมัครได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก และไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัคร รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยปูพื้นฐานการเงินที่ดีในอนาคต ผ่านผลิตภัณฑ์กองทุนรวม ประกันชีวิต และประกันวินาศภัย ที่มาพร้อม โปรโมชันพิเศษอื่นๆ อีกมากมายในงานมหกรรมการเงินระยอง ครั้งที่ 6 นี้ด้วย “จังหวัดระยอง เป็นหนึ่งในจังหวัดสำคัญในพื้นที่เศรษฐกิจหรือที่เรียกว่าระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ซึ่งปัจจุบันมีนักลงทุนเข้ามาลงทุนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายตัวและการเกิดขึ้นของนิคมอุตสาหกรรมใหม่ๆ ทำให้มีผู้ประกอบการและแรงงานต่างถิ่นเข้ามาทำงานในพื้นที่จำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นกลุ่มที่มีรายได้ประจำและมั่นคง มีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงให้ชีวิต ทั้งในรูปแบบบ้านจัดสรร และคอนโดมิเนียม โดยธนาคารได้จัดเตรียมแคมเปญพิเศษด้านสินเชื่อ…
Author: staff
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มุ่งขับเคลื่อนองค์กรสู่ธนาคารเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Banking) พร้อมตอกย้ำความเป็นพันธมิตรและที่ปรึกษาทางธุรกิจที่ลูกค้าไว้วางใจ ในการสนับสนุนสินเชื่อระยะยาว และโซลูชันทางการเงินแบบครบวงจร ให้แก่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายอเล็กซานเดอร์ นนท์ แลงเฟลด์ (ที่ 3 จากซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์ธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต และนางชนมาศ ศาสนนันทน์ (ที่ 2 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) โดยทีทีบี ได้สนับสนุนสินเชื่อทางธุรกิจระยะยาว รวมวงเงิน 3,000 ล้านบาท และโซลูชันทางการเงิน ให้แก่ บริษัทไทยออยล์ เพื่อให้แผนการดำเนินธุรกิจตอบสนองต่อทิศทางในอนาคตที่มุ่งสู่ธุรกิจพลังงานสะอาดและการปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น ตามแนวคิดในการบริหารจัดการองค์กรอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านธุรกิจการกลั่นและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีความพร้อมที่จะทรานส์ฟอร์มธุรกิจและแสวงหาโอกาสในธุรกิจใหม่ที่ตอบโจทย์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงโลก (Mega Trend) เพื่อต่อยอดไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืนระดับองค์กร 100 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “สร้างสรรค์คุณภาพชีวิตด้วยพลังงาน และเคมีภัณฑ์ที่ยั่งยืน” ทีทีบีมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และโซลูชันทางการเงิน เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในอุตสาหกรรมหลักอย่างครบวงจร และพร้อมเคียงข้างสนับสนุนให้ลูกค้าธุรกิจสามารถขับเคลื่อนธุรกิจได้ในทุกสถานการณ์ ก้าวผ่านความท้าทายต่าง ๆ จนประสบความสำเร็จและเติบโตได้อย่างยั่งยืน บุคคลในภาพ (เรียงจากซ้ายไปขวา) คุณธาริกา เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผู้จัดการฝ่ายการคลัง และปฏิบัติงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่าย-ปฏิบัติหน้าที่กรรมการอำนวยการ บจก.ไทยออยล์ ศูนย์บริหารเงิน คุณชนมาศ ศาสนนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการเงินและบัญชี บมจ.ไทยออยล์ คุณอเล็กซานเดอร์ นนท์ แลงเฟลด์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์ธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต คุณปริญญา นาคประเสริฐ หัวหน้าบริหารความสัมพันธ์ลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต * * * * * * #ให้ชีวิตการเงินดีทั้งวันนี้และอนาคต #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #ttb…
