Author: staff

เมืองไทยประกันชีวิต  ตอกย้ำนโยบายการดำเนินธุรกิจควบคู่การดำเนินกิจกรรม เพื่อตอบแทนกลับคืนสู่สังคม  จัดงาน “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย ครั้งที่ 35” ให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ตลอดจนบุตรหลานเจ้าหน้าที่เขต ในพื้นที่เขตห้วยขวาง    เขตดินแดง และเขตปทุมวัน เพื่อสานต่อโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่มีความสามารถและประสิทธิภาพในการเรียน พร้อมนำชมการแสดงโขน ชุด “หนุมาน” เปิดประสบการณ์ใหม่ แห่งการเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของการศึกษาในการสร้างอนาคตที่ดีให้กับเด็กนักเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กที่มีความสามารถแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่จำเป็นในการศึกษา เมืองไทยประกันชีวิต จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและเสริมสร้างสังคมที่มีความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษา เพื่อการเติบโตและการพัฒนาของเยาวชนไทย พร้อมตอกย้ำนโยบายการดำเนินธุรกิจควบคู่การดำเนินกิจกรรมเพื่อคืนกำไรสู่สังคม  ด้วยการจัดโครงการมอบทุนการศึกษา “เมืองไทยมอบทุนน้องน้อย ครั้งที่ 35” เพื่อมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ของโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร  ตลอดจนบุตรหลานเจ้าหน้าที่เขต ในพื้นที่เขตห้วยขวาง  เขตดินแดง และเขตปทุมวัน  รวมจำนวน 195 ทุน  โดยได้รับเกียรติจาก พลอากาศตรีสุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง และกรรมการโรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง นางสาวศุภร  คุ้มวงศ์  รองผู้อำนวยการสำนักการศึกษา นายประเทืองวิทย์ ดีใจ ผู้อำนวยการเขตดินแดง นายไพฑูรย์ งามมุข ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง นางสาวสกุนตลา สงวนงาม หัวหน้าฝ่ายการศึกษาเขตปทุมวัน และนางอริศรา รัตนพงษ์สถิตย์ ผู้อำนวยการกองเสริมสร้างสมรรถนะนักเรียน สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ร่วมในพิธี  งานจัดขึ้น  ณ โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้จัดกิจกรรมแห่งความสุขและรอยยิ้ม เพื่อส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพของเยาวชน ด้วยการนำนักเรียนที่เข้ารับทุน เข้าร่วมกิจกรรมรับชมการแสดงโขน ชุด “หนุมาน”  ที่โรงมหรสพหลวงศาลาเฉลิมกรุง โรงมหรสพแห่งแรกในเอเชียที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ พร้อมเปิดประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่มีความสง่างาม อีกทั้งยังทำให้เกิดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการแสดงไทย โดยนำเหตุการณ์สำคัญในเรื่องรามเกียรติ์ ถ่ายทอดผ่านตัวละครหลักคือ “หนุมาน” นำเสนอในรูปแบบที่กระชับ สนุกสนาน แต่ยังคงแบบแผนและความสวยงามของ “โขน” ผสมผสานกับเทคนิคเวทีสมัยใหม่อย่างลงตัว อีกทั้งยังได้ความรู้เรื่องศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่สอดแทรกอยู่ในการแสดง โดยในช่วงท้ายของกิจกรรม น้อง ๆ…

Read More

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีคำสั่งที่ 1364/2567 ลงวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 ให้เพิกถอนใบอนุญาตประกอบธุรกิจประกันวินาศภัยของบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 59 (1) (2) (4) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป และคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คณะกรรมการ คปภ.) อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 มีคำสั่งคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยที่ 19/2567 ลงวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 แต่งตั้งกองทุนประกันวินาศภัยเป็นผู้ชำระบัญชี บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และความเป็นมาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตลอดจนการเตรียมมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับไม่ให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ เนื่องจากปรากฏหลักฐานต่อนายทะเบียนว่า บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) มีฐานะและการดำเนินการอยู่ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน ดังปรากฏข้อเท็จจริง ตามที่ นายทะเบียนได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 36/2565 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 ให้บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) “บริษัท” แก้ไขฐานะและการดำเนินการตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 โดยกำหนดให้บริษัทเพิ่มทุนและแก้ไข ฐานะการเงินให้เพียงพอต่อภาระผูกพันและให้มีอัตราส่วนของเงินกองทุนเพียงพอตามที่กฎหมายกำหนดภายใน 1 ปี อย่างไรก็ตาม บริษัทไม่ดำเนินการเพิ่มทุนและแก้ไขฐานะการเงินให้เป็นไปตามคำสั่งนายทะเบียนดังกล่าว แต่กลับอาศัยกระบวนการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2566 ศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งยกเลิกคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้คู่ความทุกฝ่ายทราบผลคำสั่ง…

