Author: staff

นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติให้ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี และเพื่อเป็นการสนองนโยบายรัฐบาลในการลดภาระทางการเงินของประชาชนในช่วงนี้ ล่าสุด ธนาคารออมสิน จึงประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภท ประกอบด้วย ดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินกู้ที่มีระยะเวลา (MLR) ลดลงเหลือ6.900% ต่อปี และดอกเบี้ยเงินกู้ขั้นต่ำประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลงเหลือ 6.745% ต่อปี ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย (MRR) ที่มีการลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ต่อปี ไปก่อนหน้านี้ ซึ่งจะครบกำหนดมาตรการในวันที่ 31 ตุลาคม 2567 นี้ ก็จะได้รับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน อยู่ที่อัตรา 6.595% ต่อปี และเป็นอัตราดอกเบี้ย MRR ที่ต่ำสุดเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ถือเป็นการปรับลดดอกเบี้ย MRR ครั้งที่ 3 ของปีนี้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 เป็นต้นไป สำหรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก จะยังคงตรึงดอกเบี้ยไว้ในอัตราเดิมให้ได้นานที่สุด เพื่อให้ประชาชนมีรายได้จากอัตราดอกเบี้ย ภายใต้ภารกิจเพื่อสังคมในการมุ่งส่งเสริมการออม ตามที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล การประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทในครั้งนี้ เป็นการช่วยเหลือลูกค้าเงินกู้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มฐานราก และกลุ่ม SMEs ในการลดภาระต้นทุนทางการเงิน ให้มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนโดยตรง ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ง่ายและมากขึ้น นับเป็นการเดินหน้าตามภารกิจของธนาคารในการสร้างผลกระทบเชิงบวกให้เกิดกับสังคมอย่างต่อเนื่อง

Read More

  บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  Ageas SA/NV  และบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเฉลิมฉลองสัมพันธภาพอันล้ำค่าอย่างยิ่งใหญ่ ในโอกาสครบรอบ 20 ปี จัดงาน “20th Anniversary: Honouring Our Treasured Relationship” พร้อมเดินหน้าผนึกกำลังส่งต่อการสร้างความมั่นคงแก่คนไทยผ่านนวัตกรรมประกันภัยที่หลากหลายตอบโจทย์ทุกความแตกต่าง ยกระดับความพึงพอใจเพื่อความสุขที่ยั่งยืน   โดยมีนายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)  นายบาร์ท เดอ สเมท  ประธานกรรมการ  Ageas SA/NVนายฮานส์ เดอ คายเปอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Ageas SA/NV และนางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ ณ ห้องรอยัล บอลรูม  โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล กรุงเทพฯ ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท  ปลัดกระทรวงการคลัง  นายวรภัค ธันยาวงษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)  พร้อมด้วยผู้รับเชิญและผู้บริหารร่วมงานในบรรยากาศที่แสนอบอุ่นอย่างคับคั่ง ทั้งนี้ นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)      กล่าวว่า  “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง Ageas กับเมืองไทยประกันชีวิตประสบความสำเร็จ สามารถสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่ง และการสร้างความแตกต่างที่โดดเด่นให้กับธุรกิจ รวมถึงการสนับสนุนให้คนไทยได้รับความคุ้มครองประกันชีวิตและประกันสุขภาพ และช่วยต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสนับสนุนการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าให้มากขึ้น ในช่วงเวลาสำคัญของการเติบโตและขยายตัวของเมืองไทยประกันชีวิต โดย  เอจิเอิส…