กรุงเทพฯ, 4 กันยายน 2567 – เอไอเอ ประเทศไทย จับมือกับ บริษัท แมกซ์ โซลูชัน เซอร์วิส จำกัด ในเครือบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบประกันอุบัติเหตุฟรี ผลประโยชน์ความคุ้มครองสูงถึง 100,000 บาทพร้อมค่าชดเชยรายได้เมื่อนอนโรงพยาบาลจากอุบัติเหตุวันละ 500 บาท*คุ้มครองนาน 30 วันนับจากวันลงทะเบียน พิเศษสำหรับสมาชิก แอปพลิเคชันMax Me โดยสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2567 เพื่อสนับสนุนให้ผู้ขับขี่บนท้องถนนได้มีประกันอุบัติเหตุเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงที่อาจขึ้นได้แบบไม่คาดคิด นอกจากนี้ เอไอเอ ประเทศไทย ยังได้มอบสิทธิพิเศษ กรมธรรม์ประกันชีวิตวงเงินคุ้มครอง 50,000 บาท ให้แก่สมาชิก PT Max Card Plus อีกด้วย สอดคล้องกับพันธกิจของเอไอเอ ที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้คนกว่าหนึ่งพันล้านคนมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives – เพื่อสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น’ นายเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด เอไอเอ ประเทศไทยกล่าวว่า “ในนามของเอไอเอ ประเทศไทย เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกันอย่าง กลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี ในการมอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันอุบัติเหตุให้แก่สมาชิก แอปพลิเคชันMax Me รวมทั้งมอบกรมธรรม์ประกันชีวิตแก่สมาชิก PT Max Card Plus โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และนอกเหนือจากนี้ เรายังร่วมกันอำนวยความสะดวกให้กับสมาชิก PT Max Card ได้เข้าถึงข้อมูลประกันชีวิตและประกันสุขภาพได้ง่าย ๆ ผ่าน แอปพลิเคชัน Max Me อีกทั้งเพื่อสนับสนุนให้คนไทยได้มีประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการขับขี่บนท้องถนน เรายังได้นำเสนอแบบประกันออนไลน์ อาทิ แบบประกันอุบัติเหตุMicro100 ให้แก่สมาชิก PT Max Card ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลประกันต่าง…
กสิกรไทยห่วงใยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจ ด้วยมาตรการพักชำระเงินต้น ผ่อนชำระเฉพาะดอกเบี้ยสูงสุด 6 เดือน วงเงินสินเชื่อเพิ่มเพื่อซ่อมแซมบ้านและสถานประกอบการ ธนาคารคาดหวังว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้ลูกค้าฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ผ่านมาธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องในทุกวิกฤติ ทั้งเศรษฐกิจผันผวน ปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัญหาจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงอุทกภัยในครั้งนี้ โดยเฉพาะลูกค้า SME ซึ่งมักได้รับผลกระทบเป็นกลุ่มแรกๆ ในทุกวิกฤติ ธนาคารได้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่ โดยในปีนี้ธนาคารได้ช่วยเหลือลูกค้า SME ในการปรับโครงสร้างหนี้จำนวนกว่า 20,000 ราย วงเงินสินเชื่อกว่า 120,000 ล้านบาท เพื่อให้ธุรกิจ SME สามารถผ่านพ้นปัญหาอุปสรรคและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นล่าสุดในหลายพื้นที่ทำให้ลูกค้าของธนาคารทั้งลูกค้าบุคคลและลูกค้าธุรกิจได้รับผลกระทบ ธุรกิจหยุดชะงักไม่สามารถดำเนินการได้ บ้านเรือนและสำนักงานได้รับความเสียหาย ธนาคารกสิกรไทยมีความห่วงใยจึงออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วนเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับลูกค้า รวมถึงการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อให้ลูกค้าใช้ในการฟื้นฟูบ้านเรือนและธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว โดยมาตรการช่วยเหลือประกอบด้วย มาตรการช่วยเหลือลูกค้าบุคคล – สินเชื่อบ้านกสิกรไทย พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 