Author: staff

บีเอ็นพี พารีบาส์ รุกตลาดเวลธ์ แมเนจเม้นท์ตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Relationship Managers และสินทรัพย์ของลูกค้าไทยภายใต้การบริหารจัดการเป็นสามเท่า ในระยะกลาง สร้างความแตกต่างด้วยแพลตฟอร์มการบริหารความมั่งคั่งระดับโลกที่ครบถ้วน และครอบคลุม เพื่อรองรับผู้ลงทุนรายใหญ่ที่กำลังเติบโตในประเทศไทย บีเอ็นพี พารีบาส์ เวลท์ แมเนจเม้นท์ (BNP Paribas Wealth Management) เป็น Private Bank ชั้นนำในยุโรป และเอเชีย วางแผนขยายธุรกิจ ด้วยการเปิดตัวธุรกิจการบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) อย่างเป็นทางการในประเทศไทยผ่าน บริษัทหลักทรัพย์ บีเอ็นพี พารีบาส์ (ประเทศไทย) (“BNP Paribas Securities Thailand) โดยทางบริษัทฯคาดว่าจะเพิ่มจำนวน Relationship Managers เพื่อให้บริการลูกค้าที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย และสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการขึ้นเป็น 3 เท่า ภายใน 3 ปีข้างหน้า เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นในการให้บริการลูกค้าในประเทศให้ดียิ่งขึ้น นายอาร์โนลด์ เทลิเยร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บีเอ็นพี พารีบาส์ เวลท์ แมเนจเม้นท์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวถึงความสำคัญของตลาดไทยต่อธุรกิจระดับภูมิภาคว่า ประเทศไทยที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยผู้ประกอบการที่มีพลวัต มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค โดยมีการขับเคลื่อนให้เกิดการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งนำไปสู่การเร่งสร้างความมั่งคั่ง “บีเอ็นพี พารีบาส์ ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นเวลา 45 ปี โดยปัจจุบันมีฐานลูกค้าเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ และสถาบันการเงินมากกว่า 500 แห่ง ทีมบริหารความมั่งคั่งของเรามุ่งเดินหน้าต่อยอดจากธุรกิจที่มีอยู่ และร่วมมือกับกลุ่มธุรกิจเดิม คือ Corporate and Institutional Banking เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สร้างสรรค์ และเหมาะสมสำหรับแต่ละผู้ประกอบการและครอบครัว เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่มีความซับซ้อน และความต้องการการบริหารความมั่งคั่งที่มากขึ้น ทีมงานของบีเอ็นพี พารีบาส์- บุคคลในภาพ เรียงจากซ้ายไปขวา 1. น.ส. ภาวรรณ อมรประยูร, Relationship Manager, บีเอ็นพี พาริบาส์ เวลท์ แมเนจเมนต์ ประจำประเทศไทย 2. นายแดเนียล ปีเตอร์…

Read More

2567 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เป็นประธานแถลงข่าวสรุปผลการประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย (OIC Meets CEO 2024) ร่วมกับ นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย และ ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย โดยมีผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ผู้บริหารสมาคมประกันชีวิตไทย ผู้บริหารสมาคมประกันวินาศภัยไทย และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ อาคารสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ชั้น 2 สำนักงาน คปภ. ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ สืบเนื่องจากการประชุม OIC Meets CEO 2024 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 มีนาคม 2567 ณ โรงแรม เรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดชลบุรี เพื่อเป็นเวทีในการพบปะและหารือกับภาคธุรกิจประกันภัยในประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันและสามารถแก้ไขปัญหาให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมประกันภัยให้เติบโตควบคู่ไปกับการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ให้กับประชาชน รวมถึงการสร้างธรรมาภิบาลให้กับบริษัทประกันภัยในการประกอบธุรกิจไปด้วยกัน สำหรับผลการประชุม OIC Meets CEO 2024 ที่ประชุมมีข้อสรุปร่วมกันเกี่ยวกับการยกระดับและสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมประกันภัย 7 หัวข้อหลัก ดังนี้ หัวข้อที่ 1 การพัฒนามาตรฐานและยกระดับบทบาทของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยและผู้สอบบัญชี โดยจะมีการกำหนดให้บริษัทมีนโยบายการหมุนเวียนเปลี่ยนงาน (Job Rotation) ให้กับนักคณิตศาสตร์ประกันภัยในบริษัท และ/หรือมอบหมายให้นักคณิตศาสตร์ประกันภัยเป็นกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ของบริษัท เพื่อให้มีประสบการณ์ครบถ้วนในการทำงานในหน้าที่นักคณิตศาสตร์ประกันภัยแต่งตั้ง (Appointed Actuary) รวมถึงบริษัทประกันภัยจะสนับสนุนสมาคมนักคณิตศาสตร์ประกันภัยแห่งประเทศไทยทั้งในด้านบุคลากรและงบประมาณ เพื่อช่วยยกระดับให้มีมาตรฐานการปฏิบัติงาน จรรยาบรรณ และการพัฒนาทางวิชาชีพที่ต่อเนื่องและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล หัวข้อที่ 2 บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารบริษัท ภายใต้การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย โดยให้นำหลักการของร่างกฎหมายในเรื่องดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ หัวข้อที่ 3 การยกระดับการกำกับดูแล โดยใช้ข้อมูล Unaudited Data ผ่าน Company Management Control โดยในที่ประชุมได้มีการกำหนดให้บริษัทประกันภัยจัดให้มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจประกันภัย…

