นายไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รับรางวัล Best Entrepreneur หรือผู้ประกอบการแห่งปี ประเภทธุรกิจประกันชีวิต ในระดับ Gold จากการประกาศรางวัลชั้นนำระดับโลก Stevie Awards 2023 โดยเป็นผู้บริหารจากธุรกิจประกันชีวิตรายแรกและหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลดังกล่าว ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งขับเคลื่อนไทยประกันชีวิต สู่การเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งความยั่งยืน พร้อมส่งมอบคุณค่าให้กับผู้มีส่วนได้เสียในทุกภาคส่วน ตอกย้ำถึงความเป็นสุดยอดผู้นำที่มีผลงานโดดเด่น และได้รับการยอมรับในระดับสากล
Author: staff
สมาคมประกันชีวิตไทย ตระหนักและเห็นความสำคัญเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนมาตรฐานการรายงาน ทางการเงิน ฉบับที่ 4 เรื่อง สัญญาประกันภัย (IFRS 4) เป็น มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 17 เรื่อง สัญญาประกันภัย (IFRS 17) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 ดังนั้น สมาคมประกันชีวิตไทย โดยคณะอนุกรรมการระบบบัญชีและภาษี จึงได้จัดสัมมนา TFRS17 เชิงปฏิบัติการ (Workshop) สำหรับบริษัทประกันชีวิต ให้ความรู้เชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับวิธีการวัดมูลค่าทั่วไป (General Measurement Model-GMM) โดยเริ่มจากการวัดมูลค่าในการรับรู้รายการเมื่อเริ่มแรก การวัดมูลค่าภายหลัง การแสดงรายการในงบกำไรขาดทุน การแยกองค์ประกอบจากสัญญาประกันชีวิตที่มีมูลค่าบัญชี การแยกองค์ประกอบจากสัญญาประกัน Stop-loss ซึ่งมีบริการดำเนินการสินไหมทดแทน การวัดมูลค่าภายหลังกรณีมีการปรับผลต่างจากค่าประมาณการที่ดีที่สุด รวมถึงลักษณะเพิ่มเติมของกำไรจากการให้บริการตามสัญญา และกระแสเงินสดที่ทำให้ได้มาซึ่งการประกันภัย นอกจากนี้ยังมีเรื่องวิธีการวัดมูลค่าทั่วไปกรณีเป็นสัญญาที่สร้างภาระวิธีการค่าธรรมเนียมผันแปร (Variable Fee Approach – VFA) วิธีการปันส่วนเบี้ยประกันภัย (Premium Allocation Approach – PAA) และการวัดมูลค่าในการรับรู้รายการเมื่อเริ่มแรกและภายหลังของสัญญาประกันภัยต่อ การบันทึกบัญชีตามข้อกำหนดของ TFRS17 โดยเน้นการคำนวณ ซึ่งการสัมมนาในครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่บุคลากรของสำนักงาน คปภ. และเจ้าหน้าที่ของภาคธุรกิจประกันชีวิตที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวจำนวน 120 ท่าน ให้สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพต่อไป ณ ห้องประชุม 701 อาคารสมาคมประกันชีวิตไทย
ไทยพาณิชย์ โพรเทค (SCB Protect) ต่อยอดบริษัทแม่ เปิดหน้าใหม่ธุรกิจประกัน นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เชื่อมโยงช่องทางการให้บริการและมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า นำ AI วิเคราะห์ข้อมูลความต้องการทางด้านประกันของลูกค้า เพิ่มความสามารถในการนำเสนอความคุ้มครองแบบเฉพาะบุคคล ด้วยทางเลือกประกันที่ถูกต้องตรงตามความต้องการ และเข้าถึงลูกค้าได้อย่างถูกจังหวะ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลผ่านทุกช่องทางบริการ ทั้งช่องทางดิจิทัล ที่ปรึกษาด้านความคุ้มครองทางการเงิน และเทเลเซลล์ เพื่อมอบบริการที่ไร้รอยต่อ ประกาศแต่งตั้ง นางลดาพร จุลทอง ผู้บริหารงานเทเลเซลล์ ผสานพลัง AI ยกระดับช่องทางเทเลเซลล์ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการบริการลูกค้าอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดยประมาณการเบี้ยประกันรับรวม 2,000 ล้านบาท ในปี 2567 นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์สำคัญของไทยพาณิชย์ โพรเทค ในปีนี้ คือ การมอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้าโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จึงได้นำเทคโนโลยี AI และ Machine Learning เข้ามาผสานกระบวนการทำงานเพื่อยกระดับการให้บริการที่ดีขึ้น รวมถึงบริหารจัดการช่องทางการขาย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแม่นยำขึ้นกว่าเดิม ด้วยจุดเด่นของ AI ที่สามารถเรียนรู้จากข้อมูลที่มี เพื่อช่วยบริษัททำความรู้จักลูกค้า และเข้าใจรูปแบบพฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ ทั้งด้านความคุ้มครองที่ต้องการ รูปแบบการตัดสินใจซื้อ และช่องทางที่ต้องการเข้าถึงข้อมูล จึงช่วยให้เราสามารถนำเสนอความคุ้มครองและค่าเบี้ยที่เหมาะสมในแบบเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น พร้อมช่วยยกระดับขีดความสามารถของการผสานช่องทางการขายแบบ Omni-Channel ด้วยการส่งต่อข้อมูลไปยัง 3 ช่องทางการให้บริการ ได้แก่ Digital Insurance (https://online.scbprotect.co.th/) ช่องทางที่ปรึกษาด้านความคุ้มครองทางการเงิน (Financial Protection Consultant)และช่องทางเทเลเซลล์ เพื่อรองรับการบริการลูกค้าได้อย่างไร้รอยต่อ มอบประสบการณ์ที่ดีขึ้นทั้งแบบที่ลูกค้าต้องการหาข้อมูลด้วยตัวเอง (Self-Service)และแบบบริการด้วยบุคคล (Human Touch) ทั้งนี้ เพื่อมอบบริการ Self-Service ที่ดีขึ้นนั้น บริษัทยังได้นำ AI มาพัฒนา Live Chat ผ่านทางช่องทางออนไลน์ https://online.scbprotect.co.th/ที่ออกแบบการสื่อสารระหว่างลูกค้ากับ Chat…
