บริษัท หลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้จัดงานเสวนาครั้งสำคัญ “Thailand Outlook: Where Policy Meets Progress” ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยมีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่แห่งการแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองทางเศรษฐกิจระหว่างผู้กำหนดนโยบาย นักธุรกิจ และนักลงทุน งานนี้ได้รับเกียรติจาก นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มาเป็นประธานในพิธีและร่วมเสวนา พร้อมด้วยนักลงทุนสถาบันชั้นนำ 26 แห่ง และนักลงทุนรายย่อยจากทั่วประเทศ ซึ่งมีสินทรัพย์ในการบริหารรวมกันกว่า 6 ล้านล้านบาท นายอารภัฏ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจที่ประเทศไทยกำลังเผชิญ เมย์แบงก์ตระหนักถึงความสำคัญในการเป็นสื่อกลางระหว่างภาครัฐและภาคการลงทุน เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางนโยบายและโอกาสทางเศรษฐกิจ งานเสวนา “Thailand Outlook: Where Policy Meets Progress” มีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบายและนักลงทุน ให้เข้าใจถึงศักยภาพและโอกาสของเศรษฐกิจไทยในยุคเปลี่ยนผ่าน และเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้บริหารประเทศระดับสูงเป็นครั้งแรก โดยมีนักลงทุนทั้งจากบริษัทจัดการลงทุนชั้นนำถึง 26 แห่ง พร้อมนักลงทุนรายย่อยจากทั่วประเทศที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารรวมกว่า 6 ล้านล้านบาท เข้าร่วมงาน เรามุ่งหวังให้เวทีนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการเสริมสร้างความมั่นใจในทิศทางการลงทุน โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความท้าทายทางเศรษฐกิจ อีกทั้งงานนี้ยังแสดงให้เห็นถึงพลังของชุมชนการลงทุนที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวหน้า” นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปัจจุบัน โดยเน้นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนซึ่งอยู่ในระดับ 91% ของ GDP หนึ่งในตัวเลขที่สูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อ SMEs และความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อของประชาชน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงทำให้การบริโภคและการลงทุนของประชาชนมีข้อจำกัด การฟื้นฟูเศรษฐกิจจึงต้องเริ่มต้นจากการแก้ไขปัญหานี้ และเพิ่มความสามารถของภาครัฐในการลงทุนเชิงรุก นายพิชัยยังเน้นถึงบทบาทสำคัญของ GDP ในการช่วยลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือน และกล่าวถึงมาตรการที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ ได้แก่ การแจกเงินผ่านดิจิทัลวอลเล็ต: โครงการมูลค่า 400,000 ล้านบาท หรือประมาณ 2% ของ GDP ได้เริ่มดำเนินการและจ่ายเงินให้กับผู้ลงทะเบียน 14.5 ล้านคนในเฟสแรก พร้อมแผนต่อยอดช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุ การปรับโครงสร้างหนี้: เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ NPL โดยเฉพาะกลุ่มที่มีศักยภาพในการฟื้นตัว เช่น…
Author: staff
นายสมบูรณ์ แซ่โกว์ ผู้ใหญ่บ้านอ่างเสือดำ หมู่ 7 อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา รับมอบอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยของช้างและชุมชน มูลค่า 73,000 บาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นายเธียรวิทย์ หาญเมธีคุณา ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการภาค 3 (ภาคตะวันออก) ด้านสาขา เป็นผู้มอบ ภายใต้กิจกรรม “สร้างเครือข่ายจิตอาสา รักษ์ช้างผืนป่าภาคตะวันออก” เพื่อประกอบการติดตั้งระบบแจ้งเตือนการเคลื่อนไหวของช้าง AIDAS (AGRICULTURAL INTRUSSION DETECTION AND ALERT SYSTEM) ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกรุกที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทางการเกษตรของชุมชนบ้านอ่างเสือดำ ในโอกาสนี้ ยังได้รับเกียรติจาก อาจารย์วสุพล เผือกนำผล ประธานหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี แนะนำวิธีการติดตั้งและสาธิตวิธีใช้ระบบปฏิบัติการ AIDAS ณ โรงเรียนบ้านอ่างเสือดำ ตำบลท่าตะเกียบ อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา สำหรับ กิจกรรม “สร้างเครือข่ายจิตอาสา รักษ์ช้างผืนป่าภาคตะวันออก” เป็นหนึ่งในกิจกรรม ภายใต้โครงการ “รักษ์ช้างยั่งยืน” ซึ่งบริษัทฯ ได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยประสานความร่วมมือกับเครือข่ายวิริยะจิตอาสา และองค์กรพันธมิตรต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรมอนุรักษ์ช้างหลากหลายรูปแบบ ทั้งการช่วยเหลือช้างยามวิกฤต การสร้างเครือข่ายผู้อนุรักษ์ช้างในชุมชน ตลอดจนการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและช้างอย่างสมดุล ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินโครงการมาแล้วในพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคเหนือ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่พบประชากรช้างมากที่สุด เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการสร้างแนวทางการอนุรักษ์ช้างอย่างยั่งยืนให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป
บจก. ทีคิวเอ็ม อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ (TQM) ร่วมกับ บมจ. เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) (MSIG) มอบแผนประกันภัยรถยนต์แบบติดตามตัวผู้ขับขี่ (Drive Any Car) หรือ “ประกันภัยรถยนต์ตามคน” ที่ให้ ความคุ้มครองไม่จำกัดเฉพาะรถคันใดคันหนึ่ง แต่จะติดตามตัวของผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะขับรถคันไหนก็ตาม เพื่อเป็นการมอบความสุขส่งท้ายปี TQM และ MSIG จึงขอมอบ “ประกันภัยรถยนต์ตามคน” ให้ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด กล่าวว่า “ประกันภัยรถยนต์ตามคน” เป็นประกันภัยรถยนต์รูปแบบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อเจาะกลุ่มผู้ขับขี่ที่มีรถใช้หลายคัน หรือคนที่มีโอกาสที่จะใช้รถหลายคัน ซึ่งจุดเด่นของประกันภัยรูปแบบนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการ เรื่องการทำประกันภัยรถยนต์ ซึ่งโดยปกติแล้วหากต้องการได้รับความคุ้มครองจะต้องทำประกันภัยทุกคัน รวมถึงจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ โดยมัดรวมไว้ในกรมธรรม์เดียว โดยในโอกาสใกล้เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้ TQM ขอมอบประกันภัยรถยนต์ตามคน ที่ให้ความคุ้มครองคุ้มแบบประเภท 3 ให้พี่น้องคนไทยได้ทดลองใช้ฟรี โดยมีระยะความคุ้มครอง 30 วันหลังจากลงทะเบียน และสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ได้ที่ www.tqm.co.th ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 มกราคม 2568 นายรัฐพล กิติศักดิ์ไชยกุล กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประกันภัยรถยนต์แบบติดตามตัวผู้ขับขี่ (Drive Any Car) หรือ “ประกันภัยรถยนต์ตามคน” ออกแบบมาให้เหมาะกับวิถีชีวิตคนยุคใหม่ที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว และง่ายดาย ผู้สมัครใช้เพียงแค่ใบขับขี่ใบเดียว ไม่ต้องตรวจสภาพรถ ก็สามารถรับความคุ้มครองที่ครอบคลุม โดยปัจจุบัน ได้ออกแบบประกัน 2 ประเภท คือ ประเภท 3 และ…
เอไอเอ ประเทศไทย นำโดย นางสาวญดา วงศ์ทองคำ (ที่ 4 จากซ้าย) รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารสิทธิพิเศษและกิจกรรมลูกค้า ร่วมกับสโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ จัดกิจกรรม เอไอเอ สเปอร์ส อีลิท ฟุตบอล แคมป์ 2024 นำ 24 เยาวชนที่ได้รับคัดเลือกโดยโค้ชสเปอร์ส จากกิจกรรมเอไอเอ ไทยแลนด์ ฟุตบอล คลินิก 2024 ที่จัดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อมาเก็บตัวฝึกฝนทักษะการเป็นนักฟุตบอลแบบมืออาชีพในรูปแบบสเปอร์ส เวย์ ณ มาราลีน่า สปอร์ต รีสอร์ท เกาะสมุย จังหวัดสุราษฏร์ธานี ซึ่งในกิจกรรมครั้งนี้ โค้ชสปอร์สที่ได้รับการเทรนให้เป็น Global Football Development Coach จากสโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ได้มาเป็นผู้ฝึกซ้อมหลักให้แก่เยาวชน