Author: staff

  นางวรางค์ ไชยวรรณ กรรมการและรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับรางวัล “TBS ALUMNI AWARDS 2024” จากศาสตราจารย์ พนัส สิมะเสถียร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตปลัดกระทรวงการคลัง อดีตรักษาการอธิการบดี และนายกสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะศิษย์เก่าดีเด่นคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม และบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม เป็นผู้ที่สร้างชื่อเสียง และคุณความดีอันเป็นประโยชน์ต่อสังคม ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ และเผยแพร่เกียรติคุณให้กับคณะฯ และมหาวิทยาลัยฯ จัดโดยสมาคมนักศึกษาเก่าพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Read More

              บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา เดินหน้าพัฒนาศักยภาพตัวแทนประกันชีวิต หัวใจสำคัญของธุรกิจประกันชีวิต ตอกย้ำคุณภาพตัวแทนประกันชีวิตด้วยรางวัลระดับเอเชีย ประเภท “ตัวแทนประกันชีวิตรายใหม่แห่งปี” (Rookie Insurance Agency Leader of The Year) ในงาน 9th Asia Trusted Life Agents & Advisor Awards 2024 (Asia Insurance Review)  เวทีประกวดระดับเอเชียของธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งจัดขึ้นโดยนิตยสาร Asia Insurance Review และ Asia Advisers Network จากประเทศสิงคโปร์ นายวิรงค์ พัฒนะกำจร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารตัวแทน บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต กล่าวว่า “อลิอันซ์ อยุธยา ยังคงให้ความสำคัญกับช่องทางตัวแทน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการดำเนินธุรกิจ จากผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ที่ผ่านมาของอลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัยรับรวมที่ 19,249 ล้านบาท ในขณะที่เบี้ยประกันภัยรับปีแรกเติบโตมากถึง 28%อยู่ที่ 4,580 ล้านบาท โดยมาจากช่องทางตัวแทน 1,542 ล้านบาท  แสดงให้เห็นว่า ช่องทางตัวแทนเป็นช่องทางที่สำคัญของธุรกิจประกันชีวิตที่ทำให้บริษัทเติบโต ด้วยกรมธรรม์ประกันชีวิตมีรายละเอียดที่แตกต่าง ซับซ้อน อาทิ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ Unit linked ประกันชีวิตควบการลงทุน จึงต้องอาศัยการสื่อสาร แนะนำจากตัวแทน รวมไปถึงการให้บริการหลังการขาย ในปัจจุบันคนไทยมีประกันชีวิตไม่เกิน 40 % รวมไปถึงตัวแทนประกันชีวิตที่มีเพียงหลักแสนคนเท่านั้น ถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับผู้ยังไม่มีประกันชีวิต โดยอาชีพตัวแทนประกันชีวิตยังถือเป็นอาชีพที่น่าสนใจ ซึ่งบริษัทมีการพัฒนาตัวแทนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มต้น บริษัทฯมี Agency Academy สอนพื้นฐานธุรกิจประกันชีวิต รายละเอียดของสินค้าแต่ละรูปแบบ รวมถึงเครื่องมือในการเสนอขาย ปิดยอด และบริการหลังการขาย หากใครสนใจอยากเข้าสู่ธุรกิจประกันชีวิต ขอเพียงมีความตั้งใจ มุ่งมั่น โอกาสไปสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน คุณธนินนัทธ์  อนันตจริยะพล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขาย…