Read More

  นางสาวดารบุษป์ ปภาพจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด  หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเผยว่า ภาพรวมการลงทุนขณะนี้กองทุนประเภทเทอมฟันด์ยังคงได้รับการตอบรับจากนักลงทุนจำนวนมาก เนื่องจากให้ผลตอบแทนที่แน่นอนและยังสามารถรักษาเงินต้นได้  โดยเห็นได้จากการเปิดเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6M27 รุ่นก่อนหน้าของบลจ.อีสท์สปริง หรือ ในช่วง 2สัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถปิดการขายได้เกินจำนวนมูลค่าเงินทุนโครงการ เป็นเงิน 7,575,132,054.41 บาท   ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว บลจ.อีสท์สปริง จึงเปิดเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6M28 (ES-GOVCP6M28) อายุประมาณ 6 เดือน เงินทุนโครงการ 5,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มุ่งรักษาเงินต้นที่ผู้ลงทุนจะมีโอกาสได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันครบอายุโครงการ โดยเสนอขายครั้งแรกครั้งเดียวระหว่างวันที่ 18-21 ตุลาคม 2567 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท โดยกองทุน  ES-GOVCP6M28 มีนโยบายที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในตั๋วเงินคลัง และ/หรือพันธบัตรรัฐบาล และ/หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ในอัตราส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือจะลงทุนในเงินฝากธนาคาร และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ และกองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนเพียงครั้งเดียวและถือครองทรัพย์สินที่ลงทุนจนครบอายุโครงการ (Buy and Hold) โดยคาดหวังจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 2.02% ต่อปี ณ วันครบอายุโครงการ ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายประมาณ 0.17% ต่อปี ณ วันครบอายุโครงการ แล้ว ผู้ลงทุนจะได้รับประมาณการผลตอบแทนอยู่ที่1.85% ต่อปีของเงินลงทุนเริ่มแรก (แหล่งที่มาของข้อมูล อัตราผลตอบแทนที่เสนอขายโดยผู้ออกตราสาร ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2567) ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดอายุกองทุน บลจ.อีสท์สปริง จะดำเนินการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ และทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนทั้งจำนวนของผู้ถือหน่วยทุกราย ไปยังกองทุนเปิดอีสท์สปริง ธนรัฐ (ES-TM) หรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นที่บลจ.อีสท์สปริง เปิดให้บริการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ในวันทำการก่อนวันสิ้นสุดอายุโครงการ…

Read More

  รายละเอียดตามไฟล์แนบ มูลค่าแบรนด์ของอลิอันซ์เพิ่มขึ้น 13% เพิ่มขึ้นจาก 20.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 23.56 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ อลิอันซ์เป็นบริษัทประกันอันดับหนึ่งจากการจัดอันดับของ Interbrand หกปีติดต่อกัน อลิอันซ์ได้เลื่อนอันดับขึ้นเป็นครั้งแรกติดอันดับ 30 แบรนด์ที่ดีที่สุดในโลก โดยอยู่ในอันดับที่ 29! อลิอันซ์ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นบริษัทประกันภัยอันดับหนึ่งของโลกในการจัดอันดับแบรนด์ระดับโลกที่ดีที่สุดประจำปี 2567 โดย บริษัทที่ปรึกษาชั้นนำ Interbrand ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 ด้วยอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 13% จาก 20.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็น 23.56 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ  และเติบโตเพิ่มขึ้นในกลุ่มการเงิน 7% จากความสำเร็จนี้ทำให้อลิอันซ์ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในสามแบรนด์ด้านบริการการเงินที่ดีที่สุดในโลก ด้วยรายได้ที่สูงขึ้นและกำไรที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง รากฐานที่สำคัญของแบรนด์ จากความไว้วางใจของลูกค้ากว่า 124 ล้านคนในตลาด 70 ประเทศทั่วโลก รวมถึงพนักงานกว่า 157,000 คน และตัวแทนและโบรกเกอร์กว่า 120,000 คน ทั่วโลก ทำให้อลิอันซ์ไม่เพียงมีการเติบโตที่เหนือคู่แข่ง แต่ยังเติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมประกันโดยรวมอีกด้วย   ในปีนี้ อลิอันซ์ ได้ร่วมสนับสนุนงานระดับโลกอย่างโอลิมปิกเกมส์ 2024 และพาราลิมปิกเกมส์ 2024 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แสดงถึงความสามารถในการสนับสนุนนักกีฬา พร้อมทุกความท้าทายและความพยายามของนักกีฬาจากกว่า 200 ประเทศ และถ่ายทอดให้ผู้ชมทั่วโลกได้เห็น นอกจากนี้ ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งใน Fortune Top 100 บริษัทที่ดีที่สุดในการทำงานในยุโรป ประจำปี 2024 อีกด้วย การจัดอันดับครั้งนี้ จัดทำขึ้นโดยองค์กร Interbrands ผู้นำด้านการประเมินมูลค่าแบรนด์ตั้งแต่ปี 2531 โดยเป็นบริษัทแรกที่ได้รับการรับรองISO10668 สำหรับวิธีการประเมินมูลค่าแบรนด์ (กฎระเบียบสำหรับการประเมินมูลค่าแบรนด์เป็นตัวเงิน) นอกจากนี้ยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนามาตรฐานแบรนด์ ตั้งแต่ปี 2543 การจัดลำดับและรายงาน Best Global Brands ได้รับการตีพิมพ์ทุกปีและเป็นหนึ่งในการจัดลำดับที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดด้านการบริหารแบรนด์   เกี่ยวกับอลิอันซ์ กลุ่มอลิอันซ์เป็นหนึ่งในบริษัทประกันภัยและผู้บริหารจัดการสินทรัพย์ชั้นนำของโลกที่มีลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กรมากกว่า 125 ล้านราย  70 ประเทศทั่วโลก…