6 เดือน – สินเชื่อบ้านกู้เพิ่มได้เพื่อซ่อมแซมบ้าน อัตราดอกเบี้ย 0% 3 เดือน ฟรีค่าประเมินหลักประกัน – บัตรเครดิตกสิกรไทย, สินเชื่อเงินด่วน Xpress Loan และบัตรเงินด่วน Xpress Cash พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 6 เดือน – สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% ระยะเวลา 6 เดือน และขยายระยะเวลาผ่อน 3 เดือน มาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ – วงเงินสินเชื่อเดิม พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 6 เดือน – สินเชื่อเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการ ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี ดอกเบี้ย 3.5% ใน 2 ปีแรก โดยให้พักชำระเงินต้น จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 6 เดือน ลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากธนาคารได้ดังต่อไปนี้ ลูกค้าบุคคลติดต่อ K-Contact Center 02-8888888…
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ มอบเงินบริจาค ให้แก่ บ้านราชาวดี (ชาย-หญิง) จำนวน 60,000 บาท พร้อมข้าวสาร จำนวน 100 กิโลกรัม รวมมูลค่า 64,500 บาท ภายใต้โครงการกิจกรรม CSR จับมือร่วมใจสานฝันน้อง ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และภาคธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งบริษัทสมาชิกได้เข้าร่วมบริจาคเงินและเครื่องอุปโภค-บริโภคในกิจกรรมดังกล่าวมูลค่ากว่า 650,000 บาท เพื่อแบ่งปันความสุขและเติบเต็มรอยยิ้มให้กับน้อง ๆ ทุกคน โดยมี นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานในพิธี และ นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นตัวแทนรับมอบ ณ บ้านราชาวดีหญิง เมื่อเร็ว ๆ นี้
นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ช้อปออนไลน์เป็นหมวดใช้จ่ายที่คนไทยมีความคุ้นเคยและใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซของไทยเติบโตสูงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแพลตฟอร์มหลักที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากเป็นอันดับหนึ่งในไทย คือ ช้อปปี้ หรือ Shopee ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเคทีซีมายาวนานนับตั้งแต่เริ่มเข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย และเติบโตด้วยกลยุทธ์ของการจัดวันมหกรรมแห่งการช้อปปิ้งออนไลน์ 9.9 จนกลายเป็นกระแสความนิยมแบบก้าวกระโดดในหมู่นักช้อปออนไลน์และขยายวงกว้างในกลุ่มผู้บริโภค และธุรกิจอื่นๆ” “สำหรับลักษณะการใช้จ่ายออนไลน์ของสมาชิกเคทีซีในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา (มกราคม-กรกฎาคม 2567) เปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปี 2566 โดยสมาชิกมีพฤติกรรมในการซื้อสินค้าบ่อยครั้งขึ้น ในขณะที่ยอดการซื้อต่อครั้งน้อยลง โดยสังเกตจากจำนวนรายการใช้จ่ายบัตรเครดิตผ่านแพลตฟอร์มอีมาร์เก็ตเพลสยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องเกือบ 40% และทางอีมาร์เก็ตเพลสเอง ก็มีรายการส่งเสริมการขายต่างๆ มากมาย เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคเข้าใช้บริการในแพลตฟอร์มมากขึ้น อาทิ การแจกโค้ดส่วนลดในช่วงเทศกาล Double Date, PAYDAY ต่างๆ รวมถึงการไลฟ์ขายสินค้าในราคาพิเศษ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น พร้อมสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่ามากขึ้น” เคทีซีได้ร่วมกับช้อปปี้คัดสรร 3 สิทธิพิเศษ สำหรับการใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น เพื่อร่วมแบ่งเบาภาระใช้จ่ายให้กับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี และสมาชิกบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ในแคมเปญ 9.9 โดยสิทธิพิเศษที่ 1 รับส่วนลดสูงสุด 