ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ กรรมการธนาคาร ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กรรมการบริหาร ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ และเลขานุการบริษัท นายศิริเดช เอื้องอุดมสิน รองผู้จัดการใหญ่ และนายรชฏ เสกตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายลูกค้าธุรกิจรายปลีกนครหลวง ร่วมให้การต้อนรับ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในโอกาสร่วมเปิดหลักสูตรอบรม The Big Blue Ocean รุ่นที่ 3 สานต่อความเป็น “เพื่อนคู่คิด” เคียงข้างธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ดึงผู้บริหารและดิจิทัลกูรูชั้นนำระดับประเทศ แชร์ประสบการณ์หลากหลายแง่มุมของการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ประเดิมเปิดหลักสูตรวันแรกได้รับเกียรติจากนายเสถียร เสถียรธรรมะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทคาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บรรยายในหัวข้อ Capturing New Opportunity in the Age of Digital ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่และเลขานุการบริษัท ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมใน2 รุ่นที่ผ่านมา ธนาคารได้เปิดหลักสูตรอบรม “The Big Blue Ocean” รุ่นที่ 3 เพื่อเป็นเวทีเรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จ และดิจิทัลกูรูระดับประเทศที่จะมาถ่ายทอดความรู้แบบเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่ผู้ประกอบการ เจ้าของหรือทายาทธุรกิจ ที่ต้องการยกระดับศักยภาพทางธุรกิจเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว หรือDigital Transformation เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าควบคู่กับเสริมประสิทธิภาพการบริหารงานด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ และพร้อมปรับตัว ให้เข้ากับทุกสถานการณ์ตลาดโลก โดยครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่การเริ่มกำหนดกลยุทธ์ วางแผนและลงมือปฏิบัติงาน ไปจนถึงทำการตลาดเพื่อส่งเสริมการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ “ตอนนี้ถึงเวลาที่ภาคธุรกิจจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง เอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยอย่างจริงจัง เพราะในระยะยาวธุรกิจที่ยังไม่ปรับตัวก็จะถูกกลืนหายไปในโลกของยุคดิจิทัลที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว และเข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่ผู้ประกอบการในปัจจุบันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก และตอบรับเข้าร่วมโครงการ The Big Blue Ocean รุ่นที่ 3 กว่า 40 คน จากหลากหลายอุตสาหกรรม นอกจากความรู้และประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิที่ให้เกียรติเป็นวิทยากรตลอดระยะเวลา 3 เดือนแล้ว ยังเป็นโอกาสดีที่ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เริ่มต้นทำความรู้จักและสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น…
Author: staff
ทีคิวเอ็ม อินชัวรันส์ โบรคเกอร์(TQM) ร่วมมือ บริษัท เพ็ทแอนิมัล ดาต้า แอนด์ อินโนเวชั่น(PADI) บริษัทย่อยในเครือไบโอซายน์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด มหาชน (BIS) นำเสนอแพลตฟอร์ม PADI แพลตฟอร์มสำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยงครบวงจร รวมบริการต่างๆ เช่น เพ็ทช๊อป โรงพยาบาลสัตว์ อาหารสัตว์ ช้อปปิ้งสินค้าเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง และประกันภัยสัตว์เลี้ยง ไว้ในที่เดียว ในครั้งนี้ TQM ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ ประกันภัยสัตว์เลี้ยงบนแพลตฟอร์ม PADI เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง พร้อมตอบโจทย์ ความต้องการของกลุ่มคนรักสัตว์อย่างครบถ้วน ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมถึงประกันภัย ได้อย่างง่ายและสะดวกมากขึ้น ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า “ด้วยเทรนด์ของสัตว์เลี้ยงในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงที่เป็น ที่น่าจับตามอง ผู้คนให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงไลฟ์สไตล์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสัตว์เลี้ยงมากขึ้น