กรุงเทพฯ (18 ธันวาคม 2567) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) จัดงานสัมมนา “Data Center Opportunities in Thailand 2024” สำหรับลูกค้าธุรกิจและนักลงทุน อัปเดตเทรนด์และโอกาสด้านการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย โดยได้ระดมผู้เชี่ยวชาญจากกรุงศรี และ MUFG ผู้ทรงคุณวุฒิของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และผู้บริหารระดับสูงจากองค์กรชั้นนำในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ มาร่วมแสดงวิสัยทัศน์ และแบ่งปันข้อมูลเชิงลึก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจและการลงทุน อันจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการพัฒนาอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก พร้อมผลักดันประเทศไทยขึ้นแท่นการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งอาเซียน งานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ นายบุนเซอิ โอคุโบะ ประธานกลุ่มธุรกิจธนกิจพาณิชย์เกี่ยวกับญี่ปุ่นและบรรษัทข้ามชาติ (JPC/MNC Banking) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีตระหนักถึงความสำคัญของการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย การเติบโตของการลงทุนในธุรกิจศูนย์ข้อมูลอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพของประเทศไทยในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน ด้วยเล็งเห็นโอกาสอันสำคัญนี้ กรุงศรีจึงได้จัดงานสัมมนา “Data Center Opportunities in Thailand 2024” นี้ขึ้น เพื่อเป็นเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกและมุมมองอันมีคุณค่า ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจและนักลงทุนในการสร้างเครือข่ายและพัฒนาธุรกิจศูนย์ ข้อมูลให้เติบโตอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกัน กรุงศรี และ MUFG ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เรามุ่งมั่นและพร้อมที่จะให้การสนับสนุนลูกค้าธุรกิจด้วยโซลูชันและการให้คำปรึกษาด้านการเงินที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ พร้อมช่วยอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน และใช้ความเชี่ยวชาญทั้งในประเทศและเครือข่ายระดับโลกที่แข็งแกร่ง เชื่อมโยงลูกค้ากับเครือข่าย MUFG เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคง” การสัมมนาครั้งนี้ เริ่มด้วยการกล่าวถึงแนวโน้มของอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลในระดับโลก และมุมมองอนาคตของอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลในประเทศไทย โดย นายศิวภูมิ จันทา, Senior Consultant, MU Research and Consulting (Thailand) ซึ่งเปิดเผยว่า “ประเทศไทยได้กลายมาเป็นผู้เล่นที่สำคัญในตลาดดาต้าเซ็นเตอร์ของภูมิภาคอาเซียน ด้วยมูลค่าการเติบโตที่ 24% หรือ 50 ล้านบาทของตลาดโดยรวม โดยคาดการณ์ว่าตลาดดาต้าเซ็นเตอร์จะโตได้ถึง…
Author: staff
สิงห์ เอสเตท ประกาศอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ชุดใหม่ จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วยหุ้นกู้อายุ 2 ปี และ 3 ปี ที่อัตราดอกเบี้ย 4.50% และ 5.00% ต่อปีตามลำดับ โดยจะเสนอขายต่อผู้ลงทุนประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 7 – 9 ม.ค. 2568 ด้านสถาบันการเงินผู้จัดการการจัดจำหน่ายมั่นใจหุ้นกู้ดังกล่าวจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี ระบุมั่นใจในแบรนด์ “สิงห์ เอสเตท” ซึ่งเป็นที่ยอมรับในตลาดทั้งในและต่างประเทศ กรุงเทพฯ 18 ธันวาคม 2567 – บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ ‘S’ ผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนระดับสากล กำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ จำนวน 2 ชุด ประกอบด้วย หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.50% ต่อปี และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 5.00% ต่อปี โดยหุ้นกู้ดังกล่าวกำหนดชำระดอกเบี้ยทุก ๆ 3 เดือน โดย “สิงห์ เอสเตท” จะเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวให้แก่ประชาชนเป็นการทั่วไป ระหว่างวันที่ 7 – 9 มกราคม 2568 ผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย สำหรับหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2567 ที่ระดับ “BBB” ซึ่งเป็นกลุ่ม “ระดับลงทุน” (Investment grade) ขณะที่อันดับความน่าเชื่อถือองค์กรอยู่ที่ระดับ “BBB+” แนวโน้ม…