2,500 บาท เมื่อช้อปสินค้า 12,000 บาท ที่แอปฯ Shopee และทำรายการผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท สิทธิพิเศษที่ 2 รับส่วนลดสูงสุด 1,200 บาท เมื่อช้อปผ่านบัตรเครดิตเคทีซีหรือบัตรเคทีซีพราว มาสเตอร์การ์ด เฉพาะวันที่ 9 กันยายน 2567 สิทธิพิเศษที่ 3 ใช้คะแนน KTC FOREVER แลกรับโค้ด Shopee มูลค่าสูงสุด 500 บาท ผ่านแอปฯ KTC Mobile ระหว่างวันที่ 2-16 กันยายน 2567 และใส่นำโค้ดส่วนลดในแอปฯ Shopee ก่อนชำระด้วยบัตรเครดิตเคทีซีที่ร่วมรายการ นายการัน อำบานี ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจ บริษัท ช้อปปี้ ประเทศไทย กล่าวว่า…
ธนชาตประกันภัย ลงพื้นที่ประสบอุทกภัย อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย นำน้ำดื่มมอบให้กับผู้ประสบภัย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในการบริโภคและช่วยสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับทุกคน เนื่องจากบางครอบครัวยังคงต้องอาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่มีน้ำท่วมขัง พร้อมกันนี้ ธนชาตประกันภัย ยังได้ร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัย ขอให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปได้ในเร็ววัน บมจ.ธนชาตประกันภัย มีความห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ทางภาคเหนือ โดยได้ส่งเจ้าหน้าจิตอาสาของ ธนชาตประกันภัย สาขาพิษณุโลก ลงพื้นที่ ต.วังทอง อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย นำน้ำดื่มมอบให้กับผู้ประสบภัย เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในการบริโภคและช่วยสร้างสุขอนามัยที่ดีให้กับทุกคน เนื่องจากบางครอบครัวยังคงต้องอาศัยอยู่ในบ้านเรือนที่มีน้ำท่วมขัง ทั้งนี้การให้ความช่วยเหลือสังคมในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีให้กับสังคมอย่างยั่งยืน ตามแนวคิด ESG โดยคำนึงถึงด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม Social และบรรษัทภิบาล (Governance) ที่บริษัทได้ยึดถือมาตลอด ทั้งนี้ จ.สุโขทัย เป็นจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม 2567 โดยสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำยมไหลผ่านจากตอนเหนือสู่ตอนใต้ของจังหวัด ประกอบกับมีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนและในจังหวัดสุโขทัยต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำยมมีจำนวนมาก และได้เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนประชาชน เบื้องต้นมีพื้นที่ได้รับผลกระทบจำนวน 7 อำเภอ 41 ตำบล 163 หมู่บ้าน ผู้ประภัยรวม 7,195 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 37,227 ไร่ และแม้ว่าขณะนี้สถานการณ์อุทกภัย จ.สุโขทัย โดยรวมจะเริ่มคลี่คลาย แต่ จ.สุโขทัย ยังคงเป็นพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากต่อเนื่องตลอดฤดูฝนปีนี้ สำหรับการให้บริการของสาขาธนชาตประกันภัยในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังคงให้บริการตามปกติ และพร้อมให้การดูแลให้ความช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยลูกค้าสามารถติดต่อขอรับบริการได้ที่ “สายด่วนแจ้งอุบัติเหตุ โทร.0-2662-8999” เจ้าหน้าที่พร้อมรับแจ้งเหตุและให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมบริการรถยกฟรีให้กับลูกค้าที่ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจกับบริษัทฯ และยังได้ผนึกกำลังกับอู่รถยนต์ในเครือจัดจุดจอดรถที่ปลอดภัยจากน้ำท่วมไว้บริการอีกด้วย ขณะที่ในส่วนของกิจกรรมรวมพลังปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ธนชาตประกันภัยยังได้เตรียมลงพื้นที่ประสบภัย โดยจะนำน้ำดื่มสะอาดส่งมอบให้ผู้ประสบภัย เพื่อเยียวยาด้านสุขอนามัย และมุ่งหวังสร้างกำลังใจให้ผู้ประสบภัยผ่านพ้นวิกฤติและกลับมาใช้ชีวิตในภาวะปกติโดยเร็ว ติดตามความเคลื่อนไหวจากธนชาตประกันภัย เพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กธนชาตประกันภัย : Thanachartinsurance – TNI และ Line Official Account “ธนชาตประกันภัย”…/ #ธนชาตประกันภัย #ดูแลไวตรงใจคุณ #Thanachartinsurance #น้ำท่วม