เริ่มมีคอนโดที่อนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้มากขึ้น ทำให้การอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยงในเมืองเป็นเรื่องที่ง่าย” นอกจากนี้ เทคโนโลยีก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เช่น แอพพลิเคชันติดตามสุขภาพสัตว์เลี้ยง และ Smart Device ที่ช่วยให้การดูแลสัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากการสำรวจของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล(CMMU) พบว่า ในปี 2566 ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแทนลูก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 49% ของผู้เลี้ยงสัตว์ทั้งหมด โดยค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีสำหรับการดูแลสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัวอยู่ที่ประมาณ 14,200 บาท ซึ่งรวมถึงค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และบริการต่าง ๆ เช่น การอาบน้ำตัดขน เป็นต้น เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาดสัตว์เลี้ยง TQM ได้ร่วมพัฒนาประกันภัยสัตว์เลี้ยงที่ครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วย รวมถึงค่าวัคซีน โดยทำให้การหาซื้อความคุ้มครองเป็นเรื่องง่ายขึ้น ผ่านการร่วมมือกับแพลตฟอร์ม PADI ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ดูแลสุขภาพสัตว์แบบ One Stop Service บน Digital…
นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้บริหารสายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นางลัดดาวัลย์ สิทธิวรนันท์ ผู้บริหารสายช่องทางสถาบันการเงินและพันธมิตรทางธุรกิจ และ นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้บริหารสายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมจับรางวัลแคมเปญฉลองวาระครบรอบ “ใส่ใจตลอด 73 ปี แจกหนัก 73 รางวัล” เพื่อมอบเป็นของขวัญสำหรับลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจทำประกันกับกรุงเทพประกันชีวิตในช่วงวันที่ 16 พฤษภาคม 2567 ถึง วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 พร้อมลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน BLA Happy Life ลุ้นรับรางวัลใหญ่ทองคำแท่งหนัก 5 บาท พร้อมรางวัลอื่นๆ รวม 73 รางวัล มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ซึ่งมีลูกค้ารับสิทธิ์จับฉลากรวม 5,218 คน โดยได้ทำการจับรางวัลเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2567ที่ผ่านมา ณ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ลูกค้ากรุงเทพประกันชีวิต สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีแคมเปญ “ใส่ใจตลอด 73 ปี แจกหนัก 73 รางวัล” ได้ผ่านช่องทาง Facebook : Bangkoklife – กรุงเทพประกันชีวิต ณ วันที่ 10 กันยายน 2567
นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมมอบเงิน พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น รวมมูลค่า 40,000 บาท ให้กับบ้านราชาวดีชายและบ้านราชาวดีหญิง จ.นนทบุรี ในโครงการ “ร่วมใจสานฝันน้อง” โดยได้รับเกียรติจากนายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานในพิธีส่งมอบ พร้อมด้วย นายพิสิฐ พูลพิพัฒน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และตัวแทนจากบ้านราชาวดีชายและบ้านราชาวดีหญิง เป็นผู้รับมอบเงินและสิ่งของบริจาคในครั้งนี้ โครงการ “ร่วมใจสานฝันน้อง” เป็นกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมกับภาคธุรกิจประกันวินาศภัยและประกันชีวิต เพื่อร่วมบริจาคเครื่องอุปโภค บริโภค ให้แก่บ้านราชาวดีชายและบ้านราชาวดีหญิง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานคุ้มครองและพัฒนาเด็กที่มีความบกพร่องทางสมองและปัญญา อายุระหว่าง 7-18 ปี เพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ ให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณภาพในสังคม …/