Read More

         ดร.พลรัตน์ เอกโยคยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่  นางสาวนนทิช์ญา ปานเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร โดยมี นายสมัย เจริญช่าง ประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร  และผศ.ดร.วิศรุต เลาะวิถี รองประธานกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมลงนาม ​การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ ส่งเสริมให้มุสลิมในจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้เข้าถึงการใช้บริการทิพยตะกาฟุลประกันภัยระบบอิสลามอย่างเต็มรูปแบบที่ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลามทุกขั้นตอนอย่างง่ายและสะดวกขึ้น รวมทั้งส่งเสริมให้มุสลิมตระหนักถึงความสำคัญของการประกันภัยระบบอิสลาม โดยจะนำเงินสมทบส่วนหนึ่งจากกองทุนตะกาฟุล บริจาคเข้าบัญชีกองทุนสวัสดิการสังคม และนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ของกองทุนต่อไป   ​ความร่วมมือในครั้งนี้ยังมีส่วนในการสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากลูกค้าชาวมุสลิมในการส่งเสริมและสนับสนุนซึ่งกันและกันตามพันธกิจของแต่ละองค์กร  พิธีลงนามจัดขึ้น ณ ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ เฉลิมพระเกียรติ

Read More

บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ได้ร่วมมือกับ อัคระแบงค็อก แบรนด์ดีไซน์เนอร์ไทยรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีเอกลักษณ์ด้านการออกแบบที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร เพื่อสร้างสรรค์โปรเจกต์ใหม่สุดครีเอทอย่าง “CORE เดียวกัน Collection” โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก 7 ค่านิยมองค์กรชาวเงินติดล้อที่ผ่านการออกแบบอย่างตั้งใจและการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกคน “CORE เดียวกัน Collection” นี้ ประกอบด้วยเสื้อยืดหลากหลายสีสัน โดยแต่ละแบบสื่อถึง 7 ค่านิยมองค์กรชาวเงินติดล้อในนิยามใหม่ สไตล์อัคระแบงค็อก คอลเลกชันนี้ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างสรรค์แฟชั่น แต่ยังเป็นการตอกย้ำความสำคัญของค่านิยมองค์กรที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนธุรกิจของ บมจ.เงินติดล้อ อีกด้วย โดยเสื้อคอลเลกชันนี้เปิดจำหน่ายสำหรับพนักงานภายในองค์กร รวมถึงบุคคลภายนอกที่สนใจอยากสร้างพลังบวกให้กับทุกๆ วัน ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ “CORE เดียวกัน Collection” ได้ที่ Line @TIDLORShop บมจ.เงินติดล้อ ได้ริเริ่มสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร ตั้งแต่ปี 2560กระทั่งประสบความสำเร็จสามารถสร้างค่านิยมองค์กรในแบบฉบับชาวเงินติดล้อ 7 ข้อ หลอมรวมเป็นวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและเป็นพื้นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และในเวลาต่อมาได้เริ่มจัดกิจกรรม TIDLOR Culture Wow และ TIDLOR Culture Camp เพื่อแบ่งปันแนวทางการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรในแบบฉบับชาวเงินติดล้อ ให้กับบุคคลภายนอกหรือหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศที่สนใจ เพื่อเป็นประโยชน์ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไป ซึ่งที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ ไปแล้วรวมทั้งสิ้นมากกว่า 200 บริษัททั้งในและต่างประเทศ สำหรับผู้สนใจออกแบบค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรผ่านการเวิร์กชอปที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ในหลักสูตร TIDLOR Culture Wow และ TIDLOR Culture Camp ภายใต้โครงการ TIDLOR Academy สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่ www.tidlor.com/academy หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-792-1990