Read More

ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยนายศรชัย สุเนต์ตา รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Office and Product กลุ่มธุรกิจ Wealth และนายแพททริก ปูเลีย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ ร่วมประกาศความสำเร็จรางวัลธนาคารยอดเยี่ยมเพื่อการลงทุน (Thailand Best Bank for Investment Solutions, FX) จากเวที The Asset Triple A Awards ด้วยผลงานผลิตภัณฑ์หุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (Dual Currency Investment: DCI) ซึ่งเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยธนาคารไทยพาณิชย์เป็นผู้บุกเบิกในการนำเสนอผลิตภัณฑ์นี้ให้แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่(High Net Worth) สร้างความโดดเด่นในการมอบประสบการณ์การนำเงินดอลลาร์สหรัฐกลับประเทศจากบัญชีต่างประเทศรับอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยจากบัญชีเงินฝากสกุลเงินตราต่างประเทศ (FCD) โดยทั่วไป ผสานกับความเชี่ยวชาญของสายงานตลาดการเงินและแพลตฟอร์มการทำธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัล ส่งผลให้ธนาคารมีปริมาณธุรกรรมการลงทุนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ สําหรับผลิตภัณฑ์USD DCI สะท้อนภาพความมุ่งมั่นธนาคารดิจิทัลที่เป็นอันดับหนึ่งในด้านการบริหารความมั่งคั่ง พร้อมยกระดับการลงทุนแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-personalization)ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การบริหารความมั่งคั่งของลูกค้าในยุคดิจิทัล

Read More

          นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ภายในปี 2567 นี้ ธนาคารกำหนดเป้าหมายขยายผลการสร้าง Social Impact หรือผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมให้กว้างขวางขึ้น ผ่านมาตรการและการทำภารกิจ 10 ด้าน ได้แก่ 1) การแก้ไขหนี้/ยกหนี้ให้ครัวเรือน 2) การลดดอกเบี้ยเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย 3) การปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ/ผ่อนเกณฑ์อนุมัติ เพื่อดึงประชาชนกลุ่มฐานราก และกลุ่ม SMEs เข้าสู่ระบบการเงิน 4) การสนับสนุนนโยบายรัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 5) การช่วยเหลือภัยพิบัติเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน 6) การสร้างอาชีพให้ประชาชนกลุ่มฐานราก 7) การพัฒนาชุมชน 8) การส่งเสริมการออม 9) การสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และ 10) การดูแลสิ่งแวดล้อม โดยต้องสามารถเข้าช่วยเหลือสังคม ประเมินเป็นตัวเลขเม็ดเงินผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม (Social Impact) ได้ปีละมากกว่า 15,000 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นไป           ทั้งนี้ การที่ธนาคารสามารถช่วยเหลือสังคมได้ตามแผนงาน เกิดจากการที่รัฐบาลเห็นชอบการปรับตัวชี้วัดให้ธนาคารออมสินไม่เป็นรัฐวิสาหกิจที่มุ่งเน้นกำไรสูงสุด และให้ขยายผลการช่วยเหลือสังคมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแทน โดยมีอัตรากำไรอยู่ในระดับที่เหมาะสม (Responsible Profit) ทั้งนี้ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายกำไรในปี 2567 ประมาณ 27,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาดของ COVID-19 และกำไรส่วนนี้ยังถูกนำส่งเป็นรายได้ของรัฐต่อไปอีกด้วย ขณะที่ธนาคารยังมีความแข็งแกร่งด้วยปริมาณเงินสำรองส่วนเกินที่เพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับ 80,000 ล้านบาท (General Provision) ในปี 2567 (จากเดิมในปี 2562 มีเพียง 4,000 ล้านบาท เท่านั้น)           นอกจากนี้ ธนาคารได้เร่งขับเคลื่อนแผนขยายผลการช่วยเหลือสังคม และขยายขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว ด้วยการบริหารงานแบบกลุ่มบริษัทผ่าน 4 บริษัท ได้แก่ 1) บริษัท มีที่มีเงิน จำกัด ทำธุรกิจสินเชื่อที่ดินและขายฝาก เพื่อขยายการเข้าถึงสินเชื่อของกลุ่ม SMEs ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าตลาด 2) บริษัท บริหารสินทรัพย์อารีย์ จำกัด…

