Author: staff

ธนาคารออมสิน ร่วมกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดงาน “GSB Empowering Green for SME 2026 Showcase & Closing Ceremony” ประกาศความสำเร็จของโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SME และ Startup ไทย สู่ความยั่งยืน พร้อมมอบทุนรวม 500,000 บาท แก่ 10 องค์กรต้นแบบที่จัดทำแผนปฏิบัติการสีเขียว (Green Action Plan) โดดเด่นและพร้อมนำไปปฏิบัติได้จริง เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจตามแนวคิด ESG ตอกย้ำบทบาทธนาคารออมสินในการเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน และเป็นพันธมิตรเคียงข้างผู้ประกอบการให้พร้อมแข่งขันในเศรษฐกิจยุคใหม่ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม อาคารออมสินพิพัฒน์ ธนาคารออมสินสำนักงานใหญ่ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ภายในงานมีการแสดงความยินดีกับทั้ง 50 องค์กรที่สำเร็จหลักสูตรตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของโครงการ ซึ่งคัดเลือกจากผู้ประกอบการกลุ่ม SME & Startup กลุ่มผู้พัฒนานวัตกรรมหรือเทคโนโลยีด้าน ESG และกลุ่มผู้ให้บริการโซลูชันด้าน ESG พร้อมประกาศ 10 สุดยอดองค์กรต้นแบบที่นำเสนอแผนปฏิบัติการสีเขียวได้อย่างโดดเด่น จนได้รับการคัดเลือกให้รับทุนสนับสนุนจากธนาคาร ได้แก่ 1. บริษัท เอสซีแอล เมทัล อินดัสทรีส์ จำกัด และ SKICORP (THAILAND) CO., LTD พัฒนาประตูจากกากใยมะพร้าว เพิ่มมูลค่าวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยนวัตกรรมที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ 2. บริษัท ซีด ทู ซัสเทน จำกัด พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียและพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสิ่งแวดล้อมและลดต้นทุนการดำเนินงาน 3. บริษัท แกรนดี้อินเตอร์เทรด จำกัด พัฒนาระบบ Traceability และจัดทำข้อมูล Carbon Footprint เพื่อยกระดับมาตรฐานสินค้าและรองรับตลาดแห่งอนาคต 4. บริษัท วี เชฟ (ประเทศไทย) จำกัด พัฒนาร้านอาหารเคลื่อนที่ สร้างโอกาสอาชีพและรายได้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย…

Read More

IAA ประเมิน GDP ปีนี้โต 1.93% ลุ้น SET Index ปิดสิ้นปีทะลุ 1,600 จุด เป็นผลจากเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย (Fund Flow) รวมถึงกระแสการลงทุนในเทคโนโลยี AI และ supply Chain ของ AI และ Data Center โดยหุ้นไทยที่นักวิเคราะห์แนะนำ ได้แก่ ADVANC, AOT, BH, GULF และ  KBANK สมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (Investment Analysts Association : IAA)  เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุน จำนวน 25 บริษัท เกี่ยวกับมุมมองการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยผลสำรวจสะท้อนว่าผู้ตอบส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจและตลาดทุนไทย โดยเชื่อว่าปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ การฟื้นตัวของการบริโภคภายในประเทศ การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกระแสการลงทุนในเทคโนโลยีและ Data Center จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดทุนไทยในช่วงครึ่งหลังของปี ขณะที่ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างใกล้ชิด สมมติฐานหลักที่นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนใช้ในการประเมินการลงทุนประกอบด้วย 1) ราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 84.80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล 2) สมมติฐาน GDP ปี 69 ผู้ที่คาดต่ำสุดที่ 1.5% และผู้คาดสูงสุดที่ 2.7% โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1.93% ปรับขึ้นจากเดิมที่ 1.72% (เม.ย.69) 3) Risk Free Rate ที่ใช้ในการประเมินมูลค่า มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.11% และ 4) Risk Premium ของตลาดหุ้น เฉลี่ยอยู่ที่ 7.80% สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อทิศทางการลงทุนจนถึงสิ้นปี 2569 แบ่งเป็น ปัจจัยบวก นำโดย กระแสเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย (Fund Flows) ซึ่งมีผู้ตอบร้อยละ 92 รองลงมาคือกระแสการลงทุนในเทคโนโลยี AI…