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ในฐานะผู้นำบริษัทฯ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม หรือ Green Insurer ร่วมกับมูลนิธิ ลากูน่า ภูเก็ต และศูนย์วิจัยทรัพยากรทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน นำโดย คุณสุกัญญา อิสรานุวัฒน์ชัย รองประธานอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาดและภาพลักษณ์องค์กร (คนที่ 3 จากซ้าย) คุณอังคณา โตสิลานนท์ รองประธาน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนที่ 3 จากขวา) พนักงานจิตอาสากรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต และเครือลากูน่า นักเรียนจากโรงเรียนมูลนธิลากูน่า ภูเก็ต พร้อมทั้งชาวบ้านคลองเคียง ร่วมกันปลูกป่าชายเลนปีที่ 2 ภายใต้โครงการ Save Our Sea จำนวน 1,200 ต้น ซึ่งสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์ ได้มากถึง 32 ตันต่อปี ณ โรงเรียนคลองเคียนรัฐราษฏร์รังสรรค์ จ.พังงา โดยกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต และพันธมิตรยังมีจุดมุ่งหมายร่วมกันผ่านความมุ่งมั่นใส่ใจสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์และสิ่งแวดล้อมทะเลของประเทสไทย รวมถึงเป็นแรงขับเคลื่อน ส่งเสริม และกระตุ้นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล (Climate Change & Biodiversity) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และส่งเสริมการพัฒนาพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้าง คุ้มครอง พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรมเพื่อสังคมดีๆ จาก กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/Hearts.in.action.volunteers หรือ โทร 1159 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มอบสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต ttb ชวนอร่อยแบบเกินต้านกับโปรโมชัน “HUTบุฟเฟต์” สุดคุ้มจาก Pizza Hut จ่ายเพียง 399 บาท รับสิทธิ์อัปเกรดบุฟเฟต์เป็นราคา 499 บาท ได้ทันที! เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิต ttb ทุกวันจันทร์ – พฤหัสบดี ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ก.ย. 2567 นอกจากนี้ ยังได้รับสิทธิประโยชน์มากขึ้น โดยสามารถแลกคะแนนรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 12% ได้ทุกวัน เมื่อใช้คะแนนสะสมทุก 500 คะแนน และมียอดใช้จ่าย 500 บาทขึ้นไป / เซลล์สลิป สำหรับบัตรเครดิตประเภทที่มีคะแนนสะสม บัตรเครดิต ttb reserve รับเครดิตเงินคืน 12% ส่วนบัตรเครดิต ttb ประเภทอื่น ๆ รับเครดิตเงินคืน 10% ลงทะเบียน SMS เพื่อแลกคะแนนสะสม พิมพ์ PPZH ตามด้วยคะแนนที่ต้องการแลก (ทุก 500 คะแนน แต่ไม่เกินยอดใช้จ่าย) เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย และส่งมาที่ 4806026 จำกัดการแลกคะแนนสูงสุด 2,000 คะแนน / บัญชีบัตรหลัก / เดือน และจำกัดการแลกคะแนนสูงสุด 4,000 คะแนน / บัญชีบัตรหลัก / ตลอดรายการ ทีทีบีส่งเสริมให้ลูกค้าบัตรเครดิต ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี เพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีทั้งในวันนี้ และอนาคต ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของโปรโมชันนี้ได้ที่ https://www.ttbbank.com/th/promotion/detail/pizzahut-aug24
เคทีซีเปิดตัว E-Application เป็นหัวหอกเจาะกลุ่มสมาชิกใหม่บัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ชูจุดเด่นทำรายการสมัครและอัพโหลดภาพเอกสารออนไลน์ได้สะดวกด้วยตนเอง ปลอดภัย รู้ผลอนุมัติรับเงินภายใน 30 นาที เพื่อรองรับความต้องการสินเชื่อในการใช้จ่ายเรื่องจำเป็นเร่งด่วน นางสาวพิชามน จิตรเป็นธรรม ผู้บริหารสูงสุด สายงานสินเชื่อบุคคล “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เคทีซีใช้กลยุทธ์ในการขยายพอร์ตสินเชื่อคุณภาพให้เติบโตอย่างยั่งยืน เน้นเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายตัวจริงที่มีความจำเป็นและต้องการสินเชื่อ โดยล่าสุดได้เพิ่มช่องทางการสมัครสินเชื่อใหม่ผ่าน E-Application (Electronic Application) ที่มาพร้อมความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัย โดยผู้ขอสินเชื่อบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” (KTC PROUD) สามารถทำรายการสมัครผ่านออนไลน์ได้ด้วยตนเองที่ apply.ktc.