ซึ่งนำโดย โค้ชชานอน โมโลนี โค้ชลิลลี่ เจอร์วิส และโค้ชจอร์ช ทิวเลย์ สำหรับเยาวชนที่ได้รับคัดเลือกทั้ง 24 คน ได้มีโอกาสเรียนรู้ทักษะต่าง ๆ ในการพัฒนาสู่การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพของสโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ นอกจากนี้ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมและมีศักยภาพโดดเด่นยังได้มีโอกาสต่อยอดสู่การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพกับสโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ โดยได้เรียนรู้แบบเชิงลึก อาทิ โภชนาการอาหารที่ถูกต้องสำหรับนักกีฬา การปฏิบัติตัวเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพ 24 ชั่วโมง ฝึกทักษะการเล่นฟุตบอลแบบระบบทีม รวมถึงมีการสร้างบทบาทสมมติเพื่อให้เยาวชนได้ทดลองเป็นบุคคลสำคัญอย่างกัปตันทีม เพื่อตอบคำถามเชิงกลยุทธ์เป็นการวางแนวทางสู่การเป็นนักฟุตบอลมืออาชีพให้กับเยาวชนอีกด้วย ทั้งนี้ เอไอเอ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักสโมสรฟุตบอลท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ จัดกิจกรรมเอไอเอ สเปร์ส อีลิท ฟุตบอล แคมป์ 2024 อย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสานฝันให้เยาวชนที่มีความสนใจในด้านกีฬาฟุตบอลได้มีโอกาสพัฒนาทักษะ และนำความรู้ พร้อมด้วยประสบการณ์จากการฝึกนี้ไปต่อยอดเพื่อสร้างอาชีพฟุตบอล อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนโอกาสให้กับเยาวชนที่มีคุณภาพเหล่านี้ได้มีโอกาสเป็นนักเตะมืออาชีพของสโมสรฟุตบอลระดับโลกอย่างท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเอไอเอ ในการส่งเสริมและผลักดันให้เยาวชนและคนไทย มีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’
กรุงเทพฯ – 26พฤศจิกายน 2567 : กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ นำโดย นายอธิป ศิลป์พจีการ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส จำกัด ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่แคมเปญโฆษณา “What The Fast!” ของกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ที่สร้างสรรค์โดยบริษัท เดอะ ลีโอเบอร์เนทท์ กรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด คว้า 2 รางวัลใหญ่ คือ รางวัลระดับ Gold ในหมวด TV & Cinema ประเภท Consumer Campaign และรางวัลระดับ Gold ในหมวด TV & Cinema ประเภท Humor จากงาน London International Awards 2024 (LIA) เวทีประกวดผลงานโฆษณาและความคิดสร้างสรรค์ที่สำคัญงานหนึ่งของโลกซึ่งในปีนี้จัดงาน ณ เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่วยตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ในฐานะผู้ให้บริการทางการเงินชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่น และดึงดูดกลุ่มเป้าหมายช่วยกระตุ้นยอดสมัครบัตรใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับแคมเปญ “What The Fast!” เคยได้รับรางวัลต่าง ๆ ปีนี้ อาทิ รางวัลระดับ Gold Lion ในประเภทไมโครฟิล์ม จากงาน Cannes Lions International Festival of Advertising Film 2024, รางวัลระดับ Grand Prix และ Gold ในหมวด Film Starsจากงาน MAD STARS 2024 เป็นต้น
บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า SAM จัดประมูลครั้งสุดท้ายของปีนี้ ในเดือน ธ.ค. โดยนำทรัพย์มือสองหรือทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ทำเลดีทั่วประเทศ พร้อมปรับลดราคาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยและทรัพย์เพื่อการลงทุน อาทิ บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ ห้องชุดพักอาศัย อาคารพาณิชย์ อพาร์ทเมนท์ ที่ดินเปล่า โรงงาน/โกดัง ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ฯลฯ รวมทั้งสิ้น 66 รายการ มูลค่ารวม 288 ล้านบาท มาจัดประมูล 2 รอบ ในวันที่ 11 ธ.ค. และ 24 ธ.ค.