Read More

              บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จัดงาน“ติด BUFF การเงิน TALK SHOW” มุ่งเป็นเวทีที่ให้ความรู้คู่ความบันเทิงในเรื่องการเงิน มีเป้าหมายหลักที่จะทำให้เรื่องการเงินที่ซับซ้อนกลายเป็นเรื่องเข้าใจง่ายและสนุกสนาน โดยมี ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ประธานบริษัท(กลาง) ฮานส์ โจฮาน แพทริก แซนดิกรรมการอิสระ(ที่สามจากซ้าย)  ริคาร์โด นิการ์นอร์ จารินโต กรรมการอิสระ(ที่สามจากขวา)  ชง จิน โอ เลา  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MIBG(ที่สองจากขวา) และ อารภัฏ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) (ที่สองจากซ้าย)  ร่วมเปิดงาน พร้อมด้วยอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังอย่าง จักรกฤษณ์ กิจการรัฐบุตรผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน เจ้าของเพจ Money Buffalo(ซ้าย)   และ คุณศรัญญู เพียรทำดีเจ้าของเพจ  Buffalo Gags(ขวา) ที่มาร่วมให้ความรู้ด้านการเงินและความบันเทิง สร้างแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นการลงทุนอย่างถูกต้องและยั่งยืน ณ โรงภาพยนตร์ EARTHLAB ชั้น 9 (SF World Cinema Central World) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆนี้

Read More

กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล แถลงผลการดำเนินงานไตรมาส 3 (สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2567) โดยมีผลกำไรจากธุรกิจใหม่ 2,347 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11  (จากเดิมร้อยละ 10) นับรวมผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจ และมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 4,638 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 (จากเดิมร้อยละ 5) สำหรับช่วงไตรมาสที่ 3 ระหว่างเดือน ก.ค.-ก.ย. ของปีนี้ มีการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วงไตรมาส 3 สะท้อนถึงการดำเนินงานที่มีการเติบโตในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย สำหรับธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ที่ทำผลงานโดดเด่น คือ ฮ่องกง, จีน รวมทั้ง ประเทศไทย ในขณะที่ ไต้หวัน ยังคงรักษาการเติบโตที่คงที่ นายอนิล วัธวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล เปิดเผยว่า “เราสามารถทำผลงานได้เป็นที่น่าพึงพอใจในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้ ในส่วนเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE)ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ วันที่ 30 ก.ย. 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นอกจากกลยุทธ์ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายที่หลากหลายที่มีส่วนสำคัญในการสร้างการเติบโตของผลกำไรใหม่แล้วนั้น ธุรกิจจากตลาดสำคัญๆในหลายภูมิภาค อาทิ จีน, อาเซียน และ แอฟริกา ยังเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้ เราจะรักษาอัตราการเติบโตของผลกำไรธุรกิจใหม่เฉลี่ยที่ร้อยละ 9-13” สำหรับ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในตลาดของกลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียลที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) อยู่ที่ 7,688 ล้านบาท นับตั้งแต่ ม.ค. – 30 ก.ย. 2567 เพิ่มขึ้นร้อยละ 27 เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) ไตรมาส…