Read More

บลจ.กสิกรไทย ส่งบริการใหม่ “Life Path Solution” สำหรับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นรายแรกในตลาดทุนไทย รับมือความท้าทายด้านการเกษียณที่คนไทยมีอายุยืนขึ้น แต่เงินออมยังไม่เพียงพอ ด้วยระบบปรับพอร์ตอัตโนมัติตามช่วงอายุ เน้นหุ้นทั่วโลกสูงถึง 85% ในวัยทำงานตอนต้น ก่อนทยอยลดความเสี่ยงเมื่อใกล้เกษียณ โดยมีกองทุน K-WPULTIMATE เป็นแกนหลักที่ใช้กลยุทธ์ Dynamic Asset Allocation ปรับพอร์ตได้ยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด พร้อมเสริมความมั่นคงด้วยตราสารหนี้ไทยเพื่อลดความผันผวน นายวิน พรหมแพทย์ CFA, ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมการลงทุนเพื่อการเกษียณ ด้วยการเสนอบริการใหม่ “Life Path Solution” สำหรับลูกค้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นรายแรกๆ ในตลาดทุนไทย เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายของโครงสร้างประชากรที่มีอายุขัยเฉลี่ยยืนยาวขึ้น ขณะที่ระดับเงินออมของคนไทยยังไม่เพียงพอต่อการรองรับค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ รวมถึงภาระด้านสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ที่ลดลง นายวินกล่าวต่อไปว่า Life Path Solution ถูกออกแบบบนแนวคิดการวางแผนการเงินแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้น “การจัดการสิ่งที่ควบคุมได้” อย่างมีระบบ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนอายุขัย การกำหนดระดับรายได้และระยะเวลาการทำงาน การดูแลสุขภาพ ตลอดจนการกำหนดสัดส่วนการลงทุนและการออมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมรับมือกับ “ความไม่แน่นอนที่ควบคุมไม่ได้” ในระยะยาว เช่น อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ความผันผวนของผลตอบแทนในตลาด การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษี ภาวะเงินเฟ้อ หรือการเปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ด้านสวัสดิการ โดยสมาชิกเลือกแผนการลงทุนเพียงครั้งเดียว จากนั้นระบบจะปรับสัดส่วนสินทรัพย์โดยอัตโนมัติตามช่วงอายุ โดยในช่วงอายุ 25–45 ปี พอร์ตจะเน้นหุ้นทั่วโลกในสัดส่วนสูงถึง 85% เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน จากนั้นจะทยอยลดสัดส่วนลงตามลำดับเมื่ออายุมากขึ้น อาทิ ปรับลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเหลือประมาณ 61% ในช่วงอายุ 50 ปี และลดลงต่อเนื่องจนอยู่ในระดับเหมาะสมก่อนเกษียณ เป็นต้น สะท้อนถึงการบริหารพอร์ตแบบเชิงรุกในช่วงต้น และปรับสู่โหมดระมัดระวังมากขึ้นในช่วงปลาย ซึ่งเป็นหลักการสำคัญและสอดคล้องกับมาตรฐานการบริหารพอร์ตเพื่อการเกษียณในระดับสากล “หัวใจสำคัญของ Life Path Solution คือการลงทุนผ่านกองทุนผสมในกลุ่ม K-WealthPLUS Series โดยเฉพาะกองทุน K-WPULTIMATE ซึ่งเป็นกองทุนหลักที่มีบทบาทในการสร้างการเติบโตของพอร์ตในระยะยาว กองทุนดังกล่าวมีจุดเด่นด้านการบริหารแบบ Dynamic Asset Allocation เน้นการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอและลดความเสี่ยงจากการกระจุกตัวในตลาดใดตลาดหนึ่ง ซึ่งผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนระหว่างหุ้นทั่วโลก ตราสารหนี้ต่างประเทศ…

