ธนาคารกรุงเทพ ส่งบัตร ‘Bangkok Bank Travel Card’ แบบ Prepaid card บัตรสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เจาะตลาดนักท่องเที่ยวไทยไปต่างประเทศ เติมเต็มทุกทริปเดินทาง ด้วยสิทธิประโยชน์เหนือระดับกับประสบการณ์ใหม่ “ไป…ให้ถึง” ครอบคลุมตั้งแต่ก่อนออกเดินทางจนถึงจุดหมาย ทั้งเรทอัตราแลกเปลี่ยนดี แลกได้ทันที 24 ชม. รูดบัตรไม่มีค่า FX Rate และรับเงินคืน-ส่วนลด เมื่อช้อปปิ้ง ณ ร้านค้าชั้นนำทั่วโลก สิทธิ์เข้า Miracle Lounge ฟรี และส่วนลดสูงสุด 30% สำหรับผู้ติดตาม อุ่นใจทุกเที่ยวบินด้วยประกันเดินทางจากกรุงเทพประกันภัย พิเศษ! สมัครฟรี ไม่มีค่าธรรมเนียมรายปี ที่ธนาคารกรุงเทพทุกสาขาในเขตกรุงเทพและปริมณฑล และสาขาในต่างจังหวัดที่ร่วมรายการ หรือ ทาง ‘โมบายแบงก์กิ้งธนาคารกรุงเทพ’ พร้อมตั้งเป้าปีแรกมียอดเปิดใช้บริการบัตรไม่ต่ำกว่า 100,000 ใบ นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารพร้อมนำเสนอบัตร ‘Bangkok Bank Travel Card’ บัตรเงินสดแบบเติมเงิน (Prepaid card) ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซปต์ “ไป…ให้ถึง” เพื่อเติมเต็มประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับนักเดินทางชาวไทยที่นิยมท่องเที่ยวในต่างประเทศ ด้วยสิทธิประโยชน์คุ้มครบวงจร ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง จนถึงทุกจุดหมายปลายทาง ได้แก่ เที่ยวคุ้มทั่วโลก รองรับการทำรายการชำระสินค้าและบริการ 150 สกุลเงินทั่วโลก ทั้งสกุลเงินที่แลกเก็บไว้ในบัตร และสกุลเงินที่นอกเหนือที่รองรับจะทำรายการผ่านเงินสกุลไทยบาทที่เติมอยู่ในบัตร โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนของ Mastercard ณ ช่วงเวลาทำการ โดยไม่มีค่าความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างประเทศ 2.5% (Foreign Exchange Rate Risk : FX Rate) ในทุกการใช้จ่ายผ่านบัตร และถอนเงินสดสกุลเงินต่างประเทศผ่านเครื่อง ATM ที่ต่างประเทศที่รองรับ Mastercard ทั่วโลก ได้เรทถูกใจ แลกได้ทันที่ สามารถตั้งเตือนเรทถูกใจ แลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินต่างประเทศในบัตรได้มากถึง 11สกุลเงิน ได้แก่…
Author: staff
บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำจุดยืนการผู้นำธุรกิจประกันชีวิตและสุขภาพ เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “บำนาญ สมาร์ท 95” ประกันชีวิตประเภทบำนาญ ให้ความคุ้มครองชีวิตและเป็นแผนประกันบำนาญที่ช่วยให้คุณได้เลือกใช้ชีวิตในแบบฉบับของตัวเองอย่างอิสระ สามารถเลือกรับบำนาญได้ตั้งแต่อายุก่อน 60 ปี โดยแบบประกัน “บำนาญ สมาร์ท 95” มีจุดเด่นดังนี้ เลือกรับบำนาญได้ตั้งแต่อายุ 55, 60, 65, และ 70 ปี พร้อมคุ้มครองจนถึงอายุ 95 ปี วางแผนจ่ายเบี้ยฯได้ตรงใจ แบบชำระได้ 6 ปี หรือ ทยอยชำระได้สูงสุดถึงอายุ 70 ปี รับเงินบำนาญสูงสุด 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เบี้ยประกันภัยสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาทต่อปี (ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร) ทั้งนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต และบริการให้สามารถเข้าถึงผู้คนให้ได้มากที่สุด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ทุกคนสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างมั่นใจ และพร้อมเคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ “บำนาญ สมาร์ท 95” ท่านสามารถติดต่อได้แล้ววันนี้ ที่ตัวแทนของบริษัทฯ สำนักงานตัวแทนทั่วประเทศ หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้หรือคลิก https://ktaxa.live/bumnan-smart-95-News นอกจากนี้ท่านสามารถสอบถามข้อมูล บริการอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1159 หรือ www.krungthai-axa.co.th
ปัจจุบันการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในภาคธุรกิจต่างๆ กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของแนวโน้มการเติบโตในหลายอุตสาหกรรม ที่ประยุกต์นำเอา AI มาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยกระแสการเติบโตดังกล่าว ทาง บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) และเครือข่าย UOBAM Singapore ผู้นำในการผลักดันการนำ AI มาใช้ในมิติของการลงทุนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้รับเกียรติเข้าร่วมเป็นวิทยากรในงาน 15th Annual Thailand Roundtable เนื่องในโอกาส Asia Asset Management ครบรอบ 30 ปี ในหัวข้อเรื่อง Impact of AI on Asset Management and Wealth Management โดยผู้เชี่ยวชาญคือ K.Paul Ho, Regional Head of Asia ex-Japan, Head of Investment Technology (ลำดับ 2 จากซ้าย) มาร่วมแชร์แนวโน้มการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ประยุกต์ใช้ในโลกการลงทุน และเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนธุรกิจการจัดการลงทุนในอนาคต งานสัมมนาจัดขึ้นที่ The Athenee Hotel Bangkok เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ด้านบริหารความมั่งคั่ง ยกระดับ K WEALTH เป็น “Lifelong Trusted Advisor ที่ปรึกษาด้านการลงทุนที่ลูกค้าไว้ใจในทุกช่วงชีวิต” ศูนย์รวมความเชี่ยวชาญในการบริหารความมั่งคั่ง พร้อมโซลูชันที่ครอบคลุม การเงิน การลงทุน ธุรกิจ และการดูแลคุ้มครองรอบด้าน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Your Future-Ready Wealth พันธมิตรการลงทุน พร้อมเคียงข้างคุณ สู่อนาคตความมั่งคั่ง” มุ่งเสริมแกร่งให้นักลงทุนไทยรับมือปัจจัยผันผวนของ VUCA ทั้งเศรษฐกิจ ตลาดทุน และภูมิรัฐศาสตร์ โดยผสาน 3 ศักยภาพของ Wealth Team, Wealth Tech และ Wealth Partnerships ดร. พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สภาวะตลาดการลงทุนในปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัย VUCA ที่รุนแรงขึ้น ได้แก่ V: Volatility – ความผันผวนของราคาตลาด U: Uncertainty – ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ C: Complexity ความซับซ้อนของสินทรัพย์เชื่อมโยง และ A: Ambiguity ความคลุมเครือของกฎเกณฑ์ใหม่ๆ การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ ตลาดทุน และภูมิรัฐศาสตร์นี้เอง ที่ส่งผลต่อเสถียรภาพพอร์ตของนักลงทุนไทย โดยเฉพาะเรื่องความผันผวนที่นำไปสู่การตัดสินใจระยะสั้น อีกทั้งยังมีเทรนด์ลงทุนใหม่ๆ ที่เข้าถึงได้ยาก เช่น Private Market Investment หรือ Sustainable Investing ที่กำลังเป็นกระแสหลัก และเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนกำลังให้ความสนใจ ดร. พิพัฒน์พงศ์ กล่าวต่อว่า เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างผลประโยชน์สูงสุดตามเป้าหมายชีวิตและการเงินได้อย่างยั่งยืน ธนาคารจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์ยกระดับศักยภาพและบทบาทของ K WEALTH สู่การเป็น “Lifelong Trusted Advisor” ด้วยคอนเซปต์ “Your Future-Ready Wealth พันธมิตรการลงทุน พร้อมเคียงข้างคุณ สู่อนาคตความมั่งคั่ง” โดยได้ทรานส์ฟอร์มจากการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์…