Read More

  “ศรีสวัสดิ์” เปิดแผนธุรกิจไตรมาสสุดท้ายปี 2567  ย้ำเดินหน้า “ศรีสวัสดิ์ เติบโตคู่ชีวิตชาวไทย” ให้บริการสินเชื่อที่รวดเร็วและทั่วถึงในพื้นที่ ที่มีความต้องการ โดยมีการบริหารความเสี่ยงของสินเชื่อให้เหมาะสมภายใต้การประเมิน ความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง และพุ่งเป้าลุยสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ พร้อมเป็นทางเลือกช่วยกลุ่มเปราะบางไม่ให้ติดกับดักหนี้นอกระบบ  ประเมินความต้องการสินเชื่อครัวเรือนปลายปีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่แบงก์พาณิชย์คุมเข้มการปล่อยสินเชื่อ เผยปัจจุบันลูกค้ามากกว่า 30% ในพอร์ตผันตัวมาจากหนี้นอกระบบ โดยลูกค้า 95% อยู่ในต่างจังหวัด เร่งปรับตัวพัฒนาแอปพลิเคชันตอบโจทย์ลูกค้ายุคดิจิทัล   นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องกรค์ บริษัทศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า ศรีสวัสดิ์ยังคงเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ขององค์กร “เติบโตคู่ชีวิตชาวไทย” ตามที่มุ่งมั่นมาโดยตลอด  สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจของศรีสวัสดิ์ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2567 จะโฟกัสสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นเรื่องของคุณภาพสินเชื่อ เพิ่มความเข้มงวดในหลักเกณฑ์และขั้นตอนการปล่อยสินเชื่อ พร้อมทั้งกำชับพนักงานให้อธิบายรายละเอียดกับลูกค้าอย่างครบถ้วน และแนะนำสินเชื่อให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าจริง ๆ รวมถึงติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้มีมาตรการช่วยเหลือหากลูกค้าผ่อนไม่ไหวจริง ๆ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเปราะบางในต่างจังหวัดอาจจะไม่ค่อยมีวินัยทางการเงินมากนัก ซึ่งศรีสวัสดิ์ได้พยายามให้ความรู้เรื่องการเงินกับลูกค้ามาโดยตลอด ทั้งมีการจัดอบรมให้ความรู้เองและร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ   “ศรีสวัสดิ์” เป็นผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย ภายใต้เครื่องหมายบริการ ศรีสวัสดิ์ เงินสดทันใจ ซึ่งประกอบธุรกิจหลัก สินเชื่อรายย่อยแบบมีหลักประกันประเภท ทะเบียนรถเก่าทุกประเภท บ้าน และโฉนดที่ดิน มีความเชี่ยวชาญและเติบโตจากการทำตลาดในต่างจังหวัด ปัจจุบันมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 5,600 สาขา เน้นให้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถเป็นหลัก ทั้งรถ 4 ล้อ,รถ 6 ล้อ, รถ 10 ล้อ และรถมอเตอร์ไซค์ โดยสัดส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์คิดเป็น 25% ของพอร์ต และโฉนดที่ดินคิดเป็น 25% ส่วนอีก 30% เป็นสินเชื่อมอเตอร์ไซค์เช่าซื้อ และประมาณเกือบ 20% เป็นสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งลูกค้าหลักเป็นกลุ่มที่ไม่สามารถเข้าถึงธนาคารพาณิชย์ได้ ถือเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับกลุ่มเปราะบางอย่างแท้จริง   จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวค่อนข้างช้า และรายได้ของครัวเรือนมีความไม่แน่นอนมากขึ้น สวนทางกับค่าครองชีพที่เพิ่มสูง ส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อของครัวเรือนยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ในขณะที่ธนาคารพาณิชย์เพิ่มความระมัดระวังและเข้มงวดในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เนื่องจากกังวลต่อความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและเครดิตของผู้กู้ ทำให้กลุ่มคนรายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากขึ้น ซึ่งศรีสวัสดิ์ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกของคนที่ต้องการเงินทุน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางสูง เพื่อไม่ต้องหันไปพึ่งหนี้นอกระบบ…