Read More

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา กรรมการผู้จัดการ และนายวีรเวท ไชยวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการกลุ่มงาน กลุ่มธุรกิจลูกค้ารายย่อยและธนบดี ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายโรเบิร์ต เพนนาโลซา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.อเบอร์ดีน (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ (Strategic Partnership) ภายในงานสัมมนา “ประตูสู่โอกาสมั่งคั่งรับมหาสงกรานต์ 2567” เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และนำเสนอโซลูชันการลงทุนอย่างยั่งยืนโดยคำนึงถึงเป้าหมายลูกค้าเป็นสำคัญ ซึ่งจะยกระดับการบริการของทั้งสองบริษัทให้ก้าวไปอีกขั้น โดยการเพิ่มช่องทางขายกองทุนรวมผ่านทางธนาคารไทยเครดิต เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงการลงทุนในกองทุนรวมของอเบอร์ดีนได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งนำเสนอบริการกองทุนส่วนบุคคล (Private Fund) ที่บริหารจัดการโดยผู้จัดการกองทุน และทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในหลายประเภทสินทรัพย์ ภายใต้การบริหารจัดการควบคุมความเสี่ยงที่ครอบคลุม เพื่อเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินให้กับลูกค้า ภายในงานสัมมนา ยังส่งเสริมความรู้ด้านการเงินและการลงทุนให้กับนักลงทุนรายย่อยในประเทศ ซึ่งมุ่งเน้นให้นักลงทุนรายย่อยมีความรู้พื้นฐานด้านการลงทุนในกองทุนรวม พร้อมทั้งยังได้รับเกียรติจากกูรูด้านการลงทุนและกองทุนรวม อย่าง น.สพ. ธนัฐ ศิริวรางกูร เจ้าของเฟซบุ๊ก แฟนเพจ “คลินิกกองทุน” และนายพงค์ธาริน ทรัพยานนท์ Head of Fixed Income and Asset Allocation บลจ. อเบอร์ดีน มาให้มุมมองเกี่ยวกับการลงทุนที่น่าสนใจ รวมไปถึงแนวโน้มทิศทางของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก พร้อมทั้งให้กลยุทธ์ในการเลือกกองทุนที่เหมาะสมและให้ผลตอบแทนที่ดีในภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนของอเบอร์ดีนได้ผ่านสาขาเงินฝากของธนาคารไทยเครดิตทั้ง 28 สาขา ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก

Read More

บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” เพื่อรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนนและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่เดินทางไกลช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2567 ซึ่งบริษัทฯ มุ่งส่งเสริมการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ด้วยการสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเล็งเห็นความสำคัญของการตรวจเช็คความพร้อมของสภาพรถยนต์ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์เบื้องต้นฟรี 20 รายการ ภายหลังตรวจรถยนต์เสร็จตอบแบบสอบถามผ่าน QR CODE รับทันทีแก้วน้ำพลาสติกเป็นของที่ระลึก (ของมีจำนวนจำกัด) ณ ศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 31 แห่ง สามารถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ – 12 เมษายน 2567 นางสาวกานดา วัฒนายิ่งสมสุข ที่ปรึกษาฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ ดำเนินกิจกรรมรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนนในรูปแบบต่างๆ ร่วมกับ ภาคีเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีเป้าประสงค์เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และเสียชีวิตให้น้อยลง โดยเฉพาะช่วงเทศกาลวันหยุดยาวที่มีประชาชนเป็นจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงเดินทางท่องเที่ยวในต่างจังหวัด บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย” เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ให้พร้อมใช้งานก่อนออกเดินทางทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งต่อตัวผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง ทั้งนี้ ลูกค้าของวิริยะประกันภัยและประชาชนทั่วไป สามารถนำรถยนต์เข้ารับการตรวจเช็คสภาพฟรีเบื้องต้น จำนวน 20 รายการ อาทิ ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ตรวจเช็คสภาพยางรถยนต์ ตรวจเช็คสภาพการทำงานของไฟส่องสว่างและไฟสัญญาณ ตรวจสอบคันเร่ง ตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำมัน ตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ ตรวจสอบเบรก ตรวจสอบไส้กรองอากาศ ตรวจสอบคลัตซ์ ตรวจสอบระบบบังคับเลี้ยว ตรวจสภาพการทำงานของเครื่องยนต์ เป็นต้น สำหรับศูนย์ซ่อมมาตรฐานวิริยะประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการให้บริการตรวจรถฟรี จำนวน 31 แห่ง ได้แก่ 1) บริษัท เฮงบอดี้คาร์ เซอร์วิส จำกัด 2) บริษัท วงษ์ศิริเลิศ คาร์ เซอร์วิส (1997) จำกัด 3) บริษัท เจริญภัภัณฑ์ยนตรกิจ เซอร์วิส จำกัด…

Read More

บมจ.ไทยสมุทรประกันชีวิต รักคือพลังของชีวิต โดยคุณนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ (CEO) เผยว่า เนื่องในวาระ 75 ปีของ OCEAN LIFE ไทยสมุทร มุ่งใช้ศักยภาพทุกด้าน ช่วยลูกค้าและคนไทยทุกคนก้าวสู่โลกยุคใหม่ด้วยความมั่นใจว่าจะพร้อมรับมือกับความผันผวนไม่แน่นอนทั้งสุขภาพ การเงิน สังคมและสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะเรื่องการเงินที่ต้องเตรียมพร้อมวางแผนระยะยาวในวันที่ยังมีเรี่ยวแรงหารายได้ จึงได้ส่งแบบประกันคุ้มครองตลอดชีพ “โอเชี่ยนไลฟ์ สมาร์ท เวลท์ 99/1” ที่จ่ายเบี้ยเพียงครั้งเดียว รับเงินคืนทุกปี ยาวจนถึงอายุ 99 ปี ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์คนที่มองหาประกันชีวิตที่ทำง่าย เข้าใจง่าย มีทั้งความคุ้มครอง และผลประโยชน์จากเงินคืนที่น่าพอใจ “โอเชี่ยนไลฟ์ สมาร์ท เวลท์ 99/1” จ่ายเบี้ยฯ เพียงครั้งเดียว คุ้มครองชีวิตจนอายุครบ 99 ปี โดยให้ความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต 105% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย จุดเด่นอยู่ที่การให้เงินคืนระหว่างสัญญา ที่ผู้เอาประกันจะได้รับเงินคืน 2.4% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 1 จนถึงปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยอายุครบ 98 ปี และรับอีก 102.4% ในปีสุดท้ายเมื่อครบกำหนดสัญญา (อายุครบ 99 ปี) “โอเชี่ยนไลฟ์ สมาร์ท เวลท์ 99/1” รับประกันภัยบุคคลอายุตั้งแต่ 30 วัน – 65 ปี โดยเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่สรรพากรกำหนด รายละเอียดแบบประกันเพิ่มเติม คลิก https://oceanlifeth.co/Content-Ocean-Life-Smart-Wealth-99… OCEAN LIFE ไทยสมุทร ใช้ความรักเป็นพลังขับเคลื่อนองค์กรมายาวนาน 75 ปี โดยไม่หยุดพัฒนาในทุกมิติ เพื่อทำให้ประกันชีวิตเป็นเรื่องง่าย ทำให้คนไทยเข้าถึงประโยชน์ของการประกันชีวิตได้มากที่สุด พร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลโลกและสังคม เพื่อส่งมอบอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้ ใช้ชีวิตอย่างมั่นคง มั่นใจ ปลอดภัย มีความสุข สนใจติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ocean.co.th หรือ ติดต่อ OCEAN LIFE CONTACT CENTER 1503 ข้อควรทราบ:…