Read More

กรุงเทพฯ, 21 พฤศจิกายน 2567 – ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี เป็นหนึ่งในภาคเอกชนไทยที่เข้าร่วมในงานประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 (COP29) โดยมีนายกมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ร่วมเป็นวิทยากรงานเสวนาในกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) การประชุมรัฐภาคีฯ หัวข้อ “Financing the Transition” นำเสนอในเรื่อง “Empowering SMEs and Sustainable Development through Green and Blue Financing” ซึ่งทีทีบีให้ความสำคัญและดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าตามเป้าหมาย Net-zero Commitment ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นายกมลพันธ์ ลักษณา หัวหน้าการพัฒนาที่ยั่งยืน ทีเอ็มบีธนชาต เปิดเผยว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นหนึ่งในความท้าทายเร่งด่วนที่สุดของโลกในปัจจุบัน ซึ่งทีทีบีตระหนักถึงบทบาทสำคัญและความรับผิดชอบ พร้อมนำความสามารถมาสร้างโซลูชันทางการเงินที่จะช่วยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนผ่าน เพราะบทบาทของธนาคารไม่ใช่การนำพาองค์กรไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยทีทีบีมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ขับเคลื่อนในการดำเนินงานเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-zero Economy) ผ่านการให้สินเชื่อ ให้คำปรึกษาลูกค้า และสนับสนุนบนเส้นทางการเปลี่ยนผ่าน ทีทีบีมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามกรอบ B+ESG ทุกกลยุทธ์และแนวทางการดำเนินธุรกิจต้องอยู่บนพื้นฐานของการสร้างการเติบโตและยั่งยืน เพราะธุรกิจ (Business) หรือ B ต้องเติบโตอย่างแข็งแรง ทีทีบีจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนทางการเงินที่ยั่งยืนเพื่อการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยนำกฎเกณฑ์ด้าน ESG มาใช้ประกอบการพิจารณาสินเชื่อและการลงทุน พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่มุ่งเน้นส่งเสริมด้าน ESG ให้กับลูกค้าธุรกิจและลูกค้าบุคคล เช่น สินเชื่อสีเขียว สินเชื่อสีฟ้า สินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน การเงินเพื่อการปรับตัวสู่ความยั่งยืน ตราสารหนี้สีเขียว ตราสารหนี้สีฟ้า กองทุุนเพื่อการลงทุุนด้าน ESG และยังมีบริการให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษาด้าน ESG ตลอดจนสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ พร้อมมีเป้าหมายช่วยเหลือลูกค้าให้มีความเข้าใจและสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้าน ESG เพื่อให้ลูกค้ามีความรับผิดชอบและเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืน ภายในงาน นายกมลพันธ์ ได้กล่าวถึงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านว่า “ธนาคารได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบจากกฎกติกาต่าง ๆ ที่จะบังคับใช้ในอนาคต เช่น มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM-Carbon Border Adjustment Mechanism) ประกอบกับการวิเคราะห์พอร์ทสินเชื่อของลูกค้าตามความเสี่ยงของอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบ เพื่อวางแผน จัดกิจกรรมการมีส่วนร่วม และสร้างเกราะป้องกันให้กับลูกค้าตั้งแต่เริ่มต้น โดยทีทีบีจะจัดหาพันธมิตรด้านโซลูชันทางเทคนิคสำหรับการลดใช้พลังงาน การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เป็นต้น และในปี 2567 ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงิน Green Transformation เพื่อช่วยสนับสนุนทางการเงินและส่งเสริมการลงทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านอย่างยั่งยืน “จากการรวมปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการให้คำปรึกษาและการอนุมัติสินเชื่อตลอดปีที่ผ่านมา ทำให้ธนาคารเห็นถึงความสนใจในสินเชื่อ ESG ที่เพิ่มมากขึ้นของลูกค้า โดยตลอดเส้นทางการดำเนินธุรกิจของทีทีบีได้สร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นและแก้ปัญหาให้ผู้คนอย่างแท้จริง ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโซลูชันทางการเงินที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันในการเปลี่ยนแปลงสังคมสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ตอกย้ำความสำเร็จจากรางวัลด้านความยั่งยืนที่ธนาคารได้รับมาต่อเนื่อง สะท้อนชัดถึงการลงมือทำอย่างแท้จริงของธนาคารในการขับเคลื่อนสู่การธนาคารเพื่อความยั่งยืน” นายกมลพันธ์ กล่าวสรุป

