บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ประกาศผลการดำเนินงานปี 2567 เติบโตโดดเด่น ทำรายได้รวม 21,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.27% สะท้อนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่แข็งแกร่งและคุณภาพสินทรัพย์ที่อยู่ในเกณฑ์ดี พร้อมจ่ายปันผลรวมเป็นเงิน 211.47 ล้านบาท เตรียมเดินหน้าสร้างผลประกอบการที่มั่นคงด้วยกลยุทธ์การบริหารพอร์ตที่มีประสิทธิภาพ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ประกาศผลการดำเนินงานประจำปี 2567 ของบริษัทและบริษัทย่อย (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567) มีกำไรรวมสุทธิ 5,246 ล้านบาท โดยบริษัทมีรายได้ดอกเบี้ยราว 18,027 ล้านบาท และรายได้อื่นราว 3,018 ล้านบาท รวมรายได้อยู่ที่ 21,046 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อที่แข็งแกร่งและคุณภาพสินทรัพย์ที่อยู่ในเกณฑ์ดี เดินหน้าสร้างผลประกอบการที่มั่นคงได้ต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์การบริหารพอร์ตที่มีประสิทธิภาพ นางสาวธิดา แก้วบุตตา ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กรของ SAWAD เปิดเผยว่า ในไตรมาสที่ 4 ปี 2567 บริษัทสามารถรักษา อัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ที่ 3.5% ซึ่งเป็นไปตามแผนการบริหารความเสี่ยงของบริษัท สำหรับปี 2568 บริษัทตั้งเป้าขยายพอร์ตสินเชื่อ 10-15% โดยเน้นปล่อยสินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ สินเชื่อบ้านและที่ดิน และสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ SAWAD ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงดำเนินกลยุทธ์การเติบโตแบบรอบคอบภายใต้แนวทางการปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบและสอดคล้องกับมาตรการของภาครัฐ ในปี 2568 SAWAD ยังให้ความสำคัญกับ ธุรกิจประกันออนไลน์ ซึ่งได้รับใบอนุญาตขายประกันออนไลน์จาก คปภ. ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อให้บริการประกันภัยอย่างครบวงจร ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจประกันให้เติบโตจากเดิมที่ไม่มีนัยสำคัญ มาเป็น 10% ของรายได้รวมในอนาคต ปัจจุบันบริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ประกันที่ครอบคลุมทั้ง ประกันรถยนต์, พ.ร.บ., และประกันอุบัติเหตุ โดยเน้นคัดเลือกพาร์ทเนอร์ที่เหมาะสม…
Author: staff
SCAP รักษามาตรฐานผลประกอบการปี 2567 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.18% อยู่ที่ 7,750.98 ล้านบาท คุมเข้มคุณภาพสินเชื่อ พอร์ตสินเชื่อคงค้างเติบโตลดลงอยู่ที่ 31,241.57 ล้านบาท ส่งผลกำไรสุทธิ 729.63 ล้านบาทใกล้เคียงกับปีก่อน เปิดเกมขับเคลื่อนธุรกิจปี 2568 ตั้งเป้าสร้างผลกำไรเติบโตกว่า 30% มองยอดสินเชื่อใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากลูกหนี้เก่าครบชำระและมีความต้องการใช้เงินเพิ่ม มุ่งเน้นคุณภาพสินเชื่อเติบโตเชิงคุณภาพในระยะยาว ปูพรมสร้างกำไรมั่นคงและยั่งยืนผ่าน 5 กลยุทธ์ นางสาวดวงใจ แก้วบุตตา รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีสวัสดิ์ แคปปิตอล 1969 จำกัด (มหาชน) หรือ SCAP เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่เปราะบางและแรงกดดันในการดำเนินธุรกิจ SCAP ยังคงรักษามาตรฐานผลการดำเนินงานปี 2567 (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567) ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพของบริษัทในการประกอบธุรกิจ โดยบริษัทมีรายได้รวม 7,750.