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง เพียงอัพโหลดภาพเอกสารการสมัครและยืนยันตัวตนผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยจะทราบผลอนุมัติและรับเงินโอนเข้าบัญชีภายใน 30 นาทีเมื่อได้รับเอกสารครบถ้วน ตอบโจทย์ความจำเป็นในการใช้จ่าย หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินด่วน ซึ่งเคทีซีคาดหวังว่าจะสามารถขยายการให้บริการสินเชื่อไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ได้ครอบคลุมทั่วประเทศมากขึ้น” “สำหรับผู้ที่สมัครบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ผ่านช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2567 จะได้รับคูปองอิเล็กทรอนิกส์ (eCoupon) ส่วนลดลาซาด้า (Lazada) มูลค่าสูงสุด 500 บาท เพื่อซื้อสินค้าที่จำเป็น เมื่อลงทะเบียนรูดซื้อสินค้าและบริการตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป ภายใน 30 วันนับจากวันที่อนุมัติ รวมทั้งสมาชิกบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” ยังจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษ 19.99% ต่อปี นานสูงสุด 60 เดือน เมื่อมียอดรับเงินโอนก้อนแรกแบบผ่อนชำระเป็นรายงวดเริ่มต้น 50,000 บาทขึ้นไป” นอกจากสมาชิก “เคทีซี พราว” จะสามารถใช้บัตรกดเงินสดได้ครบในบัตรเดียว ทั้งรูด-โอน-กด-ผ่อน แล้ว เคทีซียังได้พัฒนาฟังก์ชันใหม่บนแอปพลิเคชัน “KTC Mobile” เพื่อให้สมาชิกบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” สามารถขอเพิ่มวงเงินได้รวดเร็วขึ้น เพื่อใช้จ่ายในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมบ้าน หรือค่าเทอมบุตร โดยสามารถทำรายการขอวงเงินเพิ่มได้ด้วยตนเองผ่านแอปฯ “KTC Mobile” ตลอด 24 ชั่วโมง…
เมืองไทยประกันชีวิต พลัสความแคร์ให้คนที่แคร์แต่คนอื่น เปิดตัว “แคร์พลัส (Care Plus)” ความคุ้มครองค่ารักษาโรคมะเร็ง และไตวายเรื้อรัง ให้คุณคลายกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่สูงและต่อเนื่อง ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้ง IPD และ OPD วงเงินสูง 5 ล้านบาทต่อโรคต่อปี เลือกความคุ้มครองได้ตามต้องการค่าเบี้ยประกันภัยเข้าถึงได้ช่วยให้คุณเข้าถึงการรักษาด้วยนวัตกรรมแบบทันสมัย และช่วยเพิ่มโอกาสหายให้มากขึ้น นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในยุคปัจจุบันคนวัย 40+ มักจะละเลยการดูแลตัวเอง เพราะมัวแต่ดูแลคนอื่นในครอบครัว หรือ ที่เรียกว่า Sandwich Generation คนใน Generation นี้เป็นคนสำคัญที่เราอยากให้ดูแลตัวเอง เพราะโรคร้าย อย่างโรคมะเร็ง และโรคไต อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ถ้าเป็นขึ้นมาต้องเผชิญกับค่ารักษาที่สูง และต้องรักษาตัวต่อเนื่อง ทำให้การเข้าถึงการรักษาที่ทันสมัยเป็นเรื่องที่สำคัญ และต้องรักษาได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นการมีความคุ้มครองไว้จะช่วยตอบโจทย์ความต้องการของคนในวัย 40+ ที่อยากดูแลตัวเอง และเก็บแรงไว้ดูแลคนอื่นต่อไปได้ ทั้งในแง่ความคุ้มครอง และเบี้ยประกันภัยที่เข้าถึงได้ ไม่เป็นภาระ จึงถือเป็นทางเลือกที่ช่วย คลายความกังวลให้กับตัวคุณ ในวันที่คุณห่วงแต่คนอื่น แต่ก็ต้องไม่ลืมห่วง “ตัวเอง” เพราะคุณเองก็สำคัญ หากคุณล้มไปใครจะดูแลคนที่คุณรัก ล่าสุด เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าส่งความแคร์ให้คนสำคัญที่แคร์แต่คนอื่น ด้วยการเปิดตัว “แคร์ พลัส (Care Plus)” ความคุ้มครองค่ารักษาโรคมะเร็งและไตวายเรื้อรังที่มาช่วยพลัสความอุ่นใจ ให้คุณหมดกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล ด้วยความคุ้มครองวงเงินสูง 5 ล้านบาทต่อโรคต่อปี เลือกความคุ้มครองได้ตามต้องการไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองค่ารักษาโรคมะเร็ง หรือความคุ้มครองค่ารักษาไตวายเรื้อรัง หรือหากกังวลทั้งคู่ก็เลือกความคุ้มครองทั้ง 2 โรคได้ด้วยค่าเบี้ยที่ถูกลง 10% เข้าถึงได้จริงด้วยเบี้ยประกันภัยเบาๆ ไม่ถึง 12 บาทต่อวัน* เบี้ยประกันภัยยังสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สมัครได้จน ถึงอายุ 80 ปี คุ้มครองให้ยาวถึงอายุ 99 ปี ทั้งนี้ Care Plus ยังครอบคลุมการรักษาทั้งแบบผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) ตามความคุ้มครองที่กำหนด รวมถึงค่าบริการทางการแพทย์ ทั้งค่าหมอ ค่ายา ค่าผ่าตัด…