Read More

เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จัดกิจกรรมใหญ่เฉลิมฉลองส่งท้ายปีกับงาน “กีฬาสีประจำปี…Happy Carnival Day” เพื่อมอบแทนคำขอบคุณให้แก่ “พนักงาน” แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยผลักดันองค์กรสู่ความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมมอบแนวทางการดำเนินงานปี 2568 ด้วยการสานต่อแนวคิด “DEI” เพื่อตอกย้ำการให้ความสำคัญแก่บุคลากรในทุกมิติ ทั้งการสนับสนุนความหลากหลายความเท่าเทียม และผลักดันการมีส่วนร่วมของพนักงานทุกระดับชั้น ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ และคณะผู้บริหารเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมมอบโล่รางวัล Lifetime Partner Awards ให้แก่พนักงานที่ทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานอย่างยอดเยี่ยม เพื่อเป็นของขวัญแสดงความขอบคุณและเพื่อเป็นต้นแบบที่สำคัญในการสนับสนุนองค์กรให้เติบโต โดยมี นางสาวสายฝน คงจิตต์งาม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและสนับสนุนองค์กร กลุ่มบริษัทเจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ร่วมให้นโยบายการบริหารบุคลากรปี 2568 ด้วยการตอกย้ำแนวคิดการให้ความสำคัญกับบุคลากร ความแตกต่าง และความเท่าเทียม (DEI) เพื่อให้บุคลากรทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยปราศจากอคติ และมีเป้าหมายเดียวกันคือเกิดความเคารพในตนเอง มีความสุขและมีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ ๆ ส่งต่อไปยังเพื่อนร่วมงาน ลูกค้า และสังคมนอกองค์กร สำหรับกิจกรรม “กีฬาสีประจำปี…Happy Carnival Day” ยังสนับสนุนให้พนักงานได้แสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ ทั้งการจัดขบวนพาเหรด การประกวดกองเชียร์ และการประกวดแต่งกายดีเด่นเพื่อชิงเงินรางวัล รวมถึงการแข่งขันกีฬาสร้างความสัมพันธ์ ก่อนจะปิดท้ายด้วยปาร์ตี้และมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง นนท์ – ธนนท์ จำเริญ ที่มาร่วมสร้างสีสันและความประทับใจให้แก่พนักงาน ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์

Read More

บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด และ บริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด ส่งแผนประกันสุขภาพ และประกันชีวิต ส่งท้ายปีเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความคุ้มครองสุขภาพหรือชีวิต ควบคู่กับการวางแผนลดหย่อนภาษี ช่วยเสริมความมั่นคงด้านสุขภาพให้กับตนเองและครอบครัว ด้วยเบี้ยประกันสุขภาพเริ่มต้นเพียงวันละ      20 บาท คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุดถึง 400,000 บาทต่อปี พร้อมผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตได้สูงสุด 10 เดือน       หรือสามารถเลือกซื้อแผนประกันชีวิตจากประกันชีวิตชั้นนำกว่า 10 บริษัท ผ่านแวปไซด์ของบริษัท ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TQM กล่าวว่า “ปัจจุบัน การใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้เปลี่ยนแปลงไปมาก มีความเสี่ยงต่อโรคภัยเพิ่มขึ้น ทำให้การเตรียมตัวและการมีประกันสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่แน่นอน TQM จึงได้คัดสรรแผนประกันสุขภาพและประกันชีวิต เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุม พร้อมทั้งยังช่วยลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนภาษีช่วงปลายปี” โดยแผนประกันสุขภาพที่ TQM เสนอ เช่น  แผน ประกันสุขภาพ All in One ที่ออกแบบให้ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลโดยไม่ต้องสำรองจ่าย ด้วยเบี้ยประกัน     ที่เริ่มต้นเพียงวันละ 20 บาท คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 400,000 บาท/ปี เหมาะสำหรับวัยทำงานที่ต้องการการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุม หรือ สำหรับผู้มีสวัสดิการหรือประกันสุขภาพอยู่แล้ว แต่อยากได้วงเงินคุ้มครองเพิ่ม ก็จะเหมาะกับ ประกันสุขภาพ Health Top Up หรือ Health เบา เบา ที่มีให้เลือกทั้งแบบ คุ้มครองค่ารักษาทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก หรือจะคุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยใน ที่เบี้ยเริ่มต้นเพียง 2,940 ต่อปี  สำหรับแผนประกันชีวิตนั้น TQM ได้คัดสรร แผนเด่น ทั้งแบบประกันสะสมทรัพย์ และแบบบำนาญ ที่เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีและมีเงินคืนทุกปี  มีให้เลือกทั้งแบบออมระยะสั้นและออมระยะยาว  ผ่านบริษัทประกันชีวิตชั้นนำกว่า 10 บริษัท อาทิ Hero 10/1 ,ออมจุใจ 10/3 , Smart…

