บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมงานบริจาคโลหิต เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ถนนอังรีดูนังต์ ซึ่งภายในงานมีพลังจิตอาสา ทั้งพนักงาน และฝ่ายขาย เข้าร่วมบริจาคโลหิตเป็นจำนวนมาก เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน พร้อมด้วยบริษัทประกันชีวิต ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการแสดงความสามัคคีในการทำความดีเพื่อตอบแทนสังคม และช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วประเทศ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทฯ ที่จะอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่นดูแลกันตลอดไป ท่านสามารถติดตามกิจกรรมดีๆ ของบริษัทฯ ได้ที่ www.krungthai-axa.co.th หรือโทร 1159 ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
Author: staff
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) จัดงานอย่างยิ่งใหญ่ เปิดตัว “66 Tower” The Living Workplace Solution อาคารออฟฟิศเกรดเอ สูง 28 ชั้น ย่านสุขุมวิท สร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “Human Centric Living Workplace” ที่เน้นการออกแบบพื้นที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง พร้อมโดดเด่นด้วยทำเลศักยภาพ และง่ายต่อการเชื่อมต่อเศรษฐกิจชั้นในไปสู่CBD Area ตอบโจทย์ออฟฟิศสำหรับคนยุคใหม่ โดยในพิธีได้รับเกียรติจาก นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นายโพธิพงษ์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ นางยุพา ล่ำซำ นายกฤษฎา ล่ำซำ รองประธานกรรมการและกรรมการคณะอำนวยการบริหาร นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางสลิล ล่ำซำ นายภูมิชาย ล่ำซำ ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดร.สุธี โมกขะเวส กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน)พ.ต.อ.ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ นางวรรณพร พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีแลนด์สเคป จำกัด คณะผู้บริหาร และบริษัทพันธมิตรเข้าร่วมในงาน พิธีจัดขึ้น ณ อาคาร 66 Tower.
เมย์แบงก์ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SingTel จากแนวโน้มผลประกอบการที่ดีขึ้น และส่วนลดใน holding company ที่ประมาณ 39%โดยหนึ่งในปัจจัยบวกที่มีแนวโน้มขับเคลื่อนราคาหุ้น SingTel คือ การที่บริษัทร่วมอย่าง BhartiAirtel ได้ปรับขึ้นราคาบริการมือถือในอินเดียเฉลี่ย 15% ซึ่งคู่แข่งในอุตสาหกรรมก็ปรับราคาขึ้นเช่นกัน นับเป็นปัจจัยที่ส่งผลดีต่อกำไรของ SingTel อย่างมีนัยสำคัญ จากการที่ Singtel ถือหุ้น Bharti Airtel 29% การปรับราคาการให้บริการมือถือขึ้นในอินเดียส่งผลให้ทางเมย์แบงก์ปรับประมาณการกำไรของ Singtel ขึ้น 4-8% ในปี 68-70นอกจากการปรับประมาณการกำไรขึ้น ทางเมย์แบงก์ได้ปรับมูลค่าเหมาะสมของ SingTel แบบ Sum-of-the-Parts (SoTP) ขึ้นจาก 3.24 เหรียญสิงคโปร์ เป็น 3.40 เหรียญสิงคโปร์ โดยคำนึงถึงมูลค่าที่สูงขึ้นของ Bharti Airtel ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 3.24 เหรียญสิงคโปร์ สูงกว่าราคาตลาดประมาณ 29% ณ ปัจจุบัน อัตราผลตอบแทนเงินปันผลของ Singtel แข็งแกร่งที่ 6-7%และประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้นสำหรับปีงบประมาณ 2026-2027 ของทางเมย์แบงก์สูงกว่าประมาณการของตลาดประมาณ 8-12% ยิ่งไปกว่านั้น เมย์แบงก์ยังมองเห็นว่ามีปัจจัยบวกอื่นๆ ที่จะเข้ามาอีกในอนาคต ตอกย้ำความมั่นใจในแนวโน้มการเติบโตของ SingTel โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเมย์แบงก์ ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายเพียงผู้เดียวของหุ้น DR SINGTEL80 ตราสารแสดงสิทธิในหุ้นต่างประเทศของบริษัท Singapore Telecommunications Limited (Singtel) ออกโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้วิเคราะห์เชิงบวกต่อ Singtel โดยเป็นบริษัทสื่อสารยักษ์ใหญ่จากสิงคโปร์ มี Market Cap ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของ SGX และมีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับต้นๆ ในหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน และออสเตรเลีย อีกทั้ง Singtel ยังมีแผน มุ่งเน้นลงทุนในธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่โดดเด่น อาทิ ไอซีทีโซลูชั่น ดาต้าเซ็นเตอร์ ดาวเทียม คลาวด์ และ AI สำหรับนักลงทุนที่มีความสนใจลงทุนในหุ้นต่างประเทศ สามารถติดตามข้อมูลบทวิเคราะห์ผ่านแอปพลิเคชัน Maybank Investment หรือ สอบถามเพิ่มเติมไดที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-658-5050