Read More

“พฤกษา” จับมือแบงก์พันธมิตร “ธนาคารไทยพาณิชย์” ลุยจัดแคมเปญเจาะกลุ่มลูกค้า 20 บริษัทที่มีสวัสดิการองค์กรกับธนาคารไทยพาณิชย์ มอบสิทธิประโยชน์แบบจัดเต็มจากพฤกษา และ ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยพฤกษาให้สิทธิพิเศษถึง 3 ต่อ ทั้งส่วนลดและโปรโมชันรายโครงการ ส่วนลดพิเศษสำหรับพนักงานบริษัทพันธมิตร ล้านละ 10,000 บาท และ On Top เพิ่มเติมส่วนลดพิเศษ ตามประเภทโครงการ ในขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ มอบดอกเบี้ยอัตราพิเศษคงที่ 2.99% ต่อปี นาน 3 ปี* วงเงินกู้สูงสุดถึง 110%** เมื่อซื้อบ้านในโครงการของพฤกษาที่ยกทัพมาให้เลือกทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว และคอนโดมิเนียม รวม 122 โครงการ ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน – 30 กันยายน 2567 นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทยในช่วงนี้มีทั้งโอกาสและความท้าทาย แม้ว่าจะมีปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ต้องจับตามอง อัตราดอกเบี้ยสูง และการปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ค่อนข้างสูง แต่เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลและสำรวจตลาดอย่างรอบด้าน พบว่ายังมีลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยและมีกำลังซื้ออีกเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพนักงานประจำในองค์กรที่มีความมั่นคง พฤกษาจึงได้ร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB เดินหน้าตามกรอบแนวคิด ใส่ใจเพื่อทั้งชีวิต “อยู่ดี มีสุข” (Live well Stay well) ให้เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยคุณภาพได้ง่ายขึ้น จัดแคมเปญพิเศษให้กับกลุ่มลูกค้าสวัสดิการองค์กรชั้นนำ รวม 20 แห่งของ SCB โดยจะได้รับสิทธิพิเศษจากทั้งพฤกษาและ SCB เมื่อซื้อบ้านในโครงการของพฤกษาที่มีให้เลือกทั้งทาวน์เฮาส์ บ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม รวม 122 โครงการ สิทธิพิเศษจากพฤกษาที่มอบให้แบบจัดเต็มถึง 3 ต่อ ได้แก่ ต่อที่ 1 ส่วนลดรายโครงการสูงสุดถึง 2 ล้านบาท และของแถมต่างๆ อาทิ ฟรีค่าโอน ฟรีค่าส่วนกลาง เครื่องปรับอากาศ เฟอร์นิเจอร์…

Read More

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นประธานในงานเปิดตัวระบบการให้สินเชื่อ (Loan Processing System : LPS) ระยะที่ 1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมายกระดับการให้บริการของธนาคาร (Digital Services) ให้เป็นไปตามมาตรฐานและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ธนาคารในการเพิ่มขีดความสามารถองค์กรและบุคลากรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ในโอกาสนี้ ได้ร่วมสื่อสารการใช้งานระบบการให้สินเชื่อ LPS ระยะที่ 1 เพื่อสร้างการรับรู้และความเข้าใจให้กับพนักงาน ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ ในการนำระบบ LPS ไปปรับใช้ในการให้สินเชื่อทั้งระบบซึ่งถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของ ธ.ก.ส. ในการยกระดับการให้บริการทางการเงิน และการมุ่งไปสู่แกนกลางทางการเกษตร (Essence of Agriculture) ประกอบด้วย 1) การสนับสนุนเงินทุนเพื่อการเกษตร (Funding) 2) การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี (Technology) 3) การพัฒนาตลาดและองค์ความรู้ (Knowledge and Marketing) และ 4) การยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ (Value Added) โดยมีนายยุวพล วัตถุ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรม ณ ห้องโถง ชั้น 2 อาคารทาวเวอร์ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567