ธนชาตประกันภัย ร่วมสนับสนุนกิจกรรมงานวิ่งสุดยิ่งใหญ่แห่งปี “ยกทัพรัน มันส์ยกทีม ครั้งที่ 2” จัดภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทีมลิง ทีมยักษ์ รักการวิ่ง” เชื่อมโยงประกันภัยสู่การสร้างวิถีสุขภาพยั่งยืน พร้อมย้ำเสน่ห์ศิลปะไทย ต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงกีฬาและวัฒนธรรม เปิดให้เลือกทีมและวิ่งพร้อมกัน 7 ธันวาคมนี้ ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชมพัฒน์ อัศวชินโชติ Executive Head – Motor Manufacturer Business บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “บริษัท เรด ซี๊ด ครีเอชั่น จำกัด และ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด ซึ่งเป็นพันธมิตรธุรกิจได้เปิดโอกาสให้ธนชาตประกันภัย ร่วมมีส่วนสำคัญในกิจกรรม “ยกทัพรัน มันส์ยกทีม ครั้งที่ 2” (Yoktub Run 2) งานวิ่งรูปแบบใหม่ที่นอกจากจะปรับรูปแบบของกีฬาให้สะท้อนความเป็นไทยแล้ว ยังสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพ สอดรับกับแนวคิดการประกันภัยของธนชาตประกันภัย ที่เชื่อมั่นว่าพลังของการดูแลตั้งแต่ต้น คือ การสร้างชีวิตที่แข็งแรง ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว ควบคู่ไปกับการคุ้มครองที่ครอบคลุมในทุกความเสี่ยงให้กับลูกค้า โดยกิจกรรมนี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมสุขภาพดีและปลอดภัยในทุกมิติ” “การมีสุขภาพที่ดี เป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงโรคภัยและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน ซึ่งธนชาตประกันภัย เห็นถึงความตั้งใจของผู้จัดงาน ที่ต้องการส่งเสริมให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพ ผ่านการออกกำลังกาย และการวิ่ง ก็เป็นวิถีด้านกีฬาของคนไทยที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในทางวิ่ง แต่ยังต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงกีฬา อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่เผยแพร่วัฒนธรรมไทยในรูปแบบใหม่ที่เข้าถึงง่าย ผ่านตัวละครโขน “รามเกียรติ์” ซึ่งถือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านศิลปวัฒนธรรมไทย ที่สร้างสรรค์ออกมาได้อย่างโดดเด่น และสร้างพลังบวกให้กับสังคม มั่นใจว่าผู้ร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะได้ทั้งความสุขและสนุกกับกีฬาวิ่ง ได้สุขภาพที่แข็งแรง และยังได้ร่วมโปรโมทการท่องเที่ยวไทย พร้อมแสดงศักยภาพของพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ระดับโลก” นายชมพัฒน์ กล่าว กิจกรรม “ยกทัพรัน มันส์ยกทีม ครั้งที่ 2” (Yoktub Run 2) จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “ทีมลิง ทีมยักษ์ รักการวิ่ง” ยกระดับความสนุกผ่านตัวละครโขนจาก รามเกียรติ์ โดยนักวิ่งเลือกสามารถได้ว่าจะวิ่งทีมลิง หรือ ทีมยักษ์ มีการดีไซน์เสื้อวิ่งสวยงามสะท้อนความเป็นไทยให้กับทั้ง 2…
กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.ศิริ การเจริญดี ประธานกรรมการ และนายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการ ผู้บริหารระดับสูง และพนักงาน จัดพิธีน้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งภายในพิธี ดร.ศิริ การเจริญดี ประธานในพิธีได้กล่าวถวายความอาลัย พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหารและพนักงาน ยังได้พร้อมใจกันยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยเป็นเวลา 93 วินาที เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ และลงนามถวายความอาลัย ณ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ในโอกาสนี้ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ขอร่วมใจน้อมถวายความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นและหาที่สุดมิได้ ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยและความเจริญมั่นคงของประเทศชาติสืบไป