ในโอกาสที่ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จัดกิจกรรมภายในฉลองเส้นทางการเติบโต 15 ปี จากจุดเริ่มต้นของธนาคาร วันที่ 1 พฤษภาคม 2552 จนก้าวมาเป็นธนาคารอาเซียนที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล (Digital-led Bank with ASEAN Reach) ธนาคารกราบนิมนต์สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (เจ้าประคุณสมเด็จธงชัย) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร พร้อมพระสงฆ์รวม 9 รูป เดินทางมาเจริญพระพุทธมนต์ ที่สำนักงานใหญ่เจ้าประคุณสมเด็จธงชัย เมตตาเจิมโลโก้ธนาคาร สำนักงานใหญ่หลังสวน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ธนาคาร และเมตตาประพรมน้ำพระพุทธมนต์แก่ผู้บริหารและพนักงาน เพื่อขวัญและกำลังใจ พาธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย ก้าวสู่ปีที่ 16 เป็นธนาคารที่ ‘ใช่’ สำหรับทุกคน
บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH โดย ดร. สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วย นายถิรเจตน์ ศุภวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานกลยุทธ์และการลงทุน ร่วมนำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานในกิจกรรมบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน (Opportunity Day) กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยผ่านทางช่องทางออนไลน์เมื่อวันที่ 30พฤษภาคม 2567 โดยในไตรมาส 1/2567 TIPH มีรายได้รวมที่ 3,991 ล้านบาท และกำไรสุทธิที่ 574 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 14.5% และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ที่ 17.9% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทประกันวินาศภัยที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นผลมาจากความสามารถในการครองอันดับ1 อย่างต่อเนื่องในธุรกิจประกันวินาศภัยประเภท Non-motor ของบริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทหลักในกลุ่ม TIPH และการเติบโตขึ้นของบริษัทอื่นๆ ที่ TIPH เข้าลงทุน สะท้อนถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างยั่งยืนของ TIPH ทั้งนี้ สามารถรับชมย้อนหลังได้ผ่านทาง YouTube Channel และเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ดังนี้ https://www.youtube.com/live/5pgieYWsYHE?feature=shared และ https://listed-company-presentation.setgroup.or.th/vdo/6851
กองทุนเปิด เอไอเอ ยูเอส 500 อิควิตี้ ฟันด์ (AIA-US500) ซึ่งบริหารจัดการโดย บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนเอไอเอ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการจัดอันดับ 5 ดาว จาก Morningstar Thailand ประเภทกองทุน US EQUITY ทั้งในส่วนของผลตอบแทนโดยรวมและผลตอบแทน 3 ปี โดยกองทุนที่จะได้รับการจัดอันดับนั้นต้องมีผลตอบแทนอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป จึงสะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญและศักยภาพที่ยอดเยี่ยมของ บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) ในการบริหารจัดการกองทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่ตรงตามความคาดหวังของผู้ถือกรมธรรม์เอไอเอ ยูนิต ลิงค์ ซึ่งวิธีการจัดอันดับนั้นใช้วิธีคำนวณเดียวกันทั่วโลก โดยมาจากค่าที่เรียกว่าMorningstar Risk Adjusted Return (MRAR) ซึ่งกองทุนที่ได้รับ Morningstar 5 ดาว คือ กองทุนที่มีค่า MRAR % Rank อยู่ในกลุ่ม Top 10% สำหรับกองทุนเปิด เอไอเอ ยูเอส 500 อิควิตี้ ฟันด์ (AIA-US500) เป็นกองทุนรวมตราสารทุน ที่ลงทุนในหน่วยลงทุนกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ กองทุน iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange, NYSE Arca) ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุน iShares Core S&P 500 ETF (กองทุนหลัก) มุ่งเน้นลงทุนให้ใกล้เคียงกับการลงทุนในดัชนี S&P500 ซึ่งเป็นดัชนีที่ใช้เทียบวัดผลการดำเนินงานของหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 500 บริษัท ซึ่ง บลจ. เอไอเอ (ประเทศไทย) ยังคงมุ่งมั่นอย่างยิ่งบริหารจัดการกองทุนทั้งในและต่างประเทศเพื่อให้ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์เอไอเอ…
