อารีเกเตอร์ (Areegator) แพลตฟอร์มเสนอขายประกันออนไลน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “จริงใจ เข้าใจ เติบโตไปพร้อมกัน” โดย นายธีระวัฒน์ สาเจริญ ผู้บริหาร สายงานตัวแทน อารีเกเตอร์ นำทีมงานเดินสายพบปะสมาชิกนายหน้าประกันกับกิจกรรม “อารีเกเตอร์สัญจร ประจำปี 2567” ในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง เพื่ออัปเดตข่าวสาร และแนะนำฟีเจอร์การใช้งานของแพลตฟอร์มอารีเกเตอร์ (Areegator) พร้อมเปิดโอกาสให้สมาชิกฯ ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการพัฒนาแพลตฟอร์มให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังให้ความรู้เกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ของสมาชิกทั้งด้านธุรกิจประกันและธุรกิจสินเชื่อจากเงินติดล้อ เพื่อต่อยอดการสร้างรายได้ที่มั่นคง และถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้สมาชิกในการเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปด้วยกัน ทั้งนี้ มีสมาชิกนายหน้าประกันในพื้นที่ให้ความสนใจเข้าร่วม 38 ราย ณ โรงแรม เมอเวนพิค สุริวงศ์ เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้ สำหรับนายหน้าประกันหรือนักขายอิสระสามารถเยี่ยมชมข้อมูลอารีเกเตอร์ และสมัครสมาชิกโดยไม่มีค่าใช้จ่ายได้ที่ www.areegator.com และ Facebook อารีเกเตอร์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Areegator call center หมายเลขโทรศัพท์ 02-792-1320 กด 2 (จ.-ศ. เวลา 08.30 – 17.30น.)
Author: staff
25 ก.ย. 67 – กลุ่มธนาคารทิสโก้ นำโดย นายกิตติพงศ์ เหลืองอิงคะสุต ผู้อำนวยการอาวุโส รองหัวหน้ากิจการสาขา 2 พร้อมพนักจิตอาสาจากทิสโก้ และสมหวัง เงินสั่งได้ ในเขตพื้นที่ภาคเหนือ ร่วมกับ บริษัท เฮช ฟรี จำกัด และเกษตรกรในชุมชนบ้านนาฮ่องใต้ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ปลูกป่าในโครงการต้นแบบ “การปลูกป่าเพื่อสร้างอาชีพไร้ควันที่ยั่งยืน” เพื่อสร้างระบบนิเวศใหม่ทดแทนพื้นที่เสื่อมโทรม และสร้างรายได้จากผลผลิตให้เกษตรกรได้มีรายได้ที่มั่นคง โดยมีอาจารย์ปองทิพย์ เที่ยงบูรณธรรม ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เฮช ฟรี จำกัด และนายสุทัศน์ ยงศักดิ์วัฒน์ ผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาฮ่องใต้ (เจ้าของพื้นที่) นำทีมลงพื้นที่ สำหรับโครงการต้นแบบ “การปลูกป่าเพื่อสร้างอาชีพไร้ควันที่ยั่งยืน” ของ บริษัท เฮช ฟรี จำกัด หรือ วิสาหกิจเพื่อสังคมไร้ควัน Haze Free Social Enterprise เป็นโครงการที่มุ่งส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกป่าบนพื้นที่ทำกิน ด้วยการปรับเปลี่ยนการใช้ที่ดินจากเกษตรเชิงเดี่ยวมาเป็นวนเกษตร หรือการทำไร่นาป่าผสม เพื่อลดปัญหาฝุ่นควันในเขตภาคเหนือ ลดการเผาป่า ลดการใช้สารเคมี และส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรได้มีรายได้ที่มั่นคงยั่งยืน ในปี 2567 กลุ่มธนาคารทิสโก้ ลงนามพื้นที่ปลูกภายใต้โครงการนี้ บนพื้นที่ปลูกของนายสุทัศน์ ยงศักดิ์วัฒน์ จำนวน 5 ไร่ เป็นพันธุ์ต้นไม้ 3 ชนิด ได้แก่ ต้นอโวคาโด้ ต้นมะขามป้อม และต้นหว้า พร้อมให้การสนับสนุนงบประมาณในการติดตามประเมินผลดำเนินงานเป็นระยะเวลา 10 ปี โดยสามารถขอการรับรองการกักเก็บคาร์บอน จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกตลอดระยะเวลาให้การสนับสนุน
นางสาววัลย์ลิกา บูรณ์ทอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหาร สายงานปฏิบัติการทั่วไปและสื่อสารองค์กรนำทีมเจ้าหน้าที่สมาคมฯ ลงพื้นที่ ณ ศูนย์ประสานงานและอำนวยความสะดวกด้านประกันภัย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่อำเภอเมือง และอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ร่วมกับ นางพรทิพย์ อินทวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จังหวัดเชียงราย เพื่อสำรวจความเสียหายบ้านเรือน ทรัพย์สิน โรงงานเฟอร์นิเจอร์ที่ถูกน้ำท่วม และให้คำแนะนำและอำนวยความสะดวกเรื่องประกันภัยกับผู้ประสบภัย พร้อมกันนี้ได้ร่วมบริจาคข้าวสาร น้ำมันพืช ให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม-ดินถล่มบนดอย ที่ยังขาดการช่วยเหลือ จำนวน 248 ครัวเรือน ณ บ้านสลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง โดยมีนายรัฐศาสตร์ แสนม่อนใจ ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้รับมอบ และมอบข้าวสาร จำนวน 104 กิโลกรัม แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมแม่สาย โดยมีนายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย อำเภอแม่สาย เป็นผู้รับมอบ เมื่อวันที่ 23-24 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ สมาคมฯ ได้ตั้งศูนย์กลางประสานงานระหว่างบริษัทประกันภัยและประชาชน ช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหรือภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน การตรวจสอบข้อมูลกรณีกรมธรรม์สูญหาย หรือรายละเอียดความคุ้มครองผ่านทางช่องทางทั้ง Onsite และ Online บนเพจ Facebook สมาคมประกันวินาศภัยไทย พร้อมทั้งจัดทำ Infographics สื่อสารความรู้เรื่องการประกันภัยที่คุ้มครองภัยน้ำท่วม และสถานการณ์แนวโน้มการเกิดภัย การเตรียมความพร้อมและรับมือกับภัยน้ำท่วม-ดินถล่ม และประชาสัมพันธ์เบอร์สายด่วนของทุกบริษัทประกันภัยให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6M27 (ES-GOVCP6M27) อายุประมาณ 6 เดือน เงินทุนโครงการ 7,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มุ่งรักษาเงินต้นที่ผู้ลงทุนจะมีโอกาสได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันครบอายุโครงการ โดยเสนอขายครั้งแรกครั้งเดียวระหว่างวันที่ 26 กันยายน 2567 ถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2567 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท โดยกองทุน ES-GOVCP6M27 มีนโยบายนำเงินไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทย และ/หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ในอัตราส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือจะลงทุนในเงินฝากธนาคาร และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ และกองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนเพียงครั้งเดียวและถือครองทรัพย์สินที่ลงทุนจนครบอายุโครงการ (Buy and Hold) โดยคาดหวังจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 2.20% ต่อปี ณ วันครบอายุโครงการ ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายประมาณ 0.20% ต่อปี ณ วันครบอายุโครงการ แล้ว ผู้ลงทุนจะได้รับประมาณการผลตอบแทนอยู่ที่ 2.00% ต่อปีของเงินลงทุนเริ่มแรก (แหล่งที่มาของข้อมูล อัตราผลตอบแทนที่เสนอขายโดยผู้ออกตราสาร ณ วันที่ 20 กันยายน 2567) ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดอายุกองทุน บลจ.อีสท์สปริง จะดำเนินการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ และทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนทั้งจำนวนของผู้ถือหน่วยทุกราย ไปยังกองทุนเปิดอีสท์สปริง ธนรัฐ (ES-TM) หรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นที่บลจ.อีสท์สปริง เปิดให้บริการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ในวันทำการก่อนวันสิ้นสุดอายุโครงการ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ผู้ลงทุนจะไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนอาจไม่ได้รับเงินต้นและผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้ หากผู้ออกตราสารที่กองทุนลงทุนไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยคืนได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน…
พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ผนึกกำลังร่วมกับ พรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน องค์กรการกุศลของกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคเหนือได้แก่จังหวัดเชียงราย น่าน และสุโขทัย ผ่านมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ (FOPDEV) ร่วมกับเครือข่ายองค์กรผู้สูงอายุและชุมชน รวมทั้งภาคีร่วมมือภาคสังคมและภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยบริจาคเงินจำนวน2,011,862 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาสที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ และช่วยบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งเสริมสร้างขวัญกำลังใจ นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดเผยว่า “สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันได้สร้างผลกระทบอย่างมากต่อผู้ประสบภัยในหลายพื้นที่ทางภาคเหนือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ยึดมั่นในเจตนารมณ์ “ชีวิตมีกัน ทุกวันดีกว่า” เราเชื่อว่าธุรกิจไม่สามารถเดินหน้าได้เพียงลำพัง เราจึงต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่เข้มแข็ง และยั่งยืน จากสถานการณ์น้ำท่วมที่มีความรุนแรงในหลายพื้นที่ภาคเหนือ เราจึงจับมือกับพรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชัน และมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุ ให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ด้อยโอกาส ซึ่งเป็นกลุ่มคนเปราะบาง ในหลายๆ ด้าน ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ เราขอส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจให้กับทุกคนที่ประสบภัยน้ำท่วม เรามุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนทุกวิถีทาง เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” แนวทางการช่วยเหลือฉุกเฉินของมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุมีดังนี้ การตั้งครัวกลางช่วยเหลือด้านอาหารโดยทำอาหารแจกวันละสองมื้อ มื้อกลางวัน และมื้อเย็น พร้อมของเยี่ยมสมทบในศูนย์อพยพและผ้าอ้อมผู้ใหญ่อนามัย การมอบถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น ให้กับผู้ประสบภัยรวมทั้งผู้สูงอายุในพื้นที่ เพื่อช่วยให้สามารถดำรงชีวิตในช่วงวิกฤตได้ จำนวน 4,000 คน การฟื้นฟูหลังน้ำท่วม โดยหลังจากระดับน้ำลดลง บ้านเรือนจำนวนมากได้รับความเสียหายจากโคลน โดยเฉพาะชุมชนที่มีผู้สูงอายุอาศัยอยู่หลายคนทำให้ไม่สามารถกลับบ้านได้เนื่องจากบ้านถูกโคลนท่วม โดยทางมูลนิธิพัฒนางานผู้สูงอายุได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ในการเข้าไปทำความสะอาดและฟื้นฟูบ้าน โดยใช้ทั้งเครื่องจักรหนักและกำลังคนในการขจัดโคลนออกจากบ้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถกลับมาใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างปลอดภัย การช่วยเหลือฉุกเฉินให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ สามารถฟื้นฟูคุณภาพชีวิตในเบื้องต้น การสร้างเครือข่ายการทำงานในการช่วยเหลือฉุกเฉินในพื้นที่ประสบภัย และเสริมสร้างชุมชนที่ประสบภัยซ้ำซาก ให้เข้มแข็ง มีความพร้อมรับปรับตัวต่อภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว
อลิอันซ์ อยุธยา ตอกย้ำนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ต่อยอดความสำเร็จจากโครงการที่ผ่านมาภายใต้กลุ่ม “มาหามิตร” เปิดตัวสถานีแยกขยะนำร่องชุมชนแรก “ชุมชนซอยพระเจน” เกิดผลสำเร็จน่าพอใจ ลดขยะกว่าพันกิโลต่อวัน สร้างรายได้หลักหมื่นแก่ชุมชน พร้อมสร้างวินัยการแยกขยะก่อนทิ้งให้เป็นนิสัย มุ่งเป็นต้นแบบการแยกและจัดการขยะในชุมชนต่างๆ ทั่วกรุงเทพ นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้าและความยั่งยืน กล่าวว่า “อลิอันซ์ อยุธยา ยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจที่สนับสนุนการสร้างความยั่งยืน ด้วยพันธกิจที่มุ่งเน้นการเป็นผู้นำและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง กับวิสัยทัศน์ “เพราะเราใส่ใจในวันพรุ่งนี้” (We lead and we shape because we care for tomorrow) โดยนอกจากจะให้ความสำคัญกับการบูรณาการแนวคิด ESG (Environment, Social และ Governance) ในการดำเนินธุรกิจแล้ว อลิอันซ์ อยุธยา ยังให้ความสำคัญเรื่องการจัดการขยะด้วย กลุ่ม “มาหามิตร” (Alliance for Sustainability) ได้เริ่มต้นขึ้นในปี 2565และได้ขยายความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ อาทิ โครงการ ปทุมวัน Zero Waste, นิทรรศการ THINK ทิ้ง … ชีวิต และในปีนี้ อลิอันซ์ อยุธยา ได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรด้านการจัดการขยะ เพื่อสร้างต้นแบบการลดและคัดแยกขยะในระดับชุมชน โดยได้เลือกนำร่องกับชุมชนซอยพระเจน ซึ่งเป็นชุมชนที่มีพื้นที่กว่า 22 ไร่ มีผู้อยู่อาศัยประมาณ 1,000 คน จากกว่า 373 ครัวเรือน” “โครงการสถานีแยกขยะชุมชนซอยพระเจน เป็นโครงการของกลุ่มมาหามิตร ที่เกิดจากความร่วมมือของ 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ อลิอันซ์ อยุธยา,Waste Buy Delivery (โดย สถานีรีไซเคิล วงษ์พาณิชย์ สุวรรณภูมิ), ถุงขยะแชมเปี้ยน (บริษัท ดนุเดช อุตสาหกรรม จำกัด) และ Khaya…
เอไอเอ ประเทศไทย สานต่อโครงการ “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี – AIA Healthiest Schools” ซึ่งจัดขึ้นติดต่อเป็นปีที่ 3 โดยได้รับความร่วมมืออย่างต่อเนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดรับสมัครโรงเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการเพื่อชิงรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท และได้เป็นตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ เพื่อชิงรางวัลอีกกว่า 1.5 ล้านบาท รวมมูลค่ารางวัลถึง 3.5 ล้านบาท ตอกย้ำถึงพันธกิจสำคัญของเอไอเอ ที่มุ่งสนับสนุนเยาวชนและผู้คนในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก กว่าหนึ่งพันล้านคนให้มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ โครงการ “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี – AIA Healthiest Schools” เป็นโครงการที่กลุ่มบริษัทเอไอเอ และเอไอเอ ประเทศไทย ริเริ่มขึ้นเพื่อมุ่งเสริมสร้างและปลูกฝังพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ดีต่อสุขภาพของนักเรียนที่มีอายุระหว่าง 5 – 16 ปี โดยมุ่งเน้นใน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การทำกิจกรรมที่แอคทีฟ การมีสุขภาพใจที่ดี และการพัฒนาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความยั่งยืน โดยเมื่อปีที่ผ่านมา ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากโรงเรียนทั่วประเทศที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 600 โรงเรียน และส่งผลงานเข้าประกวดถึง 91 โรงเรียน ซึ่งโรงเรียนที่ชนะระดับประถมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 2 วัดดอนมูลชัย จังหวัดตาก และโรงเรียนที่ชนะระดับมัธยมศึกษา ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 กิตติขจร จังหวัดตาก สำหรับโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษาที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ “สุดยอดโรงเรียนสุขภาพดี – AIA Healthiest Schools” ปีที่ 3 ได้แล้วที่เว็บไซต์ ahs.aia.com/th/th/ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 8 มีนาคม 2567
กรุงเทพฯ 26 กันยายน 2567 – ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของคอนเสิร์ตการกุศล “Share the Love Charity Concert” โดย Bangkok Charity Orchestra เชิญชวนผู้สนใจร่วมรับฟังบทเพลงรักอมตะข้ามกาลเวลา ขับร้องโดยสามศิลปินระดับตำนาน ได้แก่ ชรัส เฟื่องอารมย์ ยุรนันท์ ภมรมนตรี และ สุเมธ องอาจ พร้อมการเรียบเรียงใหม่อย่างประณีตโดยการอำนวยเพลงของ จุลยุทธ โล่โชตินันท์ รายได้ทั้งหมดจากการจำหน่ายบัตร มอบให้แก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งปันความรักและความสุขผ่านบทเพลง ในวันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงละครอักษรา คิงพาวเวอร์ รางน้ำ บัตรราคา 1,000 บาท (ที่นั่ง Standard) 2,500 บาท (ที่นั่ง Premium) และ 3,500 บาท (ที่นั่ง VIP) ติดต่อจองบัตรได้ทางเบอร์ 02 259 9900 หรือทางเว็บไซต์ https://form.jotform.com/230814043541446 ###
เมืองไทยประกันชีวิต ปลื้มรับรางวัลสูงสุดในเอเชีย “Enterprise Asia Linchpin of Asia Awards 2024” พร้อมด้วยรางวัล “Corporate Excellence Award” รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และ “สาระ ล่ำซำ” คว้ารางวัลสุดยอดผู้นำองค์กร Master Entrepreneur Award ติดต่อกันเป็นปีที่ 4ในงาน Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2024 จากองค์กรระดับภูมิภาค Enterprise Asia นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงาน Asia Pacific Enterprise Awards (APEA) 2024 ของ Enterprise Asia และได้รับรางวัล “Enterprise Asia Linchpin of Asia Awards 2024” ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับองค์กรที่เป็นเลิศในอุตสาหกรรม มีการบริหารจัดการองค์กรที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยมที่สุดและเป็นองค์กรที่โดดเด่นที่สุดในเอเชีย ตลอดจนจนประสบความสำเร็จในธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และสร้างความสำเร็จในอุตสาหกรรมประกันภัย โดยพิจารณาจาก 16 ประเทศและใน 24 อุตสาหกรรม ที่มีผลงานโดดเด่นและมีความมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจจนประสบความสำเร็จในระดับภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งมีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมเพื่อสร้างการเติบโตขององค์กรอย่างยั่งยืน รางวัลดังกล่าวนี้แสดงให้เห็นว่าเมืองไทยประกันชีวิต มีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ตลอดจนแนวนโยบายในการดำเนินธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้บริษัทฯ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมภาคประกันภัย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความ ต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า มุ่งมั่นที่จะเป็น “พันธมิตรด้านการวางแผนชีวิตและสุขภาพที่เชื่อถือได้อันดับหนึ่งในใจลูกค้า” และประสบความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้กับการประกันภัยในทุกกลุ่ม สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมผู้สูงอายุที่มีความรู้ทางดิจิทัลและปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนำเทคโนโลยีมาใช้และใช้ประโยชน์จากเครือ ข่ายพันธมิตรที่หลากหลายในอุตสาหกรรม อาทิ โรงพยาบาล การดูแลสุขภาพ ธนาคาร อีคอมเมิร์ซ และอสังหาริมทรัพย์ จึงทำให้เมืองไทยประกันชีวิตเป็นผู้นำตลาดที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และในโอกาสนี้บริษัทฯ ยังได้รับรางวัล “Corporate Excellence Award” …
ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ไทยพาณิชย์ โพรเทค นำโดย นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด นายสุทัศน์ ลาภเกียรติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการพาณิชย์ บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด จับมือพันธมิตรทางธุรกิจ ประกอบด้วย นางรมิดา รัสเซลล์ มณีเสถียร กรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานสื่อสารองค์กร บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นางสาวสิราภรณ์ วัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด และ “โอปอล” สุชาตา ช่วงศรี มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2024 ร่วมเปิดตัวโครงการ “Lady Protect คุ้มครองหญิงไทย สู้ภัยมะเร็ง” ส่งต่อพลังความห่วงใย เพื่อเร่งเสริมความรู้แก่ผู้หญิงไทยในเรื่องความคุ้มครองหากต้องเจอโรคร้าย และลดความกังวลใจกับค่ารักษาพยาบาล รวมถึงการดูแลสุขภาพเมื่อเจอโรคที่ไม่คาดฝัน มอบสิทธิ์ลุ้นรับทุนประกันความคุ้มครองรวม 50 ล้านบาท มอบส่วนลดค่าเบี้ยประกันโรคร้ายแรง 30% และร่วมบริจาค 100 บาทในทุก 1 กรมธรรม์ประกันภัยโรคร้ายแรงแก่มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด กล่าวว่า โรคมะเร็งยังคงสร้างความเสี่ยงให้ผู้หญิงไทยอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ผู้หญิงไทยป่วยเป็นมะเร็งเต้านมมากที่สุด รองลงมาคือมะเร็งปากมดลูก อีกทั้งแนวโน้มของการเกิดโรคดังกล่าวในกลุ่มผู้หญิงไทยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นกลุ่มลูกค้าที่ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ไทยพาณิชย์ โพรเทค ให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะผู้หญิงต้องเผชิญกับความท้าทายด้านสุขภาพ โดยเฉพาะโรคร้ายแรงสำหรับผู้หญิง และความเสี่ยงที่สูงขึ้นสำหรับโรคมะเร็งบางประเภทซึ่งสามารถรักษาให้หายและกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติได้สำเร็จหากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก ธนาคารและพันธมิตรทางธุรกิจซึ่งมีวิสัยทัศน์เดียวกันในการเสริมพลังให้ผู้หญิงสามารถดูแลสุขภาพตัวเองได้ จึงร่วมกันจัดทำโครงการ”Lady Protect คุ้มครองหญิงไทย สู้ภัยมะเร็ง”…