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เผยแพร่ “แนวปฏิบัติ เรื่อง การกำกับดูแลการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ สำหรับบริษัทประกันภัย (AI Governance Guideline) พ.ศ. 2568” เพื่อเป็นกรอบกำกับดูแลการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในภาคธุรกิจประกันภัย โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภคกับการส่งเสริมนวัตกรรม เพื่อให้การประยุกต์ใช้ AI ในภาคธุรกิจประกันภัย เกิดขึ้นอย่างรับผิดชอบ โปร่งใส และมีความมั่นคงปลอดภัย โดยแนวปฏิบัตินี้ได้ผ่านการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะมาก่อนแล้ว ซึ่งแนวปฏิบัติดังกล่าวจัดทำขึ้นภายใต้หลัก Risk-Based Proportionality เพื่อให้บริษัทประกันภัยสามารถประเมินระดับความเสี่ยงของเทคโนโลยีที่ใช้และนำไปปรับใช้ ตามระดับความเสี่ยงของเทคโนโลยี AI ครอบคลุม 4 หลักสำคัญ ได้แก่ 1. การกำกับดูแลการใช้งาน AI (AI Governance) กำหนดโครงสร้างการบริหารจัดการ และการกำกับดูแลที่ชัดเจน ทั้งบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง พร้อมส่งเสริมความรู้ด้านจริยธรรมและการบริหารความเสี่ยงจาก AI ให้กับบุคลากรทุกระดับ เพื่อให้การใช้งานเทคโนโลยีเป็นไปอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีความรับผิดชอบ 2. ความทนทานและความมั่นคงปลอดภัยของระบบ AI (Robustness and AI Security) วางมาตรการป้องกันความผิดพลาดและภัยคุกคามไซเบอร์ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของระบบ ตั้งแต่การออกแบบที่ปลอดภัย (Secure by Design) การจัดการช่องโหว่ การบันทึกเหตุการณ์ (Log) ไปจนถึงการสำรองและกู้คืนข้อมูล เพื่อให้ระบบมีความมั่นคง ความเสถียร และความปลอดภัย พร้อมรับมือกับความเสี่ยงจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ 3. ความโปร่งใสและความสามารถในการอธิบาย (Transparency and Explainability) กำหนดให้บริษัทประกันภัยต้องสามารถอธิบายเหตุผล กระบวนการตัดสินใจ หรือผลลัพธ์จาก AI ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีที่มีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้บริโภค เพื่อให้การทำงานของระบบ AI สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและผู้เกี่ยวข้อง และสามารถตรวจสอบได้ 4. ความเป็นธรรมและการคุ้มครองผู้บริโภค (Fairness and Consumer Protection) ส่งเสริมการใช้ AI ที่ไม่สร้างอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการประกันภัย กำกับดูแลคุณภาพข้อมูลเพื่อลดความเสี่ยงจากอคติของข้อมูล (Data Bias) อันอาจนำไปสู่การเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และต้องเปิดช่องให้ผู้บริโภคสามารถร้องขอคำอธิบาย หรือให้มนุษย์ตรวจสอบการตัดสินใจของ AI ได้…
เมืองไทยประกันชีวิต ปรับพอร์ตแนะนำการลงทุนยูนิตลิงค์ส่งท้ายปี 2568 พร้อมเพิ่มกองทุนใหม่ ES-ALOVE-UH สร้างโอกาสรับผลตอบแทนช่วงตลาดผันผวน สามารถจัดพอร์ตกองทุนรวมได้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในทุกระดับความเสี่ยง และช่วยให้การวางแผนสร้างผลตอบแทนระยะยาวมีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าตอบโจทย์การสร้างความมั่นคงเพื่อคนที่คุณรัก ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านประกันชีวิตที่คอยเคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต (MTL Everyday Life Partner) บริษัทฯ จึงพัฒนาบริการสำหรับลูกค้าประกันชีวิตควบการลงทุนหรือยูนิตลิงค์ ด้วยการติดตามผลการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนปรับพอร์ตโฟลิโอแนะนำตามความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ขยายโอกาสการลงทุน ด้วยการเพิ่มกองทุนเปิดอีสท์สปริง Asian Low Volatility Equity-Unhedged (ES-ALOVE-UH) เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าประกันชีวิตควบการลงทุน mDesign mGrow615 mOne และ mOnePlus