ธนาคารไทยพาณิชย์มุ่งสู่ธนาคารชั้นนำด้านความยั่งยืน (The Leading Sustainable Bank) วางกรอบพันธกิจความยั่งยืน ชูแนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” (Live Sustainably) เป็นหลักปฏิบัติให้การดำเนินธุรกิจไปในทิศทางเดียวกันทุกมิติ ผสานศักยภาพเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมขับเคลื่อนธุรกิจและสภาพแวดล้อมที่ยั่งยืนทั้งในระดับธนาคาร ลูกค้า และสังคม มองความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคนที่ต้องให้ความสำคัญ วางเป้าหมายสู่ความยั่งยืนใน 3 ระยะ ได้แก่ 1) สนับสนุนลูกค้าเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนด้วยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนจำนวน 150,000 ล้านบาท ภายใน 2025 2) ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานของธนาคาร (Scope 1-2) ให้เป็น Net Zero ภายในปี 2030 และ 3) เป็นธนาคารไทยแห่งแรกที่ตั้งเป้า Net Zero 2050 จากการให้สินเชื่อและเงินลงทุนตามมาตรฐาน Science Based Target Initiatives (SBTi) หนุนภาคธุรกิจก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ มุ่งมั่นเป็นพันธมิตรความยั่งยืนนำพาลูกค้าเติบโตฝ่าความท้าทายสู่เป้าหมาย Net Zero พร้อมเคียงข้างและส่งต่อความยั่งยืนให้แก่ลูกค้า ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนในสังคม เพื่อให้คนไทยได้อยู่ อย่าง ยั่งยืน นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธุรกิจในปัจจุบันกำลังถูกขับเคลื่อนด้วยความท้าทายใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดิจิทัล และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลต่อภาวะโลกร้อนอันเป็นผลต่อเนื่องมาถึงการดำเนินธุรกิจและการดำเนินชีวิตของผู้คนที่จะต้องปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับทิศทางสังคมคาร์บอนต่ำด้วยการปรับนโยบายและกำหนดเป้าหมายด้านความยั่งยืน อย่างไรก็ตาม การที่ภาคธุรกิจทั้งระบบกำลังปรับตัวไปพร้อมๆ กันนี้เอง ก็เป็นโอกาสที่จะสร้างการขยายตัวให้เศรษฐกิจครั้งใหม่ได้อย่างมหาศาล ด้วยกลยุทธ์ Digital Bank with Human Touch ที่เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจของธนาคารซึ่งครอบคลุมถึงมิติด้านความยั่งยืนที่มีการดำเนินงานด้านนี้อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมมาตลอด 3 ปี โดยมุ่งมั่นเป็นธนาคารชั้นนำแห่งความยั่งยืน ธนาคารจึงได้กำหนดแนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” เพื่อเป็นหลักปฏิบัติที่จะนำการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในทุกคน ภายใต้แนวคิด “อยู่ อย่าง ยั่งยืน” ธนาคารเชื่อมั่นว่าความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน ที่ต้องร่วมกันตั้งเป้าหมาย สร้างแรงกระเพื่อม ประสานความร่วมมือ เพื่อสร้างอนาคตให้เราทุกคนได้อยู่ต่อไปอย่างยั่งยืน โดยธนาคารมีบทบาทการสนับสนุนความยั่งยืนด้วยการจัดสรรเงินทุนให้แก่ลูกค้า(Sustainable finance) กำหนดแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ (Responsible…