Read More

นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย ร่วมงานแถลงข่าวสรุปผลการประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย (OIC Meets CEO 2024) จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) โดยมี นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เป็นประธานการแถลงข่าว พร้อมด้วย ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย ซึ่งการประชุมผู้บริหารระดับสูงด้านการประกันภัย (OIC Meets CEO 2024) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – 9 มีนาคม 2567 ณ โรงแรมเรเนซองส์ พัทยา รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดชลบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจประกันภัย ซึ่งมีคณะผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน คปภ. และคณะผู้บริหารระดับสูงของธุรกิจประกันชีวิต – ประกันภัย เข้าร่วมหารือ และนำประเด็นที่ร่วมหารือมาจัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน โดยสาระสำคัญของการประชุมในครั้งนี้ ได้แก่ การพัฒนามาตรฐานและยกระดับบทบาทของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยและผู้สอบบัญชี การยกระดับมาตรฐานการอนุมัติกรมธรรม์ประกันภัย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการประกันสุขภาพ การยกระดับการกำกับดูแลโดยใช้ข้อมูล Unaudited data ผ่าน Company Management Control การจัดทำ Service Level Agreement (SLA) มาตรฐานกรอบระยะเวลาสำหรับการให้บริการของธุรกิจประกันภัย และการส่งเสริมให้เกิดการกำกับดูแลตนเอง เช่น ค่า commission ประกันภัยรถภาคบังคับ และการกำกับดูแลตัวแทนประกันภัย บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารบริษัท ภายใต้การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติประกันชีวิต/ประกันวินาศภัย ตลอดจนแนวทางการกำกับการลงทุนในกิจการที่มีประโยชน์เกี่ยวข้องกับบริษัทประกันภัย การยกระดับมาตรฐานการกำกับการดำเนินการของตัวแทนและนายหน้าประกันภัยบุคคลธรรมดา โดยบริษัทประกันภัยและนายประกันภัยนิติบุคคล เรื่องการนำส่งข้อมูลในระบบ IBS และนำส่งข้อมูลในระบบรายงานข้อมูลการรับประกันภัยรถภาคบังคับ (CMIS) รวมถึงความร่วมมือในการส่งเสริม Insurance literacy ระหว่างสำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย ณ ห้องประชุมอาคารสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ชั้น 2 สำนักงาน คปภ. (รัชดาภิเษก) เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 256

Read More

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) โดย นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME นำทีมงานพร้อมด้วยขบวนพาเหรด “กรุงศรี มั่งมี ช้อป ใช้กรุงศรี มั่งมี ทุกร้าน” และน้องกล้วยกรุงศรี ตัวแทนส่งมอบชีวิตง่ายได้ทุกวัน ลงพื้นที่พบปะร้านค้าธุรกิจเอสเอ็มอีในย่านถนนบรรทัดทอง แนะนำบริการ “กรุงศรี มั่งมี ช้อป” แอปพลิเคชันสำหรับร้านค้า ใช้งานง่าย ช่วยสนับสนุนทุกการขายให้คล่องตัว กิจการมั่งคั่งมั่งมียิ่งขึ้น และช่วยผู้ประกอบการมีชีวิตง่ายได้ทุกวัน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของกรุงศรีที่มุ่งสู่การเป็นธนาคารหลักสำหรับลูกค้าธุรกิจ SME นางสาวดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านลูกค้าธุรกิจ SME กล่าวว่า “กรุงศรี SME พร้อมช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SME ทุกระดับ ให้สามารถค้าขาย ทำธุรกิจได้อย่างคล่องตัว และกรุงศรี มั่งมี ช้อป ก็เป็นหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการสามารถตอบโจทย์ พฤติกรรมการใช้จ่ายในยุคสังคมไร้เงินสดได้ง่ายขึ้น ไม่ได้เฉพาะลูกค้าคนไทย แต่สำหรับร้านค้าที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาใช้บริการ กรุงศรีก็พัฒนาให้สามารถรองรับกับโจทย์ความต้องการเหล่านี้ได้ ที่สำคัญเราพร้อมจะให้ชีวิตของทุกคนง่ายขึ้น” ขบวนพาเหรด “กรุงศรี มั่งมี ช้อป ใช้กรุงศรี มั่งมี ทุกร้าน” เริ่มออกเดินทางจากหน้า Stadium One และเดินต่อเนื่องไปตลอดถนนบรรทัดทองตั้งแต่ช่วงเช้าจรดค่ำ ตลอดเส้นทางได้รับความสนใจทั้งจากร้านค้า ผู้ประกอบการ SME ทุกระดับ และนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติที่เข้ามาร่วมสนุกกับกิจกรรมและถ่ายภาพกับน้องกล้วยกรุงศรีอย่างสนุกสนาน แอปพลิเคชัน “กรุงศรี มั่งมี ช้อป” อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ทุกระดับให้สามารถค้าขายได้ดียิ่งขึ้น สามารถรับชำระเงินได้สะดวก เพิ่มโอกาสปิดการขายได้รวดเร็ว รองรับการชำระเงินหลากหลาย ทั้งโมบายแบงก์กิ้งทุกธนาคาร คิวอาร์โค้ดจากแอปพลิเคชันบัตรเครดิตวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด อีกทั้งยังรองรับการชำระเงินของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ใช้ Alipay และ WeChat Pay อีกด้วย นอกจากนั้น ในด้านของการใช้งาน กรุงศรี มั่งมี ช้อป มีระบบการแจ้งเตือนด้วยเสียงแบบเรียลไทม์เมื่อมีเงินเข้า มีการแสดงผลรายงานการขาย สามารถตรวจสอบสลิป และสรุปยอดขายได้ในแอปเดียว จึงไม่เพียงเป็นเครื่องมือในการรับเงิน แต่ยังช่วยสรุปรายงานยอดขายเพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนการขายได้ด้วย ร้านค้าที่สนใจและมีบัญชีกรุงศรีและใช้งาน KMA krungsri app…