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี จัดสัมมนา ttb I Executive Morning Briefing หัวข้อ “Economic Outlook and Global Market Movement 2025” เชิญสภาพัฒน์ ร่วมอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก พร้อมแชร์มุมมองด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงการทำธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ เพื่อเป็นแนวทางให้ลูกค้าธุรกิจปรับกลยุทธ์วางแผนธุรกิจเตรียมพร้อมรับมือความท้าทายในปี 2568 นายศรัณย์ ภู่พัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจ ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า ทีทีบีได้จัดงานสัมมนา ttb I Executive Morning Briefing ภายใต้หัวข้อ“Economic Outlook and Global Market Movement 2025” ให้แก่ลูกค้าธุรกิจ เพื่ออัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ความท้าทายสำคัญและแนวทางการขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคต รวมถึงวิธีการบริหารความเสี่ยงเพื่อรับมือกับความผันผวนต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับลูกค้าธุรกิจในการวางแผนธุรกิจทั้งในปีนี้และในปี 2568 โดยทีทีบีพร้อมเป็นพันธมิตรที่ช่วยผลักดันให้ลูกค้าธุรกิจ เตรียมพร้อมรับมือและปรับกลยุทธ์เชิงรุกในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตในสมรภูมิการค้าโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ดร.อานันท์ชนก สกนธวัฒน์ ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์ และการวางแผนเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ คาดการณ์แนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจโลกในปี 2567 อยู่ที่ 2.9% และในปี 2568 จะเติบโตอยู่ที่ 3.3% โดยเศรษฐกิจประเทศมหาอำนาจ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและจีนชะลอตัวลง ส่วนอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2568 คาดการณ์ว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การลดดอกเบี้ยของ FED ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่กลับมาเป็นบวกมากขึ้น รายรับจากการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และผลที่จะเกิดจากนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ ราคาน้ำมันดิบ รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ ที่อาจส่งผลต่อค่าเงินบาทที่ผันผวนในระยะสั้น ซึ่งต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังการแพร่ระบาดของโควิด 19 ยังอยู่ในระดับต่ำ คาดการณ์ว่า GDP ในปี 2567 จะอยู่ที่ 2.3-2.8% และแนวโน้ม GDP ในปี 2568 จะอยู่ที่ 2.5-3.5% โดยการขับเคลื่อนมาจาก 4 ปัจจัยสนับสนุน…
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้บริหารสายกลยุทธการตลาดและบริหารจัดการลูกค้า พร้อมด้วย นายนรินทร์ เอกวงศ์วิริยะ ผู้บริหารฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร จัดกิจกรรม Bangkok Life Happy Movie Day เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้าที่เป็นสมาชิก BLA Happy Life Club โดยเชิญชวนร่วมชมภาพยนตร์ Moana 2 แอนิเมชันชื่อดังจากดิสนีย์ ช่วงเทศกาลวันพ่อ พร้อมกิจกรรมสนุก ๆ มากมาย ณ โรงภาพยนตร์ไอแมกซ์ เลเซอร์ ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต เอ็มควอเทียร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ กิจกรรมดูหนังร่วมกันในครอบครัวเป็นกิจกรรมที่กรุงเทพประกันชีวิต ตั้งใจจัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้าที่มอบความไว้วางใจให้กรุงเทพประกันชีวิตดูแล ด้วยการส่งมอบความสุขให้ทุกคนในครอบครัว ซึ่งนอกจากจะได้ใช้เวลาร่วมกันแล้ว ยังเสริมสร้างจินตนาการ และการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ผ่านเรื่องราวการเดินทางผจญภัยครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมของ Moana โดยในวันดังกล่าวมีลูกค้าเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์ประกันชีวิตที่ดูแลเรื่องความมั่นคงทางการเงิน รวมถึงใส่ใจ ส่งมอบความสุขให้ลูกค้าได้ในทุก ๆ วัน โดยจะมีสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อีกมากมายที่จะมอบให้ลูกค้าคนสำคัญตลอดปี 2568
ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชั้นสายสะพาย ประจำปี 2567 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 นั้น นายชัย โสภณพนิช ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ได้เข้ารับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ประจำปี 2567 ชั้นสายสะพาย ชั้นมหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.) และเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปี 2567 ชั้นสายสะพาย ชั้นปฐมดิเรกคุณาภรณ์ (ป.ภ.) เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จัดโดยสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) โดยมีนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและข้าราชการเข้าร่วมในพิธี ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม เมื่อเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ นายชัย โสภณพนิช ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นเกียรติประวัติสูงสุดนี้ในฐานะบุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศ โดยให้การส่งเสริมและสนับสนุนทั้งด้านการศึกษา ศาสนา สังคม และสาธารณชนมาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นความปลื้มปีติและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ประกาศแต่งตั้ง ณัฐพิสิษฐ์ ครุฑครองชัย (คุณเคเค) ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ซึ่งจะรายงานตรงต่อคุณแซลลี่ โอฮาร่า ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แอกซ่า ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และประเทศเกาหลีใต้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2568 และขึ้นอยู่กับการอนุมัติตามกฎระเบียบต่างๆ ทั้งนี้ เคเค ถือเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนไทยคนแรกของบริษัทฯ ซึ่งมีค่านิยมส่วนบุคคลที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของแอกซ่า ที่มุ่งเน้นการมีลูกค้ามาเป็นที่หนึ่ง และเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับการลงมือปฏิบัติและเป็นแบบอย่างที่ดีในการแสดงออกถึงวัฒนธรรม Care & Dare ตลอดจนถ่ายทอดให้เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม มีความเข้าใจในวัฒนธรรมและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในตลาดภายในประเทศเป็นอย่างดี โดยบริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถช่วยผลักดันธุรกิจในประเทศไทย และในภูมิภาคให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ตลอดจนสร้างการเติบโตของบริษัทฯ อย่างยั่งยืน ซึ่งบริษัทฯ เป็นบริษัทฯ สำคัญของการตลาดที่แข็งแกร่งของกลุ่มแอกซ่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังมีความสำคัญต่อเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของกลุ่มแอกซ่า สำหรับปี 2024-2026 ภายใต้วิสัยทัศน์ “Unlock the Future” ซึ่งบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากกลุ่มแอกซ่าในการขับเคลื่อน และการเติบโตที่สูงมากขึ้น ผ่านการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายของบริษัทฯ โดยคุณเคเคจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สาขาบริหารธุรกิจ และระดับปริญญาโทในหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างภาควิชาบริหารธุรกิจของ Hong Kong University of Science and Technology (HKUST) และ New York University (NYU) Stern School of Business ตลอดจนได้จบหลักสูตรผู้บริหารจาก Singularity University ในรัฐแคลิฟอร์เนีย