กรุงศรี เป็นธนาคารพาณิชย์รายแรกที่เปิดให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านคิวอาร์โค้ด สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปสปป.ลาว สามารถใช้ KMA krungsri app (Outbound) ชำระกับร้านค้าได้โดยง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย ตามแผนของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ประกาศเริ่มให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 5 กรกฎาคม 2567 เป็นต้นไป กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เดินหน้าในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำแห่งภูมิภาคอาเซียน เปิดให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่าน QR (Cross-border QR Payment) ระหว่างประเทศไทย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ทำให้ผู้เดินทางระหว่างไทยและสปป.ลาวสามารถชำระค่าสินค้าหรือบริการได้ง่ายๆ โดยนักท่องเที่ยวไทยสามารถใช้ KMA krungsri app สแกน QR ที่ร้านค้าใน สปป.ลาว ที่มีตราสัญลักษณ์ Lao QR เช่นเดียวกันผู้ประกอบการร้านค้าที่ใช้บริการ กรุงศรี Biz มั่งมี สำหรับร้านค้านิติบุคคล หรือกรุงศรี มั่งมี ช้อปสำหรับร้านค้าบุคคลธรรมดา สามารถรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวลาวได้แบบทันทีง่ายๆ ทั้งสะดวก และปลอดภัย ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ สอดคล้องกับแผนธุรกิจระยะกลางฉบับปัจจุบัน (2567-2569) ในการเสริมความแข็งแกร่งให้เครือข่ายอย่างครอบคลุมทั่วทั้งอาเซียน ในฐานะสถาบันการเงินชั้นนำของภูมิภาค ที่มุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมและโซลูชันการเงินที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าให้ใช้ชีวิตง่ายได้ทุกวัน รวมทั้ง สอดรับกับโครงการความร่วมมือในการเชื่อมโยงการชำระเงินในภูมิภาค(ASEAN Payment Connectivity Initiative) ริเริ่มโดยธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อการเสริมสร้างศักยภาพทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน โดยเริ่มใช้บริการได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นางสาวนิลวรรณ จีระบุญ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกรรมการเงิน ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เป็นอีกครั้งที่กรุงศรีได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและนำเสนอโซลูชันทางการเงินที่ทันสมัยและเอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัวหรือการงานและธุรกิจ และล่าสุดกับการขยายบริการสู่ สปป.ลาว ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้ที่เดินทางระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวสามารถใช้โมบาย แอปพลิเคชันสแกนเพื่อชำระได้ทันที และกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าก็สามารถรับชำระเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการขายให้กับผู้ประกอบการอีกด้วย” บริการสแกนชำระเงินผ่าน QR ระหว่างประเทศเป็นหนึ่งในนวัตกรรมโซลูชันทางการเงินของกรุงศรี เพื่อยกระดับประสบการณ์การชำระเงินให้มีความทันสมัยและสอดรับกับภูมิทัศน์ทางการเงินทั่วโลกที่เปลี่ยนผ่านสู่การเงินดิจิทัล โดยการเชื่อมต่อระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนระหว่างไทยและ สปป.ลาว เป็นการต่อยอดจากเดิม ซึ่งกรุงศรีได้เปิดให้บริการแล้วใน 6 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ญี่ปุ่น กัมพูชา อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์…
ธนาคารไทยพาณิชย์ และเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ฉลองความสำเร็จ 5 ปี ในการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ร่วมมอบทางเลือกผลิตภัณฑ์ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ ด้วยช่องทางที่เชื่อมถึงกันอย่างไร้รอยต่อ โดยมอบความคุ้มครองให้ลูกค้าผู้ถือกรมธรรม์ เดินหน้าสานต่อความร่วมมือเพื่ออนาคตที่มั่นคงทางสุขภาพการเงินของคนไทย จุดพลุ “ประกันยิ่งอยู่นาน ยิ่งพิเศษ” มอบทางเลือกประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะยาว ให้ลูกค้าเลือกระยะเวลาชำระเบี้ย 7 ปี 8 ปี หรือ 9 ปี พร้อมรับเงินคืนทุกปี สมัครง่ายไม่ต้องตรวจสุขภาพ ไม่ต้องตอบคำถามสุขภาพ พิเศษกว่าที่เคยด้วย โปรโมชัน 5 ต่อ พร้อมทั้งดึง “ตู่ ภพธร สุนทรญาณกิจ” ศิลปิน-นักแต่งเพลงฟีล อบอุ่น นั่งแท่นพรีเซนเตอร์คนใหม่ ร่วมสื่อสารและตอกย้ำความตั้งใจของสององค์กรที่เดินหน้าสนับสนุนคนไทยวางแผนชีวิตระยะยาวด้วยประกันชีวิตสะสมทรัพย์ระยะยาว นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจประกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2019 ธนาคารไทยพาณิชย์ และบริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) (“เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต”) ประกาศความร่วมมือด้านประกันภัยที่มีมูลค่าสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยวิสัยทัศน์ร่วมกันที่ส่งมอบความคุ้มครองและความยั่งยืนในด้านการเงินและด้านสุขภาพของคนไทยผ่านช่องทางธนาคารไทยพาณิชย์ที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าในยุคดิจิทัลให้วงการประกันชีวิต และความมุ่งหวังให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงประกันที่ดีมีมาตรฐานระดับโลก ผ่านนวัตกรรมประกันที่สร้างปรากฏการณ์ให้แก่วงการประกันอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยไทยพาณิชย์ครองตำแหน่งผู้นำตลาดประกันผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านธนาคาร หรือ แบงก์แอสชัวรันส์ (Bancassurance) ต่อเนื่อง และในช่วงสี่เดือนแรก ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเมษายน ปี 2567 ธนาคารมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นอันดับที่ 1* “ตลอดระยะเวลา 5 ปี เราได้มีโอกาสดูแลการเจ็บป่วยให้กับลูกค้า ส่งมอบเงินมรดกให้ทายาท รวมทั้งส่งมอบความมั่นคงในชีวิตในรูปแบบเงินคืน รวมเป็นผลประโยชน์ ทั้งสิ้นกว่า 86,888 ล้านบาท** นับเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ได้มีส่วนช่วยแบ่งเบาผลกระทบในด้านค่าใช้จ่ายในกรณีที่ไม่คาดฝันให้กับคนไทยจำนวนมาก เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์จากการช่วยลูกค้าวางแผนชีวิตและสุขภาพ และเนื่องจากการที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย คนไทยมีอายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้น ธนาคารเล็งเห็นความสำคัญในการสนับสนุนให้คนไทยวางแผนระยะยาว จึงได้ร่วมกับเอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต มอบทางเลือกประกันสะสมทรัพย์ระยะยาว ด้วยจุดเด่น ชำระเบี้ยฯในระยะสั้น เพื่อสร้างความคุ้มครองชีวิตยาวตลอดชีพ และยังให้ผลตอบแทนกลับคืนในรูปของเงินคืนทุกปี เพื่อเป็นหลักประกันที่มั่นคงให้แก่ตัวเองและคนข้างหลัง” นางสาวปรมาศิริ กล่าว นายเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร…
บริษัท ทิพยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดย คุณณัฐพล คุณกรสิริประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน นำทีมผู้บริหารและพนักงาน ร่วมกิจกรรมบริจาคโลหิต เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติครั้งที่ 23 ซึ่งจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการทำประกันชีวิตให้เป็นที่รู้จักแก่สาธารณชน รวมทั้งสร้างภาพลักษณ์และทัศนคติที่ดีต่อธุรกิจประกันชีวิต รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและสนใจทำประกันชีวิตมากยิ่งขึ้น เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำโดย นางอรนุช สำราญฤทธิ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายประกันชีวิต (ที่ 3 จากขวาบน) และ นางสาวจารุวรรณ ลิ้มคุณธรรมโม ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน (ที่ 4 จากขวาบน) พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงาน รวมพลังใส่ใจช่วยเหลือสังคม ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อผู้ป่วยทั่วประเทศ เนื่องในโอกาสวันประกันชีวิตแห่งชาติประจำปี 2567 ซึ่งเป็นโครงการที่กรุงเทพประกันชีวิตให้ความสำคัญและร่วมกิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดยนางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายลูกค้าบุคคล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ประธานเปิดงาน นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงาน และ นางสาวภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานจัดงานร่วมมหกรรมการเงิน Money Expo ในโอกาสให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดและเยี่ยมชมบูธธนาคารกรุงเทพ ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด Enabling your financial journey – คู่คิด เคียงข้างเรื่องการเงิน ตอกย้ำบทบาท ‘เพื่อนคู่คิด’ ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล ที่สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย พร้อมชวนพี่น้องชาวใต้ รวมพลัง ‘ผู้ให้’ ในกิจกรรมบริจาคโลหิต ‘80 แสนซีซีx2’ สานต่อโครงการ ‘80 แสนซีซี 80 ปี ธนาคารกรุงเทพ’ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 14 (Money Expo Hatyai 2024) ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2567 ณ หาดใหญ่ ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ นางสาวพจณี คงคาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายลูกค้าบุคคล ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในงานมหกรรมการเงินหาดใหญ่ ครั้งที่ 14 หรือ Money ExpoHatyai 2024 นี้ ธนาคารกรุงเทพได้เข้าร่วมออกบูธ ภายใต้แนวคิด Enabling your financial journey – คู่คิด เคียงข้างเรื่องการเงิน โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่สอดคล้องกับการเงินในยุคดิจิทัลช่วยให้ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา แต่ยังมั่นใจได้ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุด สอดรับกับทุกไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไป โอกาสนี้ธนาคารได้จัดเตรียมผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่ธนาคารตั้งใจนำมาเสนอพี่น้องชาวภาคใต้ พร้อมโปรโมชันพิเศษเฉพาะงานนี้เท่านั้น ประกอบด้วย แบงก์แอสชัวรันส์ บริการประกันภัยหลากหลายรูปแบบที่ให้ความคุ้มครองอย่างครอบคลุมด้วยบริษัทพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่…
บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต นำโดย คุณบุปผาวดี โอวรารินท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคลและภาพลักษณ์องค์กรและการสื่อสารองค์กร ได้รับเชิญเป็นหนึ่งในผู้บรรยายพิเศษ ภายใต้หัวข้อ “Immersive AI Experience in HR” และ “Care & Dare: The Power of People Wellbeing” ในงาน Thailand HR TECH 2024ที่จัดขึ้นโดยสมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT) ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ ภายในงาน คุณบุปผาวดี ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และแนวปฏิบัติในการดูแลพนักงาน ผ่านการสร้างวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ และการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในงานด้านทรัพยากรบุคคล อาทิ ผ่านการเรียนรู้ การสรรหาบุคลากร การบริหารผลการปฏิบัติงานในการให้และรับฟังเสียงจากพนักงาน Employee Voice is Matter เพราะเสียงของพนักงานมีค่า ซึ่งพนักงานสามารถแสดงความคิดเห็นได้ทุกๆ เรื่อง เพื่อพัฒนาให้องค์กรดีขึ้น รวมถึงการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาสร้างประสบการณ์การทำงานของพนักงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น Touch Application เป็นต้น นอกจากนี้ในหัวข้อ “Care & Dare: The Power of People