บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดงาน “KTAXA PRIME SUMMIT & Agency Leader Mid-Year Plan 2026” นำโดย คุณนิโคลา เดอ นาแซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอกซ่า ภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และประเทศเกาหลีใต้ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต (คนที่ 7 จากขวา) พร้อมด้วย คุณชัยณรงค์ เอื้อสิทธิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายจัดจำหน่าย (คนที่ 7 จากซ้าย) คุณมนต์นิดา มุสิกบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายตัวแทน (คนที่ 8 จากซ้าย) และผู้บริหารฝ่ายขายช่องทางตัวเทนของบริษัทฯ ร่วมนำทัพนักขายก้าวสู่ความสำเร็จครึ่งปีหลัง ภายใต้แนวคิด Always in Your Prime และ HYPE ENERGY HYPE LIFE ปลุกพลังให้สุด แล้วไปให้ไกลกว่าเดิม เพื่อพิชิตกลยุทธ์ 2026 The Future of Daring นอกจากนี้ภายในงาน คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด ได้เผยกลยุทธ์การตลาดเพื่อสนับสนุนงานฝ่ายขายผ่านการเปิดตัว Agency Connect บน Line Official เครื่องมือใหม่ที่ช่วยให้การติดต่อสื่อสารและการทำงานของฝ่ายขาย มีความสะดวกรวดเร็ว และง่ายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัว iReward เครื่องมือดิจิทัลเพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้ตัวแทนคุณภาพ รวมถึงการพัฒนา Emma by AXA Avatar ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์การให้บริการลูกค้าที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัล อีกทั้งบริษัทฯ ยังเดินหน้าสร้างการรับรู้แบรนด์และตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้าผ่านกิจกรรมทางการตลาดและแคมเปญสำคัญตลอดทั้งปี อาทิ กิจกรรม KOP Run Bangkok 2026 presented by กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต และ กิจกรรม Amazing Thailand…
Author: staff
แอกซ่าประกันภัย นำเสนอแผนประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 “AXA SmartDrive” ประกันภัยที่มอบความคุ้มครองที่ครอบคลุม พร้อมสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ขับขี่ในยุคปัจจุบัน ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 AXA SmartDrive มอบความคุ้มครองรอบด้าน ทั้งตัวรถยนต์ ทรัพย์สิน และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคู่กรณีก็ได้รับความคุ้มครองเต็มที่ เหมาะสำหรับรถใหม่ รถที่ใช้งานบ่อย หรือรถที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ครอบคลุมทั้งกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ รวมถึงอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมนอกเหนือจากอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งจากโรงงานสูงสุด 20,000 บาทต่อครั้ง นอกจากนี้ แอกซ่าได้คัดเลือกอู่ในเครือข่ายที่มีคุณภาพ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจะรับผิดชอบในการซ่อมแซม พร้อมเลือกใช้อะไหล่มาตรฐานจากอู่ซ่อม เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกการเดินทาง และยังช่วยประหยัดเบี้ยประกันภัยได้อีกด้วย แอกซ่ายังมอบสิทธิประโยชน์เสริมเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าและความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า ได้แก่ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงผ่าน AXA Roadside Service และสิทธิประโยชน์ AXA4U ซึ่งคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดกับอุปกรณ์สำคัญของรถยนต์โดยไม่หักค่าเสื่อมราคา เช่น ยางรถ แบตเตอรี่สตาร์ทรถ น้ำมันเครื่อง สารหล่อลื่น สารหล่อเย็นของระบบแอร์ และ วิทยุและเครื่องเสียง ทั้งนี้ ลูกค้ายังสามารถรับส่วนลดพิเศษเพิ่มเติมได้ในหลายกรณี อาทิ ส่วนลดจากการติดตั้งกล้องหน้ารถยนต์ ส่วนลดตามพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับขี่ และส่วนลดเบี้ยประกันภัยตามเงื่อนไขความรับผิดส่วนแรก ตั้งแต่ 3,000 ถึง 5,000 บาท สำหรับลูกค้าที่สมัครผ่านช่องทางออนไลน์วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569 แอกซ่าประกันภัยจัดแคมเปญโปรโมชัน “AXANOW” มอบส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุดถึง 18% พร้อมทางเลือกผ่อนชำระเบี้ยประกันภัยด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ที่คุ้มค่าและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง ยกระดับ K PLUS สู่แพลตฟอร์มการลงทุนด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยร่วมมือ 4 ร้านทองชั้นนำของประเทศซื้อ-ขายทองคำ ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง แม่ทองสุก (MTS Gold) YLG และ Aurora มุ่งช่วยนักลงทุนรับมือความผันผวนของตลาดและอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้นักลงทุนเข้าถึงราคาทองคำอ้างอิงจากตลาดโลกได้โดยตรง และบริหารจังหวะลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น K WEALTH ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ในภาวะที่เศรษฐกิจโลก ตลาดการเงิน และค่าเงินยังผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์รวมถึงทิศทางดอกเบี้ย การกระจายความเสี่ยงมายังสินทรัพย์รักษามูลค่าอย่าง “ทองคำ” ยังเป็นกลยุทธ์สำคัญ โดยปัจจุบัน 3 ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำอยู่ในจังหวะที่น่าทยอยสะสม ได้แก่ 1) ความกังวลอัตราเงินเฟ้อ 2) ค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น 3) แรงเทขายทำกำไรจากราคาทองคำปรับขึ้นมาแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จึงแนะนำให้นักลงทุนควรมีทองคำติดพอร์ตไว้ในสัดส่วน 10-15% ของพอร์ตทั้งหมด เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกระจายความเสี่ยง (Diversification) ยามตลาดผันผวน นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถบริหารจังหวะการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เตรียมให้บริการบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ “K PLUS Global Savings” รองรับ 10 สกุลเงิน และให้ดอกเบี้ยเงินฝากสกุล USD สูง 2.25% ต่อปี* ไม่มีขั้นต่ำและไม่จำกัดวงเงิน ช่วยให้ลูกค้าสามารถทยอยสะสมหรือรอจังหวะแปลงเงิน USD ก่อนเข้าลงทุนในทองคำได้ตามแผนการลงทุนของตนเอง โดยยังได้รับผลตอบแทนจากเงินฝากระหว่างรอโอกาสลงทุนอีกด้วย ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการบริหารทั้งสินทรัพย์และค่าเงินควบคู่กันไป 4 จุดเด่นของบริการซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงิน USD ผ่าน K PLUS ซื้อขายทองคำผ่าน K PLUS ไม่ต้องสลับแอป (One-Stop Experience) ลูกค้าไม่ต้องสลับแอปไปมา สามารถแลกเงิน พักเงิน ซื้อขายทองคำ และดูพอร์ตลงทุนได้ครบที่ K PLUS ซื้อขายทองคำผ่าน 4 ร้านทองชั้นนำของประเทศ ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง, MTS แม่ทองสุก, YLG และ Aurora…
เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2569 ที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) จัดงานสัมมนาสุดพิเศษ “Global Systematic Quantitative Investing Powerhouse : A Masterclass by Quantedge Capital” ร่วมกับ Quantedge Capital และ ICHAM เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการคัดสรรโอกาสการลงทุนคุณภาพจากผู้จัดการกองทุนชั้นนำระดับโลก พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Alternative Investments และ Quantitative Systematic Investing ให้แก่นักลงทุนที่มาร่วมงาน งานสัมมนาครั้งนี้ริเริ่มโดย คุณณสุ จันทร์สม รองกรรมการผู้อำนวยการ LH Fund ซึ่งตั้งใจจะสะท้อนวิสัยทัศน์ของ LH Fund ในการแสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ ๆ ที่ช่วยยกระดับการบริหารพอร์ตของลูกค้า และร่วมแลกเปลี่ยนประเด็นเชิงลึกกับวิทยากรในฐานะตัวแทนนักลงทุน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับมุมมองที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการลงทุนได้จริง ภายในงานได้รับเกียรติจาก Mr. Ng Koon Yu, Head of Investment, ICHAM ในการถ่ายทอดแนวคิดทางเลือกการลงทุน ซึ่งปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในการบริหารพอร์ตของนักลงทุนทั่วโลก โดย ICHAM เป็นพันธมิตรที่มีบทบาทในการเชื่อมโยงผู้จัดการกองทุนระดับโลกกับนักลงทุนในภูมิภาค และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงานคือการบรรยายโดย Mr. Suhaimi Zainul-Abidin, CEO, Quantedge Capital ผู้บริหารของบริษัทบริหารกองทุน Hedge Fund ชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Quantitative Systematic Investing และมีประสบการณ์ในการพัฒนาแบบจำลองเชิงปริมาณเพื่อค้นหาโอกาสการลงทุนในตลาดทั่วโลกภายใต้สภาวะตลาดที่หลากหลาย โดยได้นำเสนอแนวคิด กระบวนการลงทุน และบทบาทของ Hedge Fund ในการช่วยกระจายความเสี่ยงและเสริมประสิทธิภาพของพอร์ตการลงทุน เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยเข้าถึงกลยุทธ์การลงทุนระดับโลก LH Fund ได้เปิดให้บริการลงทุนใน Hedge Fund ของ Quantedge Capital สำหรับลูกค้ากองทุนส่วนบุคคล (Private Fund)…
