Author: staff

บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทย ร่วมสนับสนุนงานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี ประจำปี 2569 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศิลปะ ศาสนา และวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า ด้วยการมอบเงินสนับสนุนในการจัดงาน จำนวน 100,000 บาท โดยมีนายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้รับมอบ และร่วมออกบูทจัดกิจกรรมมอบของที่ระลึกและน้ำดื่มให้แก่ผู้ร่วมงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28-30 กรกฎาคม 2569 ทั้งนี้ กรุงเทพประกันภัยยังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมเทศกาลท้องถิ่นที่สำคัญในแต่ละภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สืบสานวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น รวมทั้งเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ

Read More

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset) จับมือพันธมิตรการลงทุนระดับโลก J.P. Morgan Asset Management (JPMAM) โชว์ผลงานความสำเร็จของ K-WealthPLUS Series ที่ครองใจผู้ลงทุนไทยด้วย AUM รวมกว่า 100,000 ล้านบาท พร้อมต่อยอดความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งยกระดับการพัฒนา Lifetime Investment Solutions เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินได้ตลอดทุกช่วงชีวิต นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset) กล่าวว่า ตลอด 2 ปีของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง KAsset และ J.P. Morgan Asset Management (JPMAM) ได้ส่งผลให้กลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series เติบโตอย่างโดดเด่นจนมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) รวมกว่า 100,000 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนต่อแนวคิดการลงทุนแบบ Core Portfolio ที่มุ่งสร้างรากฐานการลงทุนระยะยาวผ่านการกระจายการลงทุนทั่วโลกและการบริหารพอร์ตอย่างมีวินัย โดยตลอดช่วงเวลาที่ตลาดการเงินโลกเผชิญความผันผวนและเหตุการณ์ไม่คาดคิดในหลายมิติ กลุ่มกองทุน K-WealthPLUS Series ได้พิสูจน์ศักยภาพในการเป็นพอร์ตหลักที่ช่วยรักษาเสถียรภาพการลงทุน ลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด และสร้างความมั่นใจให้ผู้ลงทุนสามารถก้าวผ่านทุกสภาวะตลาด พร้อมเดินหน้าไปสู่เป้าหมายทางการเงินระยะยาวได้อย่างมั่นคง (ที่มา: บลจ.กสิกรไทย ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569) ด้านนายเอนีส ตียาสิริ Head of Southeast Asia and India Intermediaries, J.P. Morgan Asset Management (JPMAM) กล่าวว่า ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง JPMAM และ KAsset สะท้อนการผสานความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลกเข้ากับความเข้าใจเชิงลึกต่อตลาดและผู้ลงทุนไทย เพื่อพัฒนาโซลูชันการลงทุนที่ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินในระยะยาว โดยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งสององค์กรได้ร่วมกันผลักดันแนวคิด Core Portfolio เพื่อช่วยให้ผู้ลงทุนเริ่มต้นวางรากฐานการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ก้าวต่อไปจะมุ่งเสริมความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของโซลูชันการลงทุน พร้อมต่อยอดสู่ Lifetime Investment…