Read More

  กรุงเทพประกันชีวิต จัดพิธีมอบรางวัล Bangkok Life Hospital Awards ประจำปี 2024 เพื่อประกาศเกียรติคุณแก่โรงพยาบาลพันธมิตร 23 แห่ง ที่ได้รับคัดเลือกจากความเป็นเลิศในมิติต่างๆ ของการบริการ พร้อมยกระดับด้วยรางวัลทรงเกียรติ “โรงพยาบาลยอดเยี่ยมแห่งปี” กับเกณฑ์การพิจารณาใหม่ 6 มิติ ที่เพิ่มความสำคัญเรื่องความ “ใส่ใจ” และ “ความยั่งยืน” รวม 26 รางวัล โดยมี นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้มอบรางวัล ณ ห้องเลอ คองคอร์ด โรงแรมสวิสโซเทล รัชดาฯ   นายโชน เปิดเผยว่า การจัดงานมอบรางวัล Bangkok Life Hospital Awards2024 ในปีนี้ นับเป็นปีที่ 6 ที่กรุงเทพประกันชีวิตได้จัดขึ้นเพื่อประกาศเกียรติคุณและส่งมอบคำขอบคุณแก่โรงพยาบาลคู่สัญญา ที่ได้ให้การดูแลสุขภาพแก่ผู้เอาประกันภัยอย่างมีมาตรฐาน บริหารทรัพยากรอย่างเหมาะสม ช่วยสร้างความยั่งยืนในการประกันสุขภาพในภาพรวม และยังตอกย้ำนโยบายความใส่ใจของกรุงเทพประกันชีวิต ในการมุ่งมั่นดูแลและส่งมอบความคุ้มครองด้านสุขภาพที่ดีที่สุดเพื่อให้ผู้ทำประกันมีความพึงพอใจและมั่นใจในการใช้บริการ “เรามีความมุ่งมั่นในการเป็นแบรนด์ประกันที่ให้การดูแลใส่ใจลูกค้ามากกว่าการประกันชีวิต “The Most Caring Insurance Brand” ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความยั่งยืนของสังคม สิ่งแวดล้อม หนึ่งในกลยุทธ์หลักของเราคือการใส่ใจทุกดีเทลของชีวิต ผ่านทางสิทธิประโยชน์ที่ตรงความต้องการของลูกค้าแต่ละ Lifestyle โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และการส่งเสริมให้ผู้เอาประกันมีชีวิตที่ยืนยาว พร้อมคุณภาพชีวิตที่ดี ซึ่งปัจจัยสำคัญคือ การมีโรงพยาบาลพันธมิตรที่ดี มีมาตรรฐานในการให้บริการและมีความพร้อมในการร่วมกันออกแบบนำเสนอแคมเปญและสิทธิประโยชน์ด้านต่างๆ ของโรงพยาบาล ให้ตรงใจกับลูกค้า” นายโชนกล่าว สำหรับรางวัล  Bangkok Life Hospital Awards 2024  มีโรงพยาบาล 23 แห่ง ที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นเลิศ โดยในปีนี้ ยังมีรางวัลพิเศษ คือ รางวัล “โรงพยาบาลยอดเยี่ยมแห่งปี”  ที่มอบให้กับโรงพยาบาลที่มีการบริการด้านการประกันภัยและการบริการสินไหมประกันสุขภาพ โดยพิจารณาจากคะแนนรวม 4 ด้าน คือ ด้านการสนับสนุนความร่วมมือระดับองค์กรยอดเยี่ยม ด้านบริหารการจัดการทางการแพทย์ยอดเยี่ยม ด้านการประสานงานและบริหารจัดการสินไหมยอดเยี่ยม…