นี้ ทั้งนี้ ยังได้จัดโปรโมชัน “SAM ทรัพย์มือสองต้องบอกต่อ” เพียงแนะนำทรัพย์SAM ให้กับเพื่อนหรือคนรู้จัก รับค่าแนะนำสูงสุดถึง 3 ล้านบาทต่อ 1 รายการ และ SAM ยังร่วมกับธนาคารชั้นนำ ทั้งธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)โดยล่าสุด ธอส. จัดโปรโมชันพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ SAM และยื่นขอสินเชื่อภายใน 30 ธันวาคมนี้ รับ “สินเชื่อบ้าน ดอกเบี้ยต่ำ ฉลองครบรอบ 71 ปี ธอส. ” ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 6 เดือนแรก เพียง 0.71% ผ่อนได้นานสูงสุด 40 ปี เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด ครั้งที่ จำนวน (รายการ) มูลค่า (ล้านบาท) วันลงทะเบียน วันประมูล 12.1 63 …
ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี มอบสิทธิพิเศษให้ผู้ถือบัตรเครดิต ttb so fast, ttb so smart, ttb so chill และบัตรเครดิต ttb Global House เปิดโลกกว้างเติมเต็มทุกการท่องเที่ยวส่งท้ายปี 2567 กับแคมเปญ “Explore Your World” รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 8,000 บาท เมื่อสะสมยอดใช้จ่าย ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป สำหรับการท่องเที่ยว 3 หมวด ได้แก่ 1) สายการบิน หรือโรงแรมที่พักทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชำระโดยตรงที่ร้านค้าหรือเว็บไซต์ (ไม่รวมการจองผ่าน Online Travel Agent) 2) ร้านค้าปลอดภาษีที่ King Power ทั้งที่สาขาและออนไลน์ (สกุลเงินบาทเท่านั้น) 3) ยอดใช้จ่ายในต่างประเทศ ทุกร้านค้าที่เป็นการชำระผ่านเครื่อง EDCและเป็นสกุลเงินต่างประเทศทุกสกุลเงิน (ไม่รวมเงินบาท) และมียอดใช้จ่ายสะสม / หมวด ตลอดรายการ ขั้นต่ำ 10,000 บาท ลงทะเบียนรับสิทธิ์ผ่านแอป ttb touch หรือส่ง SMS พิมพ์ TVL เว้นวรรค แล้วตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4899777 ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 2567 เท่านั้น สำหรับผู้ถือบัตรเครดิต ttb ที่มีคะแนนสะสม รับสิทธิพิเศษเพิ่มขึ้น โดยแลกรับเครดิตเงินคืน 10% เมื่อใช้คะแนนสะสมทุก 1,000 คะแนน และไม่เกินยอดใช้จ่าย เพียงส่ง SMS แลกคะแนนทุกครั้งที่ทำรายการ พิมพ์ TVLP ตามด้วยคะแนนที่ต้องการแลก เว้นวรรค ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4899777…
นายจงรัก รัตนเพียร (ที่ 2 จากขวา) ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารรับมอบรางวัลในงาน Thailand Corporate Excellence Awards 2024 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สาขาความเป็นเลิศด้านการบริหารทางการเงิน (Financial Management Excellence Award ) รางวัลระดับ Distinguished Awardsสาขาความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ (Innovation Excellence Award) และรางวัลระดับ Distinguished Awards สาขาความเป็นเลิศด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management Excellence Award) พร้อมด้วย นายพิภวัตว์ ภัทรนาวิก (กลาง) รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้แทนธนาคารร่วมรับมอบรางวัล SMEs Excellence Awards 2024 จำนวน 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลประเภทธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ซึ่งได้รับร่วมกับบริษัท โฮมเพ้นท์ จำกัด รางวัลระดับ Gold ประเภทธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ได้รับร่วมกับบริษัท สุไทโย อินดัสทรีส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และรางวัลระดับ Silver ประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต ได้รับร่วมกับบริษัท เอช เซม มอเตอร์ จำกัด ในงานประกาศผลรางวัล TMA Excellence Awards 2024 ซึ่งจัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ ห้องคริสตัลฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก เมื่อเร็ว ๆ นี้