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 586.32 ล้านบาท หรือขยายตัว 8.18% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีรายได้หลักจากพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ และสินเชื่อบุคคลเป็นหลัก ในขณะที่สินเชื่อคงค้างเติบโตลดลงอยู่ที่ 31,241.57 ล้านบาท เป็นผลจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ มุ่งเน้นการเติบโตเชิงคุณภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 729.63 ล้านบาท “การดำเนินธุรกิจปี 2568 เป็นอีกปีที่มีความท้าทายมาก แต่คาดการณ์ว่า SCAP จะสามารถสร้างรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย ผลจากการควบคุมคุณภาพหนี้อย่างเข้มงวด ทำให้คุณภาพหนี้ดีขึ้นอย่างมาก และปัจจัยการขาดทุนจากการขายรถยึดเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว โดยคาดว่าการสร้างยอดสินเชื่อใหม่ในปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพสินเชื่อใหม่เช่นเดิม เพราะยังไม่เห็นการปรับตัวของเศรษฐกิจไทยโดยรวมดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งนี้การเติบโตของสินเชื่อคงค้างในปีนี้จะมาจากการให้สินเชื่อลูกค้าเก่าที่ครบกำหนดแล้ว และสินเชื่อสำหรับลูกค้าใหม่ที่มีการคัดสรรคุณภาพอย่างดี มีความสามารถชำระค่างวดได้จนจบอายุสัญญาผ่านเครื่องมือควบคุมความเสี่ยงต่างๆ รวมถึงธุรกิจใหม่ ๆ ที่ SCAP กำลังพัฒนา” SCAP ให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม มุ่งเน้นเติบโตเชิงคุณภาพในระยะยาว เดินหน้าปูพรมสร้างผลกำไรที่มั่นคงและยั่งยืนในอนาคตผ่าน 5 กลยุทธ์ ดังนี้ 1. การบริหารงานขายอย่างมีประสิทธิภาพ (Sales Effectiveness) มุ่งเน้นการเพิ่มผลผลิตของฝ่ายขาย เพื่อให้ฝ่ายขายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ “TQM” ประกาศรายได้รวม 3,991 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% จากปีก่อน ส่งผลให้มีกำไร 862 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของกลุ่มธุรกิจประกัน โดยเฉพาะประกันรถยนต์ที่ยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบุกขายประกันสุขภาพ ประกันชีวิต และ ประกันภัยอัคคีภัยในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งช่วยเร่งในการเติบโตของบริษัทได้เป็นอย่างดี ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานบริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้ปี 2567 เป็นปีที่เศรษฐกิจเผชิญกับความท้าทายในหลากหลายด้าน ทั้งจากปัจจัยภายในและนอกประเทศ แต่ TQM ยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันร่วมกับบริษัทประกันภัย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม ทำให้สามารถสร้างรายได้จากการขายประกันแบบ Organic และมีรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2567 TQM สร้างรายได้รวม 3,991 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 234 ล้านบาท หรือคิดเป็น 6.2% สำหรับปี 2568 TQM ได้วางกลยุทธ์ “TQM Unstoppable 2025” โดยมีเป้าหมายสำคัญในการรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจประกันรถยนต์ ขยายการเติบโตในธุรกิจ Non-Motor และพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่อย่างยั่งยืน ผ่านการนำเทคโนโลยี AI & Data มาเพิ่มประสิทธิภาพการขายของพนักงาน รองรับการขายแบบ Omni-Channel ที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) สร้างประสบการณ์ที่ดีและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “แม้ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจะขยายตัวได้น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ TQM ยังคงสามารถสร้างรายได้อย่างแข็งแกร่ง โดยสามารถสร้างเบี้ยประกันได้รวมกว่า 20,000 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากลูกค้าประกันรถยนต์ที่ต่อประกันผ่าน TQM อย่างสม่ำเสมอ และมีอัตราการต่ออายุมากกว่า 80% และลูกค้าใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง…
บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดย ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร นางสาวปวีณา จูชวน ผู้อำนวยการใหญ่ และผู้บริหารของบริษัทฯ ให้การต้อนรับคณะกรรมการและคณะผู้บริหารจาก The Royal Insurance Corporation of Bhutan Limited (RICB) ประเทศภูฏาน ในโอกาสเยี่ยมชมบริษัทฯ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างทั้งสององค์กร โดยให้ความสนใจข้อมูลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ การนำ AI มาใช้ในการให้บริการแก่ลูกค้าในยุคดิจิทัล รวมถึงการดูงานศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุของฝ่ายสินไหมทดแทนยานยนต์ ณ อาคารกรุงเทพประกันภัย ถนนสาทรใต้ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568
วันนี้ (24 กุมภาพันธ์ 2568 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นำโดยนายสุพร บุญสิริชูโต รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการสาขาภาคตะวันตก และนางวิภารัตน์ สัมนักษร ผู้อำนวยการ ธ.ก.ส. จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมจัดและส่งมอบถุงยังชีพ พร้อมสิ่งของจำเป็นให้กับผู้ประสบอุทกภัย อันเนื่องจากฝนตกหนักและน้ำป่าทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ณ ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมสำรวจข้อมูลความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประสบภัยผ่านมาตรการเสริมสภาพคล่องและฟื้นฟูลูกค้า การซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โรงเรือนการเกษตร เครื่องมือ เครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงมาตรการฟื้นฟูการผลิตที่ได้รับความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติต่อไป โดยมีนายพนม โพธิ์แก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 5 จังหวัดกาญจนบุรี และส่วนราชการ เข้าร่วมให้ความช่วยเหลือในครั้งนี้
กลับมาเอาใจนักช้อปอีกครั้ง!! กับงาน “ตลาดนัดของดีวิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส.” ภายใต้ธีม “ของดีมีตลาด ภาคตะวันออก x ภาคกลาง” คัดสุดยอดสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชนเกรดพรีเมียม คุณภาพดี ราคาสุดคุ้ม!! จากภาคตะวันออกและภาคกลาง รวมกว่า 50 ร้านค้า มาให้เลือกซื้ออย่างจุใจที่เดียวจบ ได้ครบทุกความต้องการ ระหว่างวันที่ 26-28 กุมภาพันธ์นี้ ณ บริเวณด้านหน้า ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก ติดกับสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายไพศาล หงษ์ทอง รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสเลือกซื้อสุดยอดผลิตภัณฑ์ดีมีคุณภาพเกรดพรีเมียม ในราคา สุดคุ้มจากเกษตรกร และกลุ่มผู้ประกอบการในภาคการเกษตร ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐซึ่งมีเป้าหมายสู่ การเป็น “แกนกลางการเกษตร” หรือ Essence of Agriculture จึงได้จัดงาน “ตลาดนัดของดีวิถีชุมชนลูกค้า ธ.ก.ส.”ภายใต้ธีม “ของดีมีตลาด ภาคตะวันออก x ภาคกลาง” โดยรวมสินค้าทั้งประเภทของสด ของแห้ง ผลไม้ ไปจนถึงของใช้สำหรับสายแฟชั่น สายช้อปจากร้านค้ากว่า 50 แห่ง ส่งตรงมาไว้ในงาน อาทิ ฟาร์มเห็ดยายฉิม จ.นครนายก นำผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเห็ด เช่น เห็ดอบสมุนไพร เห็ดหูหนูเฉาก๊วย น้ำพริกเห็ด แหนมเห็ด ที่หารับประทานได้ ยากมาให้ลิ้มลองถึงที่ ดารุณี ข้าวเกรียบปลา จ.ปทุมธานี ส่งตรงความสดใหม่ของข้าวเกรียบปลาพร้อมทานและเมี่ยงคำที่คงรสชาติดั้งเดิม สวนป้านุ-ลุงไก่ จ.ระยอง น้ำเมลอนสดใหม่ผสมน้ำผึ้งสูตรพิเศษ เปรี้ยว หอมหวานจากสวนที่ปลอดสารพิษ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ จ.นครสวรรค์ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ หอมสด มะนาวแท้ แซ่บไม่ต้องปรุง ฮักกุ้ง กุ้งเผา กทม. เปิดเตาพร้อมทานกับกุ้งเป็นๆ ตัวใหญ่ สดใหม่พร้อมกับผลไม้ตามฤดูกาล นานาชนิด อาทิ ส้มโอ มะพร้าว ลองกอง มะม่วง เมลอน…