Read More

 ออร์บิกซ์ อินเวสท์ (orbix INVEST) เรือธงที่สามภายใต้ ยูนิต้า แคปิทัล บริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวภายใต้แนวคิด Strategist for Kryptonian ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ที่จะช่วยคัดเลือกสินทรัพย์ บริหารกลยุทธ์การลงทุน และจัดการความเสี่ยงตามนโยบายการลงทุน ตั้งเป้าปี 2567 มีฐานลูกค้า 2,500 ราย สินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการ (AUM) อยู่ที่ 1,000 ล้านบาท             ดร.ธนภูมิ ดำรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ อินเวสท์ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2556 มูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอยู่ที่ 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ จนถึงปีปัจจุบัน 2567 มูลค่าตลาดสินทรัพย์สินทรัพย์ดิจิทัล อยู่ที่ระดับ 2.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ อัตราการเติบโตอยู่ที่ 140,000% (อ้างอิงข้อมูลมูลค่าตลาดสินทรัพย์สินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดจาก CoinGecko) และถ้าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว 2566 มูลค่าการเติบโตอยู่ที่ 35% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ประกาศอนุมัติกองทุน Bitcoin ETF และ Ethereum ETF ทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับการยอมรับในวงกว้าง มีวอลุ่มซื้อขายสูงขึ้นตามการเข้าซื้อของกองทุนขนาดใหญ่ ส่งผลให้ดึงดูดนักลงทุนทั่วไปเข้าถึงโลกการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลได้ง่ายขึ้นนอกเหนือจากนี้การเปลี่ยนผ่านของ Technology จากยุค Internet สู่ Web 3 ซึ่งถือเป็น The Next Era of the Internet ที่ระบบต่างๆจะมีความเป็นอัจฉริยะมากขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างโอกาสให้กับธุรกิจและการลงทุนใหม่ๆ ได้อย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2030 มีการคาดการณ์ว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีมูลค่าแตะ 10 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และสำหรับประเทศไทย มีผู้ที่ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า 4 ล้านราย และยังมีโอกาสในการเติบโตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจากการทำวิจัยอย่างต่อเนื่อง พบว่าผู้ที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์กลุ่มนี้มีประเด็นที่ให้ความสำคัญ 2 เรื่องหลัก คือ ความรู้ความเข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะลงทุน และการลงทุนกับผู้ให้บริการที่มีความน่าเชื่อถือและเชื่อใจได้ ล่าสุดบริษัท ยูนิต้า แคปิทัล จำกัด บริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารกสิกรไทยเปิดตัว ออร์บิกซ์ อินเวสท์…

Read More

  กรุงศรี นำโดย นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร (กลาง) ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) จับมือ แบล็คร็อค บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนชั้นนำของโลก จัดสัมมนา Mid-Year Investment Outlook 2024: Seizing Opportunities in a Shifting World สำหรับลูกค้ากรุงศรี ไพรเวท แบงก์กิ้ง และ กรุงศรี เอ็กซ์คลูซีฟ เพื่ออัปเดตสถานการณ์การลงทุนทั่วโลกและประเด็นที่ต้องจับตามองในช่วงครึ่งหลังปี 2567 โดยได้รับเกียรติจาก ดร. ศรพล ตุลยะเสถียร (ที่ 2 จากขวา) รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กรและโครงการกลยุทธ์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ Mr. Jonathan Reoch (ที่ 3 จากซ้าย), Managing Director of BlackRock รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจากกรุงศรี ร่วมอัปเดตสถานการณ์เศรษฐกิจและเผยมุมมองการลงทุนทั่วโลก พร้อมชี้โอกาสลงทุนท่ามกลางมรสุมความท้าทายในช่วงครึ่งหลังปี 2567 งานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ โรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

Read More

นางสาวฐิติมา เลี้ยงพาณิชย์ ผู้อำนวยการฝ่าย กลุ่มสื่อสารองค์กร (ที่ 2 จากขวา) และ นางสาววราภรณ์ ลีกุลนิมิต ผู้อำนวยการสายงาน สายงานกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม (ที่ 2 จากซ้าย) บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับรางวัล Asia Responsible Enterprise Awards (AREA) 2024 ในสาขา Corporate Sustainability Reporting ซึ่งเป็นการจัดทำรายงานความยั่งยืนตามกรอบมาตรฐานการรายงานสากล GRI Standards และความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเป้าหมายความยั่งยืนสากลขององค์การสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) นอกจากนี้ ไทยประกันชีวิตยังได้รับตราสัญลักษณ์ประกาศเกียรติคุณ ESG Champion of Asia ประเภท Gold Emblem of Sustainability จากการที่บริษัทฯ ได้รับรางวัล AREA ต่อเนื่องเป็นปีที่ 11 จากสถาบัน Enterprise Asia โดยไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันภัยแห่งเดียวของเอเชีย ที่ได้รับตราสัญลักษณ์ในระดับ Gold สะท้อนความสำเร็จในการเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน พร้อมส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน

Read More

  หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านการลงทุน ซึ่งถือหุ้นโดย เมย์แบงก์ ธนาคารอันดับ 1 ของมาเลเซีย ได้แนะนำหุ้นเด่น 3 ธีมหลักสำหรับการลงทุนในไตรมาสที่ 3 ปี 2567 จากการวิเคราะห์พบว่าปัจจัยหนุนต่าง ๆ เริ่มส่งผลดีต่อตลาด โดยแม้จะมีสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่แน่นอนและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง แต่นักวิเคราะห์ของเมย์แบงก์ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อดัชนีหุ้นไทย (SET) โดยเชื่อว่าการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐและการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวจะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ รวมถึงโมเมนตัมของกำไรตามที่ได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า โดย เมย์แบงก์ได้นำเสนอหุ้นใน 3 ธีมหลักสำหรับการลงทุน ได้แก่ เน้นหุ้นโครงสร้างพื้นฐานรอรับอานิสงส์จากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว และหุ้นกลุ่มอัตรากำไรเพิ่มขึ้น หุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน: TASCO, SCCC, CK TASCO: ได้รับประโยชน์จากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ โดยคาดว่าปริมาณยางมะตอยจะเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าและอัตรากำไรของยางมะตอยซีเมนต์เพิ่มขึ้นเป็น 12,000 บาทต่อตัน ในขณะที่ SCCC คาดว่าราคาปูนซีเมนต์จะสูงขึ้นและความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากโครงการก่อสร้าง และ CK อาจจะมี Backlog เพิ่มขึ้นสองเท่าหากสามารถเซ็นสัญญาจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว: AOT, CENTEL, BH AOT ได้รับประโยชน์จากคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นเป็น 36-41 ล้านคนในปี 2567-2568 ซึ่งจะช่วยกระตุ้นรายได้ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ในขณะที่ CENTEL น่าจะมีกำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากโรงแรมในญี่ปุ่นและการท่องเที่ยวในประเทศไทย และคาดการณ์ว่า BH จะมีกำไรเติบโต 15% ในปี 2567 จากการเพิ่มจำนวนเตียงและการปรับราคา รวมถึงการทำ MOU ด้านการรักษาพยาบาลกับซาอุดิอาระเบีย   หุ้นกลุ่มอัตรากำไรเพิ่มขึ้น: GPSC, ADVANC เมย์แบงก์คาดการณ์ว่าอัตรากำไรขั้นต้นในเกือบทุกกลุ่มอุตสาหกรรมจะขยายตัวขึ้นในปี 2567 นี้ (ยกเว้นกลุ่มพลังงานและยานยนต์) ซึ่งจะช่วยผลักดันการเติบโตของกำไรสุทธิโดยรวมของบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะ GPSC และ ADVANC ที่มีแนวโน้มได้รับประโยชน์สูงสุดจากเทรนด์นี้ โดยเราคาดว่า GPSC จะได้ประโยชน์จากราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง ในขณะที่ ADVANC จะได้ประโยชน์จากการปรับค่าบริการและต้นทุนด้านการตลาดที่ต่ำลง ถึงแม้จะมีความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวอย่างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา แต่เมย์แบงก์ยังมีมุมมองเป็นบวกเหตุด้วยปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง และคาดว่าจะกลับมาโตแบบเร่งตัวในช่วงที่เหลือของปีนี้และปีหน้า จากการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐในช่วงครึ่งปีหลังและการเติบโตของการท่องเที่ยว ซึ่งเราคาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะช่วยให้ดัชนีตลาดหลักทรัพย์กลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาสสามและสี่ของปีนี้ นักลงทุนที่สนใจรับคำปรึกษาด้านการลงทุนจากมืออาชีพระดับโลก สามารถติดต่อเปิดบัญชีกับเมย์แบงก์ได้แล้ววันนี้ที่ App Maybank Invest หรือ ติดต่อได้ที่…

Read More