นางสาวกุสุมาพร หิรัณยัษฐิติ (กลาง) ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการบลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด เข้าร่วมแสดงความยินดีกับ ผู้บริหารและคณะกรรมการของ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พนักงานธนาคารออมสิน ซึ่งจดทะเบียนแล้วในโอกาสที่ได้รับมอบโล่รางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รางวัลชนะเลิศ ประเภทกองทุนเดี่ยว (Single Fund) ของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลุ่มหน่วยงานรัฐวิสาหกิจขนาดกองทุนมากกว่า 15,000 ล้านบาท งานดังกล่าวจัดขึ้นโดยสมาคมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างค่านิยมด้านธรรมาภิบาลให้มีขึ้นในการบริหารกองทุนสํารองเลี้ยงชีพตลอดจนสร้างมาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกองทุนในการควบคุมและตรวจสอบการจัดการลงทุนโดยบริษัทจัดการลงทุนเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้กับสมาชิก อีกทั้งเป็นการเผยแพร่รูปแบบการบริหารจัดการกองทุนสํารองเลี้ยงชีพที่ดี ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของทุกฝ่ายผ่านกระบวนการให้ความรู้ด้านต่าง ๆ ปัจจุบัน บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) ได้รับความไว้วางใจในการบริหารกองทุนสำรองเลี้ยงชีพดังกล่าว ระหว่างปี 2567 – 2569ด้วยนโยบายตราสารหนี้ และตราสารทุน
บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) จัดโครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ครั้งที่ 46 นำคณะครูอาจารย์และผู้สนใจเยี่ยมชม “ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ตำบลบ้านแห จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นโครงการต้นแบบที่แสดงให้เห็นถึงการน้อมนำแนวพระราชดำริด้านจิตอาสาและเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นโครงการที่เกิดจากน้ำพระทัยของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่มีต่อชาวจังหวัดอ่างทอง เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2549 ที่สร้างความเสียหายให้แก่พื้นที่เกษตรกว่า 2,161 ไร่ และบ้านเรือนกว่า 650 หลังคาเรือนในจังหวัดอ่างทอง มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จึงได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐได้จัดทำโครงการต้นแบบฟื้นฟูผู้ประสบภัยตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านอาหาร และลดรายจ่ายให้แก่ประชาชนในพื้นที่ นางวิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการน้อมนำแนวพระราชดำริมาปฏิบัติให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในด้านจิตอาสาและการพัฒนาที่ยั่งยืน การได้มาเรียนรู้จากโครงการแห่งนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจถึงความสำคัญของการมีจิตสาธารณะ และการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน” ในการลงพื้นที่ศึกษาดูงานครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้เรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยได้รับการถ่ายทอดประสบการณ์จาก คุณนงนุช คำคง หรือ “แม่จอย” คนต้นแบบเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ผู้ซึ่งได้น้อมนำหลักการ “ชี้นำให้คิด สาธิตให้รู้ เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ละทิ้งนิสัยดั่งเดิม เริ่มหนึ่งที่ตนเอง” มาประยุกต์ใช้จนประสบความสำเร็จ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ได้เยี่ยมชมพื้นที่สาธิตการทำเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมร่วมกิจกรรมดำนาในผืนนาประวัติศาสตร์ที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเคยลงดำนาเป็นครั้งแรก เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ชาวบ้าน โดยผลผลิตจากนาผืนนี้ได้นำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดือดร้อนและเป็นแหล่งอาหารของคนในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้เรียนรู้การพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยหลักการพึ่งพาตนเองผ่านกิจกรรมเพาะเห็ดฟางและการทำน้ำยาอเนกประสงค์ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้และถ่ายทอดสู่ชุมชน โดยทั้งสองกิจกรรมนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี…