Read More

หลังจากที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ทุ่มพลังเงินและพลังศรัทธาในการสร้างศาลเจ้าแห่งใหม่มาตั้งแต่ปี 2564 บริเวณริมถนนเจริญราษฎร์ (ไม่ไกลจากแยกสาทร-สุรศักดิ์ ถนนสาทร) ในที่สุดปัจจุบัน ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ก็เสร็จสมบูรณ์ และโดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระราชินีสุทิดาได้เสด็จฯ มาทรงเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว ศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สร้างบนพื้นที่ 4 ไร่ 17 ตารางวา ตามแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ของสกุลช่างแต้จิ๋ว โดยภูมิทัศน์ด้านหน้าออกแบบเป็นสวน จัดวางไม้ดัดขนาดไม่สูงมากเพื่อไม่ให้บดบังความสวยงามของตัวอาคาร มองจากภายนอกจะเห็นซุ้มประตูขนาดใหญ่ ส่วนภายในนั้นเป็นงานศิลปะแบบจีนราชสำนักที่จัดเต็ม ภายในอาคารหลักเป็นที่ประดิษฐานองค์ไต้ฮงกงหยกขาว ตั้งตระหง่านเป็นประธาน ด้านขวาเป็นองค์พระโพธิสัตว์กวนอิม และด้านซ้ายพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ (ตี่จั๋งอ้วงผ่อสัก) และยังมีเทพเจ้าประจำศาลเจ้าด้วย ทั้งหมดแกะสลักจากหยกสีขาวสะอาดตา ตรงบริเวณที่ตั้งศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ในอดีตเป็นสุสานที่ชาวจีนได้จัดซื้อที่ดินในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อทำเป็นสุสานสาธารณะโดยไม่แบ่งชั้นวรรณะ และเพื่อปรับพื้นที่เป็นศาลเจ้าจึงได้มีการเคลื่อนย้ายสุสานเดิมไปยังอำเภอบ้านแพ้ว สมุทรสาคร แต่ในอีกมุมก็ถือว่าผู้วายชนม์ได้ร่วมทำบุญครั้งใหญ่โดยเสียสละบ้านหลังสุดท้ายเพื่อสร้างศาลเจ้าพลังศรัทธาแห่งนี้นั่นเอง ปัจจุบันศาลเจ้าไต้ฮงกงหยกขาว เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา เปิดให้เข้าสักการะอย่างเป็นทางการแล้ว เวลา 07.00 – 18.00 น. ทุกวัน

Read More

บลจ.กสิกรไทย ตอกย้ำกลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite Portfolio ที่ตอบโจทย์ทุกภาวะตลาด โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพของพอร์ตและโอกาสการเติบโตในระยะยาว ผ่านกองทุนคัดสรรที่สามารถทำผลงานระดับ Quartile 1 ในหลายช่วงเวลา ครอบคลุมทั้งพอร์ตหลัก (Core Portfolio) ผ่านกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series และธีมการลงทุนที่มีศักยภาพในพอร์ตรอง (Satellite Portfolio) ผ่านกองทุน K-GDBONDUH, K-GINFRA-A(D) และ K-GTECH พร้อมแนะนำกองทุน K-SF-A เสริมพอร์ตเพิ่มสภาพคล่องรอจังหวะลงทุน นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลกจากปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังยืดเยื้อ กลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite ยังคงเป็นแนวทางที่ช่วยสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายวินกล่าวต่อไปว่า พอร์ตหลัก (Core Portfolio) ทำหน้าที่เป็นรากฐานของการลงทุน ผ่านกองทุนในกลุ่ม K-WealthPLUS Series ซึ่งมีจุดเด่นด้าน Dynamic Asset Allocation ที่สามารถปรับสัดส่วนการลงทุนได้อย่างยืดหยุ่นตามสภาวะตลาด พร้อมบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตโดยรวม โดยเฉพาะกองทุน K-WPULTIMATE ที่สามารถสร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) ได้ประมาณ 9% แม้ต้องเผชิญกับสถานการณ์สงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ สะท้อนศักยภาพในการบริหารพอร์ตเชิงรุกและการกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังคงรักษาผลการดำเนินงานในระดับ Quartile 1 ในช่วง 3 เดือน, 3 ปี และตั้งแต่จัดตั้ง นอกจากนี้ กองทุน K-WPSPEEDUP ก็สามารถรักษาผลตอบแทนในระดับ Quartile 1 ในหลายช่วงเวลาเช่นกัน (ที่มา: Morningstar 15 พ.ค. 69 ในกลุ่ม Thailand OE Aggressive Allocation และ Thailand OE Moderate Allocation) “ในส่วนของพอร์ตรอง (Satellite Portfolio)…