Read More

แอกซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล มาร์เกต ประกาศแต่งตั้ง นางแซลลี่ โอฮาร่า ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอกซ่า ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และประเทศเกาหลีใต้ โดยจะรับผิดชอบดูแลการบริหารงานโดยตรงในประเทศไทย อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และเป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นในประเทศฟิลิปปินส์ ในขณะที่ยังคงมีหน้าที่ และความรับผิดชอบในฐานะคณะกรรมการบริหารระดับสูงของ แอกซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล มาร์เกต ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนกลยุทธ์หลักสำหรับตลาดกลุ่มลูกค้ารายย่อย และกลุ่มลูกค้าทั่วไป การบริหารจัดการส่งมอบประสบการณ์ของลูกค้าจากต้นทางถึงปลายทาง รวมถึงการผลักดันให้มีประกันสำหรับกลุ่มเปราะบาง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567

Read More

บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือพรูเด็นเชียล ประเทศไทย เปิดกล่องผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตกับพรู 888 วางแผนเพิ่มความมั่งคั่ง และความอุ่นใจทุกช่วงของชีวิต พร้อมส่งต่อหลักประกันที่มั่นคงให้กับครอบครัว ผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต พรู 888 แบบประกันชีวิตที่ขายผ่านทุกช่องทางการขายของพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น ช่องทางตัวแทน รวมถึงช่องทางพันธมิตรต่างๆ (ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย, ธนาคารทหารไทยธนชาต, ธนาคารยูโอบี , AIS Insurance Service และเดอะวัน(The 1)) ที่มีจุดเด่นผลิตภัณฑ์ด้วยการชำระเบี้ยประกันภัยระยะสั้นเพียง 8 ปี และคุ้มครองถึงอายุ 88 ปี พร้อมรับเงินคืนทุกปี ปีละ 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น ยาวจนถึงอายุ 87 ปี และรับเงินก้อนสูงถึง 888% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น เมื่อครบกำหนดสัญญา นอกจากนี้ คุณลักษณะเด่นของแบบประกันชีวิต พรู 888 ยังคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรวมสูงสุด 6400% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น หรือกรณีเสียชีวิตที่มิใช่จากอุบัติเหตุสูงสุด 800% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเริ่มต้น โดยพรู 888 เหมาะสำหรับลูกค้าที่วางแผนเกษียณต้องการมีเงินคืนที่แน่นอนรายปีจนถึงบั้นปลายในวัยเกษียณ และยังเหมาะกับผู้นำครอบครัวที่ต้องการส่งมอบมรดกให้ลูกหลาน รวมถึงนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง ด้วยการจัดสรรเงินลงทุนมาอยู่ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ และได้ผลตอบแทนที่แน่นอน อีกทั้งยังสามารถใช้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี โดยลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์และโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Prudential Thailand (www.prudential.co.th) ผลิตภัณฑ์นี้มีชื่อทางการตลาดที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่องทางการจัดจำหน่าย สามารถขอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่เครือข่ายพันธมิตรของพรูเด็นเชียล ประเทศไทย ทั่วประเทศ