Read More

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด  หรือ บลจ.อีสท์สปริง เปิดเสนอขายกองทุนเปิดอีสท์สปริง พันธบัตรรัฐมุ่งรักษาเงินต้น 6M29 (ES-GOVCP6M29) อายุประมาณ 6 เดือน เงินทุนโครงการ 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ที่มุ่งรักษาเงินต้นที่ผู้ลงทุนจะมีโอกาสได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน และมีโอกาสได้รับผลตอบแทนเพิ่มจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าหน่วยลงทุน ณ วันครบอายุโครงการ โดยเสนอขายครั้งแรกครั้งเดียวระหว่างวันที่ 21-28 พฤศจิกายน 2567 นี้ ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท โดยกองทุน  ES-GOVCP6M29 มีนโยบายที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในตั๋วเงินคลัง และ/หรือพันธบัตรรัฐบาล และ/หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ในอัตราส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือจะลงทุนในเงินฝากธนาคาร และ/หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ และกองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนเพียงครั้งเดียวและถือครองทรัพย์สินที่ลงทุนจนครบอายุโครงการ (Buy and Hold) โดยคาดหวังจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 2.08% ต่อปี ณ วันครบอายุโครงการ ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายประมาณ 0.18% ต่อปี ณ วันครบอายุโครงการ แล้ว ผู้ลงทุนจะได้รับประมาณการผลตอบแทนอยู่ที่1.90% ต่อปีของเงินลงทุนเริ่มแรก (แหล่งที่มาของข้อมูล อัตราผลตอบแทนที่เสนอขายโดยผู้ออกตราสาร ณ วันที่ 19 พฤศจิกายน 2567) ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดอายุกองทุน บลจ.อีสท์สปริง จะดำเนินการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนแบบอัตโนมัติ และทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนทั้งจำนวนของผู้ถือหน่วยทุกราย ไปยังกองทุนเปิดอีสท์สปริง ธนรัฐ (ES-TM) หรือกองทุนรวมตลาดเงินอื่นที่บลจ.อีสท์สปริง เปิดให้บริการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ในวันทำการก่อนวันสิ้นสุดอายุโครงการ อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ผู้ลงทุนจะไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก กองทุนอาจไม่ได้รับเงินต้นและผลตอบแทนตามที่คาดหวังไว้ หากผู้ออกตราสารที่กองทุนลงทุนไม่สามารถชำระเงินต้นและดอกเบี้ยคืนได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นและสมควรเพื่อประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยการเปลี่ยนแปลงนั้นต้องไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนการตัดสินใจลงทุน และกองทุนมีความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของตราสาร…