Read More

บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เดินหน้าตอกย้ำบทบาทผู้นำธุรกิจบริหารสินทรัพย์ของประเทศ ผ่านการลงพื้นที่เยี่ยมกิจการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อรับฟังปัญหา ติดตามผลการดำเนินธุรกิจ และร่วมวางแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถฟื้นฟูกิจการและเติบโตได้อย่างยั่งยืน มุ่งช่วยเหลือลูกค้าที่มีความตั้งใจจริงและมีวินัยทางการเงิน ให้สามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคง พร้อมกลับเข้าสู่ระบบสถาบันการเงินอีกครั้ง ดร.รักษ์ วรกิจโภคราทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ลงพื้นที่เยี่ยมกิจการ โรงแรมแอชลี พลาซ่า โฮเทล แอนด์ สปา (Ashlee Plaza Hotel & Spa) จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ BAM ให้การสนับสนุนและร่วมวางแนวทางฟื้นฟูธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง และมีศักยภาพในการเติบโตต่อไปในอนาคต ซึ่งในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการ พร้อมรับฟังความต้องการและอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจ เพื่อหาแนวทางสนับสนุนเพิ่มเติม โดย BAM พร้อมเชื่อมโยงบริการผ่าน FA Center เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและสนับสนุนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม อันจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดธุรกิจ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตในระยะยาว สำหรับโรงแรมแอชลี พลาซ่า โฮเทล แอนด์ สปา ถือเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่มีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาหนี้ รักษาวินัยในการชำระหนี้ และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ตกลงร่วมกันอย่างต่อเนื่อง และBAM เชื่อว่า ลูกค้าที่มีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาหนี้ สมควรได้รับโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ อย่างไรก็ตาม BAM ไม่ได้มองเพียงตัวเลขหนี้สิน แต่ให้ความสำคัญกับศักยภาพของผู้ประกอบการและความสามารถในการฟื้นตัวของธุรกิจ หากลูกค้ามีวินัย มีความตั้งใจ และพร้อมเดินไปข้างหน้า BAM ก็พร้อมเป็นพันธมิตรที่ร่วมคิด ร่วมแก้ไขปัญหา และร่วมสร้างโอกาส เพื่อให้ลูกค้าสามารถกลับเข้าสู่ระบบสถาบันการเงินได้อีกครั้ง เพราะความสำเร็จของลูกค้า คือความสำเร็จของ BAM เช่นกัน “BAM ไม่ได้บริหารเพียงหนี้สิน แต่บริหารโอกาส เพราะเราเชื่อว่า เมื่อผู้ประกอบการกลับมายืนได้ ธุรกิจเดินหน้าต่อได้ เศรษฐกิจก็จะกลับมาเติบโตอย่างเข้มแข็ง และนั่นคือความสำเร็จที่ BAM มุ่งสร้างให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วน” ดร.รักษ์ กล่าว

Read More

LINE BK ชี้ “ความไม่แน่นอน” กำลังกลายเป็นความท้าทายทางการเงินรูปแบบใหม่ของคนไทย ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ค่าครองชีพ และกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องมากขึ้น LINE BK จึงเดินหน้าต่อยอดบทบาท “Everyday Financial Partner” ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และนวัตกรรมทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต พร้อมสร้างการเติบโตต่อเนื่อง โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ทั้งด้านฐานลูกค้ากว่า 8.8 ล้านราย การเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ และการขยายบริการทางการเงินดิจิทัลอย่างครบวงจร ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญความไม่แน่นอนจากทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าระหว่างประเทศ และความผันผวนของราคาพลังงาน ขณะที่เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพ หนี้ครัวเรือน และกำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบริหารสภาพคล่องมากกว่าที่ผ่านมา ธนา โพธิกำจร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กสิกร ไลน์ จำกัด กล่าวว่า “ผู้บริโภคไม่ได้มองสินเชื่อเป็นเพียงแหล่งเงินทุนอีกต่อไป แต่เป็นเครื่องมือช่วยบริหารสภาพคล่องในช่วงเวลาที่รายได้ผันผวนหรือมีค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด ความต้องการในวันนี้จึงไม่ใช่วงเงินที่สูงที่สุด แต่คือบริการที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานสะดวก และสามารถบริหารการชำระคืนได้ด้วยตัวเองอย่างเหมาะสม” แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับหลัก Responsible Lending หรือการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ ที่ LINE BK ยึดถือมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งส่งเสริมให้ลูกค้าใช้สินเชื่ออย่างเหมาะสม มีวินัยทางการเงิน และสามารถบริหารภาระหนี้ได้อย่างยั่งยืน เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคงมากขึ้น โดยในครึ่งปีแรกของปี 2569 มีลูกค้าใช้งาน LINE BK 8.8 ล้านราย เติบโตขึ้น 12% จากปีก่อนหน้า เป็นลูกค้าสินเชื่อ 9.3 แสนราย เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า และมียอดสินเชื่อคงค้างกว่า 29,000 ล้านบาท และเพื่อขยายการเข้าถึงสินเชื่อในระบบแก่คนไทยมากยิ่งขึ้น LINE BK ยังเดินหน้าสื่อสารแบรนด์ผ่านแคมเปญใหม่ภายใต้คอนเซปต์ “ร้อนเงินดับไว ยืม LINE BK ดีกว่า” ไม่ว่าปัญหาการเงินแบบไหน ก็จบได้ด้วยสินเชื่อ LINE BK ตอกย้ำความสะดวกในการสมัครใช้งาน และสร้างการรับรู้ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อถูกกฎหมายได้ง่ายขึ้น LINE BK เดินหน้าพัฒนาประสบการณ์การเงินดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ • พัฒนาโมเดลประเมินเครดิตใหม่…