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัย เดินหน้าสร้างหมุดหมายสำคัญระดับสากลด้วยการเป็น บริษัทประกันชีวิตไทยรายแรกที่เข้าเป็นภาคีสมาชิกและร่วมลงนามในหลักการเพื่อการประกันภัยที่ยั่งยืน (Principles for Sustainable Insurance: PSI) ภายใต้ความคิดริเริ่มด้านการเงินของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP FI) สะท้อนความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจด้วยมิติ ESG (Environment, Social, Governance) เข้าสู่แกนกลางการดำเนินงานอย่างแท้จริง นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การร่วมลงนามใน UNEP FI PSI ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญไม่เพียงแต่สำหรับเมืองไทยประกันชีวิต แต่รวมถึงอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย ในฐานะธุรกิจที่บริหารความเสี่ยงและสร้างความคุ้มครองให้แก่ผู้คน เราพร้อมที่จะนำหลักการสากลนี้มาบูรณาการเข้ากับกระบวนการดำเนินงาน เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืนและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต” เมืองไทยประกันชีวิต พร้อมขับเคลื่อนและปฏิบัติตามกรอบความร่วมมือระดับโลกของ UNEP FI PSI ผ่านแนวทางหลัก 4 ประการ ดังนี้ ผสานปัจจัย ESG เข้าสู่กระบวนการตัดสินใจทางธุรกิจ บริษัทฯ จะนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล มาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยง การพิจารณารับประกันภัย (Underwriting) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างประชากร สร้างความตระหนักรู้ร่วมกับลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจ มุ่งเน้นการทำงานร่วมกับลูกค้า คู่ค้า และพันธมิตรในระบบนิเวศสุขภาพ (Health Ecosystem) เพื่อสร้างความเข้าใจในความเสี่ยงด้าน ESG พร้อมสนับสนุนการเข้าถึงประกันภัยที่เท่าเทียม (Democratize Insurance) และการส่งเสริมสุขภาวะเชิงป้องกันอย่างยั่งยืน ร่วมมือกับภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล จับมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อร่วมขับเคลื่อนมาตรการ นโยบาย และโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการเติบโตของระบบเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำในประเทศไทย เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ มุ่งมั่นแสดงความรับผิดชอบต่อสาธารณะ โดยจะเปิดเผยความคืบหน้าและผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับหลักการ PSI อย่างต่อเนื่องผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปี เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนมั่นใจในความโปร่งใส การเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิก UNEP FI PSI ในครั้งนี้ เป็นการสานต่อความสำเร็จด้านความยั่งยืนของเมืองไทยประกันชีวิตอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่เคยเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกในไทยที่ร่วมลงนาม UN PRI (Principles…
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้นำเบอร์หนึ่งอสังหาริมทรัพย์ไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้วิสัยทัศน์ “Imagining better futures for all” เดินหน้าพัฒนาเมืองแห่งอนาคตที่เติบโตไปพร้อมกับชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม สู่เป้าหมาย Net Zero 2050 สานต่อปีที่ 4 โครงการ “One Million Trees” โครงการฟื้นฟูป่าซับคาร์บอน ร่วมดูแลผืนป่าชุมชน 3,000 ไร่ ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เดินหน้าเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อลดก๊าซเรือนกระจก โดยผสานพลังทีมผู้บริหาร พนักงานจิตอาสาจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลในภาคเหนือ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในพื้นที่ ร่วมกันปลูกต้นไม้เสริมป่ารวม 600 ต้น ณ ป่าชุมชนบ้านทุ่ง ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง คุณอุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหารความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า “เซ็นทรัลพัฒนา เชื่อว่า Sustainable Urban Development คือการสร้างระบบนิเวศของเมืองที่น่าอยู่ ใส่ใจคุณภาพชีวิตที่ดี และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘A Future-Led Ecosystem’ เราจึงมุ่งพัฒนา ‘เมืองแห่งอนาคต’ ไปพร้อมกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยทำให้ Sustainability เป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในทุกกระบวนการทำงานของทุกหน่วยงาน และทุกธุรกิจภายใต้การดำเนินงานของเราทั่วประเทศ เพื่อเป้าหมายสู่ Net Zero 2050 ด้วยแนวคิดดังกล่าว ปี 2569 บริษัทฯ จึงสานต่อปีที่ 4 โครงการ “One Million Trees” โครงการฟื้นฟูป่าซับคาร์บอน ร่วมดูแลผืนป่าชุมชน 3,000 ไร่ ร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พร้อมพลังทุกภาคส่วน ร่วมปลูกต้นไม้ 600 ต้น…
บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TIPH) และบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) (TIP) ผ่านการประเมินและได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ในโอกาสนี้ ดร.พลรัตน์ เอกโยคยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้านบริหาร เป็นผู้แทน TIPH และ TIP เข้ารับมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน จาก ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ประธานกรรมการ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ภายในพิธีมอบประกาศนียบัตรเครื่องหมายรับรองฉลากคาร์บอน ซึ่งจัดขึ้น ณ ห้อง Conference Hall สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ถนนแจ้งวัฒนะ ฐานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ได้รับการรับรองดังกล่าว ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กร ช่วยให้สามารถระบุแหล่งกำเนิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก กำหนดเป้าหมายและมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการกำหนดกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องกับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจในระดับสากล การได้รับการรับรองเครื่องหมายคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ TIPH และ TIP ในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมตอกย้ำการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้หลักการ ESG อย่างเป็นรูปธรรม TIPH และ TIP ยังคงมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู่ค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ผ่านการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล เพื่อร่วมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนและขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต
นายวรวุฒน์ โตเจริญธนาผล President และหัวหน้ากลุ่มงานการเงินและบัญชี บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (LHFG) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าขยายตัว 2.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แม้ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ มาตรการภาษีการค้า ท่ามกลางปัจจัยท้าทายดังกล่าว บริษัท แอล เอช ไฟแนนซ์เชียล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ยังรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยครึ่งแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1,538.6 ล้านบาท เติบโต 37.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสินทรัพย์รวม 425,330 ล้านบาท เติบโต 6.6% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 สะท้อนความสำเร็จของการดำเนินกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เชื่อว่าการเติบโตที่ยั่งยืนต้องเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าโดยให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน สู่เศรษฐกิจสีเขียว และการเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SME ให้สามารถแข่งขันและเติบโตได้ ในระยะยาว กลุ่มธุรกิจทางการเงินแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ดำเนินธุรกิจที่ให้ความสำคัญด้านความยั่งยืนและการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยบริษัทได้รับรางวัลและการรับรองอาทิ การประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดี โครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น, หุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings, ประกาศนียบัตรด้านการดำเนินธุรกิจด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ESG100 Decade Award, Sustainability Disclosure Recognition และการรับรอง Carbon Footprint for Organization (CFO) และ Carbon Neutral นายฉี ชิง-ฟู่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LH Bank) เปิดเผยผลการดำเนินงานของธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ครึ่งแรกของปี…