พลตำรวจตรี ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)พร้อมพันตำรวจเอก ประทีป ศรีหรั่งไพโรจน์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) และหน่วยปฎิบัติการตำรวจโครงการพระราชดำริ รับมอบประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) ทุนประกันรวม 47.7 ล้านบาท จาก บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยมี นางสาวพิศเพลิน วิริยะพันธุ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร เป็นผู้แทนมอบ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ณ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ส่งมอบความห่วงใยให้แก่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ผ่านประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ทุนประกันรวมกว่า 700 ล้านบาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ภารกิจนำส่งอวัยวะหัวใจเพื่อต่อชีวิตให้กับผู้ป่วย รวมถึงช่วยทำคลอดและนำหญิงใกล้คลอดส่งโรงพยาบาล ตลอดจนช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุบนท้องถนน
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าเพื่อตอกย้ำการส่งมอบความสุขและรอยยิ้มที่ยั่งยืนแก่สังคม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุล ในทุกๆ มิติ ทั้งในมิติขององค์กร พนักงานภายใน พาร์ตเนอร์ ลูกค้า สิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) เพื่อสร้างรอยยิ้ม และความสุขให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย ล่าสุด บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมกับ บริษัท เรย์วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด หน่วยงานภายใต้มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ “MTL Smile Contact Center เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมสร้างอาชีพเพื่อคนไทย” ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จ.ชลบุรี เพื่อร่วมกันส่งเสริมและพัฒนาความสามารถและทักษะวิชาชีพให้กับผู้พิการ เพื่อให้ผู้พิการเหล่านี้สามารถใช้ศักยภาพที่ตนมีอยู่ในการประกอบอาชีพที่เหมาะสม สามารถเลี้ยงดูตนเอง ครอบครัว และมีชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป และได้รับความสำเร็จในสังคมที่ดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน โดยศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์ “MTL Smile Contact Center เมืองไทยประกันชีวิต ร่วมสร้างอาชีพเพื่อคนไทย” บริษัทฯ ได้เข้าไปพัฒนาและจัดเตรียมอุปกรณ์ในการทำงาน ปรับพื้นที่ในการทำงานต่างๆ ให้มีความสะดวกสบาย และมีความเหมาะสมสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้พิการ รวมถึงการติดตั้งระบบโทรศัพท์ที่ทันสมัย เชื่อมโยงกับระบบหลักในการบริการลูกค้าของบริษัทฯ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้พิการสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างเท่าเทียม พร้อมด้วยการอบรมให้ความรู้ ทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็นเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานซึ่งพิการทางร่างกาย มีความรู้ ความชำนาญ และเข้าใจในวิธีปฏิบัติงานในวิชาชีพ สามารถใช้เครื่องมือที่ทันสมัยในการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าผ่านทางโทรศัพท์ได้ รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับเจ้าหน้าที่ผู้พิการตลอดจนการให้คำแนะนำและการสนับสนุนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการทำงานร่วมกับผู้มีความรับผิดชอบในการดูแลและส่งเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ผู้พิการทุกคน เพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่าง เป็นมืออาชีพ ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งยังเป็นไปตามแนวทางที่บริษัทฯ ได้ตั้งไว้ในการสร้างสังคมสู่ความยั่งยืน โดยยึดหลักธรรมาภิบาล สิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างสังคมที่เท่าเทียม “สิ่งสำคัญที่สุดของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนคือ การประสานความยั่งยืนให้เป็นหนึ่งเดียวกับการดำเนินธุรกิจในทุกๆ วัน บริษัทยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดี และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงการสร้างสมดุลทั้งในมิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติบรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (ESG) เพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย” นายสาระ กล่าว โดยเมื่อเร็วๆ นี้…