Read More

บริษัท ไทยประกันสุขภาพ จำกัด แสดงศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดติดอันดับ 5 ในกลุ่มบริษัทประกันภัยที่มีอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยโดยตรงสูงสุด ณ เดือนมีนาคม 2569 ด้วยอัตราการเติบโต 59.80% หรือคิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้น 93.49 ล้านบาท จากเบี้ยประกันภัยโดยตรงรวม 249.83 ล้านบาท ผลการจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทในการขยายฐานลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาในมิติการเติบโตเชิงมูลค่า ไทยประกันสุขภาพยังเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีการขยายตัวเด่นในกลุ่มผู้ประกอบการประกันภัยทั่วไป สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างการเติบโตทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพของพอร์ตธุรกิจ บริษัทฯ ยังคงมุ่งเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ที่มา: บริษัท ไทยอินชัวรันส์ รีเสิร์ช แอนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (TIRD)

Read More

คุณธีรพันธ์ ดิษยบุตร (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืน พร้อมด้วยคุณปรเมษฐ์ สงวนโชควณิชย์ (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และบริหารการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) ร่วมนำเสนอข้อมูลผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ในกิจกรรม Earnings Call (OPPDAY) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยระบุธุรกิจ Non-Oil เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีรายได้เติบโต 22.1% YoY โดยได้รับอานิสงส์จากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่สร้างรายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตมากกว่า 80% YoY จากการเร่งขยายสาขาแตะ 2,308 สาขา และการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ผ่านฐานสมาชิกบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus ขณะที่ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโต 5.2% YoY ซึ่ง PTG ยังคงเป้ารายได้ธุรกิจ Non-Oil ปี 2569 เติบโต 30-40% YoY และรักษาสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil อยู่ในระดับ 40-45% ผ่านการบริหารพอร์ตธุรกิจ การควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ อาคาร CW ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้