จากอีสานแล้ง สู่อีสานเขียว: 42 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ต้นแบบการฟื้นฟูทรัพยากรอย่างยั่งยืน บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) สานต่อโครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา” ครั้งที่ 47 นำคณะครูอาจารย์ และผู้สนใจเข้าร่วมศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดสกลนคร เพื่อเรียนรู้แนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริที่พลิกฟื้นผืนดินที่แห้งแล้งของภาคอีสาน ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้อย่างยั่งยืน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานฯ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2525 บนพื้นที่กว่า 13,000 ไร่ ได้รับการยกย่องให้เป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” ที่รวบรวมองค์ความรู้และการปฏิบัติจริงในด้านการพัฒนาที่ดิน แหล่งน้ำ การฟื้นฟูป่า และการจัดการเกษตรกรรมเชิงบูรณาการ ด้วยเป้าหมายหลักคือการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ยั่งยืน ศูนย์แห่งนี้ยังทำหน้าที่เป็นสถานที่ทดลองและถ่ายทอดเทคโนโลยีเกษตรกรรมที่ทันสมัยแก่เกษตรกร ตลอดจนการพัฒนาอาชีพต่าง ๆ เช่น การเพาะปลูก การประมง และการเลี้ยงสัตว์ โดยน้อมนำแนวพระราชดำริมาใช้เป็นแนวทางหลักในการแก้ปัญหาด้านเกษตรกรรมและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความสำคัญของศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานว่า “กิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการศึกษาดูงานเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและปลูกฝังความตระหนักถึงความสำคัญของการพึ่งพาตนเองและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า ศูนย์แห่งนี้ถือเป็นแบบอย่างที่ชัดเจนของการบูรณาการองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกัน เพื่อแก้ปัญหาอย่างครบวงจร ทั้งความแห้งแล้ง ป่าไม้เสื่อมโทรม น้ำแล้ง รวมถึงปัญหาความยากจนของประชาชน ตอบโจทย์การพัฒนาที่ยั่งยืน การได้มาสัมผัสประสบการณ์ตรงนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจถึงความสำคัญของการพัฒนาที่สมดุลและสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่อย่างแท้จริง” ในฐานะเป็น 1 ใน 6 ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานมีบทบาทสำคัญในการแสดงให้เห็นถึงการจัดการทรัพยากรแบบองค์รวม อันเป็นต้นแบบการพัฒนาในระดับพื้นที่ที่เชื่อมโยงมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แก้ไขปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จ ผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ได้สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การนั่งรถรางชมศูนย์ฯ เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมและระบบการจัดการพื้นที่ รวมถึงการเยี่ยมชมห้องนิทรรศการที่ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเสด็จเยี่ยมเยียนชาวจังหวัดสกลนครกว่า 109 ครั้ง หนึ่งในไฮไลท์สำคัญคือการเรียนรู้เรื่อง “สี่ดำมหัศจรรย์แห่งภูพาน” ได้แก่ โคเนื้อภูพาน สุกร ภูพาน ไก่ดำภูพาน และกระต่ายดำภูพาน ซึ่งเป็นตัวอย่างของสัตว์เศรษฐกิจที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์ให้เหมาะสมกับพื้นที่และการเลี้ยงดูที่ยั่งยืน ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้สัมผัสกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ เช่น การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร การทำผ้าย้อมคราม…
กรุงเทพฯ (17 ธันวาคม 2567) – กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งาน krungsri app ด้วยฟังก์ชันยืนยันการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ เพื่อป้องกันการถูกสวมรอยเปลี่ยนอุปกรณ์โดยไม่ได้รับอนุญาต ช่วยให้ผู้ใช้บริการอุ่นใจได้ว่าการเปลี่ยนอุปกรณ์ทุกครั้งจะดำเนินไปอย่างปลอดภัย อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้บริการตัวจริงเท่านั้น โดยฟังก์ชันใหม่นี้จะพร้อมให้บริการในวันที่ 26 ธันวาคม 2567 สำหรับเวอร์ชันตั้งแต่ 4.01.00 เป็นต้นไป ในยุคที่ภัยคุกคามทางออนไลน์มีรูปแบบที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา และมีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพื่อหลอกลวงผู้ใช้งาน กรุงศรีจึงได้พัฒนาฟังก์ชันยืนยันการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์สำหรับผู้ใช้งาน krungsri app โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อป้องกันการหลอกลวง ลดการถูกสวมรอยเปลี่ยนอุปกรณ์และเข้าถึงบัญชีธนาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งหากระบบพบว่ามีการพยายามเปลี่ยนอุปกรณ์โดยไม่ได้รับการยืนยันก่อนล่วงหน้า ระบบจะไม่อนุญาตให้ดำเนินการต่อ โดยจะแสดงข้อความแจ้งเตือนอันเนื่องจากผู้ใช้งานยังไม่ได้ทำการยืนยันการเปลี่ยนอุปกรณ์บนเครื่องเดิมมาก่อน และหากกรณีที่อุปกรณ์เดิมไม่ได้คงอยู่กับผู้ใช้งานแล้ว ก็สามารถติดต่อสาขาธนาคารกรุงศรีได้ทุกสาขาเพื่อยืนยันตัวตนก่อนการเข้าใช้งานบนอุปกรณ์ใหม่ได้เช่นกัน สำหรับผู้ใช้บริการ krungsri app ที่ต้องการเปลี่ยนอุปกรณ์ใช้งาน จะต้องกดทำรายการที่เมนูตั้งค่า และยืนยันการทำรายการด้วยตนเองล่วงหน้าก่อนเปลี่ยนอุปกรณ์ ตามขั้นตอนดังนี้ เข้าแอปพลิเคชัน krungsri app เลือกเมนู ‘อื่นๆ’ เลือกเมนู ‘การตั้งค่า’ เลือก ‘ความปลอดภัย’ เลือก ‘เปลี่ยนอุปกรณ์’ ยืนยันเปลี่ยนอุปกรณ์ ตามขั้นตอน เพื่อยืนยันการทำรายการ ขั้นตอนการทำรายการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์ การยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงและสวมรอยเข้าใช้บริการ เพื่อเพิ่มความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการ krungsri app ให้ได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่น หมดกังวลในการทำธุรกรรมทางการเงินซึ่งช่วยตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคดิจิทัล สอดรับกับความมุ่งมั่นของกรุงศรีที่พร้อมนำเสนอ โซลูชันทางการเงินที่สะดวกสบาย ปลอดภัย ให้ลูกค้าทุกคนสามารถใช้ชีวิตง่ายได้ทุกวันอย่างแท้จริง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ Krungsri Call Center 1572 หรือติดต่อ Facebook: Krungsri Simple
กลางธรรมชาติอันเงียบสงบของจังหวัดหนองคาย มีสถานที่หนึ่งที่สร้างโอกาสให้กับเยาวชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศูนย์ฝึกวิชาชีพการโรงแรมและงานบริการพิมาลี ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงเรียน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความหวังและอนาคตที่สดใส ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิพิมาลี ที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2558 เพื่อช่วยเหลือเยาวชนกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสในภาคอีสาน รวมถึงอีกหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศ หลักสูตรของที่นี่ออกแบบมาเพื่อสร้างทักษะงานด้านการโรงแรม งานครัว และบริการ โดยเน้นทั้งการเรียนรู้ทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติจริง ซึ่งเบื้องหลังการทำงานพัฒนาเพื่อลดความเลื่อมล้ำทางสังคมนี้ มี FWD ประกันชีวิต เป็นหนึ่งในองค์กรที่คอยร่วมสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ FWD ประกันชีวิต การร่วมสนับสนุนมูลนิธิพิมาลี คือ การเน้นย้ำพันธกิจในการสร้างโอกาสและความเท่าเทียมด้านการศึกษาที่เป็นเวลาติดต่อกันมากว่า 5 ปี โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมมอบทุนการศึกษา 7 ทุน พร้อมความคุ้มครองชีวิตและสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลให้แก่นักเรียนทุกคนและบุคลากรในศูนย์ฝึกฯ “เราอยากให้เยาวชนเหล่านี้ได้เรียนรู้ เติบโต เพื่อนำความรู้เหล่านั้นมาเป็นรากฐานในการสร้างอนาคตที่มั่นคง” คุณเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประจำประเทศไทยและกัมพูชา FWD ประกันชีวิตบอกเล่า หลักสูตรการเรียนการสอนที่พิมาลีใช้เวลา 6-11 เดือน ครอบคลุมทักษะที่เกี่ยวข้องกับ การดูแลห้องพัก การงานครัว และ บริการอาหาร-เครื่องดื่ม โดยมีสถานที่ฝึกอบรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ที่มีทั้งห้องครัวตามมาตรฐาน โรงแรมสี่ห้องนอนสำหรับรองรับแขกที่เต็มใจเข้ามาพักเพื่อเป็นโจทย์ในการเรียนของเด็กๆ อย่างไรก็ตาม การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตไม่ได้หยุดแค่ในห้องเรียน เมื่อได้มีการสอบถามไปยังนักเรียนรุ่นก่อนๆ พบว่า การจัดการทางการเงินเป็นอีกหนึ่งปัญหา สำหรับนักเรียนที่ก้าวออกไปในโลกการทำงาน ดังนั้นในปีนี้ FWD ประกันชีวิต จึงได้ออกแบบบทการเรียน และเวิร์กช็อปด้านการเงิน พร้อมนำทีมอาสาสมัครลงพื้นที่ และอบรมทางออนไลน์เพื่อเสริมสร้างทักษะการบริหารจัดการเกี่ยวกับเงินให้กับนักเรียนแห่งนี้ โดย วีรพงศ์ ล้ำเลิศกิจ Lead of Wealth Training จาก FWD ประกันชีวิต หนึ่งในอาสาสมัคร บอกว่า “เราตั้งใจออกแบบเวิร์กช็อปให้สนุก เข้าใจง่าย และนำไปใช้ได้จริง ผ่านเกมบอร์ดด้านการเงิน (Money Board Game) ที่ช่วยให้นักเรียนเชื่อมโยงความรู้ด้านการเงินกับการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน” ตั้งแต่เปิดศูนย์ฝึกฯ มา ศิษย์เก่าของพิมาลีกว่า 191 คนได้สำเร็จการศึกษา โดย 120 คน ได้งานในโรงแรมและรีสอร์ททั่วประเทศ พวกเขาไม่เพียงแต่สร้างอนาคตให้ตัวเอง แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตครอบครัวและชุมชนอีกด้วย ดังนั้นการเพิ่มความรู้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้แก่นักเรียนทุกๆ คน จึงเป็นเหมือนการผลักดันให้เยาวชนสามารถยืนได้ดัวยตัวเองอย่างเข้มแข็ง สณิฐิตตา…
แอกซ่าประกันภัย ประกาศความภาคภูมิใจสำหรับการสานต่อโครงการAXA Project Oceans For All เป็นปีที่ 2 ร่วมกับมูลนิธิโอเชี่ยน ฟอร์ ออลล์ (Oceans For All Foundation) เพื่อมุ่งขับเคลื่อนการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางน้ำ ซึ่งจากความสำเร็จของโครงการในปีที่ผ่านมา แอกซ่าได้ต่อยอดการสนับสนุนการปฏิบัติการของเรือคาตามารัน สู่ลำที่ 2 ทำจากวัสดุรีไซเคิล 100% นับเป็นกลยุทธ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการฟื้นฟูระบบนิเวศของแม่น้ำเจ้าพระยา และสอดคล้องกับหลักการดำเนินงาน ESG ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการส่งเสริมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพ (Climate Change and Biodiversity) และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้คน ชุมชน และสังคมเพื่อนำสู่การเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคตไปด้วยกัน มร. กิลโยม มิราโบว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ความมุ่งมั่นของเราในการดูแลสิ่งแวดล้อมนั้นฝังลึกอยู่ใน DNA ของแอกซ่า ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของกลุ่มแอกซ่าที่ดำเนินธุรกิจผ่านหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) โดยการต่อยอดโครงการ AXA Project Oceans For All ในการสนับสนุนการปฏิบัติการของเรือคาตามารัน ลำที่ 1 ในปีที่แล้ว ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก จึงได้มอบเงินสนับสนุน 1.3 ล้านบาท สานต่อเรือในลำที่ 2 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการเก็บขยะบริเวณแม่น้ำได้มากยิ่งขึ้น โดยจะมีการนำเรือคาตามารันทั้ง 2 ลำ เก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดทั้งปี 2568 เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม โดยมีหัวใจหลักที่สำคัญ คือ การเคียงข้างทุกความเชื่อมั่นของลูกค้าและให้ความคุ้มครองกับสิ่งที่สำคัญในชีวิต” ขณะที่ มร. เดวิด มาร์ติน ผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิโอเชี่ยน ฟอร์ ออลล์ กล่าวถึงความสำเร็จของการต่อยอดโครงการนี้ว่า “เรือคาตามารันของเรา ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 100% สามารถสร้างประโยชน์ให้กับสังคม และผู้คนในกรุงเทพฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2567 ภายใต้การสนับสนุนของแอกซ่า เรือคาตามารัน ลำที่ 1 ประสบความสำเร็จในการเก็บขยะอัดแน่นรวมปริมาณ 14,070…
