นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ได้รับการจัดอันดับ The Fortune Most Powerful Women Asia 2024 จากนิตยสาร Fortune ให้เป็นผู้นำหญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุด 1 ใน 3 อันดับแรกของไทย และเป็น 1 ใน 30 ของผู้นำหญิงที่ได้รับการคัดเลือกให้ติดอันดับในภูมิภาคเอเชีย จากความสำเร็จในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและสร้างความเป็นเลิศทางธุรกิจให้แก่ธนาคารกสิกรไทย
Author: staff
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ในฐานะผู้นำด้านสินเชื่อบ้านที่มีโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ตรงใจกลุ่มคนต้องการมีบ้าน ร่วมกับบริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มุ่งมั่นพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อสังคมที่ดีอย่างยั่งยืน เดินหน้ามอบประสบการณ์และความสุขต่อเนื่องให้กลุ่มคนที่ต้องการมีบ้านในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ จัดดีลสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี เมื่อซื้อบ้านพร้อมอยู่จาก 38 โครงการของบริทาเนีย ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2567 เพื่อสนับสนุนให้ทุกคนเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล และยังสามารถมีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นได้ นายอธิศ วงศ์ศศิธร รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อมีหลักประกัน ทีเอ็มบีธนชาต และ ดร.ศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) ผนึกกำลังร่วมจัดแคมเปญสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงภาวะเศรษฐกิจซบเซา มอบอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 2 ปี เมื่อซื้อบ้านจากโครงการบริทาเนียที่ร่วมรายการ พร้อมรับฟรี ค่าประเมินราคาหลักทรัพย์ และค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยตลอดอายุสัญญา และยังสามารถเลือกระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 35 ปี ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2567 สำหรับโครงการของบริทาเนียที่เข้าร่วมรายการ มีทั้งสิ้น 38 โครงการ มีบ้านหลากหลายรูปแบบทั้งทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยว ครอบคลุมทุกทำเลทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด โซนกรุงเทพฯตะวันออก บางนา บางพลี บางบ่อ แพรกษา เทพารักษ์ พระราม 9 กรุงเทพกรีฑา บางปะกง อมตะนคร โซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ รามอินทรา จตุโชติ สายไหม คูคต โซนกรุงเทพฯ ตอนใต้ – ฝั่งตะวันตก ประชาอุทิศ ทวีวัฒนา ราชพฤกษ์ ติวานนท์ นนทบุรี โซนต่างจังหวัด ระยอง ชลบุรี อยุธยา อุดรธานี ขอนแก่น ฯลฯ ราคาขายเริ่มต้นที่ 2.29 ล้านบาท ไปจนถึง 40 ล้านบาท สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เจ้าหน้าที่ประจำโครงการ หรือ สมัครสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ที่ https://www.ttbbank.com/link/new-home-pr ทีทีบี ยึดมั่นในแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยสนับสนุนให้ลูกค้ากู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว เพื่อมีชีวิตทางการเงินดีทั้งในวันนี้และอนาคต ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา 3.99%-5.00% ต่อปี (MRR = 7.83% ต่อปี ณ วันที่ 3 ต.ค. 66) • อัตราผ่อนชำระล้านละ 2,500 บาท/เดือนนาน 2 ปีแรก สมมติฐานการคำนวณมาจาก เงินกู้ซื้อบ้าน มูลค่า 1,000,000 บาท ระยะเวลาผ่อน 35 ปี ในอัตราดอกเบี้ย 0% ต่อปี นาน 2 ปีแรก ปีที่ 3 อัตราดอกเบี้ย 3.40% ต่อปี…
ธนาคารไทยพาณิชย์ ส่งแรงบันดาลใจการทำธุรกิจอย่างยั่งยืนแก่ธุรกิจครอบครัว จัด Bootcamp “Next-Gen Business Leaders: การต่อยอดธุรกิจสำหรับผู้สืบทอด กรณีศึกษาสถานีบริการน้ำมันซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านการบริหารสู่ทายาทรุ่น 2 แนะปรับรูปแบบกิจการสู่ธุรกิจตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางนอกเหนือจากธุรกิจปั๊มน้ำมัน พร้อมสนับสนุนเอสเอ็มอีดั้งเดิมเดินหน้าสู่ธุรกิจรักษ์โลกด้วยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน เตรียมพร้อมส่งต่อกิจการสู่เจนเนอเรชั่นถัดไป ปัจจุบันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่เพียงต้องเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ กระทบยอดขายแต่ยังต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ตามพฤติกรรมผู้บริโภค และเทรนด์ธุรกิจโลกที่เปลี่ยนไป ซึ่งเป็นอีกความท้าทายสำคัญ ในการนำพาธุรกิจเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน ส่งไม้ต่อกิจการไปยังทายาทธุรกิจรุ่นถัดไป นางพิกุล ศรีมหันต์ รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่า เอสเอ็มอีในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัว แต่สามารถดำเนินธุรกิจต่อได้ ในรุ่นที่ 2 เพียง 30% และลดลงเหลือเพียง 12% ในรุ่นที่ 3 และ 3% ในรุ่นที่ 4 ด้วยเหตุดังกล่าวธนาคารไทยพาณิชย์จึงมุ่งมั่นสนับสนุนลูกค้าส่งต่อธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยเริ่มจากกลุ่มธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน เนื่องจากพบว่าเป็นธุรกิจที่กำลังเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นไปพร้อมกับการส่งต่อธุรกิจให้ทายาท ธนาคารจึงจัดสัมมนา Bootcamp “Next-Gen Business Leaders: การต่อยอดธุรกิจสำหรับผู้สืบทอด เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ การแชร์ไอเดียการต่อยอดธุรกิจ รวมถึงแนะนำเครื่องมือทางการตลาดรูปแบบใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มTikTok เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการสานต่อกิจการจากรุ่นสู่รุ่น โดยได้รับความร่วมมือจากสมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันพลังไทย นำผู้ประกอบการและทายาทธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน เข้าร่วมฟังการสัมมนาจำนวน62 บริษัท “สถานีบริการน้ำมันเป็นธุรกิจที่ต้องปรับโมเดลธุรกิจสู่ Less Brown เพื่อเพิ่มยอดการเข้าใช้บริการในสถานีบริการให้มากขึ้น นอกเหนือจากธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์และตอบโจทย์นักเดินทาง เช่น บริการนวด สปา รองรับลูกค้าที่มีระยะเวลารอคอยการชาร์จรถอีวีในสถานีบริการน้ำมัน เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ประกอบการควรบริหารกิจการให้เกิดประสิทธิภาพ ด้วยการนำเครื่องมือทางการเงินมาใช้ปรับปรุงและขยายกิจการสู่ความยั่งยืน” นางพิกุล กล่าว SCB พร้อมสนับสนุนเงินทุนเพื่อการปรับตัวธุรกิจ ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้จัดเตรียม “สินเชื่อเพื่อความยั่งยืน” เพื่อการปรับตัว ด้วยวงเงินกู้ระยะยาว อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3.99% 1 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี เพื่อติดตั้งโซลาร์รูฟ, การเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงาน, ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสีย และมลพิษ…
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลประกาศนโยบายแก้ไขหนี้ทั้งระบบ และได้มอบหมายธนาคารออมสินจัดตั้งบริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด หรือ ARI-AMC โดยการร่วมทุนกับบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตเพื่อประกอบธุรกิจเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์จากธนาคารแห่งประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ธนาคารจึงเดินหน้าตามแผนการโอนหนี้สินเชื่อที่เป็น NPLs ให้ ARI-AMC นำไปเข้ากระบวนการปรับโครงสร้างหนี้หรือไกล่เกลี่ยหนี้ด้วยเงื่อนไขที่ผ่อนปรนมากขึ้น โดยทำการโอนหนี้ ครั้งที่ 1 จำนวนกว่า 130,000 บัญชี วงเงิน 11,000 ล้านบาท ประเภทสินเชื่อทั้งที่มีและไม่มีหลักประกัน และลูกหนี้มีบัญชีต่อราย จำนวน 1 บัญชี ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้หลุดพ้นจากการเป็นผู้เสียประวัติทางเครดิตได้ง่ายขึ้น กลับมามีสถานะหนี้ผ่อนปกติหรือหนี้ปิดบัญชีจะทำให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบในอนาคต และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบได้ ที่สำคัญยังเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนตามนโยบายรัฐบาล และส่งผลดีต่อสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ทั้งนี้ ธนาคารจะทำการโอนหนี้อีก 