เดอะวิสดอมกสิกรไทย ร่วมกับ K WEALTH ศูนย์รวมความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านการเงิน การลงทุนและประกัน จากธนาคารกสิกรไทย จัดเสวนารูปแบบพิเศษ ในหัวข้อ Investment Strategies for 2025: Thriving in the Trump-Inspired Global Economy พร้อมนำทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนให้คำแนะนำวางกลยุทธ์การลงทุนแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าเดอะวิสดอมแบบส่วนตัว ระบุทั่วโลกเผชิญความท้าทายจาก 2 มหาอำนาจโลกที่อาจจุดชนวนสงครามการค้ารอบใหม่ โดยทรัมป์เร่งเครื่อง 3 นโยบายหลัก ได้แก่ “ผลักดันผู้อพยพ – ขึ้นภาษีศุลกากร – สนับสนุนการขุดเจาะและผลิตน้ำมัน” ขณะที่จีนส่งสัญญาณกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งสำคัญในปี 2568 เน้นแก้ปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ ฟื้นฟูความเชื่อมั่น และเพิ่มการบริโภคในประเทศ ส่วนเศรษฐกิจไทยเตรียมรับผลกระทบจากมาตรการกีดกันการค้าของสหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย แนะจัดสัดส่วนเงินลงทุนส่วนใหญ่ใน CORE Portfolio ที่กระจายการลงทุนทั่วโลก (Global Balanced Fund) และเพิ่มโอกาสลงทุนใน SATELLITE ผ่านกองทุนตราสารหนี้เอกชนทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งกองทุนหุ้นสหรัฐฯ นายพิภวัตว์ ภัทรนาวิก รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์การลงทุนในตลาดโลกที่มีความผันผวนต่อเนื่อง เดอะวิสดอมกสิกรไทย พร้อมให้บริการพิเศษด้านการลงทุนในทุกมิติ เพื่อบริหารความมั่งคั่งให้กับลูกค้าเดอะวิสดอมกสิกรไทย โดยได้ร่วมกับ K WEALTH จัดเสวนาพิเศษ THE WEALTH MASTER ในภูมิภาคต่างๆ เป็นประจำ ซึ่งในปีนี้ จัดขึ้นครั้งแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมจัดทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจาก K WEALTH ร่วมวิเคราะห์และวางกลยุทธ์บริหารพอร์ตลงทุนแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้าแบบส่วนตัว เพื่อเสริมเสถียรภาพของพอร์ตให้แข็งแกร่ง และตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนมากยิ่งขึ้น ปี 2568 มาพร้อมกับความท้าทายใหม่จากนโยบายของโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่กลับมาตอกย้ำและสานต่อแนวทาง “America First” ผ่านมาตรการกีดกันการค้าและนโยบายการต่างประเทศที่เข้มงวด พร้อมๆ กับการสนับสนุนเศรษฐกิจในประเทศผ่านการลดภาษีและผ่อนคลายกฎเกณฑ์การทำธุรกิจ ในขณะที่จีนยังเผชิญกับความพยายามในการพลิกฟื้นความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและครัวเรือนผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเข้ามาช่วยประคับประคองเศรษฐกิจจีนในปี 2568 การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและการปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงจะเป็นกุญแจสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงที่นโยบายหลักของสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบชัดเจน เกาะติด “ทรัมป์” เร่งเครื่อง ดัน 3 นโยบายหลัก นางสาวศิริพร…