Read More

  BBL ชวนเพื่อนวิ่ง – ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ กรรมการบริหาร นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายลูกค้าบุคคล นำทีมผู้บริหาร และพนักงานธนาคาร            ร่วมกิจกรรมวิ่ง City Run เพื่อประชาสัมพันธ์และสำรวจเส้นทางวิ่งก่อนวันจริง ในงาน “Bangkok Bank Friend Run : BBL ชวนเพื่อนวิ่ง” ซึ่งจัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 80 ปี ธนาคารกรุงเทพ วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2567 ภายใต้แนวคิด “ได้เพื่อน ได้บุญ ได้สุขภาพ” โดยกำหนดเส้นทางวิ่งบนถนนย่านศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพมหานคร เริ่มต้นที่ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ สีลม วิ่งผ่านจุด Checkpoint ชื่อดัง ได้แก่ วัดพระศรีมหาอุมาเทวี (วัดแขก), Skywalk แยกสาทร-นราธิวาส (สะพานช่องนนทรี) และ ศาลท้าวมหาพรหมเอราวัณ (แยกราชประสงค์) ที่สำคัญยังวิ่งผ่านโรงพยาบาลเลิดสิน และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ซึ่งธนาคารฯ จะนำเงินที่ได้รับจากการสมัครวิ่งทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้แก่ทั้ง 2 โรงพยาบาล เพื่อสนับสนุนบริการและการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ ตอกย้ำบทบาทของธนาคารกรุงเทพ ในฐานะ ธนาคารชั้นนำระดับภูมิภาค “เพื่อนคู่คิด” ที่อยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกมิติตลอด 80 ปี  โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย นายแพทย์อดิศักดิ์ งานขจรวิวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลิดสิน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคุณหมอและบุคลากรนักวิ่งจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ และโรงพยาบาลเลิดสิน เข้าร่วมในกิจกรรมCity run ครั้งนี้ด้วย ธนาคารขอเชิญชวนทุกท่านมาวิ่งรับอากาศเย็นๆ กึ่งกลางฤดูหนาว ในกิจกรรม “Bangkok Bank Friend Run : BBL ชวนเพื่อนวิ่ง”…

Read More

เจสัน ลี ผู้บริหารฝ่ายความยั่งยืน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารพร้อมเดินหน้าสนับสนุน การเงินเปลี่ยนผ่าน (Transition Finance) เปลี่ยนโลกให้สะอาดขึ้น โดยเน้นกลุ่มธุรกิจน้ำมัน & ก๊าซ (Oil & Gas) และพลังงาน(Power) เพราะด้วยลักษณะธุรกิจเป็นกลุ่มที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสัดส่วนมากที่สุดประมาณ 70% ของอุตสาหกรรมทั้งหมด ธุรกิจกลุ่ม Oil & Gas ได้แก่ โรงกลั่นน้ำมัน แท่นขุดเจาะน้ำมัน ขณะที่ธุรกิจกลุ่มPower คือ โรงไฟฟ้า ซึ่งขณะนี้ ธนาคารเล็งเห็นภาคธุรกิจ 2 กลุ่มนี้ มีความต้องการเงินทุนเพื่อนำไปลงทุนในทรัพยากร คน อุปกรณ์ เครื่องมือ องค์ความรู้ และเทคโนโลยี ที่จะส่งผลให้การดำเนินธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ ตลอดจนปลายน้ำ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างเป็นรูปธรรม “ธนาคารให้ความสำคัญกับ 2 กลุ่มนี้เป็นอันดับแรก เพราะจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างและช่วยการลดก๊าซเรือนกระจกปริมาณมาก ที่น่ายินดีคือจากการสำรวจพบว่าธุรกิจ 2 กลุ่มนี้มีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจโดยเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นรูปธรรม และมีความต้องการการสนับสนุนทางการเงินอย่างชัดเจน (Committed Demand) วงเงินรวมกันจำนวน 20,000 ล้านบาท ซึ่งธนาคาร CIMB Thai พร้อมตอบสนอง Transition Finance ในส่วนนี้ ภายใน 24 เดือน ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (Sustainability-Linked Loan) ตราสารหนี้เปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน (Transition Bond) และสินเชื่อเปลี่ยนผ่านเพื่อความยั่งยืน(Transition Loan) เพื่อสอดคล้องกับเป้าหมายตามหลักวิทยาศาสตร์ (Science-based Targets) หรือเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่บริษัทต่างๆ กำหนดขึ้นเพื่อจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลก (1.5 องศาเซลเซียส)” เจสัน ลี กล่าว   ​ นอกจากความพร้อมให้การสนับสนุนด้านการเงิน CIMB Thai ยังมี ESG Advisory ที่พร้อมให้คำแนะนำการเปลี่ยนผ่านอย่างมีหลักการ แก่กลุ่มธุรกิจอีกด้วยเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบรรลุเป้าหมายโดยการสนับสนุนทางการเงินในครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างการเปลี่ยนผ่านที่เป็นธรรม (Just…

Read More