Read More

สมาคมประกันชีวิตไทย ประเมินภาพรวมธุรกิจประกันชีวิตในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ยังคงมีแนวโน้มเติบโตตามเป้าหมายที่ ร้อยละ 2.50–3.50 แม้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้า ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และกำลังซื้อของประชาชนที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงกระแสการใส่ใจสุขภาพของประชาชน การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย และค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้ประกันชีวิตและประกันสุขภาพเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจประกันชีวิตยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจ นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนมกราคม –มิถุนายน 2569 ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรับรวม (Total Premium) จำนวน 341,522.85 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.57 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบด้วยเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ (New Business Premium) จำนวน 93,739.94 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตลดลงร้อยละ 1.22 และ เบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป (Renewal Premium) จำนวน 247,782.91 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.94 โดยมีอัตราความคงอยู่ของกรมธรรม์อยู่ที่ร้อยละ 84 สำหรับเบี้ยประกันภัยรับรายใหม่ แบ่งเป็น เบี้ยประกันภัยรับปีแรก (First Year Premium) จำนวน 68,011.56 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.10 และเบี้ยประกันภัยจ่ายครั้งเดียว (Single Premium) จำนวน 25,728.38 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตลดลงร้อยละ 19.54 เมื่อพิจารณาตามช่องทางการจำหน่าย พบว่าช่องทางตัวแทนประกันชีวิต (Agency) ยังคงเป็นช่องทางหลักของธุรกิจ ขณะที่ช่องทางธนาคาร (Bancassurance) นายหน้าประกันชีวิต (Broker) ช่องทางดิจิทัล (Digital) การขายผ่านโทรศัพท์ (Telemarketing) และช่องทางอื่น ๆ ต่างมีการเติบโตตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีรายละเอียด ดังนี้ · ตัวแทนประกันชีวิต (Agency) เบี้ยประกันภัยรับรวม 164,701.17 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.75 เมื่อเทียบกับปี 2568 โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ…

Read More

บริษัท มิตรแท้ประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรม “เวียนเทียนด้วยต้นไม้ กับมิตรแท้ประกันภัย” เนื่องในวันอาสาฬหบูชา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร ร่วมกับมูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อส่งเสริมการทำบุญวิถีใหม่ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม ผ่านแนวคิด “เวียนเทียนด้วยต้นไม้” ที่ใช้ต้นไม้แทนธูป เทียน และดอกไม้ ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมเชิญชวนให้ทุกการทำบุญสามารถต่อยอดเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างคุณประโยชน์แก่สังคมได้อย่างยั่งยืน โดยมีคุณพรพรรณ เพชรศรี รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรบุคคล กำกับดูแลฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร และฝ่ายบริหารสำนักงาน พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานใหญ่ ผู้บริหารฝ่ายขยายงาน และพนักงานมิตรแท้ประกันภัย เข้าร่วมกิจกรรม และร่วมถวายเทียนพรรษาแด่ พระครูสมุห์ประครอง สุปติฏฺฐิโต ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เพื่อร่วมสืบสานพุทธประเพณีอันดีงาม เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ภายในพิธี พระเดชพระคุณ พระพรหมวัชรเมธี เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล เนื่องในวันอาสาฬหบูชา และนำคณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชน ผู้บริหารและพนักงานมิตรแท้ประกันภัย ร่วมเวียนเทียนรอบองค์พระพุทธปรางค์ จำนวน 3 รอบ เพื่อระลึกถึงพระคุณของพระรัตนตรัย เนื่องในวันอาสาฬหบูชา มิตรแท้ประกันภัยได้จัดบูธแจกกล้าไม้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อรณรงค์แนวคิด “เวียนเทียนด้วยต้นไม้” ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการทำบุญที่ช่วยลดการใช้ธูป เทียน และดอกไม้ อันก่อให้เกิดขยะและมลภาวะ พร้อมเชิญชวนให้นำกล้าไม้กลับไปปลูกและดูแลต่อที่บ้านหรือในชุมชน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสืบต่อเป็น “ต้นบุญ” ที่เติบโตควบคู่กับวิถีชีวิตของผู้คน และส่งต่อคุณค่าที่งอกงามสู่สังคมได้อย่างต่อเนื่อง กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนความตั้งใจของมิตรแท้ประกันภัยในการร่วมสืบสานพระพุทธศาสนา พร้อมส่งเสริมการทำบุญวิถีใหม่ที่เชื่อมโยงคุณค่าทางศาสนากับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อปลูกจิตสำนึกในการดูแลธรรมชาติ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และร่วมสร้างสังคมที่เติบโตบนพื้นฐานของการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน

Read More

“แบงก์ชาติ” เผยภาพรวมเศรษฐกิจไทยในเดือน มิ.ย. 2569 ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการรัฐ และยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 มีทิศทางชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้นและข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจไทยในเดือนมิถุนายน 2569 โดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อน โดยอุปสงค์ในประเทศปรับดีขึ้นบ้าง จากการบริโภคภาคเอกชนตามการใช้จ่ายในหมวดอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นจากผลของมาตรการรัฐ และยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งสะท้อน การปรับตัวของผู้บริโภคในช่วงที่ราคาน้ำมันขายปลีกอยู่ในระดับสูงและความนิยมที่เพิ่มขึ้น ด้านการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มสินค้าเทคโนโลยีตามวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกและการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (data center) อย่างไรก็ดี การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงตามการผลิตปิโตรเลียมจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วนและการผลิตยานยนต์กลุ่มที่ไม่ใช่รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสำคัญ สำหรับภาคท่องเที่ยวชะลอลงจากทั้งรายรับและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตลาดระยะใกล้ตามอุปสงค์ที่ลดลงและการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินจากต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการโดยเฉพาะสาขาโรงแรมและร้านอาหารปรับลดลง สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อนขยายตัวจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง แม้รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัว เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงจากเดือนก่อน จากหมวดพลังงานที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานยังปรับเพิ่มขึ้น ตามการทยอยส่งผ่านต้นทุนในหมวดของใช้ส่วนตัวและอาหารสำเร็จรูป ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลลดลงจากเดือนก่อน จากดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ปรับดีขึ้นหลังหมดช่วงฤดูกาลการส่งกลับกำไรและเงินปันผล ขณะที่ดุลการค้าขาดดุลใกล้เคียงเดิม สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัว สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 มีทิศทางชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้นและข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจาก วัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก รวมทั้งผลของมาตรการรัฐที่ช่วยทอนผลกระทบได้บางส่วน โดยเศรษฐกิจที่ชะลอสะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ปรับลดลงมากจากกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรป รวมถึงกลุ่มตลาดระยะใกล้ตามอุปสงค์และการปรับลดเที่ยวบินของสายการบินตามต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการโดยเฉพาะสาขาโรงแรมและร้านอาหารปรับลดลง ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับลดลงโดยหลักจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น แม้ได้รับการสนับสนุนบางส่วนจากมาตรการภาครัฐที่เริ่มในเดือนมิถุนายน โดยการใช้จ่ายลดลงในเกือบทุกหมวดโดยเฉพาะหมวดโรงแรมและร้านอาหาร ขณะที่หมวดอุปโภคบริโภคและปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลงหลังการเร่งซื้อไปในไตรมาสก่อน และยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าปรับลดลงเล็กน้อยหลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับลดลงจากการผลิตปิโตรเลียมที่ได้รับผลจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วน การผลิตเคมีภัณฑ์ที่ชะลอลงตามอุปสงค์หลังต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ประกอบกับการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดลงตามอุปสงค์ต่างประเทศ อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี สอดคล้องกับวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลกและความต้องการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (data center) ด้านการนำเข้าเพิ่มขึ้นมากจากหมวดเชื้อเพลิงโดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อสำรองใช้ในประเทศ รวมถึงหมวดวัตถุดิบโดยเฉพาะหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าสอดคล้องกับการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัว จากระยะเดียวกันปีก่อนจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนตามหมวดพลังงานจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเพิ่มขึ้นจากหมวดอาหารสำเร็จรูปเป็นสำคัญตามการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ ด้านดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลจากดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าพลังงานเป็นสำคัญ และดุลบริการ รายได้และเงินโอน ตามรอบการส่งกลับกำไรและเงินปันผลในเดือนพฤษภาคม สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ยังต้องติดตามการจ้างงานในภาคการผลิตที่ชะลอตัวจากผลของการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น สำหรับประเด็นที่ต้องติดตามประกอบด้วย 1) พัฒนาการของสงครามและนโยบายการค้าสหรัฐฯ 2) การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว 3) ผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงต่อครัวเรือนและธุรกิจ 4) ผลของมาตรการรัฐ และ 5) พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ

Read More

สคส. เร่งติดตาม 2 กรณีข้อมูลส่วนบุคคลสำคัญ ทั้งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิทธิการรักษาพยาบาล “หมอพร้อม” ได้มีผู้ใช้สิทธิ์ร้องเรียนแล้วกว่า 30 ราย และเหตุข้อมูลผู้ใช้บริการ TSD Investor Portal รั่วไหลประมาณ 2 แสนราย แจ้งหน่วยงานนำส่งข้อเท็จจริงและหลักฐานเพิ่มเติม ย้ำต้องตรวจสอบตั้งแต่ต้นเหตุ ขอบเขตผลกระทบ การแจ้งเหตุ ตลอดจนมาตรการเยียวยาและป้องกันเหตุซ้ำ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าตรวจสอบกรณีที่อาจกระทบต่อข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างเข้มงวด โดยได้แจ้งให้กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) นำส่งข้อมูล คำชี้แจง และพยานหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เพิ่มเติมให้ครบถ้วน เพื่อประเมินข้อเท็จจริง ขอบเขตผลกระทบ และความเหมาะสมของมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในแต่ละกรณี พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดเผยว่า สคส. ให้ความสำคัญกับทั้งสองกรณี เนื่องจากเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนจำนวนมาก และข้อมูลบางประเภทอาจถูกนำไปเชื่อมโยงเพื่อระบุตัวบุคคล ใช้ประกอบการสวมรอย หรือหลอกลวงเจ้าของข้อมูลได้ จึงจำเป็นต้องตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ครบถ้วน ไม่พิจารณาจากคำชี้แจงหรือข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะเพียงด้านเดียว สำหรับกรณีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบบริการสุขภาพและสิทธิการรักษาพยาบาล ซึ่งมีการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อมวลชนและมีข้อกังวลจากภาคประชาชนว่าอาจมีข้อมูลส่วนบุคคลถูกเข้าถึงหรือนำไปใช้โดยมิชอบนั้น ปัจจุบันมีเจ้าของข้อมูลใช้สิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ สคส. กรณีที่เกี่ยวข้องกับระบบ “หมอพร้อม” แล้วกว่า 30 ราย สคส. จึงได้ประสานและติดตามการตรวจสอบจากกระทรวงสาธารณสุข พร้อมแจ้งให้นำส่งข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อพิสูจน์ให้ชัดเจนว่าข้อมูลที่เป็นประเด็นมีแหล่งที่มาจากระบบหรือหน่วยงานใด ประกอบด้วยข้อมูลประเภทใด มีเจ้าของข้อมูลจำนวนเท่าใดที่อาจได้รับผลกระทบ รวมถึงมีการเข้าถึง เปิดเผย หรือส่งต่อข้อมูลโดยมิชอบหรือไม่นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะต้องชี้แจงมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล การตรวจสอบช่องโหว่และบันทึกการเข้าถึงระบบ การระงับเหตุและจำกัดผลกระทบ ตลอดจนผลการประเมินความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน เพื่อประกอบการพิจารณาว่าได้ดำเนินการแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงแจ้งเจ้าของข้อมูลตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดครบถ้วนแล้วหรือไม่ ส่วนกรณี TSD ตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระบบ TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต จากการแถลงข่าวของ TSD เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า หน่วยงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศตรวจพบความผิดปกติในช่วงเย็นวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ก่อนตรวจสอบเพิ่มเติมและยืนยันในวันที่ 26 กรกฎาคม…