Read More

ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยจับมือกับ Alibaba.com แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ B2B ของอาลีบาบาสำหรับการค้าระดับโลก หนุนผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง (เอสเอ็มอี) ขยายธุรกิจบนอีคอมเมิรซ์ ร่วมเผยแนวทางการดำเนินธุรกิจ และนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่จะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจเอสเอ็มอีขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศบนช่องทางออนไลน์ ความร่วมมือระหว่างธนาคารยูโอบี ประเทศไทย และ Alibaba.com ตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรที่พร้อมจะรวมองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญ เพื่อมอบคำแนะนำและเครื่องมือทางการเงินอันเป็นประโยชน์ให้ธุรกิจเอสเอ็มอีไทยสามารถดำเนินธุรกิจบนช่องทางออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นางสยุมรัตน์ มาระเนตร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ Head of Business Banking ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “มีรายงานคาดการณ์ว่าตลาดอีคอมเมิร์ซ B2B ทั่วโลกจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 7.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570[1] ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษที่ผ่านมาที่ธนาคารได้นำเสนอบริการเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เราเล็งเห็นว่าอีคอมเมิร์ซได้กลายมาเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่ผู้ประกอบการในการทำตลาดต่างประเทศ นอกจากนี้ ธนาคารยังตระหนักดีว่าการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและบริการทางธุรกิจ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจไปบนดิจิทัลแพลตฟอร์มที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นการผนึกความเชี่ยวชาญทางการเงินของธนาคารเข้ากับข้อมูลเชิงลึกในอุตสาหกรรมของ Alibaba.com เพื่อสนับสนุนลูกค้าเอสเอ็มอีเชื่อมต่อกับโอกาสใหม่และขยายธุรกิจไปต่างประเทศบนดิจิทัลแพลตฟอร์มระดับโลก” นายวาเรน หวัง Head of Thailand Business, Alibaba.com กล่าวว่า “ด้วยประสบการณ์มากกว่า 20 ปี ในการให้บริการธุรกิจในการซื้อขายสินค้าทั่วโลก Alibaba.com คือแพลตฟอร์ม B2B (Business-to-Business) ชั้นนำเพื่อการค้าระดับโลก รายงานการศึกษาของเราพบว่าร้อยละ 42 ของผู้ขายสินค้าใช้แพลตฟอร์มของเราเป็นช่องทางหลักในการคัดสรรสินค้า ในขณะที่ร้อยละ 60 ใช้แพลตฟอร์มเพื่อเป็นช่องทางสำหรับขยายธุรกิจไปตลาดต่างประเทศ ดังนั้นเราในฐานะแพลตฟอร์มที่ให้บริการซื้อขายแบบครบวงจรพร้อมจะอยู่เคียงข้างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในการขยายธุรกิจไปต่างแดน และเราหวังที่จะได้ร่วมงานกับยูโอบีอย่างใกล้ชิดมากขึ้นเพื่อจัดงานสัมมนาที่เป็นประโยชน์ให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอีในอนาคต” โดยเมื่อเร็วนี้ๆ ธนาคารยูโอบีได้ร่วมกับ Alibaba.com จัดงานสัมมนาให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจค้าส่ง นำเข้าและส่งออก เพื่อนำเสนอ ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจแบบ B2B บนตลาดอีคอมเมิร์ซ ทิศทางและแนวโน้มของการนำเข้าและส่งออกสินค้า รวมไปถึงสถานการณ์ของตลาดในปัจจุบันเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดหาสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมและมีโอกาสในการขายได้มากขึ้น โดยผลสำรวจของ Alibaba.com พบว่าประเทศผู้ซื้อที่สนใจซื้อผลิตภัณฑ์จากประเทศไทยมากที่สุดคือ สหรัฐอเมริกา ปากีสถาน และ ประเทศกลุ่มตะวันออกกลาง สำหรับกลุ่มสินค้าที่มียอดการซื้อขายสูงสุงจากผู้ขายไทยได้แก่ กลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม กลุ่มสินค้าด้านการเกษตร กลุ่มสินค้าด้านความงาม กลุ่มสินค้าเสื้อผ้าและเครื่องประดับ และกลุ่มสินค้าบ้านและสวน นอกจากนี้ธนาคารได้นำเสนอโซลูชันทางการเงินและบริการธนาคารที่จะช่วยบริหารเงินสด และลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการทำธุรกรรมต่างประเทศเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจเอสเอ็มอีที่สนใจจะขยายธุรกิจบนแพลต์ฟอร์มออนไลน์ระหว่างประเทศ อาทิเช่น UOB Biztrade+, UOB Trade Finance,…

Read More