2 ครั้ง ภายในต้นปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะช่วยลูกหนี้ได้ทั้งหมดกว่า 400,000 บัญชี คิดเป็นมูลค่าเงินต้นกว่า 30,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ARI-AMC จัดตั้งขึ้นโดยการร่วมทุนระหว่างธนาคารออมสิน กับ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM มีวัตถุประสงค์เป็นธุรกิจเพื่อสังคม เพื่อรับซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงินของรัฐ โดยมีทุนจดทะเบียนที่ 1,000 ล้านบาท ในสัดส่วนการร่วมทุนเท่ากันที่ 50:50 และมีระยะเวลาในการดำเนินการไม่เกิน 15 ปี ตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยระยะแรก ARI-AMC จะรับซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นการรับซื้อหนี้สินเชื่อทั่วไปทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน โดยเป็นกลุ่มลูกหนี้รายย่อย SMEs รวมถึง หนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ที่มีสถานะเป็นหนี้เสีย หนี้สูญ และ NPA ที่มีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป ยอดหนี้ไม่เกิน 20 ล้านบาท ครอบคลุมหนี้ที่ยังไม่ดำเนินคดี…
ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จัดสัมมนาใหญ่ประจำปี 2567 ‘Navigating the Future : A Holistic Approach to Global Economic Dynamics’ ให้ลูกค้าธุรกิจ พันธมิตร และบริษัทขนาดใหญ่ โดย ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย แบ่งปันมุมมองเศรษฐกิจโลกและไทย และการเตรียมตั้งรับ ตามด้วย ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษา สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาฯ และรองคณบดี คณะนิติศาสตร์จุฬาฯ วิเคราะห์เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปรียบเทียบนโยบายและผลกระทบต่อไทย ถัดมา เจสัน ลี หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ปลุกกระแส ‘อยู่เย็นเป็นสุข’ กระตุ้นผู้ฟังในห้องซึ่งเป็นนักธุรกิจ ดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน ตบท้ายด้วย นัชชา เลิศหัตถศิลป์ Co-founder & CEO และ สิทธิกร นวลรอด Co-founder & Chief Product Officer บริษัท CarbonWize แพลตฟอร์มวัดผลและติดตามฟุตพริ้นท์ กระตุกมุมคิดภาคธุรกิจที่กำลังตั้งเป้า Net Zero ต้องเริ่มจากตรวจวัดสุขภาพร่างกายองค์กรก่อน ส่งผลให้คุณหมอตรวจ ลงมือแก้ไขปรับปรุง เพื่อบรรลุเป้าหมาย Zero emissions มีภาคธุรกิจเข้าร่วมฟังสัมมนาคึกคักเช่นทุกปี โดยมีคณะผู้บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย นำโดย พอล วอง ชี คิน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วุธว์ ธนิตติราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บรรษัทธุรกิจและธุรกรรมการเงิน ปนิดา ตั้งศรีวงษ์รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สถาบันการเงินประเทศไทย และ CLMV กนต์ธีร์ ประเสริฐวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่…
คุณชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ (กลาง) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณยุพเรศ พิริยะพันธุ์ (ที่ 3 จากซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) (TQR) ร่วมบริจาคเงินจำนวน 120,000 บาท ให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ) เพื่อสนับสนุนการทำงาน ใช้เป็นทุนสำหรับดำเนินโครงการต่างๆ ของมูลนิธิฯ รับมอบโดยคุณเสาวณี สุวรรณชีพ (ที่ 3 จากขวา) ประธานกรรมการ มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ภายในงานเปิดตัวโครงการ “Thaivivat Caring Forward คิดเผื่อเพื่อสังคม” และงานคอนเสิร์ตการกุศล ภายใต้แนวคิด Beyond Insurance for a Better Society มากกว่าประกันภัยคืนสู่สังคม ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 74 ประกันภัยไทยวิวัฒน์ โดยมีคุณจีรพันธ์ อัศวะธนกุล (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคุณเทพพันธ์ อัศวะธนกุล (ที่ 1 จากซ้าย) รองกรรมการผู้อำนวยการ บมจ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ร่วมแสดงความยินดี ทั้งนี้ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เป็นพันธมิตรที่ดีทางธุรกิจประกันภัยและประกันภัยต่อมาโดยตลอด โดยกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นที่โรงละครอักษรา คิง พาวเวอร์ เมื่อเร็วๆ นี้