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) (“TIDLOR” หรือ “บริษัทฯ”) นำโดย คุณปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา นอกจากธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมียอดสินเชื่อคงค้างมากกว่า 100,000 ล้านบาท และถือเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถแล้วบริษัทฯ ยังมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจนายหน้าประกัน ภายใต้เจตนารมณ์ในการส่งเสริมให้ประชาชนสามารถเข้าถึงความคุ้มครองด้านประกันภัยได้เพิ่มขึ้น จึงได้บุกเบิกธุรกิจในรูปแบบบริการผ่อนเบี้ยประกันรถยนต์ด้วยเงินสด 0% ซึ่งในเวลาต่อมาเป็นสิ่งที่ประชาชนรับรู้ถึงประโยชน์และเกิดเป็นความต้องการ กระทั่งปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในมาตรฐานและบริการที่ธุรกิจนายหน้าประกันทั่วไป หันมานำเสนอบริการในรูปแบบดังกล่าวให้กับลูกค้าของตัวเองในวงกว้าง ทั้งนี้ ภาพรวมการดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันของบริษัทฯ มีสัดส่วนธุรกรรมจากลูกค้าที่ซื้อประกันสูงกว่าการขอสินเชื่อราว 3 เท่า และ 9 ใน 10 ของกรมธรรม์ที่ขายเป็นการขายให้แก่ลูกค้าที่เจาะจงเข้ามาซื้อประกันโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นลูกค้าคนละกลุ่มกับลูกค้าสินเชื่อ สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างการรับรู้ด้านแบรนด์ธุรกิจนายหน้าประกันของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 6 ปี ที่ผ่านมา ธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยของบริษัทฯ มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 47.3% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมธุรกิจประกันวินาศภัยที่เติบโตเฉลี่ยเพียง 4.5% ต่อปี หรือเปรียบได้ว่าภาพรวมธุรกิจนายหน้าประกันของบริษัทฯ เติบโตมากกว่าภาพรวมตลาดถึง 10 เท่า สะท้อนถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพการดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันของบริษัทฯ ในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี คุณอาฑิตยา พูนวัตถุ ผู้บริหาร ด้านธุรกิจประกันภัย กล่าวว่า ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2567 บริษัทฯ มียอดเบี้ยประกันวินาศภัยรวมมูลค่า 4,856 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากการมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงมีช่องทางการขายและให้บริการที่ครอบคลุม ทั้งในรูปแบบ Face to Face ผ่านช่องทางสาขาเงินติดล้อทั่วประเทศ ผสมผสานเข้ากับการใช้เทคโนโลยีด้านนายหน้าประกันภัย (InsurTech Platform) ซึ่งบริษัทฯ ได้สร้าง พัฒนา และใช้เทคโนโลยีด้านประกัน มามากกว่า 10 ปี ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเสนอขายผลิตภัณฑ์ประกันได้ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า ภายใต้แบรนด์ต่างๆ ดังนี้ แบรนด์ “ประกันติดโล่” (ชื่อเดิม ประกันติดล้อ) ธุรกิจนายหน้าประกันในรูปแบบFace to…
คุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต เข้ารับรางวัล “Asian Technology Excellence Awards 2024” ในหมวด “The Thailand Technology Excellence Award for API – Life Insurance” จาก The Asian Business Review Magazine รางวัลนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นผลักดันนวัตกรรมการบริการลูกค้าให้ตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวมเร็วในปัจจุบัน โดยเฉพาะการยกระดับบริการด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีให้กับคนไทย ด้วยพัฒนาระบบที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อต่อยอดการสร้างประโยชน์กลับคืนให้กับลูกค้าที่มีเสถียรภาพและปลอดภัยจากความเสี่ยงในโลกไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นบริการดูแลสุขภาพครบวงจร Digital Healthcare Services ที่ดูแลลูกค้าตั้งแต่ก่อนป่วย ระหว่างเจ็บป่วย และหลังเจ็บป่วยหรือพักฟื้น ที่ได้จับมือกับพันธมิตรด้านสุขภาพชั้นนำหลายราย หรือการพัฒนา OCEAN CLUB APP ที่เพิ่มฟังก์ชั่นสนับสนุนคนไทยให้มีสุขภาพที่ดี ไม่ป่วย ครอบคลุมทั้งการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย การพักผ่อน และเช็คความเสี่ยงโรคมะเร็งได้อีกด้วย รางวัล Asian Technology Excellence Awards 2024 จัดโดยนิตยสาร The Asian Business Review จากประเทศสิงคโปร์ เพื่อยกย่องโครงการและนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่โดดเด่น ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยพิจารณาจากนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อองค์กรและอุตสาหกรรมในภาพรวม OCEAN LIFE ไทยสมุทร ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรมายาวนาน 75 ปี โดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมแล้วที่จะส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.thหรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503