สามารถเลือกจัดพอร์ตกองทุนรวมได้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ในทุกระดับความเสี่ยง สอดรับกับปัจจัยทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่ผันผวนและช่วยให้การวางแผน สร้างผลตอบแทนระยะยาวมีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น บริษัทฯ ได้เตรียมพร้อมรับมือความผันผวนที่มากขึ้น โดยประเมินปัจจัยทางเศรษฐกิจ ภาวะการลงทุน และการคาดการณ์ผลตอบแทนในอนาคต ตลอดจนความเสี่ยงต่าง ๆ เพื่อหาสัดส่วนการลงทุนที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่สูงที่สุดในระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม ด้วยการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้จึงได้แนะนำปรับลดน้ำหนักการลงทุนหุ้นไทย และเพิ่มการลงทุนใน ‘หุ้นเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นหุ้นญี่ปุ่น)’ ผ่านกองทุนเปิด ES-ALOVE-UH เนื่องจากมองเห็นศักยภาพการเติบโตที่สูงจากการบริโภค และการขยายตัวของภาคเทคโนโลยีและการผลิต นอกจากนี้ มูลค่าหุ้นของตลาดเอเชียยังคงต่ำกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นโลก ทั้งนี้ กองทุนเปิด ES-ALOVE-UH มีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนรวมในระยะยาวให้สอดคล้องกับตลาดหุ้น ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ยกเว้นหุ้นญี่ปุ่น) ผ่านการเติบโตของรายได้และการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว แต่มีความผันผวนที่ต่ำกว่าตลาด ช่วยลดโอกาสในการขาดทุน โดยกระจายการลงทุนในหุ้นประมาณ 100 – 200 ตัว ไปยังแต่ละกลุ่มประเทศ ธุรกิจ บริษัท และคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยงประเภทต่าง ๆ อย่างครอบคลุม เพื่อเพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนจากการลงทุนที่มากขึ้น สำหรับพอร์ตโฟลิโอแนะนำตามความเสี่ยงที่เมืองไทยประกันชีวิตออกแบบนั้นจะมีการกระจายการลงทุน ในหลากหลายสินทรัพย์ตามระดับความเสี่ยงของลูกค้า โดยมีให้เลือกถึง 5 พอร์ตโฟลิโอ ได้แก่ พอร์ตโฟลิโอความเสี่ยงต่ำ (Low Risk Portfolio)…
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะผู้นำธุรกิจประกันวินาศภัยของไทย ที่เคียงข้าง ดูแล และสร้างความมั่นใจให้กับคนไทยมากว่า 7 ทศวรรษ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทิพยประกันภัยได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งขององค์กร ทั้งในด้านการบริหารที่กล้าคิด กล้าทำ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ภายใต้ปรัชญา “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” (Customer Centric) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ และเป็นแนวทางที่องค์กรยึดมั่นมาโดยตลอด ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สิ่งที่ทำให้ทิพยประกันภัยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนาน คือ ‘ความจริงใจ’ ไม่ว่าจะเป็นต่อลูกค้า เพื่อนร่วมงาน คู่ค้า พันธมิตรทางธุรกิจ หรือผู้ถือหุ้น หากเรามีความจริงใจกับทุกคน ความเชื่อมั่นและความสำเร็จก็จะตามมา” ตลอดเส้นทางกว่า 74 ปี ทิพยประกันภัยไม่เคยหยุดพัฒนา ทั้งในด้านการบริการและบุคลากร โดยส่งเสริมให้พนักงานทุกระดับ “Relearn” เพื่อเปิดรับความรู้ใหม่ ๆ ให้เท่าทันกับเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรได้รับรางวัลเกียรติยศมากมาย อาทิ รางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น ประจำปี 2567 ,รางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีดีเด่น 5 ปีซ้อน โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ทิพยประกันภัยให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่น (Trust) และความมั่นคงให้กับลูกค้า