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ร่วมสนับสนุนกิจกรรม “Go Run มันส์กว่าเดิม #2” กิจกรรมเดิน-วิ่งระยะทาง 5 กิโลเมตร ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มทิสโก้เพื่อกระตุ้นให้คนไทยหันมาสนใจในการดูแลสุขภาพผ่านการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งเพื่อรณรงค์ให้ห่างไกลจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยมีคณะผู้บริหารและพนักงานจาก กลุ่มทิสโก้ เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ พร้อมด้วยพันธมิตรเข้าร่วมกว่า 250 คน ภายในงาน ได้รับเกียรติจาก นางสาวยุวดี งานทวีกิจ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจ บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) นำทีมคณะผู้บริหาร และพนักงาน ของเจนเนอราลี่เข้าร่วมกิจกรรม โดยมี นางกุสุมา ประถมศรีเมฆ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ นางสาวยุวดี กล่าวว่า “กิจกรรม Go Run มันส์กว่าเดิม #2” เป็นกิจกรรมที่กลุ่มทิสโก้จัดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 มุ่งเน้นให้คนไทยดูแลสุขภาพ เพราะสุขภาพคือความมั่งคั่งที่ยั่งยืน โดยเริ่มต้นที่ผู้บริหารและพนักงานในองค์กร พร้อมกระชับความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นทางธุรกิจกับพันธมิตร ทั้งนี้ เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ในฐานะผู้ให้บริการประกันที่ดูแลและป้องกันความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ให้ลูกค้า จึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในผลักดันให้สังคมตระหนักถึงการดูแลสุขภาพด้วยการป้องกันมากกว่าการรักษา ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะมอบสิ่งที่ดีให้กับลูกค้าทั้งด้านความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ โดยภายในงาน มีการจัดอันดับและมอบรางวัลให้กับนักวิ่งที่เข้าร่วม พร้อมมอบหนังสือ “NCDs โรคร้ายที่คนไทย (อาจ) หนีไม่พ้น!” ให้เป็นที่ระลึก เพื่อเป็นแรงจูงใจและปลุกพลังในการหันมาดูแลตัวเอง ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ สวนจตุจักร
เรื่องราวดีๆ ที่เกิดขึ้นกับวงการสินเชื่อทะเบียนรถ… ล่าสุด “เงินติดล้อ” ได้จัดทำ “สัญญาภาษาเข้าใจง่าย” โดยลดการใช้ภาษาทางการเงินและกฎหมายที่มีความซับซ้อน เข้าใจยาก เพื่อช่วยให้ลูกค้าและผู้ใช้สินเชื่อทะเบียนรถ สามารถทำความเข้าใจรายละเอียดและเงื่อนไขในสัญญาได้ง่ายขึ้น และยังได้สื่อสารรณรงค์เชิญชวนให้อ่านสัญญา เพื่อรักษาสิทธิของตัวเองก่อนเซ็นสัญญาสินเชื่อ โดยลูกค้า ผู้ใช้สินเชื่อ และประชาชนทั่วไป สามารถอ่านรายละเอียดสัญญาสินเชื่อทะเบียนรถ บัตรติดล้อ และหนังสือค้ำประกันการกู้ยืมเงิน ได้ที่เว็บไซต์เงินติดล้อ www.tidlor.com ทั้งนี้ ที่ผ่านมา บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ผู้นำธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ ภายใต้แบรนด์ “เงินติดล้อ” ดำเนินธุรกิจภายใต้เจตนาในการสร้างโอกาสทางการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใสให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อรายย่อย กลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือกลุ่มลูกค้าเปราะบาง ที่อาจไม่สามารถเข้าถึงบริการด้านการเงินที่มีมาตรฐานจากธนาคารหรือสถาบันการเงินทั่วไปได้ ซึ่งการจัดทำ “สัญญาภาษาเข้าใจง่าย” และการเปิดเผยบนเว็บไซต์ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความเชื่อ และสิ่งที่เงินติดล้อยึดมั่นในการยกระดับมาตรฐานของธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถ สร้างความโปร่งใส และรักษาสิทธิให้กับกลุ่มผู้ใช้สินเชื่อรายย่อยได้เป็นอย่างดี และยังถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้การดำเนินธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถในประเทศไทย ที่มีบทบาทเป็นที่พึ่งด้านการเงินให้กับประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินจากสถาบันการเงินทั่วไปได้ เปรียบเหมือนเป็นป้อมปราการด้านการเงินด่านสุดท้ายของประชาชน ก่อนต้องหันไปพึ่งพาแหล่งเงินทุนนอกระบบ ซึ่งปัจจุบันยังเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมข้อมูลเงินติดล้อได้ที่…