Welling” คุณบุปผาวดี ได้แบ่งปันวิธีการดูแลพนักงานแบบรอบด้าน ทั้งกาย ใจ และการเงิน ผ่านสวัสดิการต่างๆ ของบริษัทฯ พร้อมทั้งเน้นย้ำ ด้านความกล้าที่จะทำสิ่งที่แตกต่างให้กับพนักงานและลูกค้า เช่น การให้เงินช่วยเหลือในการซื้ออุปกรณ์สำหรับทำงานที่บ้าน วันลาสำหรับดูแลสัตว์เลี้ยง วันลาคลอดของทั้งของพนักงานชายและหญิง ตลอดจนสวัสดิการให้คู่รัก LGBTQ+ รวมถึงเงินช่วยเหลือและวันลาสำหรับการผ่าตัดแปลงเพศ เป็นต้น กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต เชื่อว่าการพัฒนาศักยภาพของพนักงานและสร้างจิตสำนึกด้านวัฒนธรรมองค์กร เทคโนโลยี ตลอดจนการให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงาน และลูกค้ารวมถึงความกล้าที่จะสร้างความแตกต่าง บริษัทฯ มั่นใจว่า เมื่อพนักงานได้รับการดูแลที่ดี จะส่งมอบการบริการที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าของเรา ตามนโยบายหลักที่จะอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านที่สนใจร่วมงานกับ กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต สามารถติดต่อได้ที่…
4 แกนนำภาคอุตสาหกรรมประกันชีวิต โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน พร้อมด้วยกองทุนประกันชีวิต รวมพลังบุคลากรในธุรกิจประกันชีวิตและเชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปร่วมบริจาคโลหิตช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 23 ประจำปี 2567 นายสุวิรัช พงศ์เสาวภาคย์ รองประธานคณะกรรมการจัดงานวันประกันชีวิตแห่งชาติ ครั้งที่ 23 (พ.ศ.2567) กล่าวว่า การบริจาคโลหิตเป็นกิจกรรมสาธารณะกุศล เนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติที่ถูกจัดอย่างต่อเนื่องทุกปี จากการประสานความร่วมมือของ 4 แกนนำภาคธุรกิจประกันชีวิตได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) สมาคมประกันชีวิตไทย สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน พร้อมด้วยกองทุนประกันชีวิต เป็นแก่นนำในการผนึกกำลังบุคลากรในธุรกิจประกันชีวิตพร้อมทั้งรณรงค์ให้ประชาชนที่มีจิตสาธารณะร่วมแรงร่วมใจมาบริจาคโลหิต ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ซึ่งข้อมูลที่ได้จากศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติเกี่ยวกับการรับบริจาคโลหิตนั้น พบว่า ในปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนประชากร 66 ล้านคน แต่มีผู้บริจาคโลหิตเพียง 1,500,000 คน และในจำนวนนี้เป็นผู้บริจาคโลหิตเพียงปีละ 1 ครั้ง คิดเป็น 67% ของจำนวนผู้บริจาคโลหิตทั้งหมด ทำให้เกิดปัญหาจำนวนโลหิตที่ได้รับบริจาคมีไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วย ดังนั้น ภาคธุรกิจประกันชีวิตจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดกิจกรรมสาธารณะกุศลบริจาคโลหิตเนื่องในวันประกันชีวิตแห่งชาติขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของภาคธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งปี 2567 นี้ เป็นปีที่ 15 (เริ่มรับบริจาคโลหิตครั้งแรก ในวันประกันชีวิตแห่งชาติ ประจำปี 2553) ทำให้ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมา สมาคม ฯ ได้รับความร่วมมือในการบริจาคโลหิตจากบุคคลทั้งในและนอกวงการธุรกิจประกันชีวิต จำนวน 67,299 ราย และได้รับปริมาณโลหิตเป็นจำนวนถึง 26,718,850 ซี.ซี. สำหรับปี 2567 นี้ สมาคมประกันชีวิตไทยมีความมุ่งมั่นที่จะรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรของธุรกิจประกันชีวิต ทั้งพนักงานในทุกภาคส่วนของบริษัทประกันชีวิตและตัวแทนประกันชีวิตในแต่ละบริษัท รวมทั้งประชาชนทั่วไปทั่วประเทศแสดงพลังจิตอาสา โดยเริ่มดำเนินกิจกรรมรณรงค์และรับบริจาคโลหิตตั้งแต่เดือนมกราคมและจะสิ้นสุดในเดือนสิงหาคม 2567 พร้อมทั้งวางเป้าหมายการรับบริจาคโลหิตไว้ที่ประมาณ 4,000,000 ซี.ซี. (10,000 คน) แบ่งเป็นในส่วนกลางปริมาณโลหิตที่คาดว่าจะได้รับประมาณ 1,500,000 ซี.ซี. (4,000 คน) ส่วนภูมิภาค ปริมาณโลหิตที่คาดว่าจะได้รับประมาณ 2,500,000 ซี.ซี. (6,000 คน) ซึ่งในส่วนกลางได้มีการเปิดงานอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ…