Read More

เมืองไทยประกันชีวิต ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และการดูแลครบวงจร ชูแนวคิดคัดเลือกอย่าง “ดี” เพื่อคุณ เดินหน้าเปิดประกันสุขภาพตัวใหม่ “D Health Lite” โดดเด่นครบถ้วนทั้งความคุ้มครองเหมาจ่าย พร้อมแผนที่เลือกได้มากขึ้น ตอบโจทย์ลูกค้าทุกวัย พร้อมยกระดับความคุ้มครองสู่บริการสุขภาพครบวงจร ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาล “MTL Smile Hospital Network” เพื่อเสริมความมั่นใจและสบายใจในวันที่เคลม นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิต เดินหน้าตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าคนสำคัญอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยความเข้าใจว่าทุกคนย่อมคัดเลือกสิ่งที่ “ดี” ที่สุดให้กับตนเอง ครอบครัวและคนที่รัก ประกอบกับปัจจัยและสถานการณ์ต่าง ๆ ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ค่ารักษาพยาบาลก็ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมืองไทยประกันชีวิตจึงมุ่งมั่นพัฒนาและคัดเลือก “ประกันสุขภาพ” อย่างดีเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่ตรงจุดและใช้ได้จริงในวันที่ต้องการใช้ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความคุ้มครองสุขภาพ และบริการด้านสุขภาพครบวงจรที่คอยเคียงข้างดูแลในทุกช่วงของชีวิต ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิต ชูแนวคิดประกันสุขภาพที่คัดเลือกอย่าง “ดี” เพื่อคุณ พร้อมเปิดตัวประกันสุขภาพแบบใหม่ที่คัดเลือกมาอย่างดี “ดี เฮลท์ ไลต์ (D Health Lite)” ที่โดดเด่นครบถ้วนให้ความคุ้มครองเหมาจ่าย ดีที่เลือกแผน ได้ตามงบ เด็กซื้อได้ เหมาะกับคนทุกวัย รับประกันตั้งแต่อายุ 30 วัน – 90 ปี คุ้มครองยาวถึงอายุ 99 ปี มาพร้อมโรงพยาบาลในเครือข่าย “MTL Smile Hospital Network” ที่จะมาช่วยให้ลูกค้าเมืองไทยประกันชีวิต ได้ยกระดับความสบายใจที่มากขึ้น เมื่อคุณเลือกเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลพันธมิตรในเครือ 165 แห่งทั่วประเทศ ได้ทั้งอัปวงเงินคุ้มครองและอัปจำนวนวันค่าห้องและค่าหมอ ช่วยยกระดับและเสริมความมั่นใจในวันที่เจ็บป่วย โดย “D Health Lite” ประกันสุขภาพใหม่ล่าสุด ที่คัดเลือกอย่างดีเพื่อคุณ มีดีที่ค่ารักษาเหมาจ่าย แอดมิตเหมาจ่าย ทั้งโรคทั่วไป โรคร้ายแรง และอุบัติเหตุ ดีที่เลือกวงเงินได้ 1 ล้าน หรือ 5 ล้านบาทต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง ดีที่เลือกปรับเบี้ยให้เหมาะกับงบได้ ทั้งแบบเหมาจ่ายคุ้มครองตั้งแต่บาทแรก…

Read More

ธนาคารกสิกรไทยร่วมกับ AIS ผนึกกำลังสนับสนุนธุรกิจ SME ด้วยการนำศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและการเงิน มาผสานเป็นพลังขับเคลื่อนใหม่ เพื่อยกระดับคนไทยและภาคธุรกิจไทยให้เข้าถึงโอกาสในเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง นำร่องเดินหน้าเสริมพลังและศักยภาพผู้ประกอบการ SME ไทย ให้ก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการเชื่อมโยงบริการดิจิทัล โซลูชันทางการเงิน และโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีแบบครบวงจร เพื่อปลดล็อกศักยภาพการแข่งขัน สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และผลักดันการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในเศรษฐกิจดิจิทัล สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการสร้าง “ระบบนิเวศธุรกิจดิจิทัล (Digital Business Ecosystem)” ที่ผสานความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และความเชี่ยวชาญด้านบริการทางการเงิน ความเข้าใจลูกค้า SME และแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัล เพื่อยกระดับการเข้าถึงเครื่องมือธุรกิจยุคใหม่ ตอบโจทย์การเติบโตอย่างรวดเร็วและยั่งยืนในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง นายบุญเติบ จีรภัทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจ SME เป็นกลุ่มธุรกิจที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย แต่ในปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ธนาคารกสิกรไทยมุ่งมั่นสนับสนุนผู้ประกอบการ SME มาโดยตลอด ทั้งด้านการเงินและองค์ความรู้เพื่อเพิ่มศักยภาพและโอกาสในการทำธุรกิจ โดยมุ่งหวังให้ธุรกิจ SME เติบโตได้อย่างยั่งยืน พร้อมให้ความสำคัญกับการพัฒนาโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่อย่างครบวงจร เพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมทั้งขารับและขาจ่าย มีข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนจัดการธุรกิจได้อย่างคล่องตัว เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้พร้อมแข่งขันในโลกดิจิทัล ความร่วมมือในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจ ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และบริการทางการเงินที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ นำไปสู่การเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในเศรษฐกิจยุคใหม่อย่างแท้จริง นายภูผา เอกะวิภาต หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร เอไอเอส กล่าวว่า AIS เชื่อว่าโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลคือพลังสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการ SME ไทย โดยเฉพาะในยุคที่รูปแบบธุรกิจได้ก้าวข้ามข้อจำกัดของหน้าร้าน สู่การขับเคลื่อนบนโลกออนไลน์และแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ความร่วมมือกับธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ จะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา เข้าถึงเครื่องมือดิจิทัลและโซลูชันทางธุรกิจได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อเสริมศักยภาพในการเติบโต เพิ่มโอกาสในการสร้างยอดขาย และต่อยอดธุรกิจสู่ความสำเร็จในอนาคต นี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของ AIS ในการร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัล และเสริมความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการไทยสามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล โดยนำร่องความร่วมมือครั้งนี้ ด้วยการมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าเดิมที่ใช้บริการ K SHOP และ K BIZ รวมถึงลูกค้าที่สมัครใหม่ จะได้รับสิทธิพิเศษในการสมัครแพ็กเกจมือถือของ AIS และเน็ตบ้าน AIS 3BB Fibre 3 ในราคาพิเศษตั้งแต่ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม…