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR โดย นายมิ่งขวัญ ประเสริฐศิวพร ผู้ช่วยผู้จัดการ งานส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการเงิน ร่วมกับ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านการเงิน ภายใต้โครงการบริการวิชาการ แบบให้เปล่า “โครงการอบรมความรู้ด้านการบริหารจัดการหนี้สินสำหรับผู้พิการ” แก่นักศึกษาผู้พิการทางด้านสายตาและด้านการเคลื่อนไหว จำนวน 24 คน มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหนี้สินและแนวทางการบริหารจัดการหนี้สินของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการช่วยเพิ่มพูนความรู้และส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้พิการ โดยได้รับเกียรติจาก ผศ. ดร.เทอดศักดิ์ ชมโต๊ะสุวรรณ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ และ ดร.นริศรา เจริญพันธุ์ หัวหน้าหลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐกิจดิจิทัล คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เข้าร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรมอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของเงินติดล้อในการสร้างโอกาสทางการเงินที่ยั่งยืนให้กับผู้คนในสังคมไทย กิจกรรมจัดขึ้นในรูปแบบออนไลน์ผ่านช่องทาง Google Meet เมื่อเร็วๆ นี้
นางสาวปภากร รัตนเศรษฐ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่าธนาคารออมสินเดินหน้าบทบาทธนาคารเพื่อสังคม บนเส้นทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ผ่านการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจที่คำนึงถึงผลลัพธ์เชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาด (Green Finance) ซึ่งเป็นครั้งแรกของธุรกิจธนาคารที่มีการนำเอา ESG Score มาประกอบการพิจารณาปล่อยสินเชื่อ โดยเริ่มต้นดำเนินการสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ที่ธนาคารอนุมัติสินเชื่อพร้อมเงื่อนไขพิเศษลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับกิจการที่มีคะแนน ESG ดี มีการทำธุรกิจอย่างใส่ใจและคำนึงถึงสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันมีการปล่อยสินเชื่อด้วยการใช้ ESG Score แล้วกว่า 48,600 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีกิจการที่มีคะแนนดีเยี่ยม ได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ คิดเป็นวงเงินกว่า 10,000 ล้านบาท ทั้งนี้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนและส่งเสริมการลงทุนในเศรษฐกิจสีเขียว และ Thailand Green Taxonomy ส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพื่อความยั่งยืน เปลี่ยนประเทศสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยล่าสุด ธนาคารออมสินได้ปล่อยสินเชื่อตามโครงการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อความยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่ดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม ภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี จำนวน 4 ราย วงเงินรวม 7,850 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) วงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่น และปรับปรุงคุณภาพน้ำมันดีเซลตามมาตรฐานยูโร 5 ที่จะช่วยลดปัญหามลภาวะฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นไปตามนโยบายสู่การเป็นโรงงานสีเขียว (Eco Factory) บริษัท อัลเตอร์วิม จำกัด วงเงิน 1,300 ล้านบาท เพื่อลงทุนในโครงการติดตั้งระบบ Solar ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Private PPA) มุ่งเน้นการจัดการพลังงานให้กับลูกค้าในเครือซีพีเป็นหลัก เป็นการยกระดับศักยภาพการแข่งขันและพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงลดการปล่อยคาร์บอน และสร้างโอกาสคาร์บอนเครดิต ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด บริษัท เอ็นพีเอส โซลาร์ จำกัด วงเงิน 900 ล้านบาท ลงทุนและพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำ (Solar Floating) เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าในสวนอุตสาหกรรม 304ปราจีนบุรี…