ด้วยการดูแลที่ครอบคลุมทุกช่วงชีวิต ทั้งในกลุ่มประกันภัยธุรกิจภาครัฐและเอกชน ที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญมายาวนาน และกลุ่มประกันภัยบุคคล ซึ่งครอบคลุมลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการSMEs ที่ขยายฐานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง พร้อมกันนี้ ทิพยประกันภัยยังนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย แบบเฉพาะบุคคล (Tailor-Made) ที่ตอบโจทย์ Pain Point และ Pressure Point ของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงจุด การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI จึงไม่ใช่เพียง “เครื่องมือ” หากแต่เป็น “กลยุทธ์สำคัญ” ในการยกระดับประสบการณ์การให้บริการให้รวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทิพยประกันภัยได้ต่อยอดสู่การเป็นบริษัทประกันภัยแห่งอนาคต ร่วมมือกับ…
เอไอเอ ประเทศไทย เปิดตัว “AIA Vitality รูปแบบใหม่ เพื่อทุกก้าวของสุขภาพ” และร่วมฉลองในโอกาสครบรอบ 10 ปี AIA Vitality ในประเทศไทย ที่มาพร้อมสิทธิประโยชน์ใหม่ในรูปแบบ ‘ไวทัลลิตี้ โบนัส’ ให้โบนัสเงินคืนตามสถานะไวทัลลิตี้ สูงสุดถึง 20% ของเบี้ยประกันภัยมาตรฐานในแต่ละปีกรมธรรม์[1] เริ่มตั้งแต่ปีกรมธรรม์แรกโดยไม่ต้องรอสะสมคะแนน อีกทั้งยังมากับแรงจูงใจที่อยากให้สมาชิกดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องด้วยของรางวัลประจำเดือน[2] (Monthly Reward) ที่ยกขบวนความฟินมาเสิร์ฟให้สมาชิกแบบจุก ๆ ทุกเดือน ทั้งบัตรชมภาพยนตร์ สตรีมมิ่งออนไลน์ บริการนวด กาแฟ สมูทตี้ผักผลไม้ และอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งสมาชิกสามารถเลือกรับของรางวัลได้ทุกเดือน รวมถึงสิทธิประโยชน์จากพาร์ทเนอร์ชั้นนำต่าง ๆ อีกมากมาย ตอกย้ำถึงพันธกิจที่เอไอเอมุ่งสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น ตามคำมั่นสัญญา ‘Healthier, Longer, Better Lives’ นอกจากนี้ ยังได้ “หมาก ปริญ สุภารัตน์” AIA Vitality Ambassador มาร่วมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ที่มากับรูปแบบใหม่ของ AIA Vitality ให้สมาชิกได้สนุกมากขึ้นกับการดูแลสุขภาพเพื่อรับไวทัลลิตี้ โบนัส และของรางวัลทุกเดือน ยิ่งสะสมคะแนนได้สูง ยิ่งเลือกของรางวัลได้มาก พร้อมชวนคนไทยมาเปลี่ยนสถานะ (AIA Vitality Status) ไปด้วยกัน เพื่อสุขภาพที่ดีในแบบที่คุณชอบทำ นายนิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษนับตั้งแต่เราเปิดตัว AIA Vitality ในประเทศไทย พันธกิจของเรายังคงชัดเจนเสมอมา นั่นคือเราต้องการส่งมอบโครงการสุขภาพที่มีพื้นฐานจากวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยได้สนุกกับการดูแลสุขภาพ โดยมีเอไอเอคอยอยู่เคียงข้างและสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายในการมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น จนทำให้ปัจจุบัน AIA Vitality เป็นโครงการสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีสมาชิกมากกว่า 900,000 คนทั่วประเทศ[3] ความสำเร็จของ AIA Vitality ไม่ได้เกิดจากเป้าหมายที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากความร่วมมือที่ดีจากพันธมิตรของเรา ซึ่งช่วยกันสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพที่ครอบคลุมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และจากที่เรามีสมาชิกเป็นจำนวนมาก เราจึงเข้าใจดีถึงความหลากหลาย ซึ่งสมาชิกแต่ละคนมีความสนใจด้านสุขภาพและแนวทางในการดูแลตัวเองแตกต่างกัน ฉะนั้นแรงจูงใจที่เราจะชวนให้เขาเริ่มต้นดูแลสุขภาพและสร้างนิสัยสุขภาพดีจึงต้องหลากหลายด้วยเช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของ AIA Vitality…
