กสิกรไทยเปิดตัวกลยุทธ์ครบวงจรเพื่อสนับสนุนลูกค้า SME ให้ก้าวผ่านความท้าทายทางเศรษฐกิจและเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “WE GROOM, YOU GROW” K SME ใส่ใจให้ธุรกิจ…ไปได้อีก ด้วยองค์ความรู้เชิงลึก ที่ปรึกษาเรื่องการบริหารจัดการเงิน และโซลูชันทางการเงินเฉพาะธุรกิจ ที่รวมทั้ง Financial และ Non-Financial กลยุทธ์นี้มีเป้าหมายเพื่อให้ลูกค้า SME มีความพร้อมและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยธนาคารพร้อมสนับสนุนและเดินเคียงข้างลูกค้าให้ก้าวข้ามวิกฤตและเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า “วิกฤตเศรษฐกิจไทยที่เกิดขึ้นในปีนี้ไม่ใช่ครั้งแรกแต่เกิดขึ้นมาโดยตลอด ปีนี้เป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ธุรกิจต้องรับมือ โดยในปี 2568 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ GDP เติบโตเพียง 1.4% ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ภัยธรรมชาติ ค่าเงินบาทผันผวน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และล่าสุด คือ นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่ยังไม่แน่นอน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อธุรกิจ SME อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความพร้อมในการปรับตัวและตั้งรับกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งการมีองค์ความรู้ใหม่ๆ และข้อมูลเชิงลึกเพื่อปรับแผนธุรกิจ การใช้เทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน และการหา New S Curve ใหม่ๆ เพราะการทำธุรกิจในรูปแบบเดิมๆ ไม่น่าจะเป็นคำตอบ ซึ่งธนาคารกสิกรไทยพร้อมตอบโจทย์ความต้องการและสนับสนุนให้ธุรกิจ SME รับมือกับความผันผวนและเดินหน้าต่อ” ธุรกิจ SME เป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของธนาคาร โดยธนาคารมีลูกค้า SME มากกว่า 1.8 ล้านราย มีแนวทางในการดูแลลูกค้า SME ด้วยแนวคิด “WE GROOM, YOU GROW” K SME ใส่ใจให้ธุรกิจ…ไปได้อีก ด้วย 3 กลยุทธ์ที่จะสนับสนุน ได้แก่ องค์ความรู้เชิงลึก ที่ปรึกษาเรื่องการบริหารจัดการเงิน และ โซลูชันทางการเงินเฉพาะธุรกิจ องค์ความรู้เชิงลึก ที่ออกแบบให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ภายใต้โครงการพิเศษ 2 โครงการ คือ 1.1 K SME…
Author: staff
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ร่วมกับ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี นำเสนอประสบการณ์เหนือระดับกับดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้า PRULegacy โดย ผ่านการรังสรรค์อาหารอย่างประณีต พิถีพิถัน และมีศิลปะเฉพาะตัวของ 2 เชฟมิชลินสตาร์ชื่อดังร่วมกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดย เชฟไอซ์ ศุภักษร จงศิริ แห่งร้านศรณ์ (Sorn) ร้านอาหารระดับตำนานที่คว้ารางวัล “3 ดาวมิชลิน” ร้านแรกในประเทศไทย และ เชฟแว็งซ็อง เตียร์รี (Vincent Thierry) แห่งร้าน Chef’s Table โรงแรมเลอบัว ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับ 2 ดาวมิชลิน ภายใต้แนวคิด “A Mark of Legacy, Inspired by You” ให้ทุกก้าวความสำเร็จในแบบคุณ พร้อมส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้คนที่คุณรัก โดยเป็นเอกสิทธิ์ที่มอบให้แก่ลูกค้า PRULegacy ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth) โดยเฉพาะ นายดอน จรรย์ศุภรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการพาณิชย์ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดเผยว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนจุดยืนของพรูเด็นเชียลฯ และ ทีทีบี ในการเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งสูง(High Net Worth) ซึ่งไม่ได้มองหาผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการโซลูชันแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งเป้าหมายชีวิต ความมั่นคงของครอบครัว การบริหารภาษี การจัดสรรทรัพย์สิน รวมถึงการส่งต่อคุณค่าในรุ่นถัดไปอย่างยั่งยืน กิจกรรมครั้งนี้นอกเหนือจากเราเชิญลูกค้ามาร่วมสัมผัสประสบการณ์ระดับ 3 ดาวมิชลินแล้ว เรายังตั้งใจบอกเล่าเรื่องราวการส่งต่อความมั่งคั่งที่มีความหมาย พร้อมแนะนำโซลูชันที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตรอบด้าน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสุดพิเศษที่เรามอบให้กับลูกค้า “PRULegacy”และ “PRULegacy+” เท่านั้น” “นอกเหนือจากค่ำคืนสุดพิเศษที่ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย และ ทีทีบี ได้ร่วมสร้างประสบการณ์สัมผัสประสบการณ์ระดับ 3 ดาวมิชลิน ครั้งนี้แล้ว ลูกค้า “PRULegacy” และ…
อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เดินหน้ายกระดับกลยุทธ์การเติบโตครั้งใหม่ เปิดตัว “My Style Legacy ULTRA (Unit Linked)” ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุนที่ออกแบบเฉพาะเพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ (High Net Worth) โดยเฉพาะ ไม่เพียงมอบความคุ้มครองที่ยืดหยุ่นและการลงทุนระดับสากล แต่ยังช่วยให้ลูกค้าวางแผนการส่งต่อความมั่งคั่งและความมั่นคงให้คนที่รักอย่างมีประสิทธิภาพ ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงการขยายบทบาทของอลิอันซ์ อยุธยา ในตลาดลูกค้าระดับบนที่มีความต้องการเฉพาะตัวสูงและมองหาโซลูชันทางการเงินที่มากกว่าความคุ้มครองทั่วไป มร.อามัน คาพัว รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารตัวแทนประกันชีวิตและสุขภาพ บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อลิอันซ์ อยุธยา ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดอย่างต่อเนื่อง ด้วยความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit Linked) และความร่วมมือกับพันธมิตรทางการเงินระดับแนวหน้าในการบริหารพอร์ตการลงทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งในแง่ของผลตอบแทนและความยั่งยืนของความคุ้มครอง ในปีนี้ เรากำลังยกระดับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ ด้วยการขยายสู่ตลาดลูกค้าที่มีความมั่งคั่งสูง (High Net Worth) ซึ่งเราเข้าใจดีว่ากลุ่มลูกค้านี้ต้องการมากกว่าผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตทั่วไป พวกเขาต้องการ ‘พันธมิตรทางการเงิน’ ที่สามารถให้คำปรึกษา วางแผน และดูแลการส่งต่อความมั่งคั่งอย่างมีระบบและยั่งยืน เพราะการบริหารความมั่งคั่งในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงแค่การเพิ่มพูนทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการวางแผนมรดก การดูแลความต่อเนื่องของธุรกิจครอบครัว และการรักษาเจตนารมณ์ของเจ้าของทรัพย์สินให้ส่งต่อถึงคนรุ่นถัดไปอย่างสมบูรณ์ ด้วยเหตุนี้ อลิอันซ์ อยุธยา จึงพัฒนา ‘My Style Legacy ULTRA’ ขึ้นมาเพื่อเป็นโซลูชันทางการเงินที่ผสมผสานการคุ้มครอง การลงทุน และการส่งต่อคุณค่าในแบบที่ลูกค้าสามารถออกแบบได้เองอย่างแท้จริง” “My Style Legacy ULTRA” ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีวิสัยทัศน์ระยะยาวและให้ความสำคัญกับการสร้างมรดกทางการเงินอย่างเป็นระบบ ที่ไม่เพียงเน้นการบริหารความเสี่ยงและการสร้างผลตอบแทน แต่ยังช่วยปกป้องความมั่งคั่ง เพื่อส่งต่อความมั่นคงหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มผู้นำครอบครัวและเจ้าของธุรกิจที่ต้องการวางแผนอนาคตเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินที่ยั่งยืนและส่งต่อคุณค่าที่แท้จริงให้คนรุ่นถัดไป “My Style Legacy ULTRA” มาพร้อมโครงสร้างเบี้ยประกันที่ยืดหยุ่น โดยเริ่มต้นที่เบี้ยรายปีขั้นต่ำ 100,000 บาท และสามารถเสริมศักยภาพการลงทุนผ่านเบี้ยประกันแบบ Top-Up ได้ทั้งแบบรายงวดและรายครั้ง พร้อมวงเงินความคุ้มครองที่เลือกได้ตั้งแต่ 5 ถึง 250 เท่าของเบี้ยหลัก ตามระยะเวลาชำระที่เลือกคือ 7, 12 หรือ 18 ปี…