Read More

บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (PVET) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อส่งเสริมสวัสดิการด้านการประกันภัย สนับสนุนกิจกรรมทางการศึกษา และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกัน มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างความมั่นคงให้แก่บุคลากร นักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการด้านประกันภัย เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงประกันภัยให้แก่สมาชิกสมาคมฯ อย่างทั่วถึง พิธีลงนามความร่วมมือจัดขึ้น ณ สำนักงานใหญ่ บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นำโดย ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามกับนายวิเชียร เนียมน้อม นายกสมาคมวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ดร.สมพร สืบถวิลกุล กล่าวว่า ทิพยประกันภัยให้ความสำคัญกับบทบาทของอาชีวศึกษาเอกชนในฐานะกำลังสำคัญในการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะและศักยภาพตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ “ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของทิพยประกันภัยในการร่วมดูแล สนับสนุน และส่งมอบสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยให้แก่สมาชิกของวิทยาลัยในสังกัดสมาคมฯ กว่า 400 แห่งทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างความมั่นคง ความอุ่นใจ และพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน” ดร.สมพร กล่าว ทั้งนี้ ทิพยประกันภัยได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัยที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับสมาชิกสมาคมฯ ครอบคลุมทั้งระดับสถานศึกษา ผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนสมาชิกในครอบครัว เพื่อให้สามารถเข้าถึงความคุ้มครองที่เหมาะสมในราคาพิเศษ พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ด้านนายวิเชียร เนียมน้อม กล่าวว่า สมาคมฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับทิพยประกันภัย ซึ่งเป็นองค์กรที่ได้รับความไว้วางใจในธุรกิจประกันภัยมาอย่างยาวนาน โดยการมีระบบประกันภัยที่ได้มาตรฐานเข้ามาดูแลสถานศึกษาและบุคลากรในเครือสมาคมฯ จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้แก่ผู้ปกครอง ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา รวมถึงช่วยยกระดับการบริหารจัดการด้านสวัสดิการของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านประกันภัย การบริหารความเสี่ยง และความปลอดภัยภายในสถานศึกษา ตลอดจนการสนับสนุนกิจกรรมทางวิชาการ เพื่อร่วมกันพัฒนาคุณภาพชีวิตและศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน สำหรับสมาชิกสมาคมฯ สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยผ่าน QR Code บนสื่อประชาสัมพันธ์ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมผ่าน Line Official…

Read More