นางณปภัช ละออเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงาน และนายปิยวัฒน์ สายแสง ผู้อำนวยการส่วนห้องสมุดและการเรียนรู้สำนักงานนันทนาการและส่งเสริมการเรียนรู้ กรุงเทพมหานคร รับมอบหนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กชุด “ความปลอดภัยรอบตัวฉัน Safety Kids” จำนวน 70 ชุด จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายพงศ์พันธ์ ประภาศิริลักษณ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนมอบ เพื่อเป็นสื่อรณรงค์และส่งเสริมการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ให้แก่เด็กและผู้ปกครองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในโอกาสนี้ บริษัทฯ ยังได้หารือร่วมกับคณะผู้บริหาร สำนักงานนันทนาการและส่งเสริมการเรียนรู้ กรุงเทพมหานคร เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินงานและต่อยอดความร่วมมือด้านการสร้างเสริมสุขภาวะเด็กและเยาวชนไทย ให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและดำรงชีวิตอย่างปลอดภัยทุกมิติ ณ สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ สำหรับ หนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กชุด “ความปลอดภัยรอบตัวฉัน Safety Kids” ประกอบด้วยหนังสือนิทาน จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่ ยินดีที่ได้รู้จัก (ความปลอดภัยจากสัตว์) หนูจี๊ดเข้าครัว (ความปลอดภัยในครัว) แปลงร่าง! (ความปลอดภัยในสวนสาธารณะ) ลุงแต้มกับเต้าหู้ (ความปลอดภัยบนท้องถนน) และจีโม่อยากกระโดด ตูม! (ความปลอดภัยใกล้น้ำ) ซึ่งหนังสือนิทานทั้งหมด เป็นผลงานชนะเลิศการประกวดในโครงการ “ปลุกพลังนักเล่าเรื่อง เพื่อความปลอดภัยให้เด็กไทย” และได้รับการพัฒนาต่อยอดโดยนักเขียน นักวาดภาพประกอบมืออาชีพ กองบรรณาธิการจากนิตยสารสารคดี และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ที่มาร่วมสร้างสรรค์นิทานให้มีความสนุกสนาน เข้าใจง่าย และเหมาะสมกับช่วงวัย ช่วยให้เด็กและผู้ปกครองพร้อมรับมือกับสถานการณ์รอบตัวได้อย่างเหมาะสมในชีวิตประจำวัน
นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) เปิดเผยว่า “ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทมีทรัพย์สินภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) อยู่ที่ 6.91 แสนล้านบาท โดยกองทุนรวมยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัทและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของอุตสาหกรรม (ข้อมูล ณ มิ.ย. 69) และในช่วงครึ่งปีแรก บลจ.กรุงศรี ยังเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ร่วมมือกับบริษัทจัดการสินทรัพย์ชั้นนำระดับโลกอย่าง Invesco เปิดตัว 3 กองทุนใหม่ ได้แก่ KF-GEI ที่มีขนาดกองทุน 1,398 ล้านบาท กองทุน KF-SP500M และ กองทุน KF-SP500MFX ซึ่งมีขนาดกองทุนรวม 1,352 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทยังเป็นหนึ่งในผู้นำด้านกองทุนสกุลเงินตราต่างประเทศที่ครอบคลุมทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และธีมการลงทุนศักยภาพด้วยขนาดกองทุนรวมกันกว่า 1.39 พันล้านบาท” “สำหรับแผนธุรกิจช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทยังคงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุน พร้อมต่อยอดความร่วมมือกับบริษัทจัดการกองทุนชั้นนำ เพื่อนำเสนอกองทุนใหม่ที่มีความหลากหลายและตอบโจทย์สภาวะการลงทุน ควบคู่กับการพัฒนาช่องทางการให้บริการและระบบดิจิทัล ทั้งการเพิ่มช่องทางติดตามพอร์ตการลงทุนผ่าน LINE Connect และการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่บน @ccess Mobile รวมถึงปรับโฉม @ccess Online เพื่อยกระดับประสบการณ์การลงทุนที่ดีอย่างต่อเนื่อง” “นอกจากนี้ ในปี 2569 บลจ.กรุงศรี ยังได้รับรางวัลจากสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 13 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลจากสถาบันในประเทศ 6 รางวัล รวมถึงรางวัลจากสถาบันต่างประเทศอีก 7 รางวัล ครอบคลุมทั้งรางวัลบริษัทจัดการกองทุนรวมดีเด่น รางวัลการบริหารกองทุนตราสารหนี้ และรางวัลกองทุน ยอดเยี่ยมประเภทต่างๆ สะท้อนถึงศักยภาพ ความเป็นมืออาชีพ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของบริษัท” “ด้านมุมมองเศรษฐกิจโลกปี 2569 นายศิระ คล่องวิชา ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า “เศรษฐกิจโลกยังขยายตัวได้ ภายใต้สมมติฐานว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ลุกลามยืดเยื้อ โดยเศรษฐกิจหลักอย่างสหรัฐ ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนทางด้าน AI และการบริโภคที่ยังสามารถเติบโตได้ตามสภาวะตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อโลกอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2569…