ออร์บิกซ์ เทรด (orbix) ผู้นำด้านแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศไทย ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป ร่วมศึกษาแนวทางความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Bitstamp ศูนย์แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลที่ดำเนินกิจการมา ยาวนานที่สุดในโลก เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล มุ่งผลักดันอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน นายสรัล ศิริพันธ์โนน รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด (orbix) เปิดเผยว่า การเติบโตของอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศนอกจากแรงสนับสนุนจากภาครัฐแล้ว ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรระดับโลกถือเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนระยะยาว orbix ในฐานะผู้ให้บริการแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย จึงได้เดินหน้าสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางในการผลักดันให้อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยล่าสุด orbix ได้ศึกษาความร่วมมือกับ Bitstamp ซึ่งเป็นผู้นำแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลระดับสากลที่ดำเนินกิจการมายาวนานที่สุดในโลก เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการซื้อ-ขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย และพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล โดยการร่วมหารือในครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การเสริมรักษาความมั่นคงปลอดภัยของแพลตฟอร์ม และ มาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบในระดับสากล ถือเป็นการเริ่มต้นก้าวแรกในการเดินหน้าตามแผนการยกระดับแพลตฟอร์ม และการให้บริการของ orbix ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในประเทศไทยและเป็นรากฐานที่มั่นคงในการขยายตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับภูมิภาคในอนาคต ด้านนายลีโอนาร์ด โฮ (Leonard Hoh) APAC General Manager ของ Bitstamp กล่าวเสริมว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นพื้นที่สำคัญเชิงกลยุทธ์สำหรับการเติบโตของ Bitstamp โดยการสนับสนุนแพลตฟอร์มและสถาบันในท้องถิ่นที่ต้องการพันธมิตรด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ในการเชื่อมต่อกับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล กรอบการกำกับดูแลที่ยาวนานของประเทศไทย และนโยบายที่ต่อเนื่องในการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรม ทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการพัฒนาระบบนิเวศในภูมิภาค APAC จากประสบการณ์และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลของ orbix ในฐานะผู้บุกเบิกในประเทศไทย และประวัติการดำเนินงานที่ยาวนานของ Bitstamp ในฐานะผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานตลาดระดับโลก ทำให้ความร่วมมือที่เป็นไปได้นี้เป็นก้าวสำคัญในการรวมพลังของทั้งสององค์กรเพื่อเสนอการบริการที่ปลอดภัย โปร่งใส และมีคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุนการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาคนี้
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างรอยยิ้มและความสุขที่ยั่งยืนในทุกมิติ ล่าสุด เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกในประเทศไทย ที่เข้าร่วมลงนาม Principles for Responsible Investment (PRI Signatory) ซึ่งเป็นหลักการลงทุนที่รับผิดชอบในระดับสากลที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติ (United Nations) นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีเป้าหมายการลงทุนที่มุ่งสร้างผลตอบแทนระยะยาวภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสมเพื่อ ตอบโจทย์การเป็นบริษัทประกันชีวิตที่มีความมั่นคง แข็งแกร่งทั้งด้านการเงิน การบริการ และภาพลักษณ์ ดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาล และแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขที่ยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยบริษัทฯ เชื่อมั่นว่าหลักการลงทุนที่มีความรับผิดชอบ ที่คำนึงถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของกิจการที่เข้าไปลงทุน นอกเหนือจากการคำนึงถึงด้านผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนแล้วนั้น จะช่วยส่งเสริมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ลงทุน และสร้างความยั่งยืนในระยะยาวต่อตลาดทุนโดยรวมได้ นายสาระ กล่าวว่า “เมืองไทยประกันชีวิต มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมลงนามรับหลักการลงทุนที่มีความรับผิดชอบ (PRI