ธนชาตประกันภัย มุ่งพัฒนาศักยภาพยกระดับศูนย์บริการลูกค้า เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่เป็น Contact Center โทร. 1519 จดจำง่าย สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้น การันตีเบอร์เดียวจัดการได้และให้คำตอบทุกเรื่องธุรกรรมประกันภัย มุ่งสร้างประสบการณ์ด้านบริการที่ดี เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพด้านบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้ครบทุกความต้องการ ล่าสุด! ยกระดับศูนย์บริการลูกค้า เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่เป็น “Contact Center โทร.1519” เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องจดจำเบอร์โทรศัพท์หลายหมายเลข และติดต่อได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจะให้บริการทุกเรื่องธุรกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่ สามารถแจ้งอุบัติเหตุ เคลมประกันภัยอื่น ๆ ซื้อหรือต่ออายุประกันภัยรถยนต์หรือบ้าน จองคิวศูนย์บริการดูแลรถเข้าซ่อม Meet & Care และสอบถามความคุ้มครอง รวมถึงขอคำแนะนำบริการอื่น ๆ ครบจบที่เบอร์เดียว ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจสูงสุด โดยศูนย์บริการลูกค้า “Contact Center โทร.1519” จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ ธนชาตประกันภัย ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมการบริการ ด้วยความมุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ด้านประกันภัยอย่างดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายที่ต้องการให้คนไทยเข้าถึงประกันภัยที่ดี ติดตามความเคลื่อนไหวของผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมดี ๆ เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ธนชาตประกันภัย www.thanachartinsurance.co.th หรือเฟซบุ๊ก Thanachartinsurance – TNI และ Line Official Account “ธนชาต ประกันภัย” #ธนชาตประกันภัย #thanachartinsurance #ดูแลไวตรงใจคุณ #ติดต่อธนชาตประกันภัย1519 #Contactcenter1519 #บริการครบจบที่เบอร์เดียว
อลิอันซ์ อยุธยา รายงานผลการดำเนินธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัยไตรมาสสอง ปี 2567 เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง โดยธุรกิจประกันชีวิตสร้างมูลค่าธุรกิจใหม่ (NBV) เติบโต 14% เบี้ยประกันรับรวมเติบโต 11% ขณะที่ธุรกิจประกันภัย สร้างเบี้ยรับรวมเติบโต 6% พร้อมผนึกพลังเดินหน้าสร้างแบรนด์แกร่ง มุ่งสร้างรายได้สมดุลจากทุกช่องทาง ขับเคลื่อนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน มร.โทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดเผยว่า “อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต สร้างผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลประกอบการไตรมาสสองเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 19,249 ล้านบาท เติบโต 11% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโตมากถึง 28% อยู่ที่ 4,580 บาท โดยมาจากช่องทางตัวแทน 1,542 ล้านบาท ช่องทางขายผ่านธนาคาร 2,272 ล้านบาท ช่องทางขายตรง 641 ล้านบาท และ ช่องทางอื่นๆ 125 ล้านบาท ด้าน มร.ลาร์ส ไฮบุทสกี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย กล่าวว่า ในไตรมาส 2 ปี 2567 นี้ อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย สร้างผลผลงานได้ยอดเยี่ยมทั้งในธุรกิจประกันภัยรถยนต์และประกันสุขภาพ มีมูลค่าเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 6,073 ล้านบาท โดยผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพเติบโต 6% อยู่ที่ 2,284 ล้านบาท ประกันรถยนต์เติบโต 10% เบี้ยประกันมูลค่า 1,705 ล้านบาท และประกันวินาศภัยและทรัพย์สินอื่นๆเติบโต 4% เบี้ยประกันมูลค่า 2,084 พันล้านบาท จากตัวเลขการเติบโตในทุกธุรกิจ สะท้อนถึงกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยทั้งด้านประกันชีวิตและประกันภัย ซึ่งจะผลักดันธุรกิจไปให้ถึงเป้าหมาย พิชิตยอดเบี้ยประกันรับรวมธุรกิจประกันชีวิตที่ 4.1 หมื่นล้านบาท และเบี้ยประกันภัยรับรวมธุรกิจประกันภัยที่ 1.2 หมื่นล้านบาท…