Read More

กีฬาวอลเลย์บอลระดับเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง เดินหน้าสานต่อโครงการ “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 3” โดยจับมือร่วมกับสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค มุ่งเน้นการส่งเสริมทักษะกีฬาวอลเลย์บอลให้กับเยาวชนทั่วประเทศ ภายใต้การเรียนรู้ที่ถูกต้องจากนักกีฬาระดับอาชีพ หลังจากความสำเร็จของโครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 1 ที่จัดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา และครั้งที่ 2 จัดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากเยาวชนทั่วประเทศ ในปีนี้ ทิพยประกันภัยได้ขยายโอกาสไปยังเยาวชนในจังหวัดสมุทรปราการ ด้วยการจัดโครงการ “ทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ครั้งที่ 3” ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา เทศบาลตำบลบางปู เพื่อให้เยาวชนในพื้นที่ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะจากนักกีฬาวอลเลย์บอลมืออาชีพอย่างใกล้ชิด นางสาวปนัดดา ชุติโกมล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกิจการองค์กรฯ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “โครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของทิพยประกันภัยในการเติมเต็มและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนไทยผู้มีใจรักในกีฬาวอลเลย์บอล ด้วยการมอบโอกาสให้แก่เด็ก ๆ ที่มีความฝันและพรสวรรค์ แต่ยังขาดโอกาส ได้พัฒนาทักษะและความรู้ พร้อมก้าวสู่เส้นทางนักกีฬามืออาชีพ ทิพยประกันภัยจึงร่วมมือกับสโมสรวอลเลย์บอลสุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค จัดโครงการทิพย วอลเลย์บอล คลินิก ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 3 เพื่อถ่ายทอดทักษะพื้นฐานในการเล่นวอลเลย์บอลอย่างถูกต้อง พร้อมปลูกฝังคุณค่าน้ำใจนักกีฬาและความร่วมมือในทีมอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งโครงการนี้เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจในการขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทาง ESG ในมิติด้านสังคม (Social) รวมถึงมอบโอกาสให้กับเด็กๆ ได้พัฒนาทักษะฝีมืออย่างยั่งยืน” ในโอกาสนี้ บริษัทฯ ยังได้นำนักกีฬาวอลเลย์บอลชั้นนำของประเทศไทย อาทิ วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์ ปลื้มจิตร์ ถินขาว และมลิกา กันทอง มาเป็นผู้ร่วมฝึกสอน ถ่ายทอดประสบการณ์และทักษะกีฬาที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นพื้นฐานการเตรียมตัวสู่การเป็นนักกีฬามืออาชีพ การอบรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การดูแลด้านโภชนาการ และการยืดกล้ามเนื้อเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกความรู้เรื่องกติกาการแข่งขันที่ถูกต้องอีกด้วย นอกจากการฝึกสอนแล้ว ทิพยประกันภัยยังได้มอบอุปกรณ์กีฬา เช่น ลูกวอลเลย์บอลจำนวนกว่า 100 ลูก และอุปกรณ์ป้องกันการบาดเจ็บให้กับ 10 โรงเรียนในจังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ โรงเรียนณัฏฐเวศม์ โรงเรียนชุมชนวัดราษฎร์บำรุง (ตาเจี่ย) โรงเรียนบางพลีใหญ่ใน…

Read More

  เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางสาวรพีพร วงศ์ทองคำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรและภาพลักษณ์ เป็นตัวแทนรับรางวัล “บริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น ประจำปี 2567” หรือ “2024 AMCHAM Corporate Social Impact Award2024” ระดับ Platinum จากความสำเร็จของโครงการ “เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์” (AIA Sharing A Life) ครั้งที่ 11 หรือวันทำดีร่วมกันของชาวเอไอเอ ซึ่งรางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยสภาหอการค้าอเมริกันแห่งประเทศไทย (The American Chamber of Commerce in Thailand: AMCHAM) ในงานได้รับเกียรติจาก นายโรเบิร์ต โกเดค เอกอัครราชทูตประจำสถานทูตอเมริกาในประเทศไทย และนาย Simon Denye, AMCHAM Board Governor เป็นประธานมอบรางวัลในพิธี ณ โรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ สำหรับโครงการ “เอไอเอ แชร์ริ่ง อะ ไลฟ์” ครั้งที่ 11 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “For Better Health” ด้วยการมอบบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ให้แก่ประชาชนและผู้ด้อยโอกาสโดยไม่มีค่าใช้จ่ายจำนวนทั้งสิ้น 10,000 เข็ม ใน 11 แห่งทั่วประเทศ โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ โรงพยาบาลในเครือBDMS และซาโนฟี่ บริษัทชั้นนำด้านสุขภาพระดับโลก และแรงสนับสนุนจากเพื่อนพนักงาน พลังตัวแทน รวมถึงประชาชนในชุมชนต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนกิจกรรมในครั้งนี้จนประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม สำหรับรางวัล “บริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น” หรือ AMCHAM Corporate Social Impact Award 2024 นี้ นับเป็นรางวัลอันทรงคุณค่า ซึ่งเอไอเอ ประเทศไทย ได้รับติดต่อกันต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 ปี จากการเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก ESG โดยมุ่งรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม…

Read More