Signatory) เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามหลักการลงทุนอันเป็นที่ยอมรับและใช้อย่างแพร่หลายในระดับสากล ซึ่งสอดคล้องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ และมุ่งหวังที่จะได้ร่วมมือกับผู้ลงนามอื่นๆ ในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการลงทุนที่มีความรับผิดชอบและยั่งยืนต่อไป” ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) สำหรับการลงทุนมาตั้งแต่ ปี 2562 และพัฒนาเป็นนโยบายการลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบในปี 2567 โดยมีการนำหลักการลงทุน ที่มีความรับผิดชอบมาใช้ในกระบวนการลงทุน ตั้งแต่การคัดเลือกหลักทรัพย์ การวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อการสร้างพอร์ตโฟลิโอการลงทุน รวมไปถึงการมีส่วนร่วม (Engagement) กับกิจการที่เข้าไปลงทุน และ การดำเนินการร่วมกับผู้ร่วมตลาดเพื่อพัฒนาการลงทุนของบริษัท และมีส่วนร่วมในการพัฒนาตลาดทุนโดยรวม นายเดวิด แอทกิน CEO PRI กล่าวว่า “เรายินดีต้อนรับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ในฐานะบริษัทประกันชีวิตไทยแห่งแรกที่ลงนามใน PRI เนื่องจากอุตสาหกรรมประกันภัยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการพัฒนาแนวทางแบบองค์รวมที่รวมประเด็นด้านความยั่งยืนในการประเมินความเสี่ยง และเราหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับเมืองไทยประกันชีวิต เพื่อช่วยเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนอย่างรับผิดชอบในภูมิภาคนี้” สำหรับ PRI เป็นหน่วยงานที่อยู่ภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ก่อตั้ง ในปี…
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เล็งเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน จัดทำกิจกรรม “ร่วมป้องกันคนที่คุณรักจากโรคไข้หวัดใหญ่ ฟรีค่าวัคซีน 2568” ขึ้น โดยบริษัท ฯ ขอมอบสิทธิการเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ (ซีกโลกใต้) จำนวน 1 เข็ม ต่อผู้เอาประกันภัยที่ได้รับสิทธิ 1 ราย โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าวัคซีน ทั้งนี้การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันโรคนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อ แต่ยังช่วยลดความรุนแรงของอาการ และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ เงื่อนไขของกิจกรรมมีรายละเอียดดังนี้ • ผู้ได้รับสิทธิ: ผู้เอาประกันภัยกรมธรรม์ประกันสุขภาพรายบุคคล อายุ 6 เดือนขึ้นไป ที่สถานะกรมธรรม์มีผลบังคับ ณ วันที่ 20 เมษายน 2568 โดยสามารถกดรับสิทธิและเข้ารับบริการได้ ตั้งแต่ วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2568 • การรับสิทธิ: ผู้เอาประกันภัยสามารถกดรับสิทธิได้ผ่านแอบพลิเคชัน Emma by AXA ผ่านเมนู “Rewards PLUS+” ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนกับโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องแสดงรหัสที่ได้รับ (Redemption Code) จาก Rewards PLUS+ บนแอบพลิเคชัน Emma by AXA พร้อมทั้งบัตรประกันสุขภาพของกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต หรือบัตรประชาชนของผู้เอาประกันได้ที่เคาน์เตอร์โรงพยาบาล รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก https://www.krungthai-axa.co.th/th/fluvaccine-2025 ทั้งนี้สำหรับแอบพลิเคชัน Emma by AXA สามารถดาวน์โหลดได้ทาง App store และ Google play และสำหรับลูกค้าที่สนใจกิจกรรมของบริษัท หรือผลิตภัณฑ์ และบริการอื่นๆ ของบริษัทฯ ท่านสามารถติดต่อได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือ โทร 1159 และทางอีเมล customer.care@krungthai-axa.co.th