กรุงเทพ, 9 ตุลาคม 2567 – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดองค์กรต้นแบบ การจัดการขยะครบวงจรประเภทกลุ่มธนาคาร จัดโดยสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร (BMA) สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการขยะอย่างยั่งยืน ด้วยแผนดำเนินการต่างๆ ในการบริหารจัดการขยะของยูโอบี ประเทศไทยภายใต้โครงการ UOB Waste to Wonder ที่ส่งเสริมการดูแลสิ่งแวดล้อม เสริมสร้างความตระหนักรู้ให้พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องการบริโภค อย่างรับผิดชอบทำให้ยูโอบี ประเทศไทย เป็นเพียงธนาคารเดียวในปีนี้ที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกตามวิถี“องค์กรไร้ขยะ” (Zero-Waste Organisation) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการBKK Zero Waste ของกรุงเทพมหานคร ที่มุ่งเน้นการลดขยะ ตั้งแต่ต้นทางและส่งเสริมการจัดการขยะอย่างยั่งยืน มร เชา วง ยวน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความยั่งยืน ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยกล่าวว่า “รางวัลนี้สะท้อนความจริงที่สำคัญว่าทุกการลงมือทำไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดสามารถสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ การบริหารจัดการขยะของธนาคารเรานั้นเป็นความร่วมมือทั่วทั้งองค์กร ซึ่งไม่เพียงแต่จัดหาสิ่งอำนวยความสะดวก แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างวัฒนธรรมความยั่งยืนภายในยูโอบี เราได้ให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับการลดปริมาณขยะและการแยกขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งการนำแนวปฏิบัติเหล่านี้มาใช้ ไม่เพียงแต่เราสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของเราเอง แต่นับเป็นการสนับสนุนเป้าหมายของกรุงเทพมหานครในการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน ความพยายามนี้แสดงให้เห็นว่าภาคการเงินสามารถเป็นตัวเร่งสำคัญในการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มต้นจากภายในองค์กรของเราและขยายไปสู่ชมชนได้” โครงการประกวดต้นแบบการจัดการขยะครบวงจรมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ส่งเสริมความร่วมมือใน การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทางแหล่งกำเนิดให้มีประสิทธิภาพพร้อมสนับสนุนการแลกเปลียนเรียนรู้แนวทาง ปฏิบัติที่ดีที่สุดในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขตในชุมชนหรือองค์กรแหล่งกำเนิดขยะถึง 18แหล่งกำเนิด โดยต้นแบบที่ได้รับการคัดเลือกต้องผ่านเกณฑ์ประเมินการจัดการขยะตามวิถี “องค์กรไร้ขยะ” (Zero-Waste Organisation) ประกอบด้วยการกำหนดนโยบาย มาตรการหลักเกณฑ์และแนวทางการดำเนินงาน มาตรการส่งเสริมการลดขยะและคัดแยกขยะที่ต้นทาง แนวทางการสื่อสารสร้างความร่วมมือและรณรงค์ และการบริหารจัดการขยะแต่ละประเภท รางวัลนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของยูโอบีในการผสานเรื่องความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนในการดำเนินธุรกิจหลักของธนาคาร อันจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อลูกค้า พนักงาน ชุมชนและสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง # # # เกี่ยวกับธนาคารยูโอบี ธนาคาร ยูโอบี เป็นธนาคารชั้นนำในภูมิภาคเอเชีย มีสำนักงานใหญ่ที่ประเทศสิงคโปร์และมีการดำเนินธุรกิจในจีน อินโดนิเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม อีกทั้งยังมีเครือข่ายระดับโลกที่ประกอบด้วยสำนักงานประมาณ 500 แห่ง ใน 19 ประเทศและเขตการปกครอง ทั้งในเอเชียแปซิฟิก ยุโรปตะวันตก และอเมริกาเหนือ นับตั้งแต่ก่อตั้งเมื่อปีพ.ศ 2478 ธนาคารยูโอบีได้พัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องผ่านการควบรวมกิจการที่สำคัญ ปัจจุบันธนาคารยูโอบีได้รับการจัดลำดับให้เป็นธนาคารที่มีความแข็งแกร่งในระดับสากลจากบริษัทจัดลำดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ได้แก่ ความน่าเชื่อถือระดับ Aa1 โดย มูดีส์ อินเวสเตอร์…