Read More

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ประกาศทิศทางการขับเคลื่อนธนาคารสู่การเป็น “ธนาคารเพื่อทุกชีวิต” ในการประชุมผู้จัดการสาขาทั่วประเทศ โดยมุ่งเน้นการเป็นสถาบันการเงินที่ดูแลและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้ประชาชนตั้งแต่ก้าวแรกและตลอดทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่วัยเยาว์ วัยเรียน วัยสร้างตัว วัยเติบโต จนถึงวัยเกษียณและการส่งต่อความมั่งคั่งสู่คนรุ่นหลัง ทิศทางดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ ลูกค้า องค์กร และพนักงานที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กร โดยกำหนดเป้าหมายให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เหมาะสม เป็นธรรม และคุ้มค่า พร้อมสร้างวินัยทางการเงิน ผ่านแนวคิด “ลูกค้าอยู่ได้ ธนาคารอยู่ได้” ขณะที่ธนาคารต้องมีฐานะทางการเงินที่แข็งแรง มีเทคโนโลยีรองรับการบริการอย่างมีประสิทธิภาพ และมีบุคลากรที่พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง สำหรับแผนดำเนินงานระยะ 1–3 ปี ธนาคารให้ความสำคัญกับการบริหารหนี้เพื่อช่วยให้ลูกหนี้กลับมาแข็งแรง การให้สินเชื่อตามศักยภาพและความเสี่ยง มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์คนทุกช่วงวัย ขยายโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อรายย่อย สนับสนุนสินเชื่อธุรกิจผ่าน Supply Chain ส่งเสริมการออมและการลงทุนที่เหมาะสมกับลูกค้า ควบคู่กับการยกระดับการบริหารหนี้ การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และศักยภาพบุคลากรเพื่อให้ธนาคารเป็นที่พึ่งทางการเงินของประชาชนในทุกช่วงชีวิตและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในทุกสถานการณ์ โอกาสนี้ ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลเชิดชูหน่วยงานและบุคลากรที่มีผลงานดีเด่นจากทั่วประเทศด้วย ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จังหวัดสงขลา เมื่อเร็ว ๆ นี้

Read More

บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เดินหน้าสานต่อพันธกิจเพื่อสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนยั่งยืน กับโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” ชวนทุกคนร่วมส่งพิกัดพื้นที่ที่ขาดแคลนไฟฟ้า สำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยสามารถเสนอชื่อ และรายละเอียดของพื้นที่ที่ต้องการรับการสนับสนุนจากโครงการฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม ถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการจุดประกายแสงสว่าง และสร้างโอกาสให้กับชุมชนที่ขาดแคลนพลังงานไฟฟ้า สำหรับโครงการ “GULF Sparks, Life Starts เติมพลังไฟให้ชีวิต” เป็นการนำความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจพลังงานหมุนเวียนของ GULF มาสร้างคุณค่าร่วมให้กับสังคม ด้วยการสนับสนุนและติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) ให้กับชุมชนในพื้นที่ห่างไกล หรือชุมชนที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ที่ผ่านมา GULF ได้ดำเนินการติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้กับชุมชนห่างไกลไปแล้วกว่า 20 แห่ง ครอบคลุมพื้นบนดอยสูง พื้นที่เกาะ และพื้นที่ชายแดนทั่วประเทศไทย ผลิตไฟฟ้าได้กว่า 100 กิโลวัตต์ ช่วยให้ประชาชนกว่า 10,000 คน เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่างไฟฟ้า ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสทางการศึกษาและสาธารณสุข นำไปสู่การต่อยอดพัฒนาอาชีพ เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนได้อย่างยั่งยืน ผู้ที่สนใจนำเสนอพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้า สามารถกรอกข้อมูลได้ที่: https://forms.gle/Dun55vSdrLem1WPi8 หรือสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Gulf SPARK: https://www.facebook.com/GulfSPARK.TH/ ทั้งนี้ การพิจารณาคัดเลือกพื้นที่เป็นดุลยพินิจของบริษัทฯ และขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการพิจารณาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า

Read More