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ร่วมกันจัดทำโครงการ “Responsible Voices สำหรับ Finfluencer” และจะร่วมกันสนับสนุนการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจให้แก่ฟินฟลูเอนเซอร์ภาคการเงิน การลงทุน และประกันภัย เพื่อให้เผยแพร่ข้อมูลให้แก่ผู้ติดตามได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และตระหนักถึงความสำคัญของการให้ข้อมูลอย่างมี ความรับผิดชอบ โดยมีผู้ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการรุ่นที่ 1 เดือนพฤษภาคม 2568 จำนวน 50 ราย และจะเปิดรับสมัครรุ่นต่อไปเร็ว ๆ นี้ โครงการ Responsible Voices สำหรับ Finfluencer ซึ่งทั้ง 3 หน่วยงานกำกับดูแลร่วมกันดำเนินการในครั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้ฟินฟลูเอนเซอร์ภาคการเงิน การลงทุน และประกันภัย มีความรู้ความเข้าใจ และสามารถเผยแพร่ข้อมูลได้อย่างเหมาะสมให้แก่ผู้ติดตาม ยกระดับสู่การเป็นฟินฟลูเอนเซอร์ที่นำเสนอข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบ และคำนึงถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งขยายผลสู่การสร้างความตระหนักต่อผู้ประกอบธุรกิจที่มีการสื่อสารผ่านฟินฟลูเอนเซอร์ โดยจะร่วมมือกับสมาคมต่าง ๆ สร้างมาตรฐานสำหรับการให้ข้อมูลความรู้ทางการเงิน การลงทุน และการประกันภัย อันจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประชาชนโดยรวมต่อไป ดร.ชญานิน เกิดผลงาม รองเลขาธิการ ด้านกลยุทธ์และเทคโนโลยี สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า “โครงการ Responsible Voices รุ่นที่ 1 ในวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ ความร่วมมือระหว่าง 3 หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของประเทศ ที่ริเริ่มขึ้นเพื่อตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาด้านการสื่อสารข้อมูลทางการเงิน การลงทุน และการประกันภัย ที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด ในขณะเดียวกัน โครงการนี้ยังมีเป้าหมาย เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่กลุ่ม Financial Influencer ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลต่อความคิดเห็นและการตัดสินใจของประชาชนในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เข้าร่วมอบรมในครั้งนี้ ซึ่งล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน การลงทุน และมีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกท่านจะได้เปิดมุมมองใหม่ต่อการประกันภัย ว่าเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีศักยภาพ ในการบริหารความเสี่ยง และควรได้รับการสื่อสารอย่างถูกต้อง เข้าถึงง่าย และมีความรับผิดชอบ” ผู้เข้าร่วมอบรมที่ผ่านการพิจารณาและคัดเลือกในโครงการนี้ จะมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดและขยายองค์ความรู้ สู่ประชาชน ผ่านช่องทางที่พวกท่านถนัดและเชื่อถือได้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใจและใช้ประโยชน์จากการประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ โครงการ Responsible Voices ยังเป็นเวทีสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ผลิตเนื้อหา เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้…
บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณวิลาวัลย์ วรุตพิพัฒน์ Chief People Officer (CPO) ตระหนักถึงการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพของบุคลากร พร้อมมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ โดยต่อยอดแนวคิด Love Your Health เพื่อจุดประกายให้พนักงานหันมาใส่ใจสุขภาพอย่างจริงจัง พร้อมขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก และส่งต่อแนวคิดการมีสุขภาพดีไปยังลูกค้าและสังคมในวงกว้าง เพื่อให้คนไทย รักตัวเอง รักสุขภาพ เพื่อจะได้ทำสิ่งที่รักไปนาน ๆ โดยได้จัดกิจกรรม LOVE MINDSET WELLNESS PROGRAM 2025 ด้วยการจับมือกับ Fitness First หนึ่งในผู้นำในด้านฟิตเนสชั้นนำของโลก ส่งเทรนเนอร์ทีได้รับการรับรองระดับสากลมาแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ตั้งแต่วิธีการตรวจวัดดัชนีมวลกาย (BMI Check-up) เพื่อประเมินสุขภาพเบื้องต้น การออกกำลังกายที่ถูกต้อง ไปจนถึงการตั้งเป้าหมายด้านสุขภาพส่วนบุคคล เพื่อส่งเสริมวินัยในการดูแลตนเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมปลุกพลังและแรงบันดาลใจให้พนักงานหันมาใส่ใจสุขภาพอย่างยั่งยืน ณ OCEAN LIFE Love Space OCEAN LIFE ไทยสมุทรประกันชีวิต ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กร โดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503
Carrot General Insurance ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2019 เป็นบริษัทประกันดิจิทัลแห่งแรกของเกาหลีใต้ และดำเนินธุรกิจมาได้ 7 ปี กำลังจะถูกรวมเข้ากับบริษัทแม่ Hanwha General Insurance หลังจากธุรกิจขาดทุนต่อเนื่องกันถึง 6 ปี ตามรายงานข่าวระบุว่า Hanwha General Insurance ได้จัดการประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2025 และมีมติให้ควบรวมบริษัทลูก Carrot General Insurance เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทแม่ รายงานข่าวระบุคำพูดของเจ้าหน้าที่บริษัทคนหนึ่ง กล่าวว่า “แม้จะควบรวมกิจการแล้ว Carrot General Insurance ยังคงดำเนินงานในฐานะหน่วยธุรกิจอิสระ โดยจะเดินหน้าส่งเสริมนวัตกรรมด้านดิจิทัลเช่นเดิม” Carrot General Insurance มีผลขาดทุนสุทธิ 9.1 พันล้านวอนในปีแรกของการดำเนินงาน และขาดทุนต่อเนื่องรวม 6 ปี โดยยอดขาดทุนสูงสุดอยู่ที่ 84 พันล้านวอนในปี 2565 ก่อนจะลดลงเล็กน้อยเหลือ 66.2 พันล้านวอนในปี 2567 หากรวมยอดขาดทุนสะสมตกประมาณ 330 พันล้านวอน อัตราความเพียงพอของเงินกองทุนของคาร์รอตยังลดลงอย่างมากจาก 656% ในปี 2565 เหลือเพียง 156% ในปี 2567 ลดลงไปเกือบต่ำกว่าระดับที่หน่วยงานกำกับดูแลกำหนดไว้ที่ 150% Hanwha General Insurance เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดใน Carrot ด้วยสัดส่วน 75.1% ตามด้วย SK Telecom (9.9%) Altos Fund (9.9%) และ Hyundai Motor (5.1%) โดย Hanwha ได้ลงทุนโดยตรงและโดยอ้อมใน Carrot รวมเกือบ 500 พันล้านวอนในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา Hanwha ได้ก่อตั้ง Carrot ขึ้นในช่วงที่มีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดประกันภัยออนไลน์มากขึ้น โดยในปี 2562…
ธนาคารกสิกรไทยประกาศแต่งตั้ง นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย และนางสาวจิตสุภา วัชรพล เข้าเป็นคณะกรรมการธนาคาร ประเภทกรรมการอิสระ มีผลตั้งแต่วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นไป ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การแต่งตั้ง นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย และนางสาวจิตสุภา วัชรพล เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงในคณะกรรมการ ทำให้ธนาคารมีจำนวนกรรมการครบ 15 คน ตามข้อบังคับของธนาคาร และส่งเสริมหลักการกํากับดูแลกิจการที่ดีตามมาตรฐานสากล รวมทั้งกรรมการทั้ง 2 ท่านจะนำประสบการณ์ ทักษะความรู้ความสามารถโดยตรงของแต่ละท่านมาเสริมความแข็งแกร่งของคณะกรรมการในการดูแลขับเคลื่อนการดำเนินงาน เพิ่มความแข็งแกร่งของธนาคารเพื่อส่งมอบยุทธศาสตร์ K-Strategy พร้อมรับมือกับโอกาสและความท้าทายในอนาคตภายใต้สภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ และเคยดำรงตำแหน่งรองประธานคณะกรรมการประเทศไทย สภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน รวมทั้งประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย เป็นผู้มีประสบการณ์ทางธุรกิจอย่างกว้างขวาง ทั้งในด้านวิศวกรรม การบริหารจัดการการค้า และธุรกิจระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโต และเป็นผู้นำในการส่งเสริมนวัตกรรมที่ยั่งยืน เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ นายฉัตรชัยสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมเคมี จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี นางสาวจิตสุภา วัชรพล ปัจจุบันดํารงตําแหน่ง กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บจก.ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ และ บจก.เทรนด์ วี จี 3 (ไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์) และกรรมการ มูลนิธิไทยรัฐ เป็นผู้นํารุ่นใหม่จากภาคธุรกิจสื่อที่เข้าถึงผู้บริโภค มีประสบการณ์ด้านการบริหารสื่อชั้นนำของประเทศไทย รวมทั้งขับเคลื่อนเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงสู่สื่อยุคดิจิทัล นอกจากนี้ ยังเป็นผู้นำองค์กรด้านการขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนาเพื่อความยั่งยืน นางสาวจิตสุภาสำเร็จการศึกษาด้านการบริหารธุรกิจสาขาการตลาด จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และด้